ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 207 ลิขิตฟ้าฤาจะสู้มานะคน!
หลี่เนี่ยนฝานเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าพูด เจ้าจด!”
เมิ่งจวินเหลียงไม่กล้าชักช้า หยิบพู่กันและกระดาษออกมาทันที สีหน้าจดจ่อ
หลี่เนี่ยนฝานพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ บรรยายตำรายาเปิ๋นเฉ่ากังมู่อย่างไม่ช้าไม่เร็ว เนื่องจากมีสมุนไพรเยอะเกินไป เขาจึงเลือกอธิบายสมุนไพรที่มีความสำคัญและพบเห็นได้บ่อย ส่วนที่เหลือจะค่อยๆ สอนในภายหลัง
ด้วยเหตุนี้ จึงพูดนานถึงครึ่งชั่วยามกว่าจะหยุดลง
เมิ่งจวินเหลียงและโจวอวิ๋นอู่ ต่างมีสีหน้าดีใจอย่างท่วมท้น มองดูเนื้อหาด้านใน ราวกับเห็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในโลก
เวลานี้ต่อให้มีโอกาสเป็นเซียนมาอยู่ตรงหน้า พวกเขาก็ไม่มีทางแลก เพราะรายการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการอยู่รอดของผู้คนเป็นล้านๆ และคนรุ่นหลังอีกหลายหมื่นหลายแสนรุ่น!
อย่าว่าแต่พวกเขา แม้แต่เหยาเมิ่งจีและฉินม่านอวิ๋นก็ยังรู้สึกได้ถึงความสำคัญของรายการเหล่านี้
หากมีสิ่งนี้ พลังชีวิตของพวกมนุษย์ธรรมดาจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่อไปการอ้อนวอนต่อผู้บำเพ็ญเซียนจะต้องลดลงอย่างแน่นอน อะไรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของกลุ่มชาติพันธุ์?
นั่นคือการพึ่งพาตนเอง!
หากเอาแต่ขอร้องอ้อนวอนคนอื่น เช่นนั้นก็เท่ากับชีวิตของตนอยู่ในกำมือผู้อื่น อยู่ในจุดที่อ่อนแอกว่าเสมอ เมื่อเกิดการพึ่งพาตนเอง จิตใจก็จะเปลี่ยนไป เข้มแข็งและดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด!
โจวอวิ๋นอู่น้ำตาเอ่อคลอ ลุกขึ้นโค้งคำนับหลี่เนี่ยนฝานสามครั้ง “ศิษย์ ในนามมนุษย์ปุถุชนทั้งหมด ขอขอบคุณความกรุณาของท่านอาจารย์ที่เผยแพร่ความรู้!”
หลี่เนี่ยนฝานรับไว้อย่างสงบ แล้วเอ่ยคั่นกะทันหันว่า “จริงสิ ยังมีจุดสำคัญอีกจุดหนึ่ง!”
“เชิญท่านอาจารย์กล่าว”
หลี่เนี่ยนฝานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ตำรายาเล่มนี้ต้องเผยแพร่ออกไป ให้สาธารณชนได้รับรู้ แต่…ต้องเป็นตำราต้นฉบับเท่านั้น! นี่คือหลักแห่งฟ้าดิน ไม่อาจละเมิดได้!”
โจวอวิ๋นอู่ใบหน้าเคร่งขรึม พลางเอ่ยอย่างจริงจัง “ท่านอาจารย์วางใจ ข้าจะสนับสนุนตำราต้นฉบับด้วยสุดแรงกำลังของประเทศ ต่อต้านตำราปลอมทั้งหมด!”
หลี่เนี่ยนฝานยิ้มอย่างพึงพอใจ “ดีมาก หากมีความเข้าใจเช่นนี้ได้ โชคชะตาก็คงไม่เลวร้าย เมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจะสอนให้อีกอย่าง”
โจวอวิ๋นอู่ดีใจมาก “ท่านอาจารย์โปรดสั่งสอนข้า”
หลี่เนี่ยนฝานถาม “ผลผลิตอาหารของพวกท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”
สีหน้าโจวอวิ๋นอู่ชะงัก พูดอย่างขมขื่น “ไม่ดีเท่าไหร่ เสบียงอาหารได้รับผลกระทบรุนแรงจากโลกภายนอก ผลผลิตตกต่ำมาตลอด อันที่จริงเดิมทีก็มีอาหารไม่เพียงพออยู่แล้ว โดยเฉพาะเวลาเกิดโรคระบาด ก็มักจะมาพร้อมกับความอดอยากขาดแคลน”
เขาเคยขอร้องผู้บำเพ็ญเซียนมากกว่าหนึ่งครั้งด้วยเรื่องเสบียงอาหาร ขอให้มีฝนตกในหน้าแล้ง ขอให้อากาศอบอุ่นขึ้นในฤดูหนาวที่รุนแรง
หลี่เนี่ยนฝานถามเมิ่งจวินเหลียงว่า “คุณชายเมิ่ง เจ้าเดินทางท่องไปยังสถานที่ต่างๆ มากมาย คงเคยเห็นอาหารธัญพืชหลากหลายประเภท แต่พบอะไรบ้าง?”
เมิ่งจวินเหลียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง บอกเรื่องที่ทำให้เขาจำได้ขึ้นใจที่สุด “อาหารธัญพืชมากมายเห็นได้ชัดว่าเป็นอย่างเดียวกัน ทว่าสายพันธุ์กลับต่างกัน แม้กระทั่งลักษณะวิสัยพืชก็ไม่เหมือนกัน”
หลี่เนี่ยนฝานยิ้มจางๆ เอ่ยเตือนว่า “เป็นเช่นนี้แล้ว เรื่องการผสมข้ามพันธุ์พืชสองสายพันธุ์หรือหลายสายพันธุ์กว่านั้น เรียนรู้จุดแข็งชดเชยข้อบกพร่อง ปลูกสายพันธุ์ที่ทนทานต่ออากาศหนาวเย็นและความแห้งแล้ง รวมถึงเพิ่มผลผลิต เจ้าเคยคิดหรือไม่?”
ตูม!
สมองทุกคนระเบิด
ความคิดที่แปลกใหม่เช่นนี้ได้โค่นล้มความคิดของพวกเขา ทำให้ขนทั่วร่างลุกชัน
น่ะ น่ะ น่าตื่นตระหนกเกินไปแล้ว!
ต้องเป็นคนที่เข้าใจในหลักแห่งฟ้าดินอย่างละเอียดและลึกซึ้งเพียงใด ถึงคิดวิธีการเช่นนี้ออกมาได้!
เรียนรู้จุดแข็งชดเชยข้อบกพร่อง นี่ไม่เหมือนกับคนเราหรอกหรือ?
หากทำได้จริงๆ ปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น เช่นนั้นความมั่นใจของมนุษย์ปุถุชนก็เพียงพอแล้ว!
คุณชายหลี่สมเป็นเทพ!
เมิ่งจวินเหลียงรู้สึกกระจ่างแจ้งขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับเปิดเส้นลมปราณเริ่นตูสองเส้น ดวงตาเจิดจ้าราวกับหลอดไฟสองดวง “ศิษย์เรียนรู้แล้ว!”
สิ่งใดคือวิถี? ที่แท้สิ่งนี้แหละคือวิถี!
สำรวจและเรียนรู้ เรียนรู้และนำไปใช้!
เวลานี้มีทหารคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ เอ่ยกับโจวอวิ๋นอู่ด้วยความลำบากใจ “องค์ชาย คนพวกนั้นไม่เชื่อในยาของเราเลยพ่ะย่ะค่ะ”
ทุกคนต่างขมวดคิ้ว
โจวอวิ๋นอู่พูดอย่างเย็นชา “เกิดอะไรขึ้น?”
ทหารพูดอย่างกระอักกระอ่วน “พวกเขา… เชื่อในเทพมาร”
หลี่เนี่ยนฝานถอนใจเบาๆ “ไปเถอะ ออกไปดูสักหน่อย”
กลุ่มคนเดินทางออกจากวัง
กลับเห็นว่าบนถนนมีผู้คนมากมายรวมตัวกัน ใบหน้าแต่ละคนบ้าคลั่ง เดินตามกลุ่มบุรุษชุดดำกว่าสิบคน ปากร้องตะโกนเรียกเทพมาร
ดวงตาเหยาเมิ่งจีเป็นประกาย เห็นโอกาสที่ตนจะได้ทำผลงาน รีบร้อนเอ่ยว่า “คุณชายหลี่ มีสมุนเผ่ามารปะปนในฝูงชน ข้าจะไปจัดการกับพวกมันเดี๋ยวนี้”
หลี่เนี่ยนฝานเอ่ยขึ้น “ลำบากผู้เฒ่าเหยาแล้ว”
ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยขึ้นว่า “จริงสิ ผู้เฒ่าเหยา มีเรื่องขอรบกวนท่านอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อถึงเวลานั้น ท่านสามารถทำเช่นนี้…”
“คุณชายหลี่มากความสามารถยิ่งนัก แค่เรื่องเล็กน้อยนี้ รอดูได้เลย” ผู้เฒ่าเหยาหัวเราะร่าและออกเดินในทันที ในใจเบาสบาย คนเผ่ามารกลุ่มนี้มาให้ตนทำคะแนนได้พอดี
หลี่เนี่ยนฝานถอนใจเบาๆ (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ปุถุชนพวกนี้ ต้องให้มีใจสู้สักหน่อย!
ตอนนี้เขายังหวังอย่างยิ่งว่าจะมีผู้นำที่เก่งกาจสักคน เป็นผู้นำมนุษย์ ทำให้มนุษย์ยืนหยัดได้อย่างมั่นคง
ซึ่งก็เพื่อตัวเขาเองด้วย
ความเคารพเป็นสิ่งที่ตนต้องไขว่คว้ามาด้วยตนเอง
หากมนุษย์ยังดูหมิ่นตนเอง ไหนเลยจะคาดหวังให้ตนได้รับความเคารพจากผู้บำเพ็ญเซียนหรือกระทั่งเซียน?
หลี่เนี่ยนฝานเป็นมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่ง ได้รู้จักเพื่อนที่เป็นผู้บำเพ็ญเซียนมากมาย แม้ว่าพวกเขาจะเป็นมิตรมาก แต่หากมนุษย์ปุถุชนส่วนใหญ่โง่เขลาเบาปัญญา ด้อยค่าของตนเอง เช่นนั้นเขาก็ต่ำต้อยลงอย่างมากโดยไม่รู้ตัว
เวลานี้โจวอวิ๋นอู่ยืนอยู่บนแท่นสูง ตะโกนออกไปว่า “ทุกท่าน ข้าคือโจวอวิ๋นอู่ องค์ชายแห่งราชวงศ์เซี่ย ทุกท่านโปรดเชื่อข้า เวลานี้มียาต้มที่สามารถต้านทานโรคระบาดได้ ไม่เป็นไรแล้ว!”
โจวอวิ๋นอู่เป็นองค์ชาย การปรากฏตัวของเขาย่อมดึงดูดความสนใจของทุกคนไปทันที
ใครคนหนึ่งพูดด้วยความรังเกียจ “เจ้าโกหก จักรพรรดิราชวงศ์เซี่ยไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หัวออกมา เจ้าบอกว่ารักษาได้ ใครจะเชื่อ?”
โจวอวิ๋นอู่สีหน้าเคร่งเครียด ออกคำสั่ง “ทหาร ปล่อยตัวคน!”
ทันใดนั้นทหารก็ปรากฏตัวขึ้นทีละคน พาผู้ป่วยที่ติดโรคระบาดทั้งหมดซึ่งถูกกักกันไว้ออกมา
ภายใต้สายตาที่จับจ้องของทุกคน โจวอวิ๋นอู่ค่อยๆ เดินไปกลางวงผู้ป่วย
เผชิญหน้ากับฝูงชน เขาพูดเสียงดัง “ข้าคือองค์ชายแห่งราชวงศ์เซี่ย ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ข้ายินดีที่จะร่วมกินร่วมอยู่กับผู้ป่วยโรคระบาดทั้งหมด! ดื่มแกงรักษาร่วมกัน รอให้อาการของโรคหายดี!”
ทั่วทั้งสถานที่เงียบสงัด
ฉากนี้น่าตกตะลึงจนทุกคนปากอ้าตาค้าง
ผู้เป็นถึงองค์ชาย กลับยินดีเอาชีวิตตนเข้าเสี่ยง ร่วมทุกข์กับสามัญชน
ทุกคนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
ท่ามกลางฝูงชน คนเผ่ามารคนหนึ่งใบหน้าจมดิ่ง เขยิบเข้าใกล้หวังจะจัดการโจวอวิ๋นอู่
ทว่ายังไม่ทันจะเข้าใกล้ เขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับระเหยหายไปจากโลกมนุษย์
เหยาเมิ่งจียิ้มเล็กน้อย ยกมือขึ้นชี้ที่บุรุษชุดดำซึ่งอยู่ด้านหน้าสุด จากนั้นก็ร่ายมนตร์คาถา
ทันใดนั้น ลมพายุคลั่งก็ก่อตัว
เสื้อคลุมของบุรุษชุดดำปลิวไปกับสายลม เผยให้เห็นใบหน้าใต้เสื้อคลุมที่เต็มไปด้วยรอยแดง
ทันใดนั้นฝูงชนก็เกิดโกลาหล วิ่งหนีแตกกระเจิงไปทุกทิศทุกทาง
“ที่แท้กระทั่งสมุนเทพมารก็ติดโรคระบาด เชื่อในเทพมารไม่มีประโยชน์สักนิด!”
“ข้าเชื่อองค์ชายโจว!”
“องค์ชายโจวถึงกับใช้ตนเองเป็นตัวอย่าง ยานี้จะไร้ประโยชน์ได้อย่างไร?”
“มีทางรอดแล้ว องค์ชายโจวทรงพระเจริญ!”
...
ในไม่ช้าฝูงชนก็สงบลง
หลี่เนี่ยนฝานมองไปที่โจวอวิ๋นอู่และกล่าวว่า “ข้าหวังว่าองค์ชายโจวจะสามารถรวมโลกมนุษย์ให้เป็นหนึ่ง สั่งสอนผู้คน และเป็นจักรพรรดิที่รักใคร่ประชาชนดั่งบุตรแท้ๆ ของท่าน”
ดวงตาโจวอวิ๋นอู่เผยความแน่วแน่ “ในวันนี้ศิษย์ได้รับประโยชน์มากมายจากคำสอนของท่าน ท่านโปรดวางใจ วันนั้นจะต้องมาถึงแน่! แต่ศิษย์มีสิ่งหนึ่งต้องการร้องขอ”
หลี่เนี่ยนฝานผงะเล็กน้อย “หือ? ท่านพูดมา”
โจวอวิ๋นอู่กล่าวอย่างประหม่า “หากเส้นทางในภายภาคหน้า ศิษย์มีความสับสน ขอให้ท่านได้โปรดสอนข้า”
“ฮ่าๆๆ ไม่มีปัญหา” หลี่เนี่ยนฝานรับปากอย่างเต็มใจ ความสำคัญของจักรพรรดิเป็นที่กระจ่างอยู่แล้ว หากตนช่วยได้ คงรู้สึกถึงความสำเร็จได้มากทีเดียว
อยู่ในโลกบำเพ็ญเซียนมาห้าปี ในที่สุดก็ได้อวดอ้างความเก่งกาจ ถือว่าได้ทำสิ่งที่มีความหมายอย่างยิ่ง ไม่ได้มาเสียเปล่า
เมื่ออารมณ์ดี หลี่เนี่ยนฝานก็เริ่มมีอารมณ์สุนทรีย์ “จริงสิ ข้าเขียนอักษรให้ท่านสักหน่อยแล้วกัน”
โจวอวิ๋นอู่รู้สึกดีใจยกใหญ่ แทบรอไม่ไหว “เชิญท่านอาจารย์มอบอักษรล้ำค่า”
ฉินม่านอวิ๋นและเหยาเมิ่งจีอิจฉาตาร้อน ปรมาจารย์ดีกับจักรพรรดิปุถุชนผู้นี้เกินไปแล้วกระมัง
ต๋าจี่ฝนหมึก หลี่เนี่ยนฝานหยิบพู่กันขึ้นมา
นี่คือโลกบำเพ็ญเซียน และยังมอบให้กับมนุษย์ปุถุชน จะมีอะไรดีไปกว่าคำเหล่านี้?
กลิ่นอายคลื่นโหมซัดสาดพุ่งขึ้นนภา
ชั่วขณะหนึ่งฟ้าดินคล้ายกับเปลี่ยนสี ทุกคนอดไม่ได้ที่จะกลั้นหายใจ หัวใจเต้นผิดไปครึ่งจังหวะ
กลับเห็นว่าหลี่เนี่ยนฝานลงพู่กัน—
“ลิขิตฟ้าฤาจะสู้มานะคน!”
………………………………………………