ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่ 577 ข้อพิพาท
ทที่577 ข้อพิพาท
ใต้ท้องทะเลลึก
เรือทองแดงโบราณลำใหญ่แล่นผ่านกองเรือของเฉินเกอไป
การปรากฏตัวของมันเหมือนกับความสามารถของมัน ไม่สามารถตรวจจับได้ เจ้ายักษ์ใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยคราบทองแดงดูโบราณนี้มันคืออะไรกันนะ
ไม่นานจากนั้น เรือทองแดง ลำใหญ่นี้ก็มุดลงไปใต้ทะเลลึก
สัตว์ประหลาดใต้น้ำจำนวนนับไม่ถ้วนได้เห็นกันและหนีเอาชีวิตรอด
ในที่สุดเรือทองแดง ก็ค่อย ๆ เลือนหายไป และก้นทะเลก็คืนความเงียบสงบ แต่เนื่องจากสึนามิคลื่นใต้น้ำยังคงโหมกระหน่ำอยู่ตลอดเวลา!
… …
กองเรือเร่งความเร็วไปข้างหน้าและในที่สุดก็มาถึงเกาะโม่เต่า ในตอนเย็น
จากการแสดงชัดเจนบนแผนที่ เฉินเกอตัดสิน
เกาะโม่เต่า แห่งนี้ในแง่ของที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ควรเป็นเครื่องหมายกึ่งกลางจากวังราชาสมุทร ในขณะเดียวกัน จากภาพวาดจิตรกรรมแสดงให้เห็นว่าขอทานเฒ่า พาชาวบ้านสามสิบหกคนมาหยุดพักที่นี่
บนเกาะโม่เต่า ในเวลานั้น มีเพียงหมู่บ้านชาวประมงอยู่ประปราย
ในขณะเดียวกัน เรือลำใหญ่ของไท่หยางเหมิงก็ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ด้วยเช่นกัน
มันลอยขึ้นมาทำให้คนสามสิบหกคนนั้นต่างตกใจกลัว
และยังมีข้อสงสัยอีกข้อหนึ่งคือ ในตอนที่ขอทานเฒ่าพาคนไปที่วังราชาสมุทร นั้น กลุ่มคนกลับเหลือเพียงยี่สิบเจ็ดคน
อีกเก้าคนหายตัวไปอย่างปริศนา
ซึ่งก็คือที่เกาะโม่เต่า นี้ หรือว่าพวกเขาถูกฆ่าตาย?
จะเป็นไปได้ยังไง! พวกเขาสามสิบหกคนล้วนเป็นคนธรรมดา ขอทานเฒ่าก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องฆ่าพวกเขา!
เฉินเกอกำลังคิดถึงเรื่องนี้
เรือก็เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือ
เฉินเกอจึงได้สติและสำรวจดูเกาะโม่เต่า
เมื่อผานมาเป็นหมื่นปีในวันนี้เกาะโม่เต่า ไม่มีความเป็นเกาะที่มีเพียงหมู่บ้านชาวประมงอาศัยอยู่ประปรายอีกต่อไปแล้ว แต่ได้กลายเป็นเกาะที่มีเมืองตั้งอยู่
เรือที่ผ่านไปผ่านมาต่างนำพาความเจริญเข้ามาด้วย ทำให้เกาะเจริญรุ่งเรืองมาก
ความมืดคืบคลานเข้ามา
แต่บนเกาะโม่เต่า กลับมีแสงไฟสว่างไสวเหมือนตอนกลางวัน
เมื่อเข้าไปในเมืองตามตรอกซอกซอยต่างมีผู้คนมากมาย
ราวกับมีการจัดงานรื่นเริง
“นี่เป็นงานเทศกาลต้อนรับเทพศักดิ์สิทธิ์บนเกาะโม่เต่า งานจะถูกจัดทุกสามปี!”
กู่หยูเซียว ที่อยู่ข้างเฉินเกอพูดขึ้นอย่างเรียบเฉย
“รับเทพ? เทพอะไร?”
“ฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะ!”
กู่หยูเซียว พูดขึ้นอย่างเรียบเฉย
เฉินเกออดไม่ได้ที่จะยิ้มแห้ง ๆ จากนั้นจึงได้สั่งให้ลูกน้องจัดหาที่พัก
“ดูเหมือนว่าที่นี่จะมี ลัทธิอูกู่ซึ่งเซ่งจู้ ท่านนั้น เป็นคนสั่งการให้ประชาชนจัดงานเฉลิมฉลอง!”
กู่หยูเซียว เห็นเฉินเกอไม่ได้สนใจตนเอง ที่กำลังหาเรื่องคุย
“ดูเหมือนจะเป็นคนหน้าใหญ่นะ ให้คนอื่นจัดงานให้ตัวเอง!”
เฉินเกอพยักหน้าอย่างอดไม่ได้
“หรือว่า เซ่งจู้ จะมีความสามารถป้องกันไม่ใช่สึนามิเข้าโจมตีที่นี่?”
“ทำเป็นเล่นไป ที่เกาะโม่เต่า นี้ ไม่เคยถูกโจมตีจากคลื่นสึนามิเลยสักครั้ง แคล้วคลาดเสมอ!”
กู่หยูเซียว พูดขึ้น
“งั้นก็แปลกนะ!”
แต่ตอนนี้เฉินเกออยู่ที่นี่นอกเหนือจากการจัดการเรื่องคนงานและการจัดเตรียมแผนการเดินทางต่อไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเฉินเกอต้องการหาเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและดูประวัติการก่อตั้งเมืองที่นี่เพราะเกาะนี้เป็นไท่หยางเหมิงเคยมาเยือน
ไม่รู้ว่าจะมีร่องรอยอะไรของไท่หยางเหมิงหรือไม่
เรื่องนี้ เฉินเกอได้สั่งให้ลูกน้องไปทำตั้งแต่อยู่บนเรือแล้ว
สถานที่พักเป็นสถานพักตากอากาศหรูบนเกาะ
บนเกาะมีน้ำพุร้อน
เฉินเกอพักผ่อนอยู่ในน้ำพุร้อน ระหว่างรอชาวบ้านนำบันทึกมณฑลมาที่นี่
ในทางกลับกันน้ำพุร้อนมีกลุ่มคนหนุ่มสาวชายและหญิงที่ใช้ชีวิตอย่างหรูหราส่งเสียงหัวเราะคิกคัก ซึ่งทำให้เฉินเกอเบื่อเล็กน้อย
แต่เฉินเกอก็ไม่ใช่พวกชอบหาเรื่องจึงได้ไม่สนใจการมีตัวตนของพวกเขา
“เรียกเธอมา เส้นฉันไม่ค่อยจะดีให้เธอมาคลายเส้นให้ฉันหน่อย!”
ในเวลานั้นเอง หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นก็พูดขึ้นเสียงดังกับลูกน้องที่อยู่อีกด้าน
“คุณชายหยุน แบบนี้ไม่ดีมั้ง? คุณท่านกำชับไว้ เธอเป็นแขกคนสำคัญ!”
ลูกน้องคนนั้นเตือนด้วยความหวังดี
เพียะ!
เขาโดนตบหน้าเข้าอย่างจัง
“ให้แกไปเรียกก็ไปเรียกมา มีอะไรไม่ดี อะไรคือแขกคนสำคัญ หล่อนขอความช่วยเหลือตระกูลหยุน ของพวกเรา!”
คุณชายหยุน ตะโกนอย่างเย็นชา
“คุณชายหยุน พอเถอะ ถึงผู้หญิงคนนั้นจะหน้าตาสวย แต่ว่า เธอคงจะเผ็ดร้อนมากเกินไป เธอเป็นกังฟูนะ!” เหล่าเพื่อนพี่น้องต่างเตือน
“ฉันไม่กลัวเธอหรอก ให้เธอเข้ามาคลายเส้นให้ฉันแค่นี้ แม่ง พ่อฉันกลับไม่ให้ฉันยุ่งกับเธอ เห็นแล้วอารมณ์เสียจริง ๆ! หรือว่าให้เธอมาคลายเส้นแค่นี้ไม่ได้รึไง?”
คุณชายหยุน ประชดประชัน
ลูกน้องรีบปิดหน้าปิดตา
ผ่านไปเพียงไม่นาน
ผู้หญิงคนนั้นก็เข้ามา
แน่นอนว่ารูปลักษณ์เธอนั้นสวยสง่า เมื่อเธอเข้ามาสายตาเล่าชายหนุ่มต่างจับจ้อง แม้แต่ผู้หญิงก็ยังให้ความสนใจ
“หึ ๆ ๆ ดูสิ สุดท้ายก็มา ถ้าเธอกล้าไม่มา ฉันรับรองได้ปู่เธออยู่ไม่ถึงคืนนี้แน่!”
คุณชายหยุน หัวเราะเสียงดัง
ด้วยเหตุนี้เขาจึงขึ้นไปนอนอยู่ข้างสระน้ำพุร้อนรอการนวดของผู้หญิงคนนั้น
“นวดสิ แล้วเวลานวดน่ะก็ขี่นั่นด้วยนะ!”
และหญิงสาวคนนั้นยังคงไม่ขยับ ผู้ชายรอบตัวต่างพากันโห่ร้อง
หญิงสาวหน้าแดงก่ำ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ถ้าหากว่าทำได้ ตอนนี้เธอยากจะฆ่าผู้ชายตรงหน้าเธอไปเสีย
เธอกำลังคิดว่าจะนวดให้เขาหรือไม่!
หากไม่นวด ทั้งปู่ของเธอและหมอเทวดาเขา…
ผู้คนรอบข้างต่างพากันตะโกนเสียงดังขึ้น
“แม่งเอ๊ย เงียบหน่อยได้ไหม!”
เฉินเกอที่แช่น้ำพุร้อนอยู่อีกด้าน อดไม่ได้ที่จะหยิบผ้าเช็ดตัวและคำรามใส่กลุ่มคนพวกนั้นไป
เสียงของเฉินเกอนั้นมีพลังทะลุทะลวงและพลังที่น่าตกใจ
ทันทีที่เขาตะโกนออกไปทำให้กลุ่มหญิงสาวที่อยู่ตรงนั้นหุบปากด้วยความกลัว
ชายหนุ่มหลายคนถึงกับตัวสั่น
เฉินเกอไม่อยากจะทำแบบนี้ พวกเขาจะเล่นอะไรก็เล่นไป แต่คิดไม่ถึงว่ามันจะเละเทะขนาดนี้ อีกทั้งยังรังแกคนอื่น ทำให้ในใจเฉินเกอเกิดเดือดดาลขึ้น
ปัง!
แต่ คุณชายหยุน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นจุดศูนย์กลางของคนกลุ่มนี้ตบไปที่บ่อ
เมื่อครู่เขาก็ต้องตกใจกลัวแล้ว
ตอนนี้เขากำลังรู้สึกว่าตัวเองนั้นต้องอับอายขายหน้าเป็นอย่างมาก
“ไอ้หนู แกอยากตายรึไง จู่ ๆ ก็มาตะโกนใส่ฉัน หยุนหล้าง! แกไม่อยากอยู่แล้วใช่ไหม!”
หยุนหล้าง ต่อว่า
พูดแล้วเขาก็ยืนขึ้น ที่ข้าง ๆ มีลูกน้องใส่แว่นดำจำนวนมากรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว
ยืนล้อมบ่อน้ำพุร้อนไว้
รวมทั้งยังมีแขกอีกจำนวนมาก
เสียงตะโกนของเฉินเกอเมื่อครู่ที่เขาตะโกนใส่ คุณชายหยุน นั้น ทุกคนต่างเห็นมันกับตา
พวกเขาสงบลงและเฝ้าดู
“เขาเป็นใครน่ะ? อยู่ที่เกาะโม่เต่า กล้ามีพูดแบบนี้กับคุณชายหยุน ด้วย?”
“นั่นสิ มาจากไหน คงไม่อยากจะอยู่แล้วมั้ง สั่งให้คุณชายหยุน หุบปาก เขาเป็นคนแรกเลยนะ!”
“ซวยแล้ว คาดไม่ถึงว่า เพราะตะโกนออกไปแบบนี้ ชีวิตเปลี่ยนก็คราวนี้แหละคนคนนี้!”
ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ หยุดจับกลุ่มและเฝ้าดู
แน่นอนว่า เฉินเกอไม่ได้สนใจเฝ้าดูว่า คุณชายหยุน คนนี้จะทำตัวอย่างไรกับตัวเขาเอง
หลังตะโกนเสร็จ เขาหยิบผ้าขนหนูคลุมตัวแล้วหลับตาพักผ่อนทำสมาธิ
แต่ว่า หญิงสาวที่ถูก หยุนหล้าง รังแกนั้น เธอกลับหันมามองเฉินเกออย่างพินิจพิเคราะห์:
“ฉะ…เฉินเกอ?”