ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่ 556 บิดาของโม่ชางหลง
บทที่556 บิดาของโม่ชางหลง
ปัง!
เสียงดังขึ้น โม่ชางหลงใช้สุดแรงเกิด ทุบไปที่อกของเฉินเกอ
วิ้ง!
ทันใดนั้น ก็มีพลังพิเศษ เข้ามาต้านพลังของตนเองไว้
ไม่ว่าตนเองจะเพิ่มแรงเข้าไปเท่าไหร่
ก็เหมือนกับหมัดของเด็กทารกที่เพิ่งเกิดใหม่อย่างไรอย่างนั้น เขาปล่อยหมัดในจุดที่สูงเฉกเช่นภูเขาหิมาลัย
แล้วเขาก็กระเด็นออกมา
ล้มลงไปที่พื้นอย่างแรง ไหล่ซ้ายโม่ชางหลงปวดชา จะหักแล้ว
“นี่……นี่เป็นไปได้ยังไงกัน?”
ดวงตาสองข้างเพ่งมอง นั่งหมดแรงอยู่บนพื้น
ยากที่จะเชื่อถือ
เพียงแค่สิบวัน
สิบวันก่อนหน้านี้ โม่ชางหลงต่อสู้กับเฉินเกอ ถึงแม้จะกระอักกระอ่วนใจที่โดนไอ้เด็กนี่ใช้วิชากระบี่แปลกๆมาสู้
แต่ โม่ชางหลงเพียงต้องเพิ่มกำลังมากขึ้น ฆ่าเฉินเกอ ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
เหตุผลนี้เขาเข้าใจมาก
เชื่อว่าเฉินเกอเองก็เข้าใจถ่องแท้เช่นกัน เขาก็แค่ชนะแบบซุ่มโจมตี
ดังนั้นโม่ชางหลงจึงเลือกที่จะรอยู่ที่นี่สิบวัน รอเขาออกมา แล้วลงมือฆ่าด้วยตัวเอง จากนั้นประกบเฉินเตี๋ยนชาง รอเวลาที่เฉินเตี๋ยนชางพูดถึงความลับในสุสาน แล้วตนค่อยนำร่างของเฉินเกอโยนไปตรงหน้าของเขา
ถึงขั้นจินตนาการออกถึง ท่าทางที่สิ้นหวังของเฉินเตี๋ยนชาง
ฮ่าฮ่าฮ่า!
อย่างนี้ ความลับที่อยู่ในสุสานนั้น มีเพียงโม่ชางหลงเท่านั้นที่รู้ และมีเพียงตระกูลโม่เท่านั้นที่รู้
แผนการนี้ไม่มีทางจะง่ายไปกว่านี้อีกแล้ว แต่……สุดท้ายแล้วตนเองไม่ใช่คู่ต่อกลอนของเฉินเกอ?
“คุณยังอยากฆ่าผม?“
เฉินเกอยิ้มอย่างดูแคลน
“ไม่เข้าท่า ช่วงเวลาสั้นขนาดนี้ แกทำได้อย่างไร? การฝึกฝนของแก แข็งแกร่งได้ขนาดนี้?”
“ผมได้รับโชคมาบ้าง!”
เฉินเกอกล่าว
“เป็นความลับในสุสานหรอ? มันทำให้คนแข็งแกร่งได้ขนาดนี้?”
โม่ชางหลงยังคงงงงวยต่อไป
แต่ ทันใดนั้นแววตาเขาก็เป็นประกายขึ้นมา หยิบทรายขึ้นมาหนึ่งกำมือ แล้วคว้าไปที่บนในหน้าของเฉินเกอ
แล้วใช้วิชาบาทาเหยียบลง
หมุนตัวขึ้นไปบนฟ้า แล้วเหยียบไปที่อกของเฉินเกอ
ปัง!
มีเสียงของการระเบิดดังขึ้น
ก็ได้เห็นโม่ชางหลงจากส่วนขาขึ้นไปถึงส่วนหลัง แตกออกด้วยควันสีขาว เหมือนกับปืนใหญ่แตกออกก็มิปาน
คนกระเด็นออกไป
กระแทกกับหินภูเขาอย่างรุนแรง
ภูเขาหินพังทลายลงมา
โม่ชางหลงกระอักเลือดออกมา
มองไปที่แววตาของเฉินเกอ งงงวยอย่างมาก
“ในสุสานมีความลับอะไรกันแน่!!! พระเจ้า! ไม่คิดว่าภายในสิบวัน สามารถฝึกฝนให้คนๆหนึ่งมีกำลังภายในที่น่ากลัวได้ขนาดนี้?”
ความจริงแล้วจนเองกำลังโจมตีเฉินเกอ แต่ สุดท้ายกลับโดนกำลังภายในของเฉินเกอกระแทกจนเจ็บปวด
กำลังภายในของเขา เบื้องต้นคือสิบเท่าของตน ถึงจะมีผลลัพธ์แบบนี้
“ถ้าหากคุณจากไป นั่นก็จบแล้ว แต่ไอ้แก่นี่ ฆ่าคนไม่เลือก ถึงวันนี้ยังรอผม งั้นผมก็ไว้ชีวิตคุณไม่ได้แล้ว!”
แววตาทั้งสองประกายด้วยแรงแห่งความอาฆาต
ตอนนี้ ยกหมัดขึ้น โม่ชางหลงทั้งร่างกาย ถูกกำลังภายในของเฉินเกอดูดขึ้นมาทันที
ร่างกายเขา ไม่สามารถขยับได้
แรงดันที่อธิบายไม่ได้ ปกคลุมไปทั่วร่างกายของโม่ชางหลง
บนศีรษะโม่ชางหลงเส้นเลือดดำแตกออกมาโดยตรง
“เฉินเกอ อย่าฆ่าฉันเลย งานนัดหมายน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ใกล้มาถึงแล้ว อย่าฆ่าฉันนะ ฉันยังมีประโยชน์ ฉันรู้ความลับที่ลับมากๆมา!”
“ความลับ? ความลับอะไร?”
เฉินเกอกล่าวอย่างสงบ
“ฉันรู้ ตระกูลเฉินของแกกำลังตรวจสอบเรื่องของไท่หยางเหมิงอยู่ ความจริงแล้ว ตระกูลโม่ รวมทั้งตระกูลหนานกง ตระกูลฟางตระกูลใหญ่ที่ไม่เปิดเผยตัวตนเหล่านี้ หลายปีที่ผ่านมา ไม่เคยยอมแพ้การตรวจสอบของไท่หยางเหมิงเลย
“ฉันมีหลักฐานสำคัญจะรายงาน เพียงขอแกไว้ชีวิตฉัน หากฉันฝึกฝนไม่สำเร็จ หากให้ฉันตาย ก็ให้ฉันตายงานนัดหมายน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์นั้นเถิด!”
น้ำตาไหลเป็นสายออกมาทันที
“คุณมันไอ้แก่เจ้าเล่ห์ เป็นคนที่อายุก็จะย่างร้อยปีอยู่แล้ว ยังกลัวตาย แล้วยังร้องไห้? คุณคิดว่าคุณพูดแบบนี้ แล้วผมจะไว้ชีวิตคุณ?”
เฉินเกอหัวเราะและร้องไห้ไม่ออก
“ฉันไม่ได้ขอให้คุณไว้ชีวิตฉัน เพียงแค่บิดาของฉันตายเพราะงานนัดหมายน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ แล้วงานนัดหมายน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ยังมีความสัมพันธ์อยากมากกับไท่หยางเหมิง ความปรารถนาในชีวิตของฉัน ก็คือเป็นปรมาจารย์ ได้ไปดูงานนัดหมายน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ด้วยตนเอง ฉันอยากรู้ ว่าพ่อฉันเสียชีวิตอย่างไร
“ยังจำที่ฉางคงพูดกับฉันได้ ตระกูลเฉินของแกได้หาครึ่งหนึ่งของศิลาจารึกเจอในทะเลได้มั้ย? ศิลาจารึกนั้นสลักแผนที่นั้น ก็เป็นที่อยู่ของงานนัดหมายน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ตรงนั้นมีชื่อว่า เขาไร้นาม ในภูเขาซ่อนความลับไว้มากมาย!”
โม่ชางหลงกล่าวอย่างรีบเร่ง
เขาไม่ได้เป็นศัตรูของเฉินเกอแล้ว
เผชิญหน้ากับเฉินเกอ เขาจนมุมเข้าแล้ว
ถึงแม้ในใจจะเกลียดเฉินเกอ
แต่ สิ่งที่เขาพูดกลับไม่ใช่คำโกหก เขาอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ถึงแม้ต้องตาย แต่ต้องตายที่งานนัดหมายน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น
“คุณพูดแบบนี้ ฉันก็เข้าใจ งานนัดหมายน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ก็จัดอยู่ที่เขาไร้นาม!”
“แต่คุณไม่รู้ แม้แต่ปู่ของแกก็ไม่รู้ จะหาตำแหน่งของเขาไร้นามได้ที่ไหน น้ำมนต์ เพียงแค่แนะนำเขาไร้นามโดยคร่าวๆ แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยบอกถึงทางไป หากอยากเข้าไปถึงเขาไร้นาม จำเป็นต้องมีปรมาจารย์ขั้นสูงไปด้วย ยังต้องเสียทั้งแรงกายและแรงใจ สุดท้ายแล้วคนที่สามารถเข้าไปได้ ก็มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น”
“ทั้งนี้ข่าวที่รู้มาของเขาไร้นาม สูงตระหง่านอยู่บนเกาะขนาดใหญ่ที่ลึกลงไปในมหาสมุทร! และเกาะกลางทะเลนี้ก็แปลกประหลาดยิ่งนัก ได้ยินมาว่ามีเพียงตอนที่น้ำมนต์หยดลงมาเท่านั้น จึงจะปรากฏออกมาให้เห็น เกาะกลางทะเลนี้ ถูกผู้คนขนานนามว่าเกาะลี้ลับ ฉันรู้วิธีเดินทางไปที่เกาะกลางทะเลนี่
โม่ชางหลงพูดอย่างเร่งรีบ
“เกรงว่าผู้ที่รู้ ไม่น่าจะมีคุณแค่คนเดียวนะ? งานนัดหมายน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ช่วงปีนั้น ก็ไม่ได้มีเพียงพ่อของคุณคนเดียวที่กลับมา เชื่อว่าหากงานนัดหมายน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์มาบรรจบอีกครั้ง นี่ก็ไม่ถือว่าเป็นความลับแล้ว! ทางไปงานนัดหมายน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์อันตรายมาก ไม่มีปรมาจารย์คนไหนเดินทางไปคนเดียว!”
เฉินเกอหัวเราะอย่างดูแคลน
ไอ้เด็กบ้านี่ มันแม่งรั้นชิบหาย
ในใจเป็นทุกข์ เหงื่อไหลเป็นสาย
ไม่เลว รู้ความลับนี้ไม่ได้มีเพียงโม่ชางหลงแน่นอน แต่เขากำลังเตรียมพร้อมรวมกับตระกูลหนานกงไปพร้อมๆกัน
“หากความลับนี้แกไม่สนใจ แต่ ฉันอยากพูดอีกหน่อย แกจะต้องสนใจแน่
“ลองพูดมา!”
“งานนัดหมายน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนล้วนคิดว่ามีเพียงปรมาจารย์ที่มีชีวิตรอดกลับมาเท่านั้น ไม่สนว่าจะเป็นคนบ้าแล้วหรอไม่ แต่ไม่มีข้อสงสัยใดๆ คือผู้แข็งแกร่ง เพราะพวกเขาสามารถเดินออกจากที่ตรงนั้นได้ แกคิดว่าพ่อฉัน ถือเป็นผู้แข็งแกร่ง ถูกมั้ย?”
โม่ชางหลงกล่าว
“อืม ปู่ของฉันนับถือพ่อคุณเป็นอย่างมาก! ในปีนั้น ตระกูลไม่เปิดเผยตัวตนไม่น้อย ยกตระกูลโม่ของคุณเป็นที่หนึ่ง”
เฉินเกอกล่าว
“แต่ทว่า คำตอบทั้งหมดกลับสวนทางกัน เพราะ คนที่มีชีวิตรอดกลับมาจากงานนัดหมายน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้อ่อนแอ! เพราะพวกเขาไม่สามารถอยู่ตรงนั้นได้ ถึงแม้พ่อของฉันจะเป็นบ้ามาตลอด แต่ทว่าคืนก่อนที่เขาเสียชีวิต ทันใดนั้นเขาได้เรียกฉันไปที่ด้านหน้าที่นอน แล้วดึงแขนของฉันเอาไว้ แล้วตะโกนใส่ฉันสามประโยค!”
โม่ชางหลงกลืนน้ำลายหนึ่งเฮือก กล่าวด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม
เฉินเกอขมวดคิ้วแล้วขมวดคิ้วอีก
ตอนนี้จึงหยุดกำลังภายใน แล้วปล่อยเขาลงมา
“สติในตอนนั้นของพ่อฉัน รวมทั้งสามประโยคนี้ ฉันจะไม่มีทางลืมได้ตลอดชีวิต!”
“เขาพูดว่าอย่างไร?”
“เขาเหมือนกับเปลี่ยนไปเป็นหวาดกลัวสุดขีด ตะโกนเสียงดัง”
ฉันไม่อยากไป! ฉันอยากกลับ!!!
ฉันไม่อยากไป! ฉันอยากกลับ!!!
ฉันไม่อยากไป! ฉันอยากกลับ!!!”