ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่ 554 โลงศพอมตะ
บทที่554 โลงศพอมตะ
งูเหลือมยักษ์ที่พยักหัวแล้วพยักหัวอีก
หากไม่ได้เกิดขึ้นตรงหน้าของตนเอง ให้ตายยังไงเฉินเกอก็ไม่มีทางเชื่อว่าจะเป็นความจริง
ฉลามยักษ์ตัวนี้ ไม่นึกเลยว่าอายุจริงจะมากกว่าบรรพบุรุษของตัวมันเองเสียอีก
“ทำไมแกถึงไม่ฆ่าฉัน? ผู้เฒ่าพิการพาคุณมา น่าจะให้คุณเป็นสัตว์พิทักษ์สิ่งชั่วร้ายในสุสาน ผู้ที่บุกรุกเข้ามาในสุสาน ล้วนต้องตายไม่ใช่หรอ?”
เฉินเกออดไม่ได้ที่จะแปลกใจถาม
ฉลามยักษ์แลบลิ้นแล้วแลบลิ้นอีก ชี้แล้วชี้อีกไปที่ภาพวาดบนกำแพงเมื่อกี๊
ไม่นานหลังจากนั้นก็หันหัวอย่างงุ่มง่าม แล้วมองไปที่โลงศพอมตะนั้น
ภาพวาดบนผนังนั่นสื่อออกถึงเรื่องของท่านผู้อาวุโสกำลังพามันเข้าไปในสุสานโบราณเป็นเวลาสิบวัน
แต่มันก็ชี้แล้วชี้อีกไปที่โลงศพ
ดูแล้วสิบวันนั้นที่คนชราเข้ามา มีส่วนเกี่ยวข้องกับโลงศพศพ
ภาพวาดผนังไม่มีร่องรอยหลักฐานแล้ว งูเหลือมยักษ์ที่บอกกับตนเอง
ถ้าอยากไขความจริง คำตอบก็อยู่ในโลงศพอมตะนี่แหละ?
“แกอยากให้ฉันเปิดฝาโรง?”
เฉินเกอถามอย่างลังเล
งูเหลือมยักษ์ที่พยักหัวแล้วพยักหัวอีก
เฉินเกอสูดหายใจอย่างลึกๆหนึ่งฟอด แล้วเดินไปที่ตั้งสูงอันมีกระเบื้องเคลือบห้าสีแพรวพราว
ที่ตั้งสูงนี้ ล้วนแล้วแต่ใช้หินที่หลากสีสร้างจนเสร็จ
และโลงศพอมตะที่สลักด้วยหยกคริสตัลนี้ ก็อยู่เหนือบนหินหลากสี
เฉกเช่นจิตรกรรมอันสวยงามอย่างหนึ่ง
ทำให้คนต้องตกตะลึง
เดินขึ้นมา สังเกตใกล้ๆ สามารถเห็นอย่างลางๆได้ว่า ในโลงนั้นมีเงามืดกำลังนอนอยู่
น่าจะเป็นศพช่วงปีนั้นของเทพเจ้าองค์นี้
ถึงแม้ดูไม่ชัดเจน แต่เรือนร่างของเขาก็กำลังสะท้อนออกมา
สมกับที่เป็นโลงศพอมตะ เก็บศพไว้หมื่นปีแล้วไม่เน่า
ก็คือเทพเจ้าองค์นี้ จะมีเทพเจ้าตกจากสวรรค์จริงๆหรอ?
เฉินเกอกำลังอดกลั้นความอยากรู้อยากเห็นจากในใจ แล้วผลักฝาโลงออกช้าๆ
หลังจากผลักออกแล้ว ศพเทพเจ้าในโลงศพอมตะ ที่อยู่ข้างหน้าเขาตอนนี้ก็ปรากฏให้เห็นอย่างโจ่งแจ้ง
แต่ทว่าหลังจากเห็นศพชัดเจนแล้วนั้น ดวงตาของเฉินเกอเปลี่ยนเป็นตกใจทันที ทันใดนั้นหัวใจก็หยุดเต้นอย่างกะทันหัน
เป็นไปได้ยังไง?”
ในเวลาต่อมา เฉินเกอเพ่งมอง ตกตะลึงและหวาดกลัวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ทั่วร่างกาย
ทำให้เขาหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
เพราะ…..ในโลงศพอมตะ จริงๆแล้วคือตนเองกำลังนอนอยู่!?
กล่าวให้ถูกคือ ในโลงศพอมตะ กำลังนอนอยู่นั้นคือคนที่เหมือนกับตนเองทุกอย่าง
เขากำลังสวมใส่ชุดนักรบสีทองอร่าม คลุมด้วยชุดยาวสีขาว ไว้ผมยาว
แต่ที่ใบหน้า ยังไงก็คือตนเอง!
จะเป็นไปได้อย่างไร?
เฉินเกอต้องตกตะลึงอีกครั้ง ควบคุมความกลัวไม่อยู่แล้วถอยออกสองก้าว
เขามองไปที่ฉลามยักษ์อีกครั้ง ฉลามยักษ์กำลังมองที่ตนเองด้วยใบหน้าให้เกียรติ
ไม่แปลก ที่ฉลามยักษ์ไม่เพียงแค่ไม่ฆ่าเขา แต่ยังให้เกียรติอย่างสูงอีกด้วย
แท้ที่จริงแล้ว มันถือว่าตัวเขาเองเป็นเจ้านายของตำหนักแห่งนี้
งูเหลือมยักษ์ที่แลบลิ้นแล้วแลบลิ้นอีก บอกใบ้ให้เฉินเกอดูไปยังข้างๆของศพ
เฉินเกอจึงมองไปดู
ที่จริงแล้วข้างๆศพตัวนี้ มีหนังสือโบราณอยู่ม้วนหนึ่ง
ข้างบนมีหยกแขวนทรงกลมกำลังวางอยู่
อนาคอนด้าให้เขาเป็นคนเปิดออกเอง
เก็บความตกใจไว้ เฉินเกอยกมันขึ้นมา
เปิดหนังสือโบราณออก ข้างในเต็มไปด้วยอักษรโบราณมากมาย
ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ศาสตราจารย์หยางได้ให้คำแนะนำเรื่องอักษรโบราณบางส่วนแก่เฉินเกอแล้วบ้าง
ด้วยเหตุนี้เองเนื้อหาของบทความนี้ เฉินเกอพอจะเข้าใจบ้างเล็กน้อย
“น่าจะเกี่ยวกับประวัติของศพตัวนี้ที่บันทึกไว้!”
“ข้างในพูดถึงภรรยาของฉัน แล้วก็พูดถึงไท่หยางเหมิงสามคำนี้ ด้านท้ายยังเขียนเกี่ยวกับมนุษยชน สองสามคำสุดท้าย เหมือนว่าจะพูดถึงการทำลายอะไรทำนองนี้!”
มีประโยชน์อยู่นะ เฉินเกอเข้าใจแค่เท่านี้
ข้างในกล่าวถึงภรรยาของเขา แล้วยังมีไท่หยางเหมิง หรือกำลังจะบอกว่า การเสียชีวิตของเทพเจ้าองค์นี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับไท่หยางเหมิง แต่ทำลาย ทำลายอะไร?
เป็นการที่มนุษยชนถูกทำลายล้างหรือ?
เฉินเกอรู้สึกยุ่งเหยิง
“นี่เหมือนว่าจะไม่ใช่พินัยกรรมที่ศพตนนี้ทิ้งเอาไว้นะ?”
เฉินเกอถามงูเหลือมยักษ์ที่
งูเหลือมยักษ์ที่ส่ายหัว
”ฉันรู้แล้ว หนังสือโบราณม้วนนี้ คือของผู้เฒ่าพิการที่พาแกมาไว้ที่นี่วางเอาไว้?”
เฉินเกอถาม
งูเหลือมยักษ์ที่พยักหัว
“ผู้เฒ่าพิการคนนี้เป็นใครกันแน่? ทำไมเขาถึงรู้ความลับมากมายขนาดนี้ แถมยังมีอิทธิฤทธิ์มากมาย?”
เฉินเกอตกใจจริงๆ
งูเหลือมยักษ์ที่ส่ายหัวอีกครั้ง
“หมายความว่ายังไงกันแน่ ไท่หยางเหมิงคืออะไรกันแน่?”
เฉินเกอร้อนใจจนเหงือไหลเต็มใบหน้า
โดยเฉพาะยิ่งเห็นตรงนี้มีคนที่เหมือนกับตัวเองทุกอย่างนอนอยู่ที่นี่
หรือ จะบอกว่าเป็นการกลับชาติมาเกิด?
เป็นจุดที่น่าคิดมากๆ
แล้วยังมี คนแปลกๆที่นำพาตนเองเข้ามาคนนั้น เขาน่าจะรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เขาคือใครกันนะ?
เต็มไปด้วยความสงสัย เฉินเกอได้หยิบหยกแขวนทรงกลมขึ้นมาดูอีกครั้ง
ด้านบนสลักลายซับซ้อนต่างๆไว้มากมาย
ไม่รู้ว่าใช่ภาพลวงตาหรือไม่
เฉินเกอมองไป ลายสลักเหล่านี้เหมือนกำลังขยับอยู่
ทันใดนั้น เฉินเกอดูอย่างมีสมาธิ
ลายสลักเริ่มหมุนเร็วขึ้น
ทำให้เฉินเกอเริ่มรู้สึกวิงเวียน
และสมองเริ่มมึนงง
เฉินเกอสะบัดหัวหนึ่งครั้ง ทันใดนั้น รู้สึกทันทีว่าข้างหน้ามืดมิด แล้วก็เป็นลมล้มลงไป
เฉินเกอยังมีสติอยู่
เขารู้สึกมือและเท้าของเขาเย็นลง แต่ยังมีแรงที่จะเปิดตาอยู่
ผลคือสิ่งที่ปรากฏอยู่ต่อหน้า เป็นถ้ำใหญ่ถ้ำหนึ่ง
ในถ้ำมีแสงสว่างไสว
และยังมีสายธารไหลออกมาช้าๆ
ในสายธาร มีเงาดำๆกำลังพยุงตัวเพื่อยืนขึ้น
“สุดท้ายคุณก็มาแล้ว?”
เงาดำนี้หันหลังพูดต่อเฉินเกอ กล่าวอย่างสงบ
“อะไรคือสุดท้ายก็มาแล้ว? คุณคือใคร?”
เฉินเกอสงสัย
“ฉันรอเธอมานานแล้ว”
เขากล่าว
“จดจำไว้ตลอดไป ยิ่งความสามารถมากเท่าไหร่ คุณต้องยิ่งปกป้องผู้คนมากเท่านั้น โดยเฉพาะคนที่คุณรักทั้งหมด อย่าทำให้เธอเสียใจ! ”
เงาดำกล่าวต่อ
เฉินเกอยิ่งอยู่ยิ่งมึนงง “ผมไม่เข้าใจว่าใต้เท้าพูดถึงอะไร ผมอยากถามว่าทำไมผมกับเทพเจ้าที่อยู่ในโลงศพอมตะ คาดไม่ถึงว่าจะเหมือนกันทุกอย่าง หรือท่านคือเทพเจ้าองค์นั้น?“
“เดี๋ยวคุณจะรู้เอง!”
น้ำเสียงของเงาดำเยือกเย็นยิ่งนัก
“คืออะไรอีก? คนรักของผมเหมือนจะถูกจับตัวไปแล้ว ไม่มีคำพูดใดๆ!”
เฉินเกอถาม
“ทุกๆคนล้วนเสียชีวิตเพราะเขา ทุกคน!”
เงาดำกล่าว
“ท่านไม่อยากพูดอะไรทั้งสิ้น งั้นท่านก็ควรที่จะบอกกับผม จะปกป้องคนที่ฉันรักได้อย่างไร?”
เฉินเกอแปลกใจอย่างมาก
เขาเพิ่งจะพูดจบ ทันใดนั้น ความวิงเวียนที่อยู่ในหัวของเขาเริ่มกลับมาอีกครั้ง
เพียงแต่ไม่เหมือนกับเมื่อสักครู่นี้
ตอนนี้ เหมือนกับมีข้อความมากมายนับไม่ถ้วนเข้าไปในหัวสมองของตนเอง
กำลังจะทำให้สมองของตนเองระเบิดออกมาแล้ว
ข้อความมากเกินไปแล้ว!
หัว……ปวดมากจัง!
เฉินเกอกุมขมับ แล้วปล่อยเสียงอันโอดครวญ เกลือกกลั้วอยู่บนพื้นอย่างเจ็บปวด
เขาแยกทิศทางไม่ออกแล้ว และแยกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
สมองของตนเอง จะระเบิดออกมาแล้ว
แต่เงาดำยังพูดพึมพำไม่หยุด
“ต่อจากวันนี้ไป คุณต้องระวัง โดยเฉพาะคนที่อยู่ใกล้คุณ! เพราะฉันก็คือคุณ คุณก็คือฉัน!”
“ผมจะตายอยู่แล้ว ช่วยผมเร็วๆ!”
แล้วในปากของเฉินเกอก็พ่นฟองขาวออกมา กำลังตาเหลือกเกลือกกลั้วไปมาอยู่บนพื้น
บูม!
สุดท้าย ข้อความเหล่านั้นที่อยู่ในสมอง เหมือนจะเชื่อมต่อเข้าไว้ด้วยกัน อีกสักครู่ก็ระเบิดแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นเลือดไหลพุ่งกระจายของเฉินเกอ ก็ได้หยุดไหลออกมา แล้วก็สลบไป……
ติ๊ก……ติ๊ก!
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ข้างหูของเฉินเกอมีเสียงน้ำไหลดังขึ้น
นี่คือการตื่นขึ้นมาอย่างสบายตัว
พลิกตัวแล้วลุกขึ้นมา จึงค้นพบแล้วตนเองยังคงอยู่ในตำหนัก
งูเหลือมยักษ์ที่กำลังดูไปที่ตนเองอย่างเป็นห่วง
“ฉันยังไม่ตาย?”
ฉินเกอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
แต่ รอยยิ้มของเขาได้ชะงักลง เพราะเฉินเกอค้นพบ ในสมองของเขา เหมือนจะมีอะไรเพิ่มขึ้นมาสักอย่าง!