ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่ 578 เป็นคุณนั่นเอง
บทที่578 เป็นคุณนั่นเอง
เมื่อได้ยินเสียงของหญิงสาว เฉินเกอที่หลับตาพัก ก็อดไม่ได้ที่จะสะดุ้งเล็กน้อย
เขาเปิดผ้าเช็ดหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นมอง จึงพบว่าเธอไม่ใช่ใครที่ไหน
เธอคือฟางเจี่่ยนนันนั่นเอง
พูดตางจริง ตั้งแต่ตอนอยู่ที่เมืองฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ เฉินเกอปลอมตัวเป็นอะซานผู้เป็นใบ้ และช่วยเหลือฟางเจี่่ยนนันและครอบครัว เฉินเกอก็ไม่ได้ติดต่อเกี่ยวข้องกับตระกูลฟางอีกเลย
สิ่งเดียวคือการให้หยางเสว่ตั้งรกรากในจังหวัดตะวันตกเฉียงใต้และให้หยางเสว่ดูแลอุตสาหกรรมทางตะวันตกเฉียงใต้ของครอบครัว
นับ ๆ ดูแล้วก็ไม่ได้เจอมาหนึ่งปีได้แล้ว
คิดไม่ถึงว่ากลับไดพบฟางเจี่่ยนนันที่นี่ ยิ่งกว่านั้น ดูเหมือนเธอจะเปลี่ยนไป ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว คุณหนูตระกูลฟางผู้สง่างามจะตกมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?
เฉินเกอลุกขึ้นยืน
“เจี่ยนนัน ทำไมถึงเป็นเธอได้?”
“เป็นนายจริงด้วยเหรอเฉินเกอ คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เจอนายที่นี่!”
หน้าของฟางเจี่่ยนนันแดงก่ำและน้ำตาคลอเบ้า
ด้วยคำพูดนั้นฟางเจี่่ยนนันอดไม่ได้ที่จะวิ่งไปหาเฉินเกอและรีบเข้ามาในอ้อมแขนของเขา
ผ่านมาตั้งนานแล้ว ก็ไม่เคยได้ข่าวคราวของเฉินเกอ บวกกับตอนนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย ในเวลาที่ผู้ชายคนนี้กลับยืนอยู่ตรงหน้าตนเองอีกครั้ง
แรงกดดันที่หนักหน่วงของหินก้อนใหญ่ทแขวนอยู่ในหัวใจของฟางเจี่่ยนนันดูเหมือนจะลดลงหมดในขณะนี้
“ไม่เป็นไรนะ ๆ!”
เฉินเกอพูดปลอบใจเธอ
“นี่ ๆ ๆ พวกแกสองคน ยังจะมีแก่ใจจะมาจีบกันอีก ทำไมเหรอฟางเจี่่ยนนัน ไอ้ผู้ชายคนนี้คือไอ้หน้าขาวที่เลี้ยงดูเธอสมัยอยู่เมืองฝั่งตะวันตกเฉียงใต้รึไง?”
หยุนหล้าง พูดอย่างเย็นชา
สีหน้าของเขาดูน่าเกลียดเหลือทน เขาไม่พอใจที่โดนตะคอกใส่ก่อนหน้านั้น
ตอนนี้ผู้หญิงที่ตนเองถูกใจก็กลับอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคนอื่น
ทำให้หยุนหล้าง รู้สึกเหมือนโดนสวมเขา
เมื่อเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่งเขาจึงทนไม่ไหวอีกแล้ว
“ไปตายซะ วันนี้ฉันจะให้แกดู ว่าไอ้หน้าขาวของแกมันจะตายยังไง!”
เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
ผู้คนรอบข้างต่างพากันหลบถอยหลังไป
เพราะที่ เกาะโม่เต่า แห่งนี้ คุณชายหยุน คนนี้เขาสามารถฆ่าคนได้จริง
“หยุนหล้าง เป็นฉันที่ไม่ได้เรื่องเอง ทำให้คุณปู่และหมอเทวดาต้องถูกนายคุกคาม นายมีอะไรมาลงที่ฉัน อย่าไปยุ่งกับเพื่อนของฉัน!”
หลังจากฟางเจี่่ยนนันสงบจิตสงบใจได้แล้วนั้น เธอจึงได้รู้ว่าเธอกระโดดเข้ากอดเฉินเกอเพราะความตื่นเต้นดีใจ ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่ทันได้รู้ตัว
หยุนหล้าง เป็นคนจิตใจคับแคบ ถ้าเป็นอย่างนี้อาจจะทำให้เฉินเกอต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย
ดังนั้นเธอจึงรีบปล่อยมือจากเฉินเกอและพูดกับหยุนหล้าง ให้เข้าใจ
“เฉินเกอ นายรีบไปจากที่นี่เสีย!”
ฟางเจี่่ยนนันก้มหน้าแล้วพูดกับเขา
“ไม่เป็นไร ผมอยู่ด้วยเขาไม่ทำอะไรคุณไม่ได้หรอก!”
เฉินเกอมองฟางเจี่่ยนนัน เขายิ้มและส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้
“ฉันรู้ว่าเฉินเกอเก่ง เธอเป็นคุณชายใหญ่แห่งตระกูลเฉิน แต่ที่นี่เกาะโม่เต่า โดยเฉพาะกับตระกูลหยุน พวกเขาไม่เกรงกลัวตระกูลอื่นหรอก ในทางกลับกัน เฉินเกอ บนโลกนี้ยังมีเรื่องที่นายคิดไม่ถึง เขากล้าจะฆ่านายได้จริง ๆ นะ นายรีบไปเถอะ!”
ฟางเจี่่ยนนันพูดขึ้นอย่างร้อนรน
“อยากไป? เกรงว่ามันจะไม่ง่ายอย่างนั้น ฉันไม่สนว่าแกจะเป็นคุณชายฉงคุณชายเฉิน อยู่ที่นี่ ต้องก้มหัวให้ฉัน ตระกูลหยุน จับมันเอาไว้!”
หยุนหล้าง โบกมือ
เขาคิดไว้แล้วว่าเขาต้องการอัดไอ้หน้าขาวนี้ให้สาแก่ใจก่อนที่จะฆ่าเขาทิ้ง
บอดี้การ็ดเจ็ดแปดคนพุ่งตัวตรงเข้าไปหาเฉินเกอ
“หลบหลังฉัน!”
เฉินเกอจับมือฟางเจี่่ยนนันแล้วดึงตัวเธอให้ไปยืนอยู่หลังเขา
“พวกนั้น!”
และหมัดของคนเหล่านั้นได้พุ่งเข้ามาที่ใบหน้าของเฉินเกอในขณะนี้
ฟางเจี่่ยนนันร้องขึ้นด้วยความกังวล
แต่คิดไม่ถึงว่า เฉินเกอนั้นจะหันกลับมาอย่างใจเย็นและยิ้มให้ฟางเจี่่ยนนัน: “อย่ากลัว พวกมันมาไม่ถึงตัวผมหรอก!”
ตุบ!
ระหว่างที่พูด ก็มีหมัดของคนคนหนึ่งสาวเข้าใส่หน้าอกของเฉินเกอ
เกิดเป็นเสียงดังสนั่น
ตามมาด้วยเสียงดังกร๊อบแกร๊บฟังชัด
โอ๊ย!
จากนั้นก็เห็นคนที่อยู่หน้าสุดกุมมือของตัวเองแน่น ใบหน้าซีดขาวและร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด
เพราะเมื่อครู่หมัดที่เขาปล่อยออกไปเต็มแรงนั้น ไม่เหมือนกับต่อยโดนคน แต่มันเหมือนกับการต่อยโดนภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่มหึมาและมีหนามแข็งอยู่เต็มไปหมด
กระดูกแขนและกระดูกมือแตกเป็นชิ้น ๆ
สิบนิ้วรวมฝ่ามือ ความเจ็บปวดเช่นนี้เกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะรับไหว!
เฉินเกอมองดูเขาส่ายหน้าและยื่นขาถีบออกไป กระดูกสะบ้าหัวเข่าของชายคนนี้งอไปข้างหลังอย่าผิดรูป และขาดกระจุย
คนอื่น ๆ สะดุ้งเล็กน้อย เข้าตะครุบอีกครั้ง
เฉินเกอก็ยังทำเช่นเดิม เขาสะบัดขาไปมากลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้าก็ล้มกองอยู่บนพื้นหมด
หยุนหล้าง เห็นดังนั้น รูม่านตาของเขาก็หดตัวเล็กลงด้วยความกลัวทันใด
ลูกน้องของตัวเองล้วนแต่เป็นยอดฝีมือที่ถูกคัดมาอย่างดี แต่ว่ากลับไม่มีใครสามารถสู้กับไอ้หน้าขาวนี่ได้เลย
เพียงไม่กี่สิบวินาที ทั้งหมดก็จบเห่
เฉินเกอเดินเข้าไปหา หยุนหล้าง
“เมื่อครู่ คุณเอาแต่ร้องว่าอยากจะคลายเส้นอย่างนั้นเหรอ?” เฉินเกอยิ้มอย่างเย็นชา
“กะ…แกจะทำอะไร? ที่นี่…แต่! โอ๊ย! !”
ก้าวถอยหนี ขณะเดียวกันก็อยากจะขู่เฉินเกอ
แต่ก่อนที่จะสิ้นเสียงเฉินเกอก็คว้าคอด้วยมือข้างหนึ่งแล้วโยนเขาขึ้นไปในอากาศ
กร๊อบแกร๊บ ๆ!
เฉินเกอจับแขนของเขาและปล่อยให้เขาหมุนไปในอากาศ
เพียงไม่นาน แขนขาก็แยกออกจากกัน ทำให้เขาร้องอย่างโหยหวน
สุดท้าย เขาโยนขึ้นไปตัวของ คุณชายหยุน ห้อยโตงเตงอยู่บนรางใส่หลอดไฟ
ตัวของเขาขยับเขยื้อนไม่ได้อีกต่อไป ทำได้เพียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด
ทุกคนต่างตกใจกลัวและอ้าปากค้างและพูดไม่ออก
นี่คือคุณชายหยุน แต่คนคนนี้กลับโหดร้ายยิ่งกว่า
และมีความสามารถที่แกร่งกล้ากว่ามาก
เขาโค่น คุณชายหยุน ลงได้
ฟางเจี่่ยนนันเองก็ใช้มือป้องปากด้วยความตกตะลึง
เมื่อปีครึ่งก่อนหน้านี้ เฉินเกอยังเป็นผู้ชายรูปร่างผอมบางและอ่อนแอ และเขาพอมีวิชาติดตัวอยู่บ้าง
แต่ในตอนนี้ ฝีมือของเขามาถึงจุดที่เรียกได้ว่าน่ากลัว!
และในเวลานั้นเอง
กลุ่มบอดี้การ์ดเสื้อดำก็เดินเรียงแถวเข้ามา
บรรดาแขกมองดูท่าทางของบอดี้การ์ดเหล่านั้นแล้ว ต่างพากันตกใจกลัวและรีบหลีกทาง
บอดี้การ์ดกลุ่มนี้ไม่สนใจกลุ่มคนที่ได้รับบาดเจ็บเลย
พวกเขาเดินเข้ามาหาเฉินเกอ
“คุณชายเฉินครับ คนได้รับการติดต่อแล้ว ตอนนี้เขาได้เริ่มจัดทำบันทึกมณฑลทั้งหมดแล้ว เขาจะมาในตอนเย็น!”
บอดี้การ์ดพูดขึ้น
“ดี!” เฉินเกอพยักหน้า
เขาหันไปมองฟางเจี่่ยนนันที่ยังตกตะลึงอยู่เล็กน้อย: “เจี่ยนนัน ผมได้ยินคุณพูดถึง ท่านปูฟาง อีกทั้งยังมีศิษย์น้องโจ๋วจงทาว พวกคุณเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
เฉินเกอถาม
ในตอนแรกที่เขาช่วยเหลือตระกูลฟางนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปจินหลิงเพื่อไปชำระความแค้นกับตระกูลโม่ทันที ตัวเขาเองถ่ายทอดวิชาการแพทย์ให้กับโจ๋วจงทาวอยู่บ้าง ให้เขาสามารถช่วยเหลือตระกูลฟางได้
หากไม่มีศัตรูที่แข็งแกร่ง ตระกูลฟางก็จะสามารถฟื้นตัวได้ พวกเขาก็จะเจริญรุ่งเรืองได้ดุจดังพระอาทิตย์กลางท้องฟ้า
แต่ในตอนนี้กลับตกลงมาอยู่ในจุดนี้
“ฉัน…ฉัน…”
ฟางเจี่่ยนนันน้ำตาเอ่อล้นโดยรู้ว่ามันยากสำหรับเธอที่จะพูดออกมา
เฉินเกอจึงพาเธอไปที่ห้องของเขา
และที่ข้างนอกนั่น กลุ่มเพื่อนของหยุนหล้าง ยืนอยู่ใต้รางใส่หลอดไฟ มองดูหยุนหล้าง ที่อยู่เหนือหัวพวกเขาไปหลายสิบเมตร ตอนนี้ใบหน้าของเขายิ่งซีดขาว ริมฝีปากมีเลือดไหลไม่หยุด
ยิ่งกว่านั้นยังดูเหมือนไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีก เข้าไปทุกที
สีหน้าเหมือนคนตายไปแล้วไม่ผิดเพี้ยน
กลุ่มเพื่อนของตกใจกลัวจนขวัญหนี รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อโทรออก…