ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 212 หรือสำนักข้าจะถูกภาพวาดทำลายสิ้น?
“กำราบ...” เผยอันพูดไม่ออก
ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่ากำราบสิ่งใด!
กู้ยวนตอบ “ภาพวาดนี้มีทำนองมรรคา เป็นอีกาทองตัวหนึ่ง น่ากลัวอย่างยิ่ง ผู้อาวุโสทั้งสามต้องระวังให้ดี”
เผยอันเหลือบมองกู้ยวน แล้วพยักหน้า ทำใจกล้าเอ่ยว่า “ใช่ ไม่ผิด รีบเริ่มกันเลย”
อีกาทองคำ?
ผู้อาวุโสทั้งสามมองหน้ากันพร้อมความสงสัยในแววตา
อีกาทองคำมีอยู่ในตำนานเล่าขาน เป็นราชันปีศาจโบราณที่คู่ควร แต่น่าเสียดายที่มันถูกทำลายล้างด้วยกระแสน้ำรุนแรงในอดีตกาลไปนานแล้ว
แม้แต่ในโลกเซียนตอนนี้ ก็ค้นพบบันทึกเกี่ยวกับอีกาทองคำในซากโบราณแห่งหนึ่ง ถึงได้รู้ว่ามีอยู่จริง
ภาพวาดนี้ใช้กระดาษธรรมดาและวัสดุที่ค่อนข้างใหม่ ย่อมไม่ใช่ของที่สืบทอดมาแต่โบราณอย่างแน่นอน
ปัจจุบันนี้ยังมีผู้ใดสามารถวาดอีกาทองคำได้อีก?
และต่อให้วาดได้จริง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอะอะให้เป็นเรื่องใหญ่โต ถึงกับให้พวกเราใช้พลังกดดัน?
ชายชราผู้หนึ่งเงียบไปครู่หนึ่งและเอ่ยขึ้น “เจ้าสำนักเผยอัน ท่านระมัดระวังเกินไปหรือไม่ ข้าขอพูดตามตรง ม้วนภาพนี้เปิดไปเลยก็ได้”
“ใช่แล้ว ให้พวกเราออกพลังกดม้วนภาพนี้ จะเป็นการดูถูกพวกเราเกินไปหรือไม่”
กู้ยวนกังวล พูดอย่างอดไม่ได้ “ผู้เฒ่าทั้งสาม อย่าได้ประมาทเชียว อีกาทองคำในภาพนี้เป็นไปได้มากว่าจะมีชีวิต! ข้าเก็บไว้ในมืออยู่นาน ยังไม่เคยกล้าเปิดดูเลย”
“ฮ่าๆ ไร้สาระ!” ชายชราคนที่สามหัวเยาะเย้ย “เจ้าแค่ขั้นเทียนเซียนช่วงกลาง ไม่กล้าเปิดก็ช่างเถอะ ยังจะให้พวกข้าร่วมมือกันกำราบ วิสัยทัศน์ใช้ไม่ได้ ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่!”
เหมือนกับเด็กน้อยที่เปิดฝาขวดน้ำไม่ออก แล้วไปขอให้ผู้ใหญ่สองสามคนช่วยกันเปิด ช่างน่าขันนัก
กู้ยวนกล่าว “หากพวกท่านไม่เชื่อก็ช่างเถอะ ก่อนจะเปิด ข้าขอตัวออกจากตำหนักหลังเสียก่อน”
เผยอันโบกมือ “เอาล่ะ ไม่ต้องเถียงกันแล้ว เปิดข่ายอาคมเลย”
ผู้อาวุโสทั้งสามถอนหายใจเบาๆ “ก็ได้ เช่นนั้นก็เอาตามเจ้าสำนักแล้วกัน”
ผู้อาวุโสทั้งสามร่ายคาถา ตำหนักหลังพลันฉายรัศมีแสงสว่าง พลังปราณเริ่มรวมตัวกันราวกับแม่น้ำหลายสายที่ไหลกลับสู่ทะเล พัดคลื่นออกไปเป็นชั้นๆ
ผู้อาวุโสทั้งสามต่างหันหน้ามองกัน ใช้จิตเนตรสื่อสาร
“ผู้อาวุโสใหญ่ จะเปิดพลังของข่ายอาคมกี่ชั้น?”
“ต้องถามอีกหรือ? มากสุดแค่สามชั้น! ไม่อย่างนั้นหากมีการเคลื่อนไหวมากเกินไป มีคนรู้ว่าเราทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เช่นนี้ พวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
“ก็จริง ผู้อาวุโสใหญ่หลักแหลมนัก”
“เช่นนั้นก็เปิดหนึ่งชั้นพอ แกล้งๆ ทำไป”
...
ทันใดนั้นผู้อาวุโสทั้งสามก็ตัดสินใจ หรี่ตาเล็กน้อย อาคมในมือเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว กลางตำหนักหลัง เส้นสีทองสายหนึ่งเริ่มก่อตัวขึ้นราวกับโซ่ “เจ้าสำนัก ได้แล้ว เปิดได้เลย!”
เผยอันพยักหน้า มองไปที่กู้ยวน “อย่าให้ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังล้อเล่นกับข้า!”
สิ่งที่เขากังวลมากที่สุดในตอนนี้คือกู้ยวนคุยโวเกินจริง หากมันเป็นม้วนภาพธรรมดาขึ้นมา ตนคงไม่เหลือหน้าให้ไว้อีกแล้ว อำนาจบารมีเจ้าสำนักที่สั่งสมมาหลายปีสูญสลายลงในคราวเดียว
สวรรค์อวยพร ม้วนภาพนี้จะต้องสุดยอด!
เขาสูดหายใจเข้าลึก จิตใจประหวั่นพรั่นพรึง คลี่ภาพออกช้าๆ!
ม้วนภาพกางให้เห็นส่วนปลายของภูเขาน้ำแข็ง—
ทันใดนั้น พลังปราณในฟ้าดินก็เริ่มปั่นป่วนวุ่นวาย กลิ่นอายสง่างามก็แผ่ออกมา
หือ?
เผยอันดีใจมาก เริ่มมีความสนใจ
กางออกอีกส่วนหนึ่ง
พลังปราณในฟ้าดินเริ่มเดือดพล่าน ลำแสงสีทองเปล่งออกจากม้วนภาพ สเปเชียลเอฟเฟกต์ปรากฏขึ้น
ผู้อาวุโสหนึ่งสีหน้าประหลาดใจ “โห ภาพม้วนนี้…ดูจะไม่ธรรมดาจริงๆ ควรค่าแก่การชม”
ผู้อาวุโสคนที่สองกล่าวอย่างรอคอย “ต่อเลย อย่าหยุด”
เผยอันตื่นเต้นฮึกเหิม มือเริ่มกางออกเร็วขึ้น!
ในที่สุดกลางม้วนภาพก็เริ่มปรากฏเงาเล็กๆ!
ตูม! (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เพียงชั่วพริบตา หินทรายปลิวว่อน ไม่เพียงแต่พลังปราณ แม้แต่ไอเซียนก็เริ่มรวมตัวกัน ตำหนักหลังคล้ายกับเกิดกระแสน้ำวน
เริ่มปรากฏอุณหภูมิสูงที่แผดเผา แสงสีทองพร่างพรายแสบตา
ผู้อาวุโสใหญ่รีบเอ่ย “เร็วเข้า เพิ่มพลังเป็นสามชั้น!”
ม้วนภาพยังคงกางออกเรื่อยๆ
เปลวเพลิงสีทองเริ่มเอ่อล้นออกมา มือที่ถือม้วนภาพของเผยอันรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผดเผา
เปลวไฟนี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ทรงอำนาจไร้เทียมทาน แค่ปรากฏตัวขึ้นก็ดูเหมือนพร้อมที่จะหลบหนีการควบคุม แผดเผาทุกสิ่งทุกอย่าง
โชคดีที่มีโซ่ตรวนมากมายที่กักขังมันไว้
ผู้อาวุโสทั้งสามเผยสีหน้าประหลาดใจ “เป็นของดี! นี่ต้องเป็นของดีแน่! เจ้าสำนักเตรียมการล่วงหน้า มีความระมัดระวัง ทำให้ข้านับถือจริงๆ”
“ฮ่าๆๆ ข้าบอกไปแล้วว่าสิ่งนี้ไม่ธรรมดา หากไม่ใช้ข่ายอาคม คงต้องสิ้นเปลืองพลังในการสกัดกั้นเปลวไฟสีทองนี่”
เผยอันยิ้มอย่างพอใจ ส่งสายตาเห็นดีเห็นชอบให้กู้ยวน “เตรียมพร้อมแล้ว ข้าจะเปิดต่อล่ะนะ”
“มาได้เลย เพิ่มพลังข่ายอาคมเป็นสามขั้น”
!
คราวนี้ แค่กางออกอีกเล็กน้อย พลังกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรุนแรง เหนือความคาดหมายของทุกคน
เปลวไฟสีทองล้นทะลักออกมาราวกับเขื่อนเปิด ห่อหุ้มทั้งตำหนักหลังในฉับพลัน
ทุกคนหน้าเปลี่ยนสี รีบพูดว่า “เร็ว ใช้เปิดสี่ขั้น!”
“รุนแรงเกินไป รีบเปิดพลังห้าขั้น!”
โฮว้งๆๆ!
กลางม้วนภาพปรากฏร่างอีกาทองคำ คล้ายกับมีเปลวไฟลุกโชนในดวงตา พลังกดดันมหาศาลทำให้ทุกคนหายใจไม่ออก
ผู้อาวุโสใหญ่สั่นสะท้าน น้ำเสียงเคร่งเครียด “ขวางไม่ไหวแล้ว เปิดพลังแปดขั้น!”
ใบหน้าผู้เฒ่าทั้งสามเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดพราย สีหน้าแดงก่ำ คาถาเคลื่อนอย่างรวดเร็ว โซ่สีทองแทบจะกลายเป็นกำแพง ครอบคลุมทั้งตำหนักหลัง
กลิ่นอายน่าสะพรึงกลัวปกคลุมทั่วทั้งสำนักเมฆาคราม รัศมีก่อตัวเป็นพายุพัดไปทุกสารทิศ
เมื่อข่ายอาคมผู้พิทักษ์เปิดออกก็สะเทือนไปทั้งสำนักเมฆาคราม
“เกิดอะไรขึ้น? เกิดเรื่องใหญ่อะไรอีก?”
“ร้อน ร้อนจังเลย!”
“แม่เอ๊ย ตำหนักหลังไฟไหม้แล้ว!”
“ที่แท้ก็ไฟไหม้ ข้าตกใจแทบแย่ คิดว่าข้ากินยาผิด”
“ขอเตือนไว้อย่าง ทางนั้นมีอันตรายใหญ่ ทุกคนอย่าได้ไปดูเด็ดขาด!”
ด้านในตำหนักหลัง สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป พวกเขามองม้วนภาพด้วยแววตาสยดสยอง
ผู้อาวุโสใหญ่เหงื่อแตกราวกับฝนตก ดวงตาโกรธเกรี้ยว พูดเสียงสั่น “เจ้าสำนัก หยุด รีบหยุดสิ! พวกเรารู้ว่าภาพนั้นสุดยอดมาก เปิดออกต่อไปไม่ได้แล้ว!”
ใบหน้าเผยอันดำคล้ำ “ไยเจ้าถึงคิดว่าข้ากำลังเปิด? เห็นๆ อยู่ว่าข้าอยากจะกดม้วนภาพนี้กลับไปต่างหาก!”
เขามองไปที่กู้ยวน ตะโกนด้วยความกังวล “กู้ยวน เจ้าไม่ต้องคิดหนี ตำหนักหลังนี้ถูกปิดตายไว้หมดแล้ว บัดนี้ม้วนภาพอยู่เหนือการควบคุม รีบมาช่วยข้ากด!”
“ข้าไปกดกับผีน่ะสิ เปลวไฟนี่เผาข้าตายได้ง่ายๆ เลย!” กู้ยวนยืนสั่นอยู่ที่มุมห้อง กลัวว่าเปลวไฟเล็กๆ จะปลิวมาโดนตนเอง
อ่อนแอ น่าสังเวช หมดหนทาง
“ข้าผิดเอง ข้าผิดเองจริงๆ แม้จะใช้ข่ายอาคมใหญ่แล้ว ข้าก็ควรจะรออยู่นอกตำหนักหลัง มีหนาว แปดส่วนข้ามีหนาวแน่”
เวลานี้ ม้วนภาพเพิ่งเปิดออกได้ครึ่งทาง แต่พลังข่ายอาคมถูกเปิดจนสุดแล้ว
“ไม่ไหว ข้าไม่ไหวแล้ว”
ชายชราทั้งห้าคนหอบหายใจ เหงื่อท่วมตัว หนวดเคราและผมเผ้าถูกเผาไหม้เกรียม เสื้อผ้าก็ยังไม่เหลือ ร่างกายเปลือยเปล่า
สวรรค์โปรดคุ้มครอง ม้วนภาพนี้อย่าได้ยอดเยี่ยมไปกว่านี้อีกเลย!
เผยอันเกือบจะร้องไห้
หรือว่าสำนักเมฆาครามของข้าจะถูกภาพวาดใบหนึ่งทำลายสิ้นในวันนี้?
………………………………………………