ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2525 ร้องไห้ไปด้วยกินไปด้วยจนหมด
ผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งกล่าวว่า “พวกเขาย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ที่ตอนนี้ข้าพาพวกเขามาหาเจ้า ก็เพราะอยากให้เจ้าชี้นำทางให้พวกเขาไปยังชั้นที่สาม และหากสามารถช่วยพาพวกเขาไปหาผู้ พิทักษ์ชั้นที่สามได้ด้วยยิ่งดีเลย”
“ไม่มีปัญหา!” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองกล่าวด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง
ถึงความง่ายดายนี้จะเกินกว่าที่มู่เฉียนซีคาดเดาเอาไว้ แต่ทว่าผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งกลับมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีมากบางอย่าง
“อยากให้ข้ารับปากนั้นย่อมได้อยู่แล้ว แต่ต้องกินอาหารเลิศรสที่ข้าทำออกมาด้วยความพยายามนี้เสียก่อน เพราะปีศาจเหวนรกก่อนหน้านี้เหล่านั้นยังไม่ทันมีวาสนาได้กินอย่างมีความสุ ขเลย” ที่นี่ยังมีอาหารเลิศรสเหลืออยู่อีกมากมาก อีกทั้งยังอุดมสมบูรณ์มากอีกด้วย และมันก็คือสิ่งที่ปีศาจเหวนรกเหล่านั้นยอมฆ่ากันตายเพื่อให้ได้ลิ้มรสก่อนหน้านี้นั่นเอง
แต่ถึงแม้ว่าจะมีอาหารเลิศรสอยู่เบื้องหน้า แต่ผู้พิทักษ์ชั้นหนึ่งกลับทำท่าทางเหมือนหวาดกลัวอย่างสุดขีดก็มิปาน เขากล่าวว่า “นั่นมัน…ที่ชั้นที่หนึ่งของข้ามีเรื่องให้ต้องไปจัด ดการ ข้าขอตัวก่อน”
เขาแสดงท่าทางอวยพรให้กับมู่เฉียนซีและหวงจิ่วเยี่ย จากนั้นก็ล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว
มู่เฉียนซีตะลึงงันไปครู่หนึ่ง หรือว่าอาหารเลิศรสที่อยู่ตรงหน้านี้จะมีปัญหาอย่างนั้นหรือ?
ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองคำรามออกมาว่า “เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ไหน ๆ ก็มาแล้ว เจ้าจะหนีไปทำไมกัน? ในเมื่อเจ้ากล้าพาคนมาหาข้าถึงที่นี่ได้ นั่นก็หมายความว่างานของชั้นที่หนึ่งของ งเจ้าต้องจัดการเสร็จแล้วมิใช่หรือ!”
“ไม่ มันยังไม่เสร็จเลย!” และผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งก็รีบวิ่งหนีจากไปอย่างรวดเร็ว
“เจ้าเด็กน้อยทั้งสอง เจ้าคงเห็นแล้วสินะว่าพวกปีศาจเหวนรกเหล่านั้นพยายามอย่างสุดชีวิตแต่ก็กินอาหารเลิศรสเหล่านี้ไปได้เพียงไม่กี่คำเท่านั้น พวกเจ้าลองมาชิมดูสักหน่อยเถอะ! ต ตราบใดที่พวกเจ้ากินหมดและให้คําวิจารณ์ที่น่าพึงพอใจแก่ข้า ข้าก็จะไปส่งพวกเจ้าที่ชั้นที่สามเอง” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองกล่าว
อาหารเลิศรสนี้ ช่างหอมหวนมากจริง ๆ มันช่างเป็นกลิ่นหอมที่ทำให้คนรู้สึกอยากอาหารเป็นอย่างมาก แต่มู่เฉียนซีกลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ข้างในนั้น ฉะนั้นนางจึงไม่ได้รั บปากมันในทันที
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ลืมมันไปเถอะ ท่านผู้พิทักษ์ชั้นที่สอง ท่านเสนอความต้องการอื่นเถอะเจ้าค่ะ! อย่างเช่น ขอให้พวกเราช่วยจับปีศาจเหวนรกที่หนีออกมาทั้งหมดเหมือนผู้พิทักษ์ชั้นที หนึ่งแบบนั้น”
“ข้าไม่ใช่เขา เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาช่วยหรอก” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองกล่าว
“หากไม่กินละก็ เช่นนั้นข้าก็ไม่นำทางให้หรอก! ชิ!” เขาดื้อดึงในคำขอนี้ของเขาเป็นอย่างมาก
ในเวลานี้ จิ่วเยี่ยจึงเอ่ยปากออกมาว่า “ได้!”
จิ่วเยี่ยยอมรับปากแล้ว แต่มู่เฉียนซีกลับยังรู้สึกอยู่ตลอดว่าอาหารเลิศรสของเจ้าหมอนี่ต้องมีปัญหามากแน่นอน และนางก็ไม่รู้ด้วยว่ารสชาติอาหารจะสามารถเทียบอาหารที่จิ่วเยี่ยท ทำได้หรือไม่?
“เจ้าหนูนี่ฉลาดมากจริง ๆ!” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สามกล่าวพลางหัวเราะจนตาหยี
“แต่ข้ามีสิ่งที่ต้องการอีกอย่างหนึ่ง!” มู่เฉียนซีรู้สึกว่าสิ่งนี้ทำให้จิ่วเยี่ยต้องเสี่ยง ฉะนั้นเจ้าหมอนี่ก็จะต้องชดใช้ให้มากขึ้นอีกถึงจะเพียงพอ
“แม่สาวน้อย เจ้าต้องการอะไรอย่างนั้นหรือ?” เขากล่าวถาม
“ในเมื่อจิ่วเยี่ยของข้าต้องกินอาหารที่ท่านทำ เช่นนั้นเพื่อความยุติธรรม ท่านก็ต้องกินอาหารที่จิ่วเยี่ยของข้าทำด้วย เป็นอย่างไร?” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว! นานแล้วที่ไม่มีคนมาทำอาหารให้ข้าได้กิน เพราะคนอื่น ๆ ไม่ได้มีงานอดิเรกเช่นนี้ ทักษะการทำอาหารของข้ายอดเยี่ยมมาก เมื่อถึงตอนนั้นข้าสามารถช่วยชี้แนะหนุ่มน น้อยผู้นี้ได้” เมื่อได้ยินคำพูดของมู่เฉียนซี เขาก็ตอบรับในทันที
เมื่อถึงตอนที่เขาเสียใจภายหลัง เขาคงจะเกลียดการตัดสินใจในตอนนี้ของเขามากอย่างแน่นอน
จิ่วเยี่ยเตรียมตัวกินอาหารที่ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองส่งมาให้ด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย มู่เฉียนซีเดินเข้าไปแล้วกล่าวว่า “ข้าก็จะชิมดูสักหน่อยด้วย”
“ชิมสิ! ชิมสิ! มันอร่อยมากเลยนะ” รอยยิ้มของผู้พิทักษ์ชั้นที่สองเหมือนตาเฒ่าหมาป่าก็มิปาน
ผลปรากฏว่าทันทีที่มู่เฉียนซีกินเข้าไปคำหนึ่ง สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที นี่มันจิ่วเยี่ยคนที่สองไม่มีผิด!
และสิ่งที่แตกต่างจากอาหารที่จิ่วเยี่ยทำก็คือ เขาทำออกมาได้หน้าตาน่าอร่อย อีกทั้งกลิ่นที่หอมหวนนั้นก็ทำให้คนรู้สึกอยากอาหารอีกด้วย แต่ทว่ารสชาตินั้นกลับตรงกันข้ามอย่างส สิ้นเชิง!
จิ่วเยี่ยกล่าวว่า “ซี ข้าจัดการเอง!”
มู่เฉียนซีค้นพบว่าจิ่วเยี่ยไม่ได้กินอาหารที่กินยากนี้เข้าไปจริง ๆ แต่เขาเพียงแค่ใช้วิธีพลางตาอย่างรวดเร็ว จนทำให้ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองไม่ทันสังเกตเห็นเท่านั้นเอง
และอาหารเลิศรสที่ตนเองทำออกมาก็หมดไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันก็ทำให้ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก “หนุ่มน้อย ยอดเยี่ยมมาก ยอดเยี่ยมจริง ๆ”
“เจ้าก็ต้องทำอาหารด้วยเหมือนกันใช่หรือไม่? มา ๆ ๆ ที่ข้ายังมีวัตถุดิบเหลืออีกมากมาย เจ้ามาลองดูสิ! หากมีอะไรที่ไม่เข้าใจก็ถามข้าได้” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก ก เพราะเขาได้มาเจอกับคนที่มีงานอดิเรกเหมือนกันเช่นนี้
ตัวจิ่วเยี่ยนั้นไม่อยากจะทำเลยแม้แต่น้อย แต่มู่เฉียนซีกลับกระซิบกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย เจ้าต้องสั่งสอนเขาสักหน่อย ทำให้เขาได้รู้ว่าอะไรที่เขาเรียกกันว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า”
อย่างไรเสียเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ซีเสนออกมา ดังนั้นจิ่วเยี่ยจึงตอบรับด้วยความยินดี
เมื่อมองดูแล้วมันค่อยข้างที่จะดูดี เพราะอย่างไรเสียก่อนหน้านี้จิ่วเยี่ยก็เคยฝึกฝนมาบ้างแล้ว ซึ่งนี่ก็ทำให้ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ แต่หลังจากที่จิ่วเยี่ย ทำอาหารออกมาเสร็จสมบูรณ์ เขาก็กล่าวว่า “ไม่สวยเหมือนอย่างที่ข้าทำ และยังไม่มีกลิ่นที่หอมเหมือนกับข้าอีกด้วย หนุ่มน้อย เจ้าต้องได้รับการปรับปรุงทักษะอีกมาก”
“เช่นนั้นให้ข้าลองชิมดูก่อนก็แล้วกัน!” ทันทีที่เขากินเข้าไป ต้วเขาก็ทรุดลงไปบนพื้นทันที
“นะ…นี่มันรสชาติบ้าอะไรกันแน่! พระเจ้า! พรวด พรวด พรวด…”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ท่านผู้พิทักษ์ชั้นที่สอง จิ่วเยี่ยของข้ากินอาหารที่ท่านทำทั้งหมดเรียบร้อยแล้วมิใช่หรือ? ท่านจะมาเสียใจเอาตอนนี้ไม่ได้นะ ท่านก็จะต้องกินมันให้หมดเช่นกัน น”
สีหน้าของผู้พิทักษ์ชั้นที่สองในตอนนี้ ทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก นี่มันช่างเป็นเรื่องที่ไม่คาดฝันเลยจริง ๆ!
“แม่สาวน้อย เจ้าอย่าทำให้ข้ากลัวสิ เจ้าต้องการให้ข้ากินของเหล่านี้ให้หมดอย่างนั้นหรือ หากกินจนหมดข้าได้ตายเป็นแน่!” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองกล่าวด้วยสีหน้าที่เหมือนจะร้องไห้ออ อกมาอยู่แล้ว
“นั่นมันไม่ได้หรอก! ท่านพูดคำไหนต้องเป็นคำนั้นสิ” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างไม่คิดจะปล่อยเขาไปง่าย ๆ
เขากล่าวว่า “สิ่งที่ข้าทำนั้นคืออาหารเลิศรส แต่สิ่งที่เขาทำนั้นคือฝันร้ายนะ! มันจะไปเหมือนกันได้อย่างไร? เจ้าจะแกล้งทำเป็นว่าข้าไม่เคยพูดคำพูดก่อนหน้านี้ออกมาได้หรือไม่? ?”
“ยังจะว่าเป็นอาหารเลิศรสอีก สิ่งที่ท่านทำด้วยตนเอง ท่านยังไม่รู้อยู่แก่ใจอีกอย่างนั้นหรือ? ว่าที่จริงแล้วมันมีรสชาติที่อร่อยหรือมีรสชาติที่เหมือนกับของที่จิ่วเยี่ยทำออกม มากันแน่ ข้าว่าในใจของท่านก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วนะ?” มู่เฉียนซีกล่าวถึงเรื่องจริงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา
“ปีศาจเหวนรกเหล่านั้นก็น่าสงสารเช่นกัน เพราะคาดว่าหลังจากที่พวกมันได้ลิ้มรสชาตินั้นไปแล้ว พวกมันจะต้องเสียใจมากอย่างแน่นอน” มู่เฉียนซีกล่าวตอกย้ำขึ้นมาอีกครั้ง
“ตอนนี้ข้าเสียใจแล้ว! แม่สาวน้อยเจ้านี่ช่างใจดำเหลือเกิน คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะขุดหลุมพลางให้ข้ากระโดดนลงไปเช่นนี้ ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าจะยังมีคนที่น่ากลัวเช่นนี้อยู่ด้วย ?” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองกล่าวด้วยสีหน้าที่กำลังจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว
“กิน! รีบกินเร็วเข้า ห้ามเหลือแม้แต่น้อย เพราะหาได้ยากนักที่จิ่วเยี่ยของข้าจะทำอาหารเองเช่นนี้” มู่เฉียนซีกล่าว
ด้วยเหตุนี้ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองจึงทำได้เพียงร้องไห้ไปด้วยและกินไปด้วยจนหมด จากนั้นเขาก็รู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังจะตายด้วยยาพิษก็มิปาน
ความจริงแล้วผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งรู้สึกเป็นห่วงมู่เฉียนซีกับหวงจิ่วเยี่ยมาก มันจึงทำให้เขาที่เดิมทีหนีไปไกลมากแล้ววกกลับมาอีกครั้ง และเขาก็ได้ค้นพบว่ามู่เฉียนซีกับจิ่วเยี ยยังคงเป็นปกติดี แต่สีหน้าของผู้พิทักษ์ชั้นที่สองในตอนนี้กลับทรมานเป็นอย่างมาก ซึ่งมันก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว ราวกับว่าอาหารเป็นพิษอย่างไรอย่างนั้นเลย
เขาบ่นพึมพำว่า อาหารที่เจ้าหมอนี่ทำออกมา กลับวางยาพิษตนเองเช่นนี้ มันช่างเป็นเรื่องที่น่าตลกจริง ๆ เลย!
“เฮ้! ตาเฒ่าเฮย! เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าอย่างนั้นหรือ? ข้าบอกเจ้าแล้วไง ให้เจ้าทำอาหารเหล่านั้นไว้หลอกปีศาจเหวนรกกับสัตว์ร้ายและสัตว์ประหลาดก็พอแล้ว อย่ากินเองเด็ดขาด เหตุใดเจ้าถ ถึงไม่ยอมแพ้จนกินเข้าไปเองอย่างนี้ล่ะ” ถึงผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งจะพูดแนะนำอย่างจริงจัง แต่เหตุใดพอฟังดูแล้วกลับรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังยินดีในความทุกข์ของคนอื่นอยู่เลยล่ะ ะ!