ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่ 555 เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
บทที่555 เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในสมองของเฉินเกอ มีความทรงจำเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อง เรื่องที่ไม่ได้เป็นความทรงจำของตนเอง
ภายใน มีข้อความที่มากมายก่ายกอง
เรื่องศิลปะการต่อสู้ เยอะและล้นหลามมาก
ก็เหมือนกับตัวเองได้นำเอาสิ่งเหล่านี้ฝึกฝนจนไปสู่ระดับขั้นเทพ
โดยเฉพาะข้างในได้บันทึกวิชากำหนดลมปราณเอาไว้
ตัวเองในตอนนี้ เพียงแค่หายใจ ในร่างกายก็จะเริ่มวิทยายุทธเหล่านี้เองโดยอัตโนมัติ
ทำให้เฉินเกอรู้สึกมหัศจรรย์มาก
ภายในสมอง เหมือนกับว่ายังมีความทรงจำมากขึ้นอีกนิดนึง
แต่ทว่าความทรงจำเหล่านี้ ดูเหมือนว่าจะเลือนลาง
ไม่ว่าเฉินเกอจะพยายามที่จะคิดอย่างไร ก็คิดไม่ออก
เป็นเพราะหยกแขวนอันนี้ที่ทำให้เป็นแบบนี้?
และไม่น่าจะมีแค่นี้
เฉินเกอค้นพบว่าพลังของตนเอง เหมือนจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
อ้าแขนเปิดกว้าง ใช้กำลังจากภายใน
พลังความร้อนกำลังทอดส่งไปยังหัวใจและปล่อยออกมา
“กำลังจากภายใน ควบคุมโดยสรีระภายนอก ศิลปะของปรมาจารย์!”
เฉินเกอแปลกใจอย่างมาก
แล้วยังมีกำลังภายในของตนเอง ที่มากับวิชากำหนดลมปราณนี้ ก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
และยังมีกำลังภายในนี้ ที่ชัดเจนว่าไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว
มันเปลี่ยนไปเป็นเพิ่มขึ้นอย่างมาก
กระบี่เมื่อแทงออกมาเบาเสมือนขนนก เฉินเกอแสดงวิชากระบี่ออกมาหนึ่งกระบวนท่า
พลังกระบี่สะท้าน
กระบี่ยังไม่ถึง พลังของกระบี่ได้ไปถึงแล้ว
ก้อนหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปกว่าสิบเมตร โดนเฉินเกอทำให้หักออกเป็นสองซีก
และกำลังภายใน หากยิ่งกระฉับกระเฉง จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น
นี่เป็นระดับปรมาจารย์ไหม?
ทำไมฉันรู้สึกว่า เมื่อสักครู่ที่ฉันลองชกออกไป เทียบกับคุณปู่และโม่ชางหลงแล้วยังแข็งแกร่งกว่าหลายเท่า?
หากฉันออกหมัดเต็มกำลัง ไม่พูดถึงโม่ชางหลง บวกกับกระจกพลังของเขา ก็ยากที่จะรับมือได้
ไม่ใช่ว่าเฉินเกอมั่นใจในตัวเอง
แต่ตอนนี้เขารู้สึกแบบนี้จริงๆ
“คุณปู่กล่าว โลกที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือโลกของปรมาจารย์ จากนั้นไป ก็ทำได้เพียงคาดเดาแล้ว? ผมเชื่อ ว่าผมไปไกลเกินกว่าระดับปรมาจาร์ยแล้ว!”
เฉินเกอคาดเดาในใจ
ขาหยิบหยกแขวนขึ้นมาดูแล้วดูอีก
เงาดำนั้นเมื่อกี๊ได้พูดกับเขามากมาย แต่ไม่จบ
โดยเฉพาะเมื่อฟังคำพูดจากปากเขา เหมือนชั่งน่าเศร้า และไม่ยอม
เขานำสิ่งทั้งหมดนี้มอบให้ตนเอง
เหมือนกับมีเรื่องอะไรต้องให้ตนเองไปทำ สุดท้ายเขาเหมือนตะโกนว่า ฉันก็คือคุณ คุณก็คือฉัน!
หรือว่า ฉันคือการกลับชาติมาเกิดของเทพเจ้าองค์นี้?
เฉินเกอมองไปที่ศพในโลงศพอมตะอีกครั้ง
ผมนำหยกแขวนกลับไปก่อน เพียงแต่ภายในโลงศพอมตะนี้ ยังมีข้อสงสัยอีกมากมายที่หาคำตอบไม่ได้ ผมจะปิดถ้ำหินนี้ไว้ก่อน รอให้ผมสามารถหาคำตอบได้ทุกอย่างแล้ว จะกลับมาอีกครั้ง
เฉินเกอพูดเป็นในๆ
แล้วก็เก็บหยกแขวนไว้
สุดท้าย ผู้ที่กำลังนอนอยู่ในโลงศพอมตะเป็นหมื่นๆปีลักษณะเหมือนกับตนเองทุกอย่าง นี่เป็นสิ่งที่เฉินเกอไม่กระจ่าง เลยไม่กล้าผลีผลาม
ตอนนี้ งูเหลือมยักษ์ที่เหมือนมีสิ่งที่อยากพูด
มันแลบลิ้นแล้วแลบลิ้นอีก เลื้อยมาถึงข้างๆภาพวาดผนัง
แล้วงูเหลือมยักษ์ที่ก็ชี้แล้วชี้อีกไปที่ก่อนหน้าวันเผาศพหนึ่งวัน ผู้เฒ่าพิการกีดกันเพื่อที่จะไม่เผารวมกับผู้หญิงชุดขาว
โดยชี้เน้นไปทางผู้หญิงชุดขาว
“หมายความว่าอย่างไร? คุณกำลังจะบอกว่า ให้ผมหาผู้หญิงชุดขาวให้เจอ?”
เฉินเกอถาม
งูเหลือมยักษ์ที่พยักหัว
แล้วมองไปที่โลงศพอมตะอีกครั้ง และหยกแขวนที่อยู่ในมือเฉินเกอ
“นี่คือความหมายของเงาดำนั้น เขาอยากให้ผมช่วยหาเธอให้พบ?
เฉินเกอถาม
งูเหลือมยักษ์ที่พยักหัวอีกครั้ง
อืม?
เมื่อได้ยินดังนี้ เฉินเกอก็นึกออกทันใด ก่อนที่จะมาทะเลทราย ฝันแปลกๆนั้นของพี่ล๋าน
ภูเขาไร้นาม รูปปั้นหินผู้หญิงชุดขาวที่พังลงมา แล้วก็คำทำนายจากภาพสุริยัน ตอนที่ตนเองเสียชีวิต ผู้หญิงชุดขาวคนนั้นปรากฏตัวขึ้น
ผู้หญิงชุดขาวอีกแล้ว?
สองคนนี้จะเป็นคนเดียวกันหรือไม่?
“เรื่องนี้ยิ่งอยู่ยิ่งวุ่นวาย ผมต้องกลับไปก่อน ดูว่าสามารถจากในภาพสุริยัน สามารถหาคำตอบอะไรได้บ้าง!”
เฉินเกอกล่าวจากความในใจ
ตอนนี้ นำโลงศพอมตะปิดไว้ก่อน
ในเวลาเดียวกัน ก็ทำตามความจำ โดยจัดการทั้งสี่ด้านของโลงศพอมตะ
ก็ถือว่าเป็นการเก็บศพที่ดีขึ้นแล้ว
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของแก ใช้เวลาไม่นาน แล้วผมจะรีบกลับมา ทำเรื่องทุกอย่างให้กระจ่าง!”
เฉินเกอลูบหัวฉลามยักษ์แล้วลูบอีก
ฉลามยักษ์พยักหัว
แล้วเฉินเกอก็เดินจากไป
ความจริงแล้วเฉินเกอเองก็ไม่ได้รู้เลยว่า ถึงแม้รูปร่างของเขาเหมือนกับเมื่อก่อน แต่ร่างกายเขาสะท้อนบุคลิกอย่างอื่นออกมาแล้ว
เดินตามอุโมงค์เล็กๆเข้าไป เฉินเกอเดินเจาะเข้าไปช้าๆ
ทางอุโมงค์ทั้งเส้น เขาก็ต้องปิดไว้ทั้งหมด
เดินตามทางออกมา เฉินเกอบิดเอวแล้วบิดเอวอีกสะบัดความขี้เกียจ
ด้านนอก พายุทมิฬสงบลงแล้ว
เลื่อนหินยักษ์มาที!
เฉินเกอกล่าวจากความใจใน
แล้วเดินไปข้างๆ ย้ายหินภูเขามาไว้ ปิดตายทางที่เข้าอุโมงค์
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้หมอนี่ สิบวันแล้ว ฉันรอแกรอมาสิบวันแล้ว สุดท้ายแกก็ออกมาเสียที!”
แต่ในตอนนี้ บนท้องฟ้า มีเสียงโหยหวนดังขึ้นมาทันใด
มีเงาเงาหนึ่งกระโดดลงมาจากหน้าผาที่ไม่สูงมาก แล้วไปอยู่ตรงหน้าของเฉินเกอ
สิบวันนะ ฉันคิดว่าแกตายในนั้นแล้ว แต่ฉันยังไม่ถอดใจ โชคดีนะ ไม่งั้น แกคงหนีไปแล้วจริง!”
โม่ชางหลงหัวเราอย่างดัง
เฉินเกอตกใจ “แท้จริงแล้วฉันสลบอยู่ในถ้ำเป็นเวลาสิบวัน ฉันคิดว่า แค่หนึ่งคืนเท่านั้นเอง!”
“ตกใจจนสลบอยู่ในถ้ำไปเลยล่ะซิ? ไอ้เด็กนี่ โชคมันดีจริงๆ ไม่คิดว่าจะไม่โดนฉลามฆ่าตาย!”
“ดูๆแล้วเป็นพรหมลิขิต ลิขิตให้ฉันได้ครอบครองแก ครอบครองร่างกายและจิตใจของแก!”
โม่ชางหลงยิ้มอย่างเยือกเย็น
เปรียบเทียบกับที่เจอเมื่อสิบวันก่อน เฉินเกอพบว่าโม่ชางหลงตกอยู่ในสถานการณ์ที่แย่มากกว่าเดิม
ดูแล้วลำบากเขาจริงๆ อยู่ในที่ที่มีเสียงโหยหวนพายุทมิฬนี้ ใช้เวลาสิบวันเฝ้าอยู่
“อืม? แกทำไมต้องปิดปากถ้ำ ในถ้ำนี้ ลี้ลับมากหรอ?
โม่ชางหลงกล่าว
“อืม ปริศนามากมาย ผมก็ไขปริศนาไม่ออก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีหลักฐานใดๆทิ้งไว้! ผมต้องปิดประตูถ้ำไว้ก่อน ผมยังต้องกลับมาในภายภาคหน้า!”
เฉินเกอกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“อะไรนะ? พูดแบบนี้ แกรู้ถึงความลับในถ้ำแล้ว? มันคืออะไรกันแน่?”
โม่ชางหลงตื่นเต้น ดวงตาทั้งสองประกายไปด้วยความโลภ
ทันใดนั้น เขาหมุนตัวกลับอย่างเร็ว คิดที่จะย้ายหินยักษ์
แต่ไม่ว่าเขาจะใช้พลังขนาดไหน หินยักษ์ก็ไม่ขยับ
“ทำไมหนักได้ขนาดนี้?”
หน้าโม่ชางหลงเป็นสีม่วงแล้ว
“ผมปลุกเสกมนต์เข้าไปข้างในนิดหน่อย หากแค่ใช้แรง ไม่สามารถเลื่อนมันได้!”
เฉินเกอหัวเราะแล้วกล่าว
“มนต์ตรา? มนต์ตราอะไร?”
โม่ชางหลงถามอย่างแปลกใจ
“พูดง่ายๆ ก็คือยืมพลังของธรรมชาติ ก็คือพลังจากสนามแม่เหล็ก พลังของแก สามารถต่อต้านพลังงานแม่เหล็กของทั้งพิภพได้หรอ?”
เฉินเกอกล่าว
“อะไรนะ? แก……แกเรียนรู้พวกนี้ได้อย่างไร? จากในถ้ำนี้หรอ?”
โม่ชางหลงตาลุกวาว
“อืม!”
“หรือเฉินเตี๋ยนชางสู้จนตัวตายเพี่อปกป้องและส่งให้แกมาที่นี่ แท้ที่จริงแล้วเพราะในถ้ำนี้มีวิชานี้อยู่ พระเจ้าช่วยฉันแล้ว พระเจ้าช่วยฉันแล้ว”
โม่ชางหลงแสยะยิ้ม
จากนั้นมองอย่างเยือกเย็นไปที่เฉินเกอ
“ไม่น่าล่ะตอนฉันเห็นแกออกมา สภาพไม่เหมือนแต่ก่อน ความจริงเป็นโชคโดยแท้ที่เราได้พบกัน เสียดาย ที่แหบอกทุกอย่างให้ฉันฟัง แต่ต่อจากนี้ไป บนโลกนี้จะมีเพียงฉันที่รู้ความลับนี่ เฉินเกอ ไม่ว่าจะยังไง วันนี้ ฉันไว้ชีวิตแกไม่ได้จริงๆ อย่าโทษที่คนแก่ใจร้าย เอาชีวิตมา!”
เมื่อจบเสียงพูด โม่ชางหลงบินถลาไปหาเฉินเกอ ดิ่งไปที่อกเฉินเกอหนึ่งหมัดอย่างฆ่าล้างโคตร