ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 203 เจ้ายังไล่ตามวิถีอายุวัฒนะอยู่หรือ?
กลางป่า ปีศาจกลุ่มหนึ่งหวาดกลัวจนตัวสั่น มองดูร่างราชาผู้ยิ่งใหญ่ของพวกมันหายไปอย่างช้าๆ
โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ
ใครจะคิดว่า ราชาปีศาจหมูที่อวดเก่งอยู่เมื่อครู่ ในพริบตาเดียวกลับถูกคนหามไป
และดูเหมือนว่าผู้ยิ่งใหญ่ท่านนั้นจะถูกตาต้องใจในเนื้อสุกรของมัน คาดว่าอีกไม่นานก็คงถูกใช้เป็นอาหารจานหนึ่ง
ปีศาจน้อยทุกตัวสั่นระริกอย่างพร้อมเพรียง โลกบำเพ็ญเซียนน่ากลัวจริงๆ
…
วันรุ่งขึ้น
เช้าตรู่
เหยาเมิ่งจีอุ้มราชาปีศาจหมูไปที่เชิงเขาลั่วเซียน พร้อมกับฉินม่านอวิ๋น
ฉินม่านอวิ๋นเอ่ยอย่างเป็นห่วง “ท่านอาจารย์ แน่ใจหรือว่าจะไม่หยุดพัก?”
“ไม่ต้องห่วง!” เหยาเมิ่งจีโบกมืออย่างห้าวหาญ ทั้งที่ใบหน้าซีดเผือด “หากไม่ใช่เพราะระยะนี้ข้าสูญเสียพลังไปมาก แค่จัดการกับราชาปีศาจหมู ไหนเลยต้องร่วมมือกับพวกเจ้า? บัดนี้ไปเยี่ยมเยียนปรมาจารย์เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน”
ทั้งสองเตรียมก้าวขาเดินขึ้นไปบนภูเขา
ทว่าสีหน้ากลับชะงัก มองไปยังทิศหนึ่ง
ตรงนั้นมีเงาร่างสองร่างเดินเข้ามาอย่างช้าๆ
ฉินม่านอวิ๋นพลันหรี่ตา พูดเสียงต่ำ “ท่านอาจารย์ เป็นบัณฑิตที่บรรยายบันทึกท่องประจิมผู้นั้น เขาอ้างว่าตนเป็นเด็กรับใช้ของปรมาจารย์”
เหยาเมิ่งจีสีหน้าตกตะลึงครู่หนึ่ง จากนั้นจึงก้าวขึ้นไป
พูดอย่างเป็นมิตร “ชายชราเหยาเมิ่งจี เจ้าอารามแห่งอารามเต๋าหลินเซียน คารวะคุณชายทั้งสอง”
ตอนแรกโจวอวิ๋นอู่เห็นเหยาเมิ่งจีก็รู้สึกเห็นใจ คิดว่าเป็นชายชราผู้โดดเดี่ยวไร้ที่พักพิง ผอมกระทั่งเป็นหนังหุ้มกระดูก
แต่ทันใดนั้นกลับได้ยินว่าเขาเป็นเจ้าอารามของอารามเต๋าหลินเซียน เขาก็ถึงกับสะดุ้งตกใจ
เจ้าอารามขาดแคลนขนาดนี้เชียวหรือ? หรือว่าเขาได้ต่อสู้กับปีศาจร้าย แล้วถูกดูดพลังหยางไป? ช่างน่าอนาถจริงๆ
เมื่อมองเห็นหมูป่าขนหนาตัวมหึมาบนบ่าของเขา โจวอวิ๋นอู่ก็เข้าใจในทันที
หมูตัวนี้แปดส่วนคงเป็นแม่หมู
“องค์ชายโจวอวิ๋นอู่แห่งราชวงศ์เซี่ย คารวะเจ้าอารามเหยา” โจวอวิ๋นอู่ทำความเคารพด้วยสีหน้าปกติ จากนั้นจึงเอ่ยแนะนำ “นี่คือที่ปรึกษาด้านการทหารของข้า เมิ่งจวินเหลียง อนาคตราชครูแห่งราชวงศ์เซี่ย”
“ที่แท้ก็องค์ชายแห่งราชวงศ์เซี่ย” เหยาเมิ่งจีพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการทักทาย
ราชวงศ์ของมนุษย์ เขาไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว การรู้จักนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ฉินม่านอวิ๋นเอ่ยกับเมิ่งจวินเหลียง “ม่านอวิ๋นคารวะผู้อาวุโส นึกไม่ถึงว่าจะได้พบกันอีก”
เมิ่งจวินเหลียงยกมือคำนับและเอ่ยว่า “แม่นางม่านอวิ๋น ข้าบอกแล้วว่า เจ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าผู้อาวุโส”
“เช่นนั้นข้าจะเรียกว่าคุณชายเมิ่ง” ฉินม่านอวิ๋นยิ้มพลางถามว่า “พวกท่านก็มาเยี่ยมคุณชายหลี่หรือ?”
“ใช่แล้ว” เมิ่งจวินเหลียงพยักหน้า พูดไม่กี่คำ
โจวอวิ๋นอู่ทอดถอนใจ “เฮ้อ อาณาเขตราชวงศ์เซี่ยเกิดโรคระบาด ข้าจึงมาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากคุณชายหลี่”
“อะไรนะ? ที่นั่นก็มีโรคระบาดด้วยเหรอ?!” ฉินม่านอวิ๋นและเหยาเมิ่งจีพลันขมวดคิ้วพร้อมกัน
แพร่ระบาดมาถึงขนาดนี้แล้วหรือ?
การเกิดโรคระบาดในดินแดนราชวงศ์เป็นสิ่งที่น่ากลัว เพราะมีประชากรหนาแน่น การแพร่ระบาดรวดเร็ว หากไม่สามารถควบคุมได้จะนำมาซึ่งความน่ากลัวมหันต์อย่างยิ่ง
“เช้าวานนี้ ข้าตระหนักได้ว่าสถานการณ์ไม่ปกติ จึงรีบไปที่นี่พร้อมกับจวินเหลียงในทันที ไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” สีหน้าโจวอวิ๋นอู่เต็มไปด้วยความกังวล
เหยาเมิ่งจีถามด้วยความสงสัย “เหตุใดถึงคิดจะมาขอร้องคุณชายหลี่?”
โจวอวิ๋นอู่ตอบได้ทันที “ข้าเคยเยี่ยมเยียนคุณชายหลี่เป็นการเฉพาะ เขาบอกว่าหากเกิดโรคระบาดก็มาหาเขาได้”
เหยาเมิ่งจีและฉินม่านอวิ๋นมองหน้ากัน ดูเหมือนว่าโจวอวิ๋นอู่จะไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคิด
นึกไม่ถึงว่าองค์ชายมนุษย์ปุถุชนก็สามารถเป็นที่โปรดปรานของปรมาจารย์ได้เช่นกัน
ปรมาจารย์เดินหมากตัวนี้ด้วยเหตุผลใด? หรือว่าจะเป็นเพียงหมากเปล่าตัวหนึ่ง เดินเพื่อเล่นสนุกเท่านั้น?
เรื่องที่ปรมาจารย์สามารถรักษาโรคได้นั้น พวกเขาไม่แปลกใจเลย
เหยาเมิ่งจียิ้มและกล่าวว่า “บังเอิญจริงๆ ไปด้วยกันเถอะ”
จู่ๆ ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสี่ก็ถูกดึงมาใกล้กันมากขึ้น พูดคุยหัวเราะกันไปตลอดทางขึ้นเขา
ขณะที่ใกล้จะถึงเรือนสี่ประสาน สีหน้าของเหยาเมิ่งจีกลับชะงัก ดวงตาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งในป่า
ที่นั่นมีหมูตัวหนึ่งกำลังซ่อนตัวอยู่ มองมาที่เขาด้วยสีหน้าแววตาสยดสยอง
เหยาเมิ่งจีเผยรอยยิ้มเป็นมิตร เดินเข้าหาอย่างช้าๆ “ที่แท้ก็เป็นท่านพี่หมูนี่เอง ข้ายังไม่ได้ขอบคุณที่ช่วยข้าไว้ครั้งก่อนเลย”
ปีศาจหมูป่าตกใจกระโดดโหยง เนื้อหมูสั่นระริกไปทั้งตัว ร้องออกมาด้วยความประหม่า “เจ้าอย่าเข้ามา!”
สายตามันจับจ้องไปที่หมูป่าขนหนาตัวโตบนไหล่ของเหยาเมิ่งจี ความตื่นตระหนกในดวงตายิ่งแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ
“แม่เอ๊ย! เป็นราชาปีศาจหมูจริงๆ!” ปีศาจหมูป่าสั่นสะท้านไปทั้งตัว หันกลับ วิ่งหนีกระเจิงเข้าไปในป่า
ชายชราผู้นั้นน่ากลัวจริงๆ พบเขาทีไรไม่เคยมีเรื่องดี!
ครั้งก่อนที่พบเขา ตนก็เกือบถูกฟ้าผ่าตาย
คราวนี้ก็เขาเห็นเขาหามราชาปีศาจหมูขึ้นเขามา
นั่นมันราชาปีศาจหมูนะ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่หมู แบบอย่างและเป้าหมายในใจของเขา
ยามนี้แบบอย่างในดวงใจถูกชายชราอุ้มไว้บนบ่าอย่างแน่นิ่ง ภาพนี้ช่างมีพลังทำลายล้างรุนแรงสำหรับปีศาจหมูป่า
นี่มันเชือดหมูให้หมูดูชัดๆ!
ชายชราคนนี้เป็นนักฆ่าหมูอย่างแน่นอน ต่อไปตนต้องอยู่ห่างจากเขาเอาไว้
เหยาเมิ่งจีมองดูเงาหลังของปีศาจหมูป่า ส่ายหัวด้วยรอยยิ้มแหย “ช่างเถอะ พวกเราขึ้นเขากันต่อ”
ไม่นานเรือนสี่ประสานก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขา
ฉินม่านอวิ๋นก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว “คุณชายหลี่ อยู่บ้านหรือไม่?”
“แอด”
ประตูเปิดออก
หลี่เนี่ยนฝานเห็นหมูป่าบนหลังของเหยาเมิ่งจีได้ในแวบแรก รูปร่างสะดุดตาขนาดนี้ ยากที่จะไม่สนใจ
เหยาเมิ่งจียิ้มและกล่าวว่า “คุณชายหลี่ สัตว์ป่าเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแสดงถึงความเคารพนับถือ”
หลี่เนี่ยนฝานหัวเราะร่า เลิกคิดเกรงใจพวกเขา “โห หมูป่าตัวนี้ไม่เล็กเลย เป็นสัตว์ประหลาดกระมัง รบกวนพวกท่านลำบากแล้ว”
ฉินม่านอวิ๋นพูดด้วยรอยยิ้ม “แค่ปีศาจหมูตัวเล็กๆ มิได้ลำบากอะไร”
“ขอบคุณมากนะ” หลี่เนี่ยนฝานพูดติดตลก “นำวัตถุดิบมาเองแบบนี้ ข้าว่าพวกท่านคงอยากหาโอกาสทานอาหารกับข้ากระมัง”
หมูเป็นอาหารอันโอชะชั้นเลิศ เนื้อหมูป่าที่ดีนั้นหายากยิ่งกว่า คราวก่อนหมูตัวนั้นช่วยตนทดลองสายล่อฟ้า ตนจึงต้องจำใจไม่กินมัน ยังรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง คิดไม่ถึงว่าเหยาเมิ่งจีจะนำมาให้อีกตัว ใส่ใจจริงๆ
เหยาเมิ่งจีและฉินม่านอวิ๋นปั้นหน้ายิ้มแย้ม พวกเขาย่อมอยากกินอาหารด้วยอยู่แล้ว แต่บอกตรงๆ คงไม่ดีนัก จะปฏิเสธไปเลยก็ทำใจไม่ได้ จึงได้แต่หัวเราะอย่างเคอะเขิน
ทว่าเมื่อเห็นท่าทีของหลี่เนี่ยนฝานเช่นนี้ หัวใจกลับเต้นแรง แน่นอนว่าการอ่านใจปรมาจารย์เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เห็นได้ชัดว่าปรมาจารย์พอใจอย่างมาก!
จากนั้นหลี่เนี่ยนฝานก็เบนสายตาไปที่โจวอวิ๋นอู่และเมิ่งจวินเหลียง
พูดอย่างประหลาดใจ “พวกท่านเอง”
บัณฑิตผู้นั้นหลี่เนี่ยนฝานย่อมจดจำได้ขึ้นใจ แต่เหตุใดเขาถึงมากับโจวอวิ๋นอู่ได้?
แต่บัณฑิตเดินมากับองค์ชายก็ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
เมิ่งจวินเหลียงและโจวอวิ๋นอู่ทำความเคารพพร้อมกัน “คุณชายหลี่ รบกวนแล้ว”
หลี่เนี่ยนฝานอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ “บัณฑิต ไม่พบกันนาน ยังไล่ตามวิถีอายุวัฒนะอยู่อีกหรือ?”
………………………………………………