ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 200 บรรพบุรุษจอมห่วย
เงียบสงัด
ทั่วทั้งห้องเงียบสงัด
ทุกคนที่เตรียมพร้อมจะสูดหายใจเฮือกใหญ่ กลับจุกอยู่ในคอ หายใจไม่ออก ตัวแข็งทื่อ
ทำนองมรรคา?
ช่างเป็นคำที่คุ้นเคยนัก
นางคิดว่าทุกคนตกตะลึงเพราะนาง จึงรู้สึกปลาบปลื้มขึ้นมา พูดต่อว่า “อันที่จริงก็ไม่ต้องตกใจนักหรอก ผลไม้ปราณเช่นนี้ข้าได้มาทีเดียวถึงหกผล เพราะกินไปแล้วจึงเหลือเพียงผลเดียว หากรู้ว่าเส้นทางเซียนปุถุชนจะเชื่อมต่อถึงกัน ข้าก็คงเก็บไว้ให้พวกเจ้า ถึงอย่างไรสิ่งนี้ก็ช่วยเจ้าได้มากกว่าข้า”
เหยาเมิ่งจีได้สติกลับมาอีกครั้ง พลันเผยสีหน้าประหลาดใจ “สุดยอด สุดยอด!”
โจวต้าเฉิงก็รีบเอ่ยย้ำ “นึกไม่ถึงว่าจะมีผลไม้วิเศษเช่นนี้อยู่ในโลก เหลือเชื่อนัก ไม่อยากเชื่อเลย!”
ตนฝึกฝนทักษะการแสดงอย่างหนักต่อหน้าปรมาจารย์ ไม่คิดว่าจะได้ใช้ประโยชน์ในตอนนี้
แน่นอนว่าชีวิตมนุษย์ไม่อาจจะละทิ้งการแสดงไปได้
ฉินม่านอวิ๋นมีท่าทีปลื้มปีติเช่นกัน นางส่ายหัวและพูดว่า “สิ่งนี้ล้ำค่าเกินไป ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก”
“แค่นี้เอง ข้าเป็นบรรพจารย์ของเจ้า ให้เจ้าแล้ว เจ้าก็รับไว้เถอะ” หญิงสาวยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนตายนางยังได้อวดความเก่งกาจต่อหน้าคนรุ่นหลัง ทิ้งมรดกล้ำค่าอันหาที่เปรียบมิได้เช่นนี้ ก็ไม่นับว่าเสียหน้าตำแหน่งเซียนของตน โลกมนุษย์คู่ควรแล้ว
“จริงสิ ยิ่งมีพลังระดับต่ำก็จะยิ่งได้ผลดี หากโชคดีก็อาจทำให้เจ้าตื่นรู้ ไม่เช่นนั้นเจ้ากินตอนนี้ ให้ข้าดูว่าเจ้าสามารถตื่นรู้หรือไม่ บางทีอาจจะทำให้เจ้าได้ฝ่าตู้เจี๋ยภายในหนึ่งพันปีก็เป็นได้” สตรีผู้นั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“เอ่อ…ไม่ดีกระมัง” ฉินม่านอวิ๋นมองไปที่เหยาเมิ่งจี
เหยาเมิ่งจีสีหน้าจริงจัง เอ่ยขึ้นว่า “ซือกง เรื่องผลเต๋าไม่รีบร้อน ข้าคิดว่าเรื่องเร่งด่วนที่สุดคือให้พวกเราหาทางรักษาอาการบาดเจ็บของท่าน”
“ข้าบอกแล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้! ข้าเป็นเซียน ยาอายุวัฒนะชั้นดีของโลกเซียนยังแทบใช้ไม่ได้กับข้า” สตรีผู้นั้นโบกมือและแสร้งทำเป็นโกรธ “ข้าเป็นคนใกล้ตาย อยากเห็นว่ามรดกของตนมีประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังของตนเพียงใดก็ไม่ได้หรือ? หรือว่าพวกเจ้าไม่อยากให้ข้านอนตาหลับ?”
เหยาเมิ่งจีฝืนใจเอ่ย “ซือกง อันที่จริงข้ามีของบางอย่าง ไม่แน่ว่าอาการของท่าน...”
“เจ้ามีกับผีน่ะสิ!”
สตรีผู้นั้นระเบิดอารมณ์ “เจ้าศิษย์ไม่คู่ควร! เจ้าคิดว่าข้ายังตายเร็วไม่พอ เลยอยากทำให้ข้าโมโหตายหรือ! ศิษย์ที่ดี ไม่ต้องกังวลเรื่องอาจารย์ เจ้ารีบกินเร็ว ให้ข้าได้เห็นผล”
ฉินม่านอวิ๋นพยักหน้าลำบากใจ อ้าปากใส่ผลเต๋าเข้าไปอย่างช้าๆ
ผลเต๋ามีรสหวานอมเปรี้ยว ไม่มีเมล็ด กัดเพียงสองสามคำก็กินหมดแล้ว
ทุกคนจับจ้องไปที่ฉินม่านอวิ๋น โดยเฉพาะสตรีผู้นั้น ดวงตาเริ่มร้อนขึ้นมา
นางเริ่มจินตนาการ อีกเดี๋ยวหากฉินม่านอวิ๋นตกสู่ภวังค์การตื่นรู้ ฟ้าดินเกิดปรากฏการณ์ เช่นนี้จะยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความน่าเกรงขามของสิ่งที่นางมอบให้
แต่แล้วกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“หือ?” หญิงสาวขมวดคิ้ว มองฉินม่านอวิ๋นด้วยความสงสัย
ฉินม่านอวิ๋นตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน นางหลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้
แสร้งทำเป็นตื่นรู้ ทว่า…หมดหนทางจริงๆ
แม้ผลไม้นี้จะมีทำนองมรรคาอยู่จริงๆ ทว่าได้อยู่กับหลี่เนี่ยนฝานทุกวัน ทำนองมรรคาก็กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ทำนองมรรคาในผลไม้นี้แทบไม่มีอะไรเลย ไม่ต้องพูดถึงการตื่นรู้ ทำได้แค่สะกิดให้เกิดคลื่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดจึงไม่มีผลสักนิด?” หญิงสาวตกตะลึง วิตกกังวลจนใบหน้าบิดเบี้ยว
ร่างจำแลงสั่นไหวเล็กน้อย ใกล้จะสลายไปทุกที
ภายใต้จิตใจร้อนรน แทบจะถูกคลื่นซัดไป
เหมือนเจ้าให้กระเป๋าหรูๆ กับใครสักคน แต่เขากลับคิดว่ามันเป็นเพียงตะกร้าผัก ความรู้สึกนี้น่าหัวเสียจริงๆ
ฆ่าคนเหยียบย่ำหัวใจ!
สตรีคนนั้นอ้าปากค้าง “ไม่ได้ ข้าต้องอดทนไว้ ไม่อย่างนั้นข้าได้ตายตาไม่หลับแน่”
เหยาเมิ่งจีรีบพูด “ซือกง ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจ พูดไปท่านอาจไม่เชื่อ ความจริงแล้วพวกเรากินผลไม้ปราณที่แฝงทำนองมรรคาแบบนี้มาไม่น้อย ดังนั้นผลจึงอาจจะไม่มากเท่าไหร่”
“กินมาไม่น้อย?” หญิงสาวตกใจ ส่ายหน้า “ข้าไม่เชื่อหรอก! เมิ่งจี คำพูดโกหกชั้นต่ำเช่นนี้เจ้าอย่าได้เอ่ยออกมาอีกเลย มันทำให้เจ้าดูไม่รู้เรื่องรู้ราว ถูกคนหัวเราะเยาะเอาได้”
ฉินม่านอวิ๋นกล่าว “ท่านบรรพจารย์ นี่เป็นเรื่องจริง และเป็นเหตุผลที่ข้าไปถึงขั้นหยวนอิงช่วงปลายได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้”
สตรีคนนั้นยังคงส่ายหัว กล่าวหนักแน่น “หากข้าเชื่อเจ้า ข้าก็คงเป็นหมูแล้ว!”
เหยาเมิ่งจีสูดหายใจ ใบหน้าเคร่งขรึมอย่างที่สุด “ซือกง ข้าจะกล่าวอย่างไม่ปิดบัง อันที่จริงเราได้พบกับ…เทพในโลกมนุษย์!”
สตรีคนนั้นมองไปที่เหยาเมิ่งจี รู้สึกขบขัน สายราวกับมองคนปัญญาอ่อน
แล้วพูดว่า “เมิ่งจีเอ๋ย เจ้าเห็นว่าข้ากำลังจะตาย เจ้าเลยกลับคำไปมาเล่าเรื่องตลกให้ข้าฟังสินะ”
“ซือกง ข้ารู้ว่าท่านไม่เชื่อ แต่สิ่งที่ข้าพูดไปเป็นความจริง!”
เหยาเมิ่งจีมองไปที่สตรีคนนั้นและพูดอย่างมีความหวัง “ตอนนี้ไม่มีเวลามาอธิบายแล้ว ข้าแค่อยากรู้ว่า หากเป็นน้ำผึ้งจากผึ้งเพลิงทอง จะสามารถช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของท่านได้หรือไม่?”
“ได้แน่นอนอยู่แล้ว” แววตาหญิงสาววูบไหว อดพูดไม่ได้ว่า “น้ำผึ้งของผึ้งเพลิงทองมีสรรพคุณรักษาเยียวยาได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ทั้งยังสามารถฟื้นฟูเลือดและกำลังภายใน ตราบใดที่มีมากพอ ไม่ต้องพูดถึงทำให้ข้าหายดี อย่างน้อยก็สามารถทำให้การบาดเจ็บของข้าคงที่”
น้ำเสียงของนางปรารถนาที่จะมีชีวิต แต่ขณะเดียวกันก็ทำอะไรไม่ถูก
ผึ้งเพลิงทอง ไม่เพียงแต่หายากเท่านั้น ยังเป็นอันตรายถึงชีวิตอีกด้วย
หากต้องการครอบครองน้ำผึ้งของมัน จำเป็นต้องมีทั้งความแข็งแกร่งและโชคชะตาถึงจะสำเร็จ ยาก ยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์อีก!
แต่แล้วกลับเห็นว่า—
เหยาเมิ่งจียิ้มจางๆ เหยียดหลังตรง พูดด้วยน้ำเสียงลึกซึ้งจนคาดเดาไม่ถูก “ข้ามี!”
สตรีคนนั้นเลิกคิ้ว พูดอย่างประหลาดใจ “เมิ่งจี ไยเจ้าถึงเปลี่ยนไปเช่นนี้? แค่อ้าปากก็พ่นคำโกหก คำแล้วคำเล่า ไม่มีความละอายสักนิด”
“ซือกง ไม่ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ อีกเดี๋ยวก็จะถูกเปิดเผยเอง” เหยาเมิ่งจียกมุมปาก ราวกับบอกว่าทุกท่านโปรดรอรับชมการแสดงของข้าได้เลย “ต่อไป ขอให้ซือกงเตรียมตัวให้พร้อม ควบคุมการเต้นหัวใจท่านให้ดี ข้าจะไปหยิบน้ำผึ้งเพลิงทองมา!”
“แสดงได้ดีทีเดียว เข้าไปเอาเถอะ ข้าจะรอ”
เหยาเมิ่งจีเตือนอีกครั้ง “ซือกง นี่หาใช่เรื่องล้อเล่น หากท่านเกิดตื่นเต้นเกินไปและจางสลาย คงเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่”
สตรีคนนั้นพูดอย่างไม่อดทน “ใจข้ายังดีอยู่ เจ้ารีบไปเอามา!”
เหยาเมิ่งจียกมือขึ้นโบกสะบัด ขวดใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ ทันทีที่เขาเปิดฝาขวด กลิ่นอันหอมหวานก็ลอยฟุ้งออกมา
สตรีคนนั้นซึ่งในตอนแรกไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก แววตากระตุกวูบไหว แข็งทื่อไปในทันใด
“น่ะ นี่มัน…”
นางเบิกตากว้าง ลูกตาแทบจะติดอยู่บนขวด
ภายในขวด น้ำผึ้งเหล่านั้นคล้ายกับมีชีวิต ไหลรินออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
“ฟืด—”
“น้ำ…น้ำผึ้งของผึ้งเพลิงทอง เป็นน้ำผึ้งของผึ้งเพลิงทองจริงๆ!” ร่างบางสั่นระริก ตกใจอย่างถึงที่สุด
ขณะนั้นร่างจำแลงก็สั่นคลอน ใกล้จะจางสลายหายไปเต็มที
นางยกมือขึ้นกวัก ขวดนั้นก็ลอยไปที่มือของนาง
“ไม่ได้การ ข้าจะสลายไปจริงๆ แล้ว ไม่มีเวลาพอจะฟังคำอธิบายเจ้า ห้าวันหลังจากนี้เจ้าอัญเชิญข้าอีกรอบ”
ขณะที่เห็นว่าร่างจำแลงคล้ายสลายหายไปแล้ว แต่กลับยังคงทิ้งเสียงแว่วไว้ในความว่างเปล่า “จริงสิ ในฐานะซือกง ข้าขอเตือนเจ้าไว้อย่าง เจ้าอายุมากแล้ว ต้องรู้จักควบคุมหน่อย จิงชี่เจ้าหมดไปขนาดนี้ จะทำมากเกินไปแล้ว”
เหยาเมิ่งจี? ? ?
ข้าทุ่มเทใช้ทั้งแรงกายแรงใจ!
สตรีอย่างพวกเจ้านี่มันอะไรกัน? มีความคิดสกปรกขนาดนี้หรือ?
เฮ้อ การอัญเชิญบรรพบุรุษครั้งนี้ไม่เพียงแต่ไม่ได้อะไรเลย แถมยังสูญเสียน้ำผึ้งของผึ้งเพลิงทองไปอีกขวด
บรรพบุรุษนี่ห่วยจริงๆ ขาดทุนใหญ่หลวง!
………………………………………………