ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2524 เสน่ห์ของอาหารรสเลิศ
ผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งได้นำทางมู่เฉียนซีไปอย่างรวดเร็ว และพวกเขาก็เข้ามายังชั้นที่สองได้อย่างราบรื่น ซึ่งชั้นที่สองนี้ก็กว้างขวางเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีสัตว์ร้ายและสัตว์ประหลาดนานาชนิดอีกด้วย
เนื่องจากว่ามีผู้พิทักษ์อยู่ด้วย เจ้าพวกนี้จึงทำได้เพียงนั่งน้ำลายไหลมองดูมู่เฉียนซีจากระยะไกล และไม่กล้าเสี่ยงชีวิตเข้ามาใกล้พวกเขาแต่อย่างใด
ผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งกล่าวว่า “ตอนนี้เจ้าหมอนั่นน่าจะกำลังไล่ล่าปีศาจเหวนรกอยู่ มันอาจจะหายากสักหน่อย! นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นอาณาเขตของเขา จึงทำให้เขาซ่อนกลิ่นอายได้เก่งมาก ฉะนั้นข้าจึงทำได้เพียงค่อย ๆ หาเขาเป็นเพื่อนเจ้าเท่านั้น”
“เช่นนั้นก็ค่อย ๆ หากันเถอะ!”
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีแพร่กระจายออกไป เพื่อพยายามค้นหาสิ่งมีชีวิตที่อยู่ที่นี่ ผลปรากฏว่าพวกเขาหาผู้พิทักษ์ชั้นที่สองไม่เจอ แต่กลับเจอเข้ากับปีศาจเหวนรกกลุ่มหนึ่งแทน
ผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งกล่าวว่า “หนี ๆ ๆ! พวกเราเดินอ้อมไปกันเถอะ ข้าไม่มีทางช่วยเจ้าหมอนั่นทำงานอย่างเปล่าประโยชน์หรอก”
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจะทำงานให้เปล่า ๆ แล้วจะสามารถไม่ทำได้ เพราะปีศาจเหวนรกเหล่านี้ได้จ้องมาที่พวกเขา อีกทั้งยังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนสายเกินไปที่จะหนีแล้ว
ในเมื่อหนีไม่ทัน เช่นนั้นก็มีแต่ต้องต่อสู้แล้วล่ะ!
มู่เฉียนซีเหวี่ยงกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณออกไป ทันใดนั้นเปลวเพลิงที่น่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมา แต่ทว่ามันกลับไม่สามารถทิ้งรอยแผลไว้บนตัวพวกมันได้เลยแม้แต่น้อย เพราะปีศาจเหวนรกชั้นที่สองนั้นแข็งแกร่งกว่านั่นเอง
“อย่าสู้เลย! ระดับของเจ้าพวกนี้สำหรับเจ้าแล้วมันอันตรายมากเกินไป ข้าเอง!” ผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งกล่าว
เขาพุ่งทะยานออกไปต่อสู้กับปีศาจเหวนรกเหล่านั้น และเมื่อเปิดทางหนีได้ เขาจึงกล่าวว่า “หนีเร็ว!”
ดูเหมือนเขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะไม่ช่วยสหายของเขากำจัดปีศาจเหวนรกเหล่านี้ แต่ทว่ามู่เฉียนซีกลับไม่อยากหนี นางจึงกล่าวว่า “เสี่ยวโม่โม่ เสี่ยวหง อู๋ตี้โจมตี!”
ตูมม โครมมม!
“เจ้าโง่ไปแล้วหรือ! คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะไม่หนีไปน่ะ” ผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งกล่าวอย่างจนปัญญา
“สู้เถอะ! แม้ว่าครั้งนี้จะสลัดทิ้งไปได้ ครั้งหน้าที่เราเจอก็ต้องสลัดทิ้งไปอีก พวกเราคงไม่สามารถสลัดทิ้งไปได้ทุกรอบหรอก! ฉะนั้นสู้เสียตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อทำความคุ้นเคยกับพวกมันก่อนไม่ดีกว่าหรือ?” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
“หากเจ้าต้องการสู้ก็สู้ ใครใช้ให้ข้าแพ้เดิมพันเจ้าก่อนหน้านี้กันล่ะ?” ผู้พิทักษ์กล่าวอย่างจนปัญญาอีกครั้ง
ปัง ปัง ปัง!
ทันใดนั้น เขาและมู่เฉียนซีก็ต่อสู้กับปีศาจเหวนรกที่อยู่ตรงหน้าเหล่านี้ และหลังจากที่ใช้ความพยายามไม่นาน ในที่สุดพวกเขาก็สามารถจัดการปีศาจเหวนรกเหล่านี้ได้แล้ว
นอกจากจะหาคนไม่เจอแล้ว พวกเขายังต้องเจอกับปีศาจเหวนรกมากมายอีกด้วย อู๋ตี้กล่าวว่า “เป็นผู้พิทักษ์เหมือนกัน เจ้าจะไม่รู้เลยหรือว่าผู้พิทักษ์ชั้นที่สองอยู่ที่ใดกันแน่? เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้หลอกลวงเจ้านายของข้าน่ะ”
“ข้าไม่ได้หลอกล่วงจริง ๆ นะ! ก่อนหน้านี้ตอนที่เหวนรกอยู่อย่างสงบสุขและไม่ได้ตกอยู่ภายใต้ความโกลาหลเช่นนี้ พวกเราต่างก็อยู่กันเป็นหลักแหล่ง แต่ตอนนี้ทุกคนต่างก็วุ่นวายอยู่กับการจับปีศาจเหวนรก ใครจะไปหยุดอยู่กับที่ได้กันล่ะ! เขาจะต้องวิ่งไปรอบ ๆ เป็นแน่ ข้าเป็นเพียงผู้พิทักษ์ไม่ใช่ร่างทรงเสียหน่อย จะไปรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”
“แต่…” ทันใดนั้นเขาก็คิออะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“แต่ว่าแม่สาวน้อย เจ้าเป็นนักปรุงยาสินะ! เจ้ามียาลูกลอนหรือยาน้ำที่เพิ่มประสาทการรับรู้กลิ่นให้แข็งแกร่งขึ้นบ้างหรือไม่ บางทีข้าอาจจะใช้สิ่งนี้หาที่อยู่ของเจ้านั่นเจอก็เป็นได้?” ผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งกล่าวกับมู่เฉียนซี
“ยาที่เพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้กลิ่นให้แข็งแกร่งขึ้นหรือ ข้าไม่มีหรอก!” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
“ไม่มีหรอกหรือ!” เขากล่าวอย่างผิดหวังเล็กน้อย
“ไม่มี แต่แค่กลั่นออกมาก็ได้แล้วนี่ ขอเพียงแค่มันมีประโยชน์ก็พอ!” เนื่องจากดูเหมือนว่ายาเพิ่มการรับรู้กลิ่นจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไรนัก แน่นอนว่านางจึงไม่ได้เตรียมเอาไว้ แต่หากต้องการที่จะกลั่นยานี้ก็เป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก
ด้วยเหตุนี้ผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งจึงได้เห็นนางนางกลั่นยาขวดหนึ่งออกมาได้ในชั่วพริบตาเดียว นางกล่าวว่า “นี่คือยาน้ำที่ใช้เพิ่มการรับรู้กลิ่นที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ข้าเคยกลั่นออกมาแล้ว ท่านลองดูว่าได้หรือไม่?”
ผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งกล่าวด้วยความตื่นตะลึงว่า “ยาน้ำนี้ เหตุใดเจ้าถึงได้กลั่นออกมาอย่างง่ายดายเช่นนี้ละ นี่มันเร็วเสียยิ่งกว่าน้ำเดือดอีกนะ!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว”
หลังจากที่ดื่มยานี้ลงไปแล้ว เขาก็รู้สึกได้ว่าระดับการรับรู้กลิ่นของเขาสูงขึ้นมาก แต่ทว่าตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าตนเองกำลังจะถูกลมควันตาย ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกวิงเวียนเป็นอย่างมาก
การรับรู้กลิ่นของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนไหวมากขึ้น และชั้นที่สองแห่งนี้ก็ไม่ใช่สถานที่ที่มีบรรยากาศที่สะอาดและสดชื่นเป็นพิเศษ มันมีกลิ่นเหม็น อีกทั้งกลิ่นนี้ยังเหม็นมากอีกด้วย…
ท่ามกลางกลิ่นอันไม่พึงประสงค์มากมายเหล่านี้ เขาได้กลิ่นอันหอมหวนลอยมาจากข้างหน้านี้ และเขาก็คิดขึ้นมาได้ว่า “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! หาเจอแล้ว อยู่ทางนั้น กลิ่นหอมลอยมาจากทางด้านนั้น”
“แค่ก แค่ก แค่ก! แต่ว่า ก่อนหน้านั้นทำให้การรับรู้กลิ่นหยุดลงชั่วคราวได้หรือไม่! หากให้เป็นเช่นนี้ต่อไปข้ารับไม่ไหวจริง ๆ”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ได้สิ!”
ผลสุดท้ายหลังจากความพยายามเพียงชั่วพริบตา เขาก็ได้เห็นมู่เฉียนซีกลั่นยาลูกกลอนอีกชนิดหนึ่งออกมา และหลังจากที่กินมันลงไปแล้ว การรับรู้กลิ่นของเขาก็กลับมาเป็นปกติ ซึ่งเขาก็รู้สึกว่าทั้งโลกใบนี้งดงามขึ้นมาทันตา
“ท่านลุง นำทางเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
“ได้! ตามข้ามาเลย!”
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองมีกลิ่นหอมอะไรเป็นพิเศษอย่างนั้นหรือ? เหตุใดกลิ่นถึงได้หอมมาไกลถึงเพียงนี้ล่ะ”
เขากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “หึ หึ หึ! เรื่องนั้นน่ะหรือ! เมื่อถึงเวลาเจ้าก็จะรู้เองแหละ”
เขานำทางมู่เฉียนซีพุ่งตรงไปยังทิศทางนั้น และเมื่อรอจนเตรียมใจพร้อมแล้ว เขาก็เพิ่มความสามารถด้านการรับรู้กลิ่นและเริ่มดมอีกครั้ง หลังจากนั้นก็กำหนดทิศทาง…
หลังจากที่เดินไปได้สักระยะ พวกเขาก็ได้กลิ่นหอมคละคลุ้งจนไม่ต้องยกระดับการรับรู้กลิ่นเลยด้วยซ้ำ และกลิ่นหอมเช่นนี้ก็ทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกว่าคนที่อยู่ตรงหน้ากำลังทำอาหารมื้อใหญ่อยู่เป็นแน่
แต่ในเหวนรกที่รกร้างเช่นนี้ จะทำอาหารให้ใครกินกันล่ะ?
มู่เฉียนซีเห็นว่ามีปีศาจเหวนรกกลุ่มหนึ่งแออัดกันอยู่ข้างหน้า จำนวนนี้มีมากกว่าที่นางเคยเห็นมาก่อนหน้านี้มากมายนัก
“โฮกกกก!” ปีศาจเหวนรกเหล่านั้นเริ่มต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงเนื้อชิ้นแล้วชิ้นเล่า และพวกมันยังต่อสู้กันอย่างดุเดือดมากอีกด้วย
ผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งกล่าวว่า “ในที่สุดข้าก็หาเจ้านี่เจอเสียที อีกเดี๋ยวเขาก็จัดการปีศาจเหวนรกเหล่านี้จนหมดแล้ว พวกเรารออยู่ทางด้านนั้นก่อนเถอะ ไม่ต้องเข้าไปร่วมสนุกด้วยหรอก”
ปีศาจเหวนรกเหล่านั้นต่อสู้กันอย่างดุเดือดมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเพียงไม่นานสิ่งนี้ก็ทำให้พวกมันตีกันเองจนได้รับบาดเจ็บกันทั้งสองฝ่าย ทันใดนั้นท่านลุงที่มีผิวดำเล็กน้อยก็หยิบกรงออกมาอันหนึ่ง และได้จัดการเก็บกวาดปีศาจเหวนรกที่ต่อสู้กันจนได้รับบาดเจ็บเหล่านั้นเข้าไปในกรงจนหมดสิ้น
แปะ แปะ แปะ!
เขาปัดมือและหัวเราะออกมา
“เสน่ห์ของอาหารรสเลิศนั้นแข็งแกร่งเสมอ ข้าสามารถจัดการได้มากมายภายในครั้งเดียวอีกแล้ว ดูเหมือนว่าปีศาจเหวนรกชั้นที่สองของข้าจะสามารถจัดการได้ในไม่ช้าเป็นแน่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า! บางทีข้าอาจจะเป็นคนที่เร็วที่สุดก็ได้”
ทันทีที่เขาพูดจบ ก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “คนที่เร็วที่สุดไม่ใช่เจ้าหรอก เพราะชั้นที่หนึ่งของข้าจัดการได้เรียบร้อยไปนานแล้ว”
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมาถึงชั้นที่สอง หรือว่าถูกกลิ่นหอมของอาหารเลิศรสของข้าดึงดูดมาอย่างนั้นหรือ?” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม
“มีคนต้องการให้ข้าพามาหาเจ้าต่างหากล่ะ พวกเขาต้องการไปที่ชั้นสาม” ผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งกล่าวพลางมองไปทางพวกของมู่เฉียนซี
“โอ้! คนนอกหรือ นอกจากสัตว์ประหลาดคราวที่แล้ว ดูเหมือนว่าจะไม่มีคนนอกมาที่นี่หลายร้อยปีแล้วสินะ! อีกทั้งยังสามารถทำให้คนที่ปล่อยคนอื่นไปอย่างไม่ไยดีอย่างเจ้าพามาหาข้าได้อีกด้วย แปลว่าเจ้าทั้งสองจะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน!” ผู้พิทักษ์กล่าวพลางมองไปทางมู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ย
การรวมตัวกันของทั้งสองคนนี้ค่อนข้างแปลกประหลาดเล็กน้อย เพราะพวกเขาแตกต่างกันอย่างสุดขั้วเลยนั่นเอง
คนหนึ่งอ่อนแอจนเขาสามารถมองออกได้ภายในพริบตา และความสามารถที่อ่อนแอเช่นนี้ ก็ไม่เพียงพอที่จะอยู่ชั้นที่หนึ่งได้ถึงหนึ่งวันเลยด้วยซ้ำ
แต่อีกคนหนึ่งกลับแข็งแกร่งเสียจนเขาไม่สามารถมองออกได้แม้ว่าพยายามมากเพียงใด อีกทั้งยังมีความสามารถที่น่าสะพรึงกลัวอีกด้วย!
.