ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 201 มีศิษย์ห่วยเช่นนี้หรือ?
ห้าวันผ่านไปในพริบตา
หลังจากดูแลและทานยาบำรุงอยู่สองสามวัน ในที่สุดเหยาเมิ่งจีก็กลับมาสดใสอีกครั้ง
แม้ว่าเบ้าตาจะยังลึกอยู่ แต่รอยคล้ำใต้ตาก็ไม่เข้มเช่นแต่ก่อน
เขายืดอก จัดเตรียมพิธีเรียบร้อย เตรียมหลั่งเลือดอีกครั้ง
หายใจเข้า——
โค้งคำนับ กระอักเลือด จุดธูป อัญเชิญ
ยังดี แม้จะล้มมิล้มแหล่ แต่ก็ยังฝืนทนได้
วิ้ง!
แผ่นศิลาเซียนสว่างขึ้น
ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน แสงสว่างเจิดจ้า พลังปราณเข้มข้นหลั่งไหลมาจากทั่วทั้งสี่ด้านแปดทิศ
ไม่ช้ากระแสน้ำวนก็ก่อตัวขึ้น ทำให้ความเข้มข้นของพลังปราณในอารามเต๋าหลินเซียนเพิ่มขึ้นสามส่วน ศิษยานุศิษย์ทั้งหมดของอารามเต๋าหลินเซียนต่างก็ได้รับผลดี บำเพ็ญเซียนรุดหน้าอย่างรวดเร็ว ทุกสายตาจ้องไปยังห้องโถงบรรพบุรุษด้วยความตกใจ
กลับเห็นว่าทางด้านห้องโถงบรรพบุรุษ พลังปราณรวมตัวควบแน่นจนกลายเป็นหมอก มาพร้อมกลิ่นอายบริสุทธิ์บางเบาเลือนราง ทั้งยังมีกลีบดอกไม้ปลิวกระจายลงมา
เหล่าศิษย์ต่างตกตะลึง ดวงตาร้อนรุ่ม
“บรรพบุรุษ! บรรพบุรุษของอารามเต๋าหลินเซียนมาเยือนแล้ว!”
“เซียน นั่นคือเซียน!”
“ในที่สุดโลกมนุษย์ก็สามารถติดต่อเซียนได้แล้วหรือ? อารามเต๋าหลินเซียนของข้านี่สุดยอดจริงๆ!”
ภายในห้องโถงบรรพบุรุษ ห่าฝนกลีบดอกไม้ที่เกิดจากการรวมตัวของพลังปราณพัดปลิวไปตามลม นำพามากระทั่งกลิ่นหอมหวนอบอวล แสงเจิดจ้าของแผ่นศิลาเซียนสว่างจนคนมองแทบจะลืมตาไม่ขึ้น
ร่างจำแลงของสตรีผู้สูงส่งสง่างาม มากด้วยสติปัญญา จิตใจกว้างขวาง เยื้องกรายเหาะเหินดุจเซียนปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ หมู่เมฆรายล้อมรอบกาย เปิดตัวด้วยสเปเชียลเอฟเฟกต์จัดเต็ม
ดวงตาของหญิงสาวเผยความศักดิ์สิทธิ์ กวาดมองไปรอบๆ ด้วยแววตาสูงส่งเย็นชา เอ่ยเนิบช้า “เมิ่งจี เรียกข้ามาวันนี้ อารามเต๋าหลินเซียนมีเรื่องอะไรหรือ?”
เหยาเมิ่งจี : …
ไม่ใช่ท่านเองไม่ใช่หรือที่ขอให้ข้าอัญเชิญมา? สมองกลับแล้วหรือไร?
อีกอย่างห้าวันก่อน ท่านก็เพิ่งกินน้ำผึ้งเพลิงทองของข้าไป ตอนนี้มันหมายความว่าอย่างไร บอกข้าที ท่านแกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อย่างไร?
พูดอย่างเป็นกลาง ลำพังการแสดงนี้ หากอยู่ต่อหน้าปรมาจารย์ผ่านฉลุยราบรื่นอย่างแน่นอน
ฉินม่านอวิ๋นและคนอื่นๆ มุมปากกระตุก เป็นอย่างที่คิด ยิ่งบำเพ็ญสูงเท่าไหร่ ยิ่งอายุมากขึ้น อารมณ์ก็ยิ่งแปลก
เมื่อเทียบกันแล้ว สิ่งที่ชอบทำยามว่างของปรมาจารย์อย่างการแสร้งเป็นปุถุชนดูเป็นเรื่องปกติไปเลย
เหยาเมิ่งจีฝืนใจพูดว่า “เรียนซือกง เมิ่งจีมีเรื่องจะรายงาน ข้าได้พบกับบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งในโลกมนุษย์!”
สีหน้าของหญิงสาวไม่เปลี่ยน “โอ้? ในโลกมนุษย์ยังมีบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ด้วย รีบพูดให้ข้าฟังเถอะ”
ทันใดนั้น
เหยาเมิ่งจีก็เล่าทุกอย่างที่ตนพบเจอมาตั้งแต่ต้นจนจบ
ยิ่งฟังเท่าไหร่ ใบหน้าของหญิงสาวก็ยิ่งตกใจ ในที่สุดนางสูดหายใจเข้าลึกๆ
นี่ไม่ใช่แกล้งทำ แต่นางตกใจจนหายใจไม่ออกจริงๆ
“ไม่น่าเชื่อ เป็นเรื่องที่ชวนตะลึงจริงๆ!”
ใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความตกใจ แม้จะรู้ว่าโลกมนุษย์กำเนิดผู้ยิ่งใหญ่แล้ว แต่ก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของภูเขาน้ำแข็ง ในเวลานี้หลังจากได้ฟังคำอธิบายของเหยาเมิ่งจี ถึงตระหนักว่าบุคคลผู้นี้สุดยอดเพียงใด
“เทพ! อย่างน้อยก็ต้องเป็นเทพบนสวรรค์!” นางใจเต้นแรง ใบหน้าแดงก่ำ สั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น
หลังจากเหินหาวสู่แดนเซียน นางไม่เคยจับขาใหญ่คนใดที่เป็นที่พึ่งได้เลย ล่องลอยกลายเป็นเซียนนอกรีด ตกอับอย่างน่าสังเวช หรือว่าในที่สุดโอกาสก็มาถึง นำไปสู่จุดพลิกผันของชีวิต?
ก้าวหน้าแล้ว ตนจะได้ก้าวหน้าแล้ว!
เหยาเมิ่งจีเห็นซือกงของตนใจลอย ก็กระแอมเบาๆ หมายจะเตือนนางสักอย่าง อดไม่ได้ที่จะพูดต่อ “ไม่นานมานี้ ผู้ยิ่งใหญ่ท่านนั้นได้มอบน้ำผึ้งของผึ้งเพลิงทองขวดหนึ่ง พร้อมกับไข่ของวิหคเพลิง”
“แม้แต่ไข่วิหคเพลิงก็ยังมี ช่างเป็นเรื่องไม่คาดคิดจริงๆ ของประเภทนี้ล้วนเป็นที่ต้องการของเหล่าเซียน แม้แต่ในโลกเซียนก็เป็นสมบัติที่หาได้ยากยิ่ง!”
น้ำเสียงของสตรีนั้นปกติอย่างมาก ไม่มีความผันผวนใดๆ นางพูดต่อว่า “ไข่ของวิหคเพลิงหน้าตาเป็นอย่างไร?”
ประเด็นสำคัญคือน้ำผึ้งของผึ้งเพลิงทองต่างหากเล่า!
หรือตั้งแต่เป็นเซียน หูก็สามารถกรองคำพิเศษได้?
เหยาเมิ่งจีแก้มกระตุกอย่างอดไม่ได้ ถือไข่ไว้ในมืออย่างระมัดระวัง “หน้าตาก็เป็นเช่นนี้”
สตรีคนนั้นยกมือขึ้นกวัก ไข่วิหคเพลิงก็ตกลงมาอยู่ตรงหน้านาง
ม่านตาของนางหดวูบ ร่างบางสั่นไหว เล็กน้อย แม้แต่ร่างจำแลงก็ยังสั่นสะเทือน แสดงให้เห็นว่าภายในใจของนางไม่สงบ
ทว่าภายนอกยังคงรักษาภาพลักษณ์สง่างามใจกว้าง นางออกความเห็นเรียบๆ “เป็นไข่ดี! พลังปราณไหลเวียน งดงามเป็นประกาย สมแล้วที่เป็นไข่ของนกเซียน ต่อให้เป็นเซียนในโลกเซียนอย่างข้า ก็ยังยากจะได้มาครอบครอง”
ขณะที่ปากพูดไป ก็เก็บไข่ใส่กระเป๋าด้วยสีหน้าราบเรียบ “สิ่งนี้ล้ำค่าเกินไป หากเก็บไว้ที่เจ้า ข้าเกรงว่าจะทำให้เกิดปัญหาตามมา ข้าจะช่วยเก็บรักษาไว้ให้ปลอดภัยเอง”
เหยาเมิ่งจีใบหน้าดำมืด มุมปากกระตุก “ซือกง ไข่ใบเดียวข้าเก็บรักษาได้”
หญิงสาวสีหน้าเคร่งขรึม “ดื้อดึง! ไข่นี้ไม่เหมือนไข่ทั่วไป เจ้าเก็บไข่นี้ไว้ก็เหมือนกับเด็กสามขวบที่ถือศิลาปราณไปตามถนน อาจนำความตายมาสู่ตน! ในฐานะที่ข้าเป็นซือกง ย่อมไม่อาจปล่อยให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้น”
เหยาเมิ่งจีรู้สึกศีรษะชา พูดต่อ “คราวก่อนหุบเขาเมฆาคราม กู้ฉางชิงได้พากู้ยวน ซึ่งเป็นปู่ของเขาไปเยี่ยมเยียนผู้ยิ่งใหญ่ กระทั่งมอบวิหคเพลิงให้เป็นของขวัญ ทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ยินดี พอใจเป็นอย่างมาก”
“อะไรนะ?”
สีหน้าหญิงสาวเปลี่ยนไปกะทันหัน “ปล่อยให้ตาเฒ่ากู้ยวนนำหน้าเราไปก้าวหนึ่งแล้ว? เจ้ามันเลอะเลือน! ไยเจ้าไม่รีบอัญเชิญข้ามาก่อนหน้านี้? ผู้ยิ่งใหญ่ระดับนี้ มีความสำคัญเป็นที่หนึ่ง!”
เหยาเมิ่งจีเริ่มชาศีรษะมากขึ้น
เหตุผลที่ข้าช้าไปก้าวหนึ่งน่ะ ท่านไม่มีสมองเลยหรือไง?
สตรีคนนั้นโบกมือ “เอาล่ะ ตอนนี้ตำหนิเจ้าก็สายไปแล้ว ได้แต่ต้องพยายามชดเชยเท่านั้น”
เหยาเมิ่งจีเอ่ยขึ้น “พวกเราได้รับความกรุณาบุญคุณอันใหญ่หลวงจากผู้ยิ่งใหญ่ ศิษย์จึงอัญเชิญซือกงมา หวังว่าจะมีสมบัติล้ำค่าใดที่สามารถมอบให้ผู้ยิ่งใหญ่ได้”
“สมบัติล้ำค่าย่อมต้องมอบให้แน่ และต้องเป็นสมบัติล้ำค่าหายาก!” หญิงสาวครุ่นคิด
นางจิตใจปั่นป่วนปรวนแปร
ตนเองยังย่ำแย่ขนาดนี้ จะมีสมบัติล้ำค่าใดได้อีก?
ของวิเศษมากมายถูกทำลายไปเพราะปกป้องขีวิตตนในคราวก่อนหมดแล้ว ตัวข้าในยามนี้ ยากจนข้นแค้นเสียยิ่งกว่าโลกบำเพ็ญเซียน จะให้อะไรได้?
ของล้ำค่าที่สุดคือผลเต๋าที่แฝงทำนองมรรคาผลนั้น ที่สำคัญยังเป็นผลไม้ทั่วไปในบ้านของบุคคลผู้นั้นอีก แม้แต่ศิษยานุศิษย์ของตนก็ยังไม่เห็นค่า ให้ไปช่างน่าอับอายขายหน้านัก!
แต่ช้าก่อน กู้ยวนไปเอาวิหคเพลิงมาจากที่ใดกัน? ไม่ได้เจอกันหลายปี มีชีวิตที่ดีขนาดนี้แล้วหรือ?
เหยาเมิ่งจีเร่งเร้า “ซือกง ได้ยินว่าในโลกเซียนมีสมบัติล้ำค่ามากมายนับไม่ถ้วน มีอะไรที่พอจะมอบให้ผู้ยิ่งใหญ่ได้บ้าง?”
“อะแฮ่ม ในเมื่อเป็นสมบัติหายาก ย่อมต้องตั้งใจเตรียมให้ดี สมบัติธรรมดาๆ ผู้ยิ่งใหญ่จะมองเข้าตาได้อย่างไร?” ใบหน้าของหญิงสาวเคร่งขรึม “เรื่องนี้ไม่อาจรีบร้อน! ช้าๆ ใจเย็นๆ ให้ข้าได้เตรียมตัวในโลกเซียน เอาล่ะ ไม่พูดมากแล้ว ข้าต้องรีบไปเตรียมตัว ไปล่ะ!”
ร่างจำแลงสลายไปอย่างรวดเร็ว แสงสว่างในห้องพลันหายวับไป
“ซือกง ซือกง! อย่างน้อยท่านทิ้งอะไรไว้ให้สักอย่างสิ!”
เหยาเมิ่งจีตะโกนลั่น ไม่เกินความคาดหมาย ไร้ซึ่งวี่แววของเสียงตอบกลับ
ทันใดนั้น เขาเริ่มสงสัยในชีวิตตน
ข้ากระอักเลือดครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่ออัญเชิญท่านออกมา กระทั่งตนเองอ่อนแรงหมดพลัง ข้าทำไปเพื่ออะไร?
เอาน้ำผึ้งเพลิงทองของข้าไป แถมยังเอาไข่ของข้าไปด้วย ไม่ทิ้งไว้แม้แต่ตด มีศิษย์ห่วยเช่นนี้หรือ?
………………………………………………