ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 211 เจ้ากำลังดูถูกสติปัญญาของข้า
ชายชราจ้องที่กู้ยวนและพูดด้วยเสียงต่ำ “เรื่องนี้เจ้าเป็นคนทำเองหรือ?”
“ข้าทำเอง” กู้ยวนพยักหน้า “ทว่ายามนั้นสถานการณ์เร่งด่วน ข้าก็ทำไปตามสถานการณ์ หวังว่าท่านอาจารย์จะยกโทษ”
“ทำไปตามสถานการณ์? ยกโทษ?”
ชายชราหัวเราะอย่างโกรธจัด น้ำเสียงเย็นชา “เรื่องอะไรสำคัญไปกว่านกรักของข้า?”
กู้ยวนสีหน้าจริงจัง กล่าวว่า “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโอกาสอันใหญ่หลวง หากเทียบกับสิ่งนี้ แค่นกตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งท่านอาจารย์ต้องไม่สนใจอย่างแน่นอน”
ชายชราขมวดคิ้ว “แค่นกตัวเล็กๆ? เจ้าโอหังนัก! ข้าอยากรู้นักว่าโอกาสอันใหญ่หลวงอะไรทำให้เจ้าเป็นบ้าได้ขนาดนี้”
กู้ยวนมองไปที่อาจารย์และกล่าวว่า “ที่นี่มากคนมากความ ไม่สะดวกพูดคุย ศิษย์หลานขอบังอาจเชิญท่านเปลี่ยนที่!”
ชายชราจ้องมองกู้ยวนอย่างเย็นชาครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันหลังเดินไปที่ห้องโถง
ด้านหลัง กลุ่มวิหคเพลิงร้องตะโกนส่งเสียง “เจ้าสำนัก ล้างแค้นให้พวกเราด้วย ฆ่ามันแล้วเราจะให้ท่านขี่!”
เมื่อเข้าไปในห้องโถง ชายชราหันหลังให้กู้ยวน พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ “กู้ยวน เจ้าและข้าต่างก็เหินหาวขึ้นมาจากโลกมนุษย์ ข้าก่อตั้งหุบเขาเมฆาคราม เจ้ายังคงเป็นศิษย์หลานข้า ข้าปฏิบัติต่อเจ้าอย่างดีเสมอมามิใช่หรือ?”
ในน้ำเสียงของเขาแฝงด้วยอารมณ์ หากไม่ใช่เพราะยังเหลือเยื่อใยสุดท้าย เป็นคนอื่น เขาคงตีจนตายไปครึ่งหนึ่งก่อนแล้วค่อยพูดคุยกัน
“ท่านอาจารย์ปฏิบัติต่อข้าอย่างดี ข้าไม่มีสิ่งใดจะพูด จริงๆ ตอนที่ข้ายังเด็ก ข้าเติบโตมากับการฟังเรื่องของท่านปู่ ข้ารู้มาตลอดว่าท่านอาจารย์ไม่เพียงมีพรสวรรค์ที่โดดเด่น แต่ยังมีวิสัยทัศน์กว้างไกล คุณธรรมสูงส่งมีเกียรติ สติปัญญาไม่มีผู้ใดเทียบเทียม เป็นผู้ที่เต็มไปด้วยความรอบรู้ สามารถคงอยู่ตลอดไปได้อย่างแน่นอน!”
กู้ยวนพูดได้อย่างลื่นไหล โดยไม่ต้องหยุดเพื่อหายใจ เขาพูดต่อ “ข้าเดินตามรอยเท้าท่านอาจารย์มาเสมอ พยายามที่จะเป็นเซียน ก็เพราะอยากจะพูดกับท่านอาจารย์ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้เพียงสองสามประโยค แต่หลังจากข้ามาพบท่านอาจารย์แล้ว จึงได้รู้ว่าท่านยอดเยี่ยมกว่าที่ผู้คนเล่าลือกันมากนัก”
ชายชราหลับตา รอจนกว่ากู้ยวนจะพูดจบ
จากนั้นจึงพูดด้วยใบหน้าที่จริงจัง “กู้ยวน ตั้งแต่เจ้าขึ้นสู่โลกเซียน ข้าได้ยินประโยคเหล่านี้มาไม่น้อยกว่าพันครั้ง ข้าจะเน้นย้ำเจ้าอีกครั้ง ผู้บำเพ็ญเซียนรุ่นข้า ฝึกฝนโดยที่เท้าเหยียบพื้น อย่าได้ก้มหัวเยินยอเป็นอันขาด นั่นไม่ใช่วิถีที่ถูกต้อง! เหตุใดเจ้ายังไม่ปรับปรุงแก้ไข?”
กู้ยวนรีบพูด “อาจารย์สอนข้าว่า ข้าแค่ควบคุมตัวเองไม่อยู่จึงพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา”
ชายชราฮึดฮัดเย็นชาเสียงหนึ่ง “เรื่องนี้ยังไม่จบ บอกมา ทำไมเจ้าต้องขโมยนกของข้า?”
กู้ยวนหยิบไข่วิหคเพลิงในมือออกมาแล้วพูดว่า “อาจารย์เชิญดู นี่คือสิ่งใด?”
ดวงตาของชายชราหรี่ลง ส่งเสียงประหลาดใจเบาๆ
“นี่มัน…ไข่วิหคเพลิง?!”
เขาเผยสีหน้าประทับใจ ทว่าน้ำเสียงยังคงเย็นชา “แล้ววิหคเพลิงล่ะ? เจ้าขโมยวิหคเพลิงไป คงไม่ใช่เจ้าคิดว่าชดเชยได้ด้วยไข่ฟองเดียวหรอกนะ? หรือเจ้าคิดว่าข้าสามารถฟักวิหคเพลิงตัวนึงออกมาได้?”
กู้ยวนกล่าว “ท่านอาจารย์ ไข่นี่คือไข่ที่เกิดจากวิหคเพลิงตัวนั้น!”
“อ้อ?” ชายชรารีบหยิบไข่ขึ้นมาดมตรงหน้า ทันใดนั้นก็ปรากฏสีหน้าคุ้นเคย “ไม่ผิด เป็นกลิ่นของมัน”
จากนั้นเขาจ้องมองกู้ยวนพลางเอ่ยถามเสียงเฉียบ “มันไปที่ใดแล้ว? มันถึงกับฟักไข่ออกมาแล้ว หรือเจ้ายังไม่อยากปล่อยมันอีก?”
กู้ยวนรีบพูดอย่างน้ำเสียงจริงจัง “ท่านอาจารย์ โลกมนุษย์ได้ปรากฏผู้ยิ่งใหญ่ทรงอำนาจผู้หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการตายของเซียนก่อนหน้านี้ หรือการเปลี่ยนแปลงในโลกที่เพิ่งเกิดขึ้น ล้วนเป็นฝีมือของคนผู้นี้!”
“แล้วอย่างไรต่อ?”
“จากนั้นศิษย์หลานจึงตัดสินใจมอบวิหคเพลิงตัวนั้นให้ผู้ยิ่งใหญ่ไป”
“ไร้สาระ ไร้สาระสิ้นดี!” ชายชราชี้ไปที่กู้ยวนอย่างสั่นเทา “เจ้าขโมยนกรักของข้า ยังขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของฟ้าดินอีกรึ?”
กู้ยวนพูดอย่างจริงใจ “อาจารย์ สิ่งที่ข้าพูดเป็นความจริง วิหคเพลิงไปถึงมือผู้ยิ่งใหญ่ จิตใจประหวั่นอันตราย ออกไข่มาสี่ฟองในคราวเดียว ผู้ยิ่งใหญ่มีความสุข จึงมอบไข่หนึ่งฟองแก่ข้า”
“หือ? ไข่สี่ฟองในคราวเดียว?” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ชายชรามองกู้ยวน กระทั่งคิดว่าตนหูฝาด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ น้ำเสียงเศร้าสลด “กู้ยวน แม้แต่เรื่องโกหกเช่นนี้เจ้าก็ยังกุขึ้นมาได้? เจ้ากล้าดูถูกสติปัญญาของข้าโดยไม่ละอายใจ!”
เขาโบกมือ พูดอย่างเหนื่อยใจ “ข้าไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระของเจ้าแล้ว ข้าให้เวลาเจ้าครึ่งชั่วยาม! ภายในครึ่งชั่วยามข้าต้องเห็นเจ้าพาวิหคเพลิงกลับมา ไม่เช่นนั้น อย่าหาว่าข้าไม่เห็นแก่เรื่องราวในอดีต!”
กู้ยวนยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับ
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ถอนหายใจเบาๆ และพูดว่า “ดูท่าคงต้องใช้ท่าไม้ตายแล้ว”
ชายชราคิ้วกระตุก พูดอย่างระมัดระวัง “ทำไม เจ้ายังคิดจะหลอกลวงลบล้างบรรพจารย์ เอาไม้ซีกงัดไม้ซุงอีกรึ?”
กู้ยวนหยิบม้วนภาพออกมาอย่างระมัดระวัง สีหน้าท่าทางเคร่งขรึมอย่างยิ่ง “ท่านอาจารย์ นี่คือสิ่งที่ข้าได้รับจากผู้ยิ่งใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นสมบัติล้ำค่า คุณค่าของมัน สูงส่งกว่าศาสตราเซียนอย่างแน่นอน!”
“ดูท่าทางเจ้าเล่นใหญ่ทีเดียว” ชายชรามองดูม้วนภาพ ยกมือขึ้นหยิบ กำลังจะเปิดออก
“ท่านอาจารย์ ช้าก่อน!” ท่าทางของกู้ยวนเคร่งเครียด รีบเตือนว่า “ท่านอาจารย์ ภาพวาดนี้ผู้ยิ่งใหญ่วาดเองกับมือ ภายในแฝงด้วยทำนองมรรคา ยามนี้เข้าสู่โลกเซียน ปลุกเสกไอเซียน มีพลังทำลายล้างน่าตกใจ ไม่ควรเปิดสุ่มสี่สุ่มห้า”
ชายชราเหยียดยิ้มดูแคลน “หึ คิดว่าข้าจะกลัวหรือ? ออกไป อย่ามายุ่งกับการแสดงของข้า”
กู้ยวนถอยหลังไปสองสามก้าว พูดอย่างหวาดหวั่น “หากท่านอาจารย์ยืนยันเช่นนี้ ข้าก็จะออกจากห้องโถงก่อน”
“ไม่เคยเห็นโลกกว้าง ไปเถอะ” ชายชรายิ้มอย่างเย็นชา
ทันทีกู้ยวนเดินออกจากห้องโถงก็ยืนอยู่ด้านนอก จ้องมองไปข้างในด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง ปุยเมฆปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้า เตรียมพร้อมที่จะขี่เมฆหนีไปได้ทุกเมื่อ
ผ่านไปครู่หนึ่ง ประตูห้องโถงใหญ่ก็เปิดออก ชายชราเดินออกมาพร้อมกับม้วนภาพในมือ “เอาล่ะ ไปที่ตำหนักหลังกับข้า จำไว้ ข้าไม่ได้เกรงกลัวอันตราย แต่เพราะข้าเชื่อเจ้า ไว้หน้าเจ้า”
“เข้าใจแล้ว ข้าเข้าใจแล้ว”
กู้ยวนรีบก้าวขาเดินตาม
ตำหนักหลังไม่ใหญ่มาก และไม่ใช่ที่ที่คนทั่วไปจะเข้าได้ เป็นวิหารผู้พิทักษ์ของสำนักเมฆาคราม
ข่ายอาคมผู้พิทักษ์ในสำนักทั่วไปจะใช้ที่นี่เป็นดวงตา ขณะเดียวกันก็สามารถใช้เพื่อกดพลัง
โดยปกติจะมีผู้อาวุโสสามคนคอยดูแล
เมื่อเห็นชายชราและกู้ยวนเดินเข้ามา เหล่าผู้อาวุโสก็มีสีหน้าประหลาดใจ
พูดขึ้นพร้อมกันว่า “ท่านเจ้าสำนักเผยอัน ผู้พิทักษ์กู้ยวน”
กู้ยวนรีบตอบด้วยความเคารพ “คารวะผู้อาวุโสทั้งสาม”
เผยอันยกมือคำนับ “รบกวนผู้อาวุโสทั้งสามเปิดข่ายอาคม ข้ามีเรื่องต้องทำ!”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าว “ไม่ทราบว่าเจ้าสำนักหมายถึงเรื่องใด? หรือว่ามีคนจะโจมตีสำนัก?”
“ไม่ใช่” เผยอันรู้สึกยากจะพูด ในที่สุดก็หยิบม้วนภาพออกมา “เพื่อกำราบสิ่งนี้”
ดวงตาของผู้อาวุโสทั้งสามหรี่เพ่ง สีหน้าระแวดระวัง
หลังจากดูอยู่นาน จู่ๆ ชายชราก็เกิดสีหน้าสงสัย “ท่านเจ้าสำนัก หากดูไม่ผิด นี่ดูเหมือนจะเป็นม้วนภาพ?”
เผยอันพยักหน้า
ใบหน้าผู้เฒ่าทั้งสามค่อยๆ แปลกใจ อดพูดไม่ได้ว่า “ดูจากกระดาษก็แค่กระดาษธรรมดา รูปลักษณ์ม้วนภาพนี้เห็นได้ชัดว่าเพิ่งวาดไม่นานมานี้ ไม่อาจเรียกว่าเป็นมรดกตกทอด ม้วนภาพธรรมดาเช่นนี้ ท่านเจ้าสำนักต้องการให้เรากำราบสิ่งใดหรือ?”
………………………………………………