ทุกคนได้ยินเสียงในใจข้า ครอบครัวตัวร้ายพลิกชะตาฝืนฟ้า - บทที่ 19 ตอนนี้คงถึงตาพวกเขากินแตงโมของฉันแล้วล่ะ
- Home
- ทุกคนได้ยินเสียงในใจข้า ครอบครัวตัวร้ายพลิกชะตาฝืนฟ้า
- บทที่ 19 ตอนนี้คงถึงตาพวกเขากินแตงโมของฉันแล้วล่ะ
น้องสาวของฉันบอกว่า หลังจากคืนนี้ไป ซูเฉียนเสวี่ยจะไม่ใช่ซูเฉียนเสวี่ยคนเดิมอีกต่อไป
แต่เธอจะเป็นวิญญาณจากต่างโลกที่มาจุติในร่างนี้ และกลายเป็นนางเอกของโลกใบนี้ ในอนาคต เธอจะนำพาความพินาศมาสู่ตระกูลหยุน ทำให้ทุกคนต้องยากไร้และพบกับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
เมื่อเทียบกับสิ่งที่ตระกูลซูได้ทำไว้ สิ่งที่เขาและพ่อทำในวันนี้จึงเป็นเพียงการสั่งสอนเบาๆ เท่านั้น ถือว่าปรานีมากเสียด้วยซ้ำ
“พี่… ช่วยหนูด้วย!”
ขณะที่พวกเขากำลังจะเดินทางกลับไปยังคฤหาสน์กั๋วหมิงกง ร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางทางหยุนว่านเย่และชางซวนไว้
เด็กสาวคนนั้นสวมเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ใบหน้าเปรอะเปื้อนสกปรกมอมแมม แตกต่างจากตอนที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลหยุนราวกับเป็นคนละคน
เธอมองเขาด้วยดวงตาแดงกอด ร่างกายสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้าและความตระหนกตกใจ ราวกับกำลังไขว่คว้าฟางเส้นสุดท้ายเพื่อเอาชีวิตรอด เธอเอ่ยอ้อนวอนอย่างร้อนรน
“พี่คะ… ตระกูลซูจะส่งหนูไปเป็นเมียน้อยคนอื่น หนูไม่อยากเป็นเมียน้อย! ได้โปรดช่วยหนูด้วยนะคะพี่!”
หลังจากถูกขับไล่ออกจากตระกูลหยุน ซูชิงชิงก็ไร้ที่พึ่งพิง เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องแบกหน้ากลับไปที่ตระกูลซู
เดิมทีเธอคิดว่า ถึงอย่างไรตนเองก็มีสายเลือดตระกูลซูครึ่งหนึ่ง แม้จะเป็นผู้หญิงและไม่มีแม่คอยปกป้อง แต่อย่างน้อยท่านยายก็น่าจะสงสารและเห็นใจบ้าง
แต่ใครจะไปคาดคิดว่าหญิงแก่คนนั้นจะกักขังเธอไว้ เพียงเพื่อหาทางส่งเสริมหลานชาย และคิดจะขายเธอไปเป็นเมียน้อยของชายวัยห้าสิบปี!
เธอทำเป็นเออออห่อหมก หลอกให้คนตระกูลซูตายใจ จากนั้นจึงฉวยโอกาสตอนที่พวกเขาเผลอแอบหนีออกมา
เมื่อรู้ว่าคงไม่อาจผ่านประตูคฤหาสน์กั๋วหมิงกงเข้าไปได้ เธอจึงเฝ้ารออยู่หน้าคฤหาสน์นานกว่าหนึ่งชั่วโมง จนในที่สุดก็เห็นหยุนว่านเย่ปรากฏตัว
หยุนว่านเย่หรี่ตาลง มองเธอด้วยสายตาหยามหยันและรอยยิ้มเย้ยหยัน
“ลืมไปแล้วหรือไงว่าตอนนี้เธอใช้นามสกุลซู? นี่มันเรื่องภายในตระกูลซู แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน?”
เขาไม่เคยชอบหน้าญาติผู้น้องคนนี้อยู่แล้ว รู้สึกได้เสมอว่าเธอเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นและชอบวางแผนร้าย ที่ผ่านมาที่ไม่เข้าไปยุ่ง ก็เห็นแก่หน้าท่านแม่เท่านั้น
ทว่ายามนี้แตกต่างออกไป เธอเปรียบเสมือนตัวกาฝากของตระกูลหยุน แต่กลับกล้าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเหยาเอ๋อร์ แถมยังเก็บความแค้นไว้ในใจ ต่อมายังสมคบคิดกับคนนอกเพื่อทำร้ายน้องสาวของเขาอีก คนน่ารังเกียจถึงเพียงนี้ ยังกล้ามีหน้ามาขอให้เขาช่วย… ช่างน่าขบขันสิ้นดี!
เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่เขาตั้งใจวางแผนไว้ให้เธอโดยเฉพาะ แล้วเขาจะช่วยเธอได้อย่างไร?
“พี่คะ! หนูเป็นน้องสาวของพี่นะ! พี่จะใจดำทำร้ายกันได้ลงคอขนาดนี้เลยเหรอ?”
ซูชิงชิงคาดไม่ถึงว่าเขาจะเย็นชาได้ถึงเพียงนี้ เธอมองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า น้ำตาไหลพรูอาบแก้ม ดูน่าสงสารเวทนาอย่างยิ่ง
“อย่ามาอ้างความเป็นพี่เป็นน้องกับฉัน น้องสาวของฉันมีแค่หยุนว่านเหยาและเสี่ยวซื่อเท่านั้น น้องสาวที่ไหนใช้นามสกุลซูกัน?”
พูดจบ หยุนว่านเย่ก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย
ซูชิงชิงรีบวิ่งตามไปหวังจะเหนี่ยวรั้ง แต่กลับถูกชางซวนก้าวออกมาขวางไว้อย่างเย็นชา เธอทำได้เพียงมองดูที่พึ่งสุดท้ายเดินลับสายตาไปอย่างหมดทาง ความสิ้นหวังกัดกินหัวใจเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
เหยื่อมาติดดักถึงหน้าบ้าน แต่หยุนว่านเย่กลับไม่จับเธอกลับไปส่งตระกูลซูในทันที นี่ไม่ใช่การปล่อยเธอไป แต่มันคือการบีบให้เธอต้องระเห็จหลบๆ ซ่อนๆ เป็นคนเร่ร่อนไปอีกหลายวัน
เพราะอย่างไรเสีย เธอก็ไม่มีทางหนีพ้นอยู่แล้ว!
เรือนว่านอัน
หยุนว่านอิงตื่นขึ้นมาในช่วงพลบค่ำ
หลังจากกินอิ่มหนำสำราญ เธอก็นอนเกียจคร้านอยู่ในอ้อมอกของท่านหญิงหยุน ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปเรื่อยเปื่อย ด้านท่านหญิงหยุนทำทีเป็นหลับตาพักผ่อน แต่แท้จริงแล้วกำลังเงี่ยหูฟังเสียงในใจของลูกน้อยอย่างเงียบเชียบ
【ฉันเกิดใหม่มาตั้งหลายวันแล้ว ไม่รู้ว่าข่าวลือเรื่องนักแสดงชายชื่อดังกับอู๋ XX จะมีอะไรพลิกผันอีกไหมนะ】
【เห้อ พูดถึงเรื่องซุบซิบกินแตงโม* ตอนนี้คงถึงตาคนอื่นมากินแตงโมของฉันบ้างแล้วล่ะ】 (กินแตงโม = มุงดูเรื่องเผือก/เรื่องอื้อฉาว)
【ด้วยชื่อเสียงของฉันในวงการแพทย์ ผลการชันสูตรศพจะต้องกลายเป็นกระแสฮือฮาแน่ๆ ดีไม่ดีอาจจะแย่งพื้นที่ข่าวในอินเทอร์เน็ตไปทั้งหมดเลยก็ได้ พวกคนดังหรืออินฟลูเอนเซอร์ที่โดนแฉข่าวฉาวจนถูกแบนเมื่อวันก่อน คงพากันกราบขอบคุณฉันยกใหญ่แน่】
【อัจฉริยะแห่งตระกูลราชาแพทย์ กลับต้องมาตายเพราะยาพิษของตัวเอง! ป่านนี้พวกชาวเน็ตคงพากันหัวเราะเยาะฉันจนฟันหักแน่ๆ】
【อ๊ากกก น่าอับอายขายหน้าที่สุด! น่าอับอายจริงๆ!】
แค่คิดถึงความสามารถในการสร้างมีมล้อเลียนของชาวเน็ตในยุคปัจจุบัน หยุนว่านหนิงก็อยากจะย้อนเวลากลับไปล้างมลทินให้ตัวเองเสียเดี๋ยวนี้
การตายไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่การต้องมาเสียชื่อเสียงอย่างยับเยินหลังความตาย นอกจากจะขายหน้าตัวเองแล้ว ยังทำเอาบรรพบุรุษพลอยขายหน้าไปด้วย แล้วจะให้เธอสงบใจได้อย่างไร?
โชคดีที่เธอถูกส่งมาเกิดใหม่ที่นี่โดยตรงจากปรโลก มิเช่นนั้นคงไม่รู้ว่าจะแบกหน้าไปพบพวกบรรพบุรุษที่ยังไม่ได้ไปเกิดได้อย่างไร
ท่านหญิงหยุนลืมตาขึ้น มองใบหน้าเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจและอับอาย แล้วก็รู้สึกเอ็นดูจนอดขำในใจไม่ได้
ที่แท้ เจ้าตัวน้อยวางยาพิษตัวเองตาย ถึงได้มาเกิดใหม่ในท้องของเธอนี่เอง
แม้เธอจะไม่เข้าใจคำว่า ‘ภาพยนตร์’ ‘กระแส’ ‘ดารา’ หรือ ‘ชาวเน็ต’ แต่ก็พอจะเดาได้ว่า ในชาติก่อนลูกคนที่สี่ของเธอคนนี้คงจะมีฐานะและชื่อเสียงโด่งดังไม่น้อย ในฐานะทายาทของตระกูลราชาแพทย์
“ท่านแม่ครับ หยุนว่านเหยาละครับ?”
ทันใดนั้น หยุนว่านเย่ก็ก้าวเท้าเดินเข้ามาด้านใน
หลังจากกลับมาถึง เขาตั้งใจจะไปรายงานท่านพ่อก่อน แต่กลับได้รับแจ้งว่าท่านพ่อกำลังยุ่ง ไม่มีเวลาพบ เขาจึงเปลี่ยนทิศทางไปหาหยุนว่านเหยา แต่ก็ไม่พบตัวเธอเช่นกัน
ท่านหญิงหยุนเงยหน้ามองเขาและเอ่ยตอบเสียงเรียบ “องค์หญิงฮวาหยางกับคุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงรู้ว่านางกลับมาจากสำนักศึกษาแล้ว เลยชวนกันออกไปข้างนอกน่ะ”
เมื่อได้ยินชื่อเหล่านั้น หยุนว่านเย่ก็ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจพลันรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
【ชิ พี่ชายคนที่สองดูไม่ค่อยมีความสุขเลยแฮะ】
【ก็แน่ล่ะ เขาแอบชอบเธอมาตั้งแต่เด็กแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากพูดกับเธอ ทุกครั้งที่เจอกัน เธอเองก็ทำเป็นเมินใส่ น่าสงสารจริงๆ เล้ย】
หยุนว่านหนิงเอียงคอเล็กน้อย มองเขาด้วยสายตาหยอกเย้าและเย้ยหยันอยู่ในที
【???】
เย่เอ๋อร์แอบชอบใครกันแน่?
องค์หญิงฮวาหยาง? หรือว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลเจียง?
ท่านหญิงหยุนตกตะลึงไปชั่วขณะ ไม่คาดคิดมาก่อนว่าหยุนว่านเย่จะไปพึงใจหนึ่งในสองคนนี้
แต่ทั้งองค์หญิงฮวาหยางและคุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงต่างก็มีพันธะหมั้นหมายกันหมดแล้วไม่ใช่หรือ! แล้วแบบนี้จะทำอย่างไรดี?
“อ้อ เข้าใจแล้วครับ”
เมื่อสังเกตเห็นสายตาของท่านแม่ หยุนว่านเย่ก็รีบตั้งสติ บังคับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว
ด้วยเกรงว่าหยุนว่านหนิงจะแฉเรื่องของเขาให้ท่านแม่ฟังไปมากกว่านี้ เขาจึงรีบก้าวเข้าไปอุ้มตัวเธอขึ้นมา แล้วกดหอมหน้าผากเล็กๆ นั่นฟอดใหญ่หลายๆ ที จงใจก่อกวนความสงบของเธอ
“น้องสาว คิดถึงพี่ชายคนที่สองไหมครับ?”
【เพิ่งกอดฉันไปเมื่อตอนเที่ยงเองนะ!】
หยุนว่านหนิงไม่อยากเล่นด้วยแม้แต่น้อย ในเมื่อเธอพูดไม่ได้และพี่ชายคนที่สองก็ไม่ได้ยินความคิดของเธอ เธอจึงไม่จำเป็นต้องฝืนใจเอาอกเอาใจเขา
“หืม ดูทำตาเล็กตาน้อยสิ พี่ชายคนที่สองรู้หรอกน่าว่าน้องคิดถึงพี่”
【ไม่ใช่ยะ! นั่นมันเบะปากใส่อยู่ชัดๆ!】
“ฮ่าๆ น้องสาวของพี่น่ารักจังเลย~”
【…】
เย่เอ๋อร์ได้ยินเสียงในใจของเสี่ยวซื่อจริงๆ หรือเปล่านะ?
ท่านหญิงหยุนถูกดึงกลับสู่ความเป็นจริงด้วยปฏิสัมพันธ์อันแปลกประหลาดของสองพี่น้อง สายตาของเธอนิ่งจ้องมองไปยังหยุนว่านเย่ พักเรื่องที่ว่าเขาแอบชอบใครไว้ชั่วคราว
เรื่องนี้เร็วเกินไป ไว้ค่อยหาโอกาสทดสอบเสี่ยวซื่อทีหลัง รวบรวมข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนค่อยวางแผนขั้นต่อไป
“จริงสิ เย่เอ๋อร์ แม่ได้ยินจากเสี่ยวเถาว่าเจ้าไปบ้านตระกูลซูแทนพ่อของเจ้ามา คนตระกูลซูเป็นอย่างไรบ้าง? พวกเขาทำตัวเสียมารยาทใส่เจ้าหรือเปล่า?”
ท่านหญิงหยุนอดที่จะเอ่ยถามขึ้นมาไม่ได้
สามีของเธอช่างประหลาดคนนัก เธอสั่งให้เขาไปด้วยตัวเองแท้ๆ แต่เขากลับโยนงานให้เย่เอ๋อร์ไปแทน ไม่กลัวว่าจะทำให้ตระกูลซูขุ่นเคืองหรืออย่างไร?
“ผมกำลังจะมาบอกท่านแม่เรื่องนี้พอดีเลยครับ! ท่านแม่ครับ ท่านพ่อช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย! ท่านเตรียมแค่กระถางต้นสนไปให้กระถางเดียวเองนะครับ!”
“ท่านพ่อคงอายเกินกว่าจะเอาไปส่งด้วยตัวเอง ก็เลยส่งผมไปแทน ท่านแม่ลองคิดดูสิครับ มีใครที่ไหนเยี่ยมคนป่วยแล้วหิ้วกระถางต้นไม้ไปให้กัน?”
หยุนว่านเยรู้ดีว่าเรื่องกระถางต้นไม้คงไม่อาจปิดบังท่านแม่ได้ ดังนั้นแทนที่จะรอให้ท่านแม่รู้เองแล้วโกรธทีหลัง สู้เขายอมสารภาพออกมาเสียตอนนี้เลยยังจะดีกว่า
เขาไม่ได้ประโยชน์อะไรสักอย่าง แถมยังต้องเหนื่อยเดินทางไปแทนท่านพ่อฟรีๆ จะให้มารับผิดชอบโดนด่าคนเดียวได้อย่างไร?
ด้วยเหตุนี้ หยุนว่านเย่จึงปฏิเสธความรับผิดชอบทั้งหมดโดยไม่ลังเล และโยนความผิดไปให้ท่านพ่อของเขาเต็มๆ!