ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2552 ซ่อนตัว
พวกเขาพยายามต่อสู้อย่างสุดความสามารถ แต่มันกลับไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย และพวกเขาก็ไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของมู่เฉียนซีกับฝูเซิงได้เลย
ในบรรดาพวกเขา คนหนึ่งครอบครองพลังทางกายภาพที่ใต้เท้าระดับล่างก็ยากที่จะทำอันตรายได้ ส่วนอีกคนหนึ่งก็มีร่างกายของพืชกลายพันธุ์ ฉะนั้นผู้คุมของขุมนรกรากษสชั้นล่างสุดเหล่าน นี้ จะสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของพวกเขาได้อย่างไร?
“อ๊ากกก!” มีเสียงร้องดังโหยหวนออกมา ซึ่งมันก็ทำให้เหล่านักโทษที่อาศัยอยู่ในความมืดมิดโดยปราศจากแสงตะวันในชั้นล่างสุดของขุมนรกรากษสเหล่านี้ต่างตื่นตกใจเป็นอย่างมาก
คนที่ไม่มีพลังวิญญาณชนะแล้ว พวกเขาสามารถเอาชนะผู้คุมที่หยิ่งผยองไม่เห็นคนอื่นในสายตาและใช้อำนาจบาตรใหญ่เหล่านี้ได้แล้ว นี่ช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ
มู่เฉียนซีเหยียบลงไปบนร่างของผู้คุม นางกล่าวว่า “ตอนนี้ พวกเจ้าจะช่วยนำทางได้หรือยัง?”
“นะ…นำ…” พวกเขากล่าวด้วยความหวาดกลัว
และจากคำบอกเล่าจากปากของผู้คุมเหล่านี้ ทำให้มู่เฉียนซีและฝูเซิงรู้สึกมีความสุขมาก เนื่องจากได้รู้เรื่ององค์ประกอบของขุมนรกรากษสเพิ่มขึ้นด้วย
ทั่วทุกหนทุกแห่งในขุมนรกรากษสเต็มไปด้วยกรงเหล็กมากมาย และคนที่ไม่มีพลังวิญญาณก็ไม่สามารถเปิดกรงเหล็กเช่นนี้ได้
ยิ่งไปถึงด้านบน ระดับของกรงขังก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น และยิ่งเปิดได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เช่นนั้นข้าขอทดสอบความแข็งแกร่งของกรงนี้หน่อยก็แล้วกัน!”
แกร่ก!
การลงมืออย่างแผ่วเบาของมู่เฉียนซี ทำให้เกลียวมันก็บิดออกมาโดยตรง
มุมปากของผู้คุมเหล่านั้นกระตุกขึ้นอย่างรุนแรง พลังนี้มันจะน่ากลัวเกินไปแล้ว
ในตอนที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าขึ้นไป ก็ได้มีคนมาส่งข่าวว่า “ลูกพี่! พวกเราได้ตรวจสอบมาแล้ว กรงขังที่อยู่ชั้นล่างสุดเหล่านั้นยังคงอยู่ดี ทุกคนยังอยู่กันครบ ไม่มีผู้ใดแหกคุกออกมา เลยสักคนเดียว พวกเขา…พวกเขาคือคนที่โผล่มาจากที่ไหนก็ไม่รู้ขอรับ”
ผู้คุมเหล่านี้ก็ประหลาดใจมากเช่นกัน “พะ…พวกเจ้ามาจากที่ใดกันแน่?”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบว่า “พวกเจ้าไม่ยินดีต้อนรับการเยี่ยมเยือนจากสหายที่มาจากขุมนรกอื่นอย่างนั้นหรือ?”
“สหายหรือ! มีเพียงเจ้าแห่งขุมนรกเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เช่นนี้ พวกเจ้าควรตรงไปหาเจ้าแห่งขุมนรกรากษสโดยตรงถึงจะถูก เหตุใดถึงได้มาปรากฏตัวอยู่ที่ชั้นล่างสุดเช่นนั้นเล่า!” พวกเขากล ล่าวขึ้นมาอย่างมึนงง
“ข้าชอบน่ะ! ข้าอยากทำให้เจ้านายของพวกเจ้าประหลาดใจ ไม่ได้หรืออย่างไร?” ฝูเซิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ประหลาดใจอย่างนั้นหรือ! นี่มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากต่างหากล่ะ
เนื่องจากความสามารถของพวกเขาแข็งแกร่งมาก ผู้คุมเหล่านี้จึงไม่กล้าพูดมากอีก ฉะนั้นจึงนำทางให้พวกเขาอย่างเชื่อฟัง
หลังจากนั้นพวกเขาก็มาถึงชั้นที่หนึ่ง และที่ชั้นที่หนึ่งนี้ก็มีม่านพลังขวางกั้นอยู่อีกอันหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนว่าม่านพลังในครั้งนี้จะแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก
ผู้คุมด้านล่างถูกมู่เฉียนซีและฝูเซิงทุบตีจนหวาดกลัวไปหมดแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงปลดม่านพลังชั้นที่หนึ่งให้อย่างเชื่อฟัง
หลังจากนั้นก็มีผู้คุมลาดตระเวนเดินผ่านมาที่นี่ พวกเขามองไปทางมู่เฉียนซีและฝูเซิงพลางกล่าวว่า “สองคนนี้คือผู้ใดกัน?”
“พวกเขามาพบนายท่าน”
“ตอนนี้นายท่านไม่พบใครทั้งนั้น! แต่ว่าสองคนนี้มีสิทธิ์อะไรมาพบนายท่านกัน! เด็ก ๆ! ตรงนี้มีคนแหกคุกออกมาสองคนเอาพวกมันไปขังเอาไว้เดี๋ยวนี้” ผู้คุมผู้นั้นออกคำสั่งทันที
ฝูเซิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “เจ้าอยากจะขังพวกข้าอย่างนั้นหรือ! ฝันไปเถอะ!”
ปัง!
หมัดของฝูเซิงกระแทกตรงเข้าไปที่ผู้คุมผู้นั้น พวกเขากล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “บังอาจนัก! ไม่ยอมทำตามแล้วยังกล้าต่อต้านอีกหรือ จับพวกมันเอาไว้ หักแขนขาพวกมันซะ ดูสิว่าพวกม มันจะต่อต้านได้อย่างไร?”
ปัง ปัง ปัง!
ผู้คุมเหล่านี้ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นอุปสรรคของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย และหลังจากนั้นทั้งมู่เฉียนซีและฝูเซิงก็ขึ้นไปถึงชั้นที่สิบแปดได้อย่างราบรื่น
ห้องขังของชั้นที่สิบแปดมีความกว้างขวางเป็นอย่างมาก มันกว้างใหญ่ราวกับประเทศหนึ่งก็มิปาน อีกทั้งยังหรูหรามาก ๆ อีกด้วย
หากพวกเขาไม่เหมือนกับนกตัวหนึ่งที่ถูกขังอยู่ในกรงและไม่สามารถเดินออกไปได้แม้แต่ก้าวเดียวแล้วละก็ เพลิงศักดิ์สิทธิ์ของขุมนรกรากษสแห่งนี้ก็ดูน่าสนใจไม่น้อยเลย
ชั้นที่สิบแปดขึ้นไป สามารถมองเห็นพระราชวังแห่งหนึ่งได้ และพระราชวังแห่งนั้นก็ตั้งอยู่ท่ามกลางเมฆหมอก ซึ่งมันก็งดงามตระการตาเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
แต่เมื่อพวกเขาต้องการที่จะเข้าไป พระราชวังแห่งนี้กลับถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนาในทันที!
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“ช่วงนี้เจ้านายของพวกเราไม่พบแขก ทั่วทั้งพระราชวังถูกปกคลุมไปด้วยค่ายกล ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดสามารถบุกเข้าไปได้ แม้ว่าจะเป็นเหล่าผู้คุมอย่างพวกเราก็ตาม” ผู้คุมที่เป็นหัวหน้า ผู้นั้นกล่าวตอบ
“ไม่สามารถบุกเข้าไปได้อย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นข้าจะลองบุกเข้าไปดูก็แล้วกัน” ร่องรอยของความโกรธเคืองฉายวาบขึ้นมาในดวงตาของฝูเซิง ทันใดนั้นเขาก็ได้กลายเป็นร่างหลักและพุ่งโจมตีพ พระราชวังแห่งนั้นทันที
พวกเขากล่าวด้วยความตื่นตระหนกว่า “คะ…คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นพืชกลายพันธุ์! เขาคือพืชกลายพันธุ์ขั้นเทวะ!”
“พืชกลายพันธุ์มาสร้างปัญหาถึงขุมนรกรากษส นี่มันไม่ได้มีอะไรผิดพลาดไปใช่หรือไม่!”
“……”
ผู้คุมเหล่านี้ต่างหวาดกลัวขึ้นมาทันที แม้ว่าพืชกลายพันธุ์จะไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถขัดขวางได้อยู่ดี
พลังการโจมตีของฝูเซิงนั้นแข็งแกร่งมากจริง ๆ แต่ทว่ามันกลับไม่สามารถทำลายเกาะป้องกันของพระราชวังแห่งนี้ได้อยู่ดี ฝูเซิงกล่าวว่า “เจ้านาย โจมตีไม่เข้า ให้ทำเช่นไรดี? หรือว่า. …”
มู่เฉียนซีกล่าวกว่า “นี่ยังไม่ใช่เวลา ในเมื่อคนเดียวโจมตีไม่เข้า เช่นนั้นเหตุใดทุกคนถึงไม่โจมตีพร้อมกันล่ะ?”
เมื่อผุ้คุมเหล่านั้นได้ยินคำพูดของมู่เฉียนซี พวกเขาก็มีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีบางอย่าง
อะไรนะ? โจมตีพร้อมกัน! จะโจมตีพร้อมกันได้อย่างไร?
พวกเขากล่าวอย่างหนักแน่นว่า “พวกเรา…พวกเราไม่มีทางทรยศนายท่านเด็ดขาด และไม่สามารถละเมิดคำสั่งของนายท่านได้ด้วย ต่อให้ต้องตายก็ไม่ได้!”
ลำแสงสีเงินจำนวนนับไม่ถ้วนสว่างวาบขึ้น และเข็มยาของมู่เฉียนซีก็บินออกไปทันที
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องที่พวกเจ้าอยากจะปฏิเสธก็สามารถปฏิเสธได้หรอกนะ พวกเจ้าจำเป็นจะต้องช่วย”
พวกเขาถูกมู่เฉียนซีวางยาพิษ แม้ว่าพวกเขาต้องการที่จะปฏิเสธแต่ก็ไม่อาจดื้อดึงถึงขนาดนั้นได้อีกแล้ว เพราะยาพิษของมู่เฉียนซีทำให้พวกเขาทุกข์ทรมานราวกับตายทั้งเป็นเลยทีเดียว
พวกเขาคร่ำครวญว่า “โปรดเมตตาด้วย!”
“พวกเราทำ! พวกราจะทำเดี๋ยวนี้!”
“พวกเราผิดไปแล้วขอรับ”
แน่นอนว่ายาพิษของนางถือว่าเป็นฝันร้ายของผู้คุมเหล่านี้เลยทีเดียว แต่ทว่าพระราชวังแห่งนี้นั้นแข็งแกร่งมากจริง ๆ แม้ว่าผู้คุมลาดตระเวนของขุมนรกรากษสที่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ อย่างแข็งแกร่งและร่วมมือกัน ก็ยังคงไม่สามารถเปิดออกได้อยู่ดี
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “เจ้าแห่งขุมนรกรากษสของพวกเจ้าเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดของที่นี่ และที่เขาปิดผนึกพระราชวังอย่างกะทันหันเช่นนี้ เป็นเพราะว่าอะไรกันแน่?”
“เรื่องนี้…พวกเราก็ไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกันขอรับ ก่อนหน้านี้พระราชวังมักจะเปิดอยู่ตลอด เพราะด้วยชื่อเสียงของนายท่าน ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าบุกเข้ามาในขุมนรกรากษสอยู่แล้ว และดู เหมือนว่าก่อนหน้านี้ไม่นานจะมีข้อมูลบางอย่างส่งมา ฉะนั้นนายท่านจึงได้ใช้ค่ายกลผนึกพระราชวังเอาไว้ และยังทำให้พระราชวังกลายเป็นป้อมปราการที่ไม่สามารถทำลายได้ไปแล้วอีกด้วย” หัวหน น้าผู้คุมคนนั้นกล่าวตอบ
ก่อนหน้านี้ไม่นาน หรือว่าจะเป็นเรื่องของขุมนรกอสูร นอกจากนี้เรื่องที่เกิดขึ้นในขุมนรกอื่นก็คงถูกเจ้าแห่งขุมนรกรากษสรู้หมดแล้วสินะ
ด้วยเหตุนี้มันจึงเหลือเพียงขุมนรกรากษสเพียงแห่งเดียว หากเขาไม่กลัวก็แปลกแล้ว
“ซ่อนตัวไปแล้ว? กลัวมากเลยหรือ? เช่นนั้น…”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ปล่อยนักโทษที่อยู่ที่นี่ออกมาให้หมดได้หรือไม่?”
“อะไรนะ? หากปล่อยออกมาจะต้องสร้างความวุ่นวายแน่นอน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ก็เถอะ”
คำพูดของมู่เฉียนซีทำให้สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก พวกเขาจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้อย่างไรกัน?
“จะปล่อยหรือว่าไม่ปล่อย พวกเจ้ามีกุญแจสินะ! ความอดทนของข้ามีไม่มากนักหรอก ฉะนั้นจงรีบปล่อยเดี๋ยวนี้” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่า หากเกิดความวุ่นวายไปทั่วขุมนรกรากษสแล้ว เจ้าแห่งขุมนรกรากษสยังจะกล้าซ่อนตัวอยู่ในกระดองเต่าเช่นนั้นอีก” ตอนนี้มู่เฉียนซีกำลังจะท้าทาย อีกทั้งยังใช้วิธีก การกระตุ้นที่รุนแรงอีกด้วย
ในเมื่อไม่สามารถทำลายพระราชวังที่ไร้เทียมทานนั้นได้ เช่นนั้นก็คงทำได้เพียงเชิญเจ้านายของขุมนรกรากษสปรากฏตัวออกมาเองด้วยความสมัครใจ
“ขอรับ! พวกเราจะเปิดเดี๋ยวนี้!” ภายใต้การข่มขู่ของมู่เฉียนซี ทำให้ผู้คุมเหล่านี้ทำได้เพียงแค่ยอมเชื่อฟังเท่านั้น