ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2551 ขุมนรกรากษส
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ต่อจากนี้ภารกิจของพวกเราก็คือการตามหาหอคอยนิรันดร์ หากตามหาหอคอยนิรันดเจอแล้ว บางทีจิ่วเยี่ยอาจจะสามารถเอาชนะกิเลนแห่งนรก และเอาดีกิเลนของกิเลนแห่ง นรกมาได้ก็เป็นได้! แต่จำเป็นต้องเร็วขึ้นอีก จงนำข้อมูลทั้งหมดในโลกนี้ส่งมาให้ข้า แม้ว่ามันเป็นเพียงเบาะแสอันน้อยนิดก็ตาม”
“ตกลง!” จื่อโยวกล่าว
เนื่องจากว่าหวงจิ่วเยี่ยติดอยู่ที่เหวนรก จึงดูเหมือนว่าท่านเจ้าเมืองที่รับดำรงตำแหน่งหมอปีศาจด้วยจะต้องทำงานหนักกว่าแต่ก่อนมาก แต่ก็ยังจัดการเรื่องมากมายได้อย่างรวดเร็วและ เฉียบขาด ซึ่งมันก็ทำให้ฝูเซิงผ่อนคลายไปมากเลยทีเดียว
แน่นอนว่าฝูเซิงสามารถผ่อนคลายได้ แต่จื่อโยวที่รับหน้าที่จัดการงานทุกอย่างในแดนรกแทนจิ่วเยี่ยกลับกำลังจะกระอักเลือดตายอยู่แล้ว
ชะตาชีวิตของเขากลับยังคงต้องยากลำบากอยู่เช่นเดิม!
“คนงาม ข้าได้รับข้อมูลหนึ่งมา” จื่อโยวกล่าว
“ที่ข้าเองก็ได้รับข้อมูลมาเรื่องหนึ่งเช่นกัน” มู่เฉียนซีก็กล่าวออกมาด้วย
“หอคอยนิรันดร์ปรากฏตัวขึ้นที่เรือนจำปีศาจแห่งความมืด!” เสียงของทั้งสองคนดังขึ้นมาในเวลาเดียวกัน
สีหน้าของจื่อโยวแสดงอาการเคร่งขรึมขึ้นมาทันที “ในแดนนรก ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นความลับเลย ผู้คนส่วนใหญ่ต่างก็รู้เรื่องนี้กันทั้งหมด และไม่ได้มีเพียงแต่แดนนรกเท่านั้น ผู้แข็งแ แกร่งจากอาณาเขตอื่น ๆ ต่างก็ได้รับข้อมูลนี้เช่นกัน”
ฝูเซิงกล่าวว่า “ถึงจะรู้ข้อมูลนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์ ใครจะไปสถานที่ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดอย่างเรือนจำปีศาจแห่งความมืดทั้งที่ไม่รู้ว่าเป็นข้อมูลจริงหรือเท็จกันล่ะ เหมือนในตอนแรกท ที่ข้าถูกโยนเข้าไปและติดอยู่ในขุมนรกสีโลหิตเป็นเวลานานนั้น ฉะนั้นข้าไม่มีทางกล้าเสี่ยงเช่นนั้นหรอก”
เมื่อเข้าไปในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดแล้วก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะไม่สามารถออกมาได้ เว้นแต่คนอื่นจะมีความมั่นใจเกินร้อยส่วนว่าหอคอยนิรันดร์อยู่ที่เรือนจำปีศาจแห่งความมืดจริง ง ๆ อีกทั้งยังมีความมั่นใจว่าจะสามารถเอาหอคอยนิรันดร์มาได้อีกด้วย และบางทีอาจจะอาศัยพลังของหอคอยนิรันดร์หลบหนีออกมาจากเรือนจำปีศาจแห่งความมืดนั่นได้
แต่ทว่าโอกาศเช่นนี้ มันน้อยมากเกินไปจริง ๆ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไม่มีใครกล้าไปเสี่ยงหรอก แต่มันก็ยังมีอยู่คนหนึ่ง! อย่างเช่นข้าเป็นต้น แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้เพียงน้อยนิดแต่ข้าก็อยากลองดู นอกจากนี้เดิมทีพวกเราก็ต้อง จัดการกับเรือนจำปีศาจแห่งความมืด และกำจัดผู้คุมปีศาจแห่งความมืดอยู่แล้วด้วย”
“ข้าคิดว่ามันจะต้องเป็นกับดักแน่นอน! วิธีการเช่นนี้คนงามเจ้าน่าจะคุ้นเคยดีอยู่แล้วมิใช่หรือ? เกรงว่านี่ก็น่าจะเป็นแผนการที่อู๋หยาวางไว้เช่นกัน” จื่อโยวกล่าวอย่างครุ่นคิ ด
“ตอนนี้เยี่ยอยู่ที่เหวนรก คนงาม เจ้าอย่าหุนหันพลันแล่นไปเลยจะดีกว่า ข้ากลัวว่าอู๋หยาจะฉวยโอกาสตอนที่เยี่ยไม่อยู่ทำเรื่องที่เป็นอันตรายต่อเจ้าออกมาอีก เขาไม่มีทางยอมแพ้แน่นอ อน” จื่อโยวกล่าวกับมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไม่ว่าเขาต้องการจะทำอะไรก็ตาม แต่เราก็ต้องจัดการเรือนจำปีศาจแห่งความมืดอยู่ดี และการตามหาตำแหน่งของเรือนจำปีศาจแห่งความมืดก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เว้นแต่พว วกเขาจะเปิดเผยมันด้วยตนเอง”
“หลังจากที่จัดการเรื่องทางนี้แล้ว หากไม่มีเรื่องอื่นอีกแล้วละก็ พวกเราก็เตรียมไปที่คุกรากษสกันสักครั้งเถอะ ไปดูกันว่าพวกเราจะมีโอกาสหาเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับเรือนจำปีศาจแห ห่งความมืดได้บ้างหรือไม่” มู่เฉียนซีกล่าวกับจื่อโยว
“คนงาม เจ้าจะทำมันจริง ๆ หรือ?” จื่อโยวกล่าว
“พลังแปลกประหลาดที่อยู่ภายในร่างกายของจิ่วเยี่ย ข้าเคยเห็นที่คล้ายคลึงกันมาก่อน มันแปลกประหลาดมากแต่ก็ไม่รู้ว่ามาจากที่ใดกันแน่ นอกจากนี้เราไม่สามารถชะลอการค้นหาหอคอยนิรั นดร์ได้อีกแล้วด้วย! ข้ารู้สึกว่าหากเป็นกลอุบายของอู๋หยา ข้อมูลนี้ก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นจริงแปดถึงเก้าในสิบส่วนเลยทีเดียว เพราะในสงครามที่กรงร้อยศึกคราวที่แล้ว พวกเราก็ห หาหอคอยจำลองของหอคอยนิรันดร์เจอเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่านี่ก็สิ่งที่เขาคำนวนเอาไว้อยู่แล้ว แม้ว่าเขาต้องการให้ข้าตาย แต่เขาก็ต้องการถอนคำสาปให้จิ่วเยี่ยเช่นกัน เรื่องนี้นับ บว่าพวกเรามีเป้าหมายเดียวกัน” มู่เฉียนซีกล่าว
“แต่นั่นคืออู๋หยาเลยนะ!” จื่อโยวกล่าวอย่างเป็นกังวล
“ไม่ว่าจะมาวิธีไหนข้าก็สามารถรับมือได้ แม้ว่าอู๋หยาจะมีกลอุบายมากมาย ข้าก็ไม่ใช่คนที่จะสามารถรังแกได้ง่าย ๆ” ถึงอู๋หยาจะมีฝีมือ แต่ความสามารถของนางก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เปลี่ยนไป ปเลยเช่นกัน
ไม่มีข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหอคอยนิรันดร์อีกอย่างที่คาดไว้จริง ๆ และตอนนี้เบื้องหน้าของมู่เฉียนซีก็มีเพียงทางเลือกเดียวเท่านั้น มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ฝูเซิง พวกเราไปที่คุก กรากษสกันเถอะ!”
“คนงาม ข้าก็จะไปด้วย! ข้าต้องไปกับเจ้าถึงจะสบายใจ” จื่อโยวกล่าว
“ไม่ได้! แดนนรกต้องการคนคอยควบคุมดูแล ดังนั้นข้าไปกับฝูเซิงก็พอแล้ว พวกเราเคยมีประสบการณ์ต่อสู้ร่วมกันมาก่อน แม้ว่าจะไปยังขุมนรกรากษสที่ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ แต่พวกเราก ก็สามารถล่าถอยออกมาได้อย่างปลอดภัยแน่นอน” มู่เฉียนซีกล่าว
“ใช่แล้ว! อย่าลืมว่าข้าเป็นถึงเจ้านายของขุมนรกสีโลหิต ฉะนั้นหากต้องไปที่ขุมนรกรากษสก็เป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก” ฝูเซิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
จื่อโยวถูกบังคับให้อยู่ที่คุกโลหิตเพื่อทำงานอย่างหนัก ซึ่งสีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความคับแค้นใจเป็นอย่างมาก!
มู่เฉียนซีมุ่งหน้าไปยังขุมนรกสีโลหิตกับฝูเซิง หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าไปที่ขุมนรกรากษสโดยตรงผ่านเส้นทางของขุมนรกสีโลหิต และเข้าไปในขุมนรกรากษสได้สำเร็จ
ขุมนรกแห่งนี้เต็มไปด้วยกรงขัง แต่เป็นเพราะพวกเขามาจากขุมนรกสีโลหิต จึงทำให้พวกเขาไม่ได้ถูกขังอยู่ในกรงเหล่านั้น และเพียงยืนอยู่ด้านนอกกรงสีม่วงเหล่านั้นเท่านั้น
สถานที่แห่งนี้ ถูกตึกเก่าซ้อนทับกันขึ้นมาเป็นชั้น ๆ เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบน พื้นที่ของกรงขังกลับมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ชั้นล่างสุดสามารถขังได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่ง งมันก็ทำร่างนั้นไม่สามารถยืนขึ้นได้เลยด้วยซ้ำ
สถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนกับป้อมปราการขนาดใหญ่ และการปรากฏตัวของพวกมู่เฉียนซีก็ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของคนที่อยู่ชั้นล่างสุดเหล่านั้นแม้แต้น้อย เพราะคนเหล่านั้นถูกขังเอาไว้ที นี่จนกลายเป็นที่ชินชาไปอย่างสมบูรณ์แล้ว ฉะนั้นจึงไม่มีความสนใจต่อคนภายนอกเลยแม้แต่น้อย
“ขุมนรกรากษสแห่งนี้ช่างแตกต่างจากขุมนรกอื่นจริง ๆ!” ฝูเซิงกล่าว
“พวกเราไปถามกันเถอะว่าเจ้านายของขุมนรกรากษสอยู่ที่ไหน?” มู่เฉียนซีกล่าว
สถานที่แห่งนี้น่าหดหู่ใจยิ่งนัก แต่ละคนเป็นเหมือนร่างที่ไร้วิญญาณก็มิปาน
ฝูเซิงกล่าวว่า “เมื่อลองดูจากระดับแแล้ว เจ้านายของขุมนรกรากษสน่าจะอยู่ชั้นบนสุด”
ฝูเซิงชี้ไปที่จุดที่อยู่ด้านบน ซึ่งมันก็มีกรงขังจำนวนนับไปถ้วนตั้งตระหง่านขึ้นไปจนสูงเสียดฟ้า พุ่งทะลุเข้าไปในหมู่เมฆเหล่านั้น และดูเหมือนว่าบนเมฆนั้นจะมีพระราชวังที่เหมือนกับ ปราสาทผีสิงอยู่อีกด้วย
“เช่นนั้นพวกเราก็ขึ้นไปกันเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
“ตกลง!”
แต่ในตอนที่พวกเขากำลังจะไปยังชั้นต่อไป กลับถูกม่านพลังอันหนึ่งขวางเอาไว้เสียก่อน
ฝูเซิงกล่าวว่า “เจ้าสิ่งที่มาเกะกะนี่มันคืออะไรกันเนี่ย! ข้าทำลายมันทิ้งไปเลยก็แล้วกัน”
ตูมมม!
ทันทีที่ฝูเซิงลงมือ แม้จะไม่ได้ใช้พลังวิญญาณ แต่ม่านพลังนี้ก็ถือว่าเปราะบางมากจริง ๆ!
แกร่ก!
ในตอนที่ม่านพลังนี้กำลังจะแตกออก แน่นอนว่าเหล่าผู้คุมจะต้องเคลื่อนไหวอยู่แล้ว
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
ร่างเงาจำนวนนับไม่ถ้วนได้ปรากฏตัวขึ้นมา และผู้คุมก็มาถึงอย่างรวดเร็ว
“คิดไม่ถึงเลยว่าที่ชั้นล่างสุดนี้จะมีคนแหกคุก นอกจากนี้ที่นี่ยังมีสาวงามกับชายหนุ่มที่หน้าตาดีขนาดนี้ด้วยหรือ?”
“เหตุใดคนที่หน้าตาดีเช่นนี้ถึงไม่เคยถูกพวกเราค้นพบมาก่อนเลยล่ะ! นี่มันเป็นไปไม่ได้หรอก” ผู้คุ้มเหล่านี้จ้องมองไปยังมู่เฉียนซีและฝูเซิงด้วยความมึนงงเล็กน้อย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ผู้คุมมาแล้วนี่! พอดีเลย! ข้าต้องการพบเจ้าเหนือหัวแห่งขุมนรกรากษสของพวกเจ้า นำทางให้หน่อยสิ!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! แม่สาวน้อยที่หน้าตางดงามและมีเสียงอันไพเราะผู้นี้ เห็นอยู่ว่าเจ้าออกมาจากชั้นล่างสุดชัด ๆ คิดไม่ถึงเลยว่าจะเอ่ยปากขอพบนายท่านเช่นนี้” เมื่อได้ยินคำพูดของมู่เ เฉียนซี พวกเขาต่างก็หัวเราะเยาะขึ้นมาทันที
นายท่านผู้นั้นไม่ใช่คนที่ผู้ใดอยากพบก็สามารถพบได้ อย่าว่าแต่นักโทษเลย แม้แต่ผู้คุ้มอย่างพวกเขาก็ใช่ว่าจะเข้าพบได้ง่ายขนาดนั้น
“ไม่ยอมนำทางให้สินะ? เช่นนั้นก็คงต้องลงมือแล้วล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
“ลงมือหรือ อาศัยคนที่ไม่มีพลังวิญญาณอย่างพวกเจ้าเนี่ยน่ะหรือ?” พวกเขากล่าวอย่างดูถูก
ภายในคุก พวกเขาต่างก็คุ้นเคยกับความจริงที่ว่าพวกเขาที่มีพลังวิญญาณคือเทพเจ้า และคนที่ไม่มีพลังวิญญาณเหล่านั้น พวกเขาก็มองเป็นเพียงแค่มดปลวกเท่านั้น
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ถึงจะไม่มีพลังวิญญาณ แต่มันก็เพียงพอที่จะทรมานพวกเจ้าได้แล้ว!”
ทันทีที่พูดจบ มู่เฉียนซีและฝูเซิงก็โจมตีทันที!
ตูมมม!
มีเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้น พวกเขาพากันปล่อยกระบวนท่าออกมามากมาย และทำให้ผู้คุ้มที่มีพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งเหล่านั้นกระเด็นออกไป
ปัง ปัง ปัง!
และมันก็ทำให้ผู้คุมทั้งหมดนี้รู้สึกเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก นะ…นี่มันเป็นไปได้อย่างไร!
“โจมตี! เจ้าสองคนนี้ไม่ธรรมดา ห้ามประมาทเด็ดขาด!” หนึ่งในผู้คุมคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด