ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 171 เปิดหูเปิดตา!
รอจนกระทั่งเสียงฝีเท้าเงียบหายไป
ปีศาจหมูป่าจึงกล้าที่จะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ตาเล็กกวาดมอง ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“รอดแล้ว? ข้ารอดมาได้จริงๆ! ไม่คิดไม่ฝัน เหลือเชื่อ น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!”
เหมือนกับฝันไป ความรู้สึกของการกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทำให้มันแทบจะร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจ
ฝ่าฟันอันตรายเช่นนี้มาได้ หากข้าไม่ใช่หมูแห่งโชคชะตาแล้วจะเป็นอะไร?
ผ่านไปเนิ่นนานกว่ามันจะสงบจิตใจลงได้ จากนั้นสายตาพลันตกกระทบหัวกะหล่ำปลีเบื้องหน้า
เฮ้อ เอาชีวิตเข้าเสี่ยงแลกกับกะหล่ำปลีหัวหนึ่ง เจ้านายของใต้เท้าต๋าจี่ดูจะยากจนไปหน่อย
ยามปกติ กะหล่ำปลีนี้มันไม่แม้แต่จะเหลียวมองด้วยซ้ำ ทว่าตอนนี้…มันถูกแลกมาด้วยชีวิต ต่อให้เป็นของขวัญชิ้นเล็กๆ ก็ถือเป็นสมบัติล้ำค่า
เมื่อเก็บกะหล่ำปลีแล้ว ปีศาจหมูป่าก็เดินกะโผลกกะเผลกเข้าไปในส่วนลึกของป่า
เวลานี้เหล่าปีศาจยังคงประชุม เตรียมที่จะเลือกราชาปีศาจตัวใหม่
บรรยากาศคึกคักเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ปีศาจทั้งหมดรวมกลุ่มกัน
การมาถึงอย่างกะทันหันของปีศาจหมูป่าทำให้ทุกอย่างชะงักงัน ตกอยู่ในความเงียบ
ปีศาจนานาชนิดต่างมองไปยังแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ผู้ที่ส่งกลิ่นหอมของเนื้อออกมาด้วยสีหน้าแตกต่างกันไป
ปีศาจกินเนื้อบางตัวได้กลิ่นหมูไหม้ แทบจะทนไม่ไหว อยากพุ่งเข้าไปกัดสักคำ
ปีศาจหมูป่าขมวดคิ้วใส่พวกปีศาจ “พวกเจ้าทำอะไรกัน?”
“พวกเรา…” ปีศาจอสรพิษเขียวแหงนหน้ามองท้องฟ้า “มาจับกลุ่มดูฟ้าผ่าน่ะ วันนี้สายฟ้างดงามจริงๆ”
ปีศาจหมีดำรีบพูด “ใช่แล้ว อยู่มาหลายปี เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นสายฟ้าแบบนี้ ข้านี่ตะลึงไปเลย”
ปีศาจหมูป่ายืดเอวให้ตรง โบกมืออย่างดูแคลน “เหอะๆ ก็แค่สายฟ้า มีอะไรน่ามอง? ยามที่ข้าอาบไล้ด้วยอัสนีอย่างกล้าหาญ พวกเจ้าเห็นกันหรือไม่?”
“ไม่เห็น เจ้าวิ่งไปไกลเกินไป”
ปีศาจหมีดำกล่าวอย่างประหลาดใจ “โดนอัสนีทรงพลังเช่นนั้นผ่าเข้า เจ้ายังรอดมาได้?”
ปีศาจหมูป่ายิ่งภาคภูมิใจ หัวเราะเสียงดัง “ฮ่าๆๆ เจ้าต้องตกใจขนาดนั้นเลยหรือ? ก็แค่ทำให้ข้าบาดเจ็บเล็กน้อย ไม่มีอะไรต้องเอ่ยถึง”
“ผู้เฒ่าหมู เจ้าหยิบกะหล่ำปลีมาทำไม?” ปีศาจอสรพิษเขียวถามอย่างอดไม่ได้
ปีศาจหมูป่าชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วแสร้งทำเป็นไม่สนใจ “นี่ก็คือรางวัลที่ปรมาจารย์มอบให้ข้า เพราะความดีที่ข้าต้านทานอัสนีได้ แม้จะเล็กน้อยไปหน่อย แต่ก็ถือเสียว่าเป็นน้ำใจ”
ปีศาจหมีดำตกตะลึง แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “รางวัล? กะหล่ำปลีหัวหนึ่งน่ะหรือ?”
ปีศาจอสรพิษเขียวหัวเราะตัวโยน ร่างกายสั่นระริก “เล็กน้อยไปหน่อยหรือ? นี่มันเล็กน้อยไปมากเลยต่างหาก”
“แค่นี้?”
“วู้ ฮ่าๆๆๆๆ…”
ทันใดนั้นปีศาจทั้งหมดต่างหัวเราะออกมาพร้อมกัน ขำแทบน้ำตาไหล
มองปีศาจหมูป่าด้วยความเห็นอกเห็นใจเป็นที่สุด น่าเวทนา น่าเวทนาจนทนดูไม่ได้!
เสี่ยงอันตรายถึงเพียงนั้น ได้แค่กะหล่ำปลีหัวหนึ่งกลับมา ในโลกนี้มีสิ่งใดน่าสลดใจไปกว่านี้อีกไหม?
ปีศาจหมีดำกลั้นหัวเราะจนสั่นไปทั้งตัว “ผู้เฒ่าหมู โปรดอย่าเข้าใจผิด พวกเราไม่ได้หัวเราะเจ้า แต่มันอดไม่ไหวจริงๆ”
ขำกับผีน่ะสิ!
ปีศาจหมูป่ามุมปากกระตุก มองดูกะหล่ำปลีในมือ ทนไม่ไหวที่จะยกขึ้นใส่ปากแล้วกัดลงอย่างแรง
“กร้วม!”
หืม?
ปีศาจหมูป่าผงะไปครู่หนึ่ง
ตอนแรกมันกัดด้วยความเกลียดชัง แต่ทันทีที่กะหล่ำปลีตกเข้าปากก็ถึงกับตกตะลึง
หลังจากกัดลง น้ำสดชื่นด้านในหัวกะหล่ำปลีก็ไหลเข้าปาก ความหวานพลันแตกตัวไปทั่วช่องปาก
มันเบิกตากว้าง มองดูกะหล่ำปลีในมืออย่างเหลือเชื่อ
นี่คือ…กะหล่ำปลีจริงๆ หรือ?
อร่อยเกินไปแล้ว!
ปากของมันเริ่มเคี้ยวหมุบหมับ
“กร้วม!”
“ฮื้อ——“
ปีศาจหมูป่าสั่นไปทั้งตัวอย่างไม่อาจควบคุม ทุกครั้งที่บดเคี้ยว น้ำสดชื่นไร้ที่สิ้นสุดก็พุ่งทะลักออกจากกะหล่ำปลี ให้ความชุ่มชื่นไปทั้งปาก ชุ่มชื่นไปทั้งคอ และชุ่มชื่นจิตวิญญาณ
ความรู้สึกเช่นนี้ ช่างสดชื่น อร่อยยิ่งนัก!
อยู่มาหลายปี เป็นครั้งแรกที่มันพบว่าการกินอาหารจะสดชื่นได้ถึงเพียงนี้
“อร่อย! อร่อยมาก!”
ปีศาจหมูป่าลืมเสียงหัวเราะเยาะรอบตัวไปทันที ในสมองมีแต่การกิน!
“กร้วม! กร้วม!”
เนื้อกะหล่ำปลีกรอบมาก
ไม่นานเสียงเคี้ยวกะหล่ำปลีก็ดังจนกลบเสียงหัวเราะของเหล่าปีศาจ
เสียงนี้ชัดเจนเสียดหูยิ่งนัก แต่ไม่รู้ทำไม ฟังไปฟังมากลับทำให้เหล่าปีศาจเริ่มอยากอาหาร เมื่อมองดูท่าทางเอร็ดอร่อยของปีศาจหมูป่าแล้วก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้ ไม่มีเสียงหัวเราะอีกต่อไ ไป…
ปีศาจอสรพิษเขียวแซะถาม “ผู้เฒ่าหมู เลิกแสร้งได้แล้ว แค่กะหล่ำปลีหัวหนึ่ง เจ้ากินขนาดนี้เลยหรือ?”
“เจ้าจะไปรู้อะไร!”
ปีศาจหมูป่าเจียดเวลาการกินมาโต้ตอบคำหนึ่ง แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงอัศจรรย์ใจเป็นที่สุด “กะหล่ำปลีนี่อร่อยมาก! อร่อยเกินกว่าพวกเจ้าจะจินตนาการถึง! แมลงสาบ! ยามนี้พวกเจ้าในสายตา าข้าก็คือกลุ่มแมลงสาบ! ปรมาจารย์ก็คือปรมาจารย์ แม้แต่กะหล่ำปลียังอร่อยถึงเพียงนี้ ใต้เท้าต๋าจี่สามารถมีเจ้านายเช่นนี้ได้ หมูแก่อย่างข้าอิจฉายิ่งนัก!”
เอ่ยจบก็ไม่พูดพร่ำ เคี้ยวกะหล่ำปลีต่อไป
ปีศาจหมีดำขมวดคิ้ว “แกล้งทำ! เจ้าแกล้งทำอยู่กระมัง!”
ปีศาจหมูป่าเหล่ตามองปราดหนึ่ง ไม่ได้สนใจ และจดจ่อกับการกินต่อไป
“กร้วมๆ!”
เหล่าปีศาจต่างจ้องมองปีศาจหมูป่ากินกะหล่ำปลี
กะหล่ำปลีค่อยๆ หมดไป เหลือเพียงรากเล็กๆ
ปีศาจหมูป่าแบ่งรากออกเป็นสองซีก มอบให้แก่ปีศาจหมีดำและปีศาจอสรพิษเขียว แล้วกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “เพื่อเห็นแก่เราสามคนที่ต่างก็เป็นราชาปีศาจเหมือนกัน รากผักนี้ข้าให้พว วกเจ้า พวกเจ้าจะได้เปิดหูเปิดตา”
“เชอะ รากผัก? นี่เจ้ากำลังดูถูกพวกเราหรือ?”
ทั้งปีศาจหมีดำและปีศาจอสรพิษเขียวขณะที่พูดดูถูกไปพลาง มือก็รับเอารากผักมาจากปีศาจหมูป่า
คล้ายกับใส่เข้าปากอย่างไม่ตั้งใจ
เพียงแค่วินาทีถัดมา
สีหน้าของพวกเขาก็ตกตะลึง ราวกับได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่
“กร้วม!”
พวกเขาขยับปากเคี้ยวอย่างรวดเร็ว แทบจะกลืนลิ้นตัวเองลงไปด้วย
อร่อย อร่อยมาก!
ใต้หล้ามีสิ่งที่อร่อยถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?
ปีศาจหมีดำยังไม่หายอยาก ชี้ไปที่ปีศาจหมูป่าอย่างสั่นเทา “ผู้เฒ่าหมู เจ้ามันไม่ใช่มนุษย์! เจ้าแบ่งให้พวกเราแค่นี้ ตั้งใจจะทรมานกันชัดๆ!”
ปีศาจอสรพิษเขียวแทบเป็นบ้า ก่นด่ายกใหญ่ “สัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉาน!”
ทันใดนั้นปีศาจทั้งหมดกลับต้องผงะ
รู้สึกเพียงพลังปราณมหึมาที่เริ่มหลั่งไหลมาที่นี่ และหลอมรวมเข้ากับร่างกายของปีศาจหมูป่าในที่สุด ก่อตัวเป็นกระแสน้ำวนแห่งไอปราณขนาดใหญ่ ที่มีปีศาจหมูป่าอยู่ใจกลาง
ขณะเดียวกัน พลังของปีศาจหมูป่าก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากเดิมที่อยู่จุดสูงสุดของขั้นเชี่ยวชีก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คลื่นพลังลูกหนึ่งระเบิดออก ทำให้ปีศาจที่อยู่รายล้อมถอยหลังออกไปอย่างไม่อาจฝืน สุดท้ายภายใต้สายตาตื่นตกใจของ งเหล่าปีศาจ การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพก็สำเร็จ!
เลื่อนขั้นสำเร็จ…ขั้นเฟินเสิน!
………………………………………………