ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2583 เมืองร้างที่ล่มสลาย
“เหวนรกรึ! คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะซ่อนตัวอยู่ในเหวนรก หากอยู่ในเหวนรกแล้วละก็ คงยากที่จะลงมือได้จริง ๆ”
“หอคอยนิรันดร์กำลังจะปรากฏขึ้นมาแล้ว ซึ่งฝ่าบาทจิ่วเยี่ยจะต้องไปอย่างแน่นอน นี่ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุด! ฝ่าบาทอย่าพลาดโอกาสนี้นะพ่ะย่ะค่ะ แม้ว่าฝ่าบาทจิ่วเยี่ยจะจัดการได้ยาก แต่คนที่อยู่ข้างกายของเขานั้นอ่อนแอมาก ฉะนั้นจึงจัดการได้ง่ายกว่า” อู๋หยากล่าว
“ผู้หญิงของเขาน่ะหรือ?”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
“ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ว่าเขาจะมีหญิงสาวที่อยู่ในใจด้วย”
ในที่สุดฝูเซิงที่เหนื่อล้าจากงานก็กลับมาจากเรือนจำปีศาจแห่งความมืดแล้ว ตอนนี้เขาจัดการเรื่องทั้งหมดของเรือนจำเรียบร้อยแล้ว และเพื่อที่จะรีบกลับมาอยู่ข้างกายเจ้านายตัวน้อย ย เขาจึงมักจะยุ่งอยู่กับการทำงานเสมอ
ตอนนี้ที่แดนนรกไม่มีปัญหาใด ๆ อีกแล้ว ดังนั้นมู่เฉียนซีจึงเริ่มเก็บรวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ต่าง ๆ
นี่ไม่ใช่การคาดเดาของมู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ย แต่เป็นเพราะคำพยากรณ์ของอู๋หยานั้นแม่นยำเสมอ และตอนนี้หหอคอยนิรันดร์ก็กำลังจะปรากฏขึ้นมาแล้วจริง ๆ
และคืนก่อนที่หอคอยนิรันดร์จะปรากฏขึ้น มันก็ได้มีเค้าลางบางอย่าง
กลางดึกคืนนั้น หอคอยจำลองของหอคอยนิรันดร์ได้เคลื่อนไหวอย่างแปลกประหลาดภายในมิติของมู่เฉียนซี หลังจากนั้นพวกมันก็พุ่งออกมาจากแหวนมิติ และทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าของแดนนรก
พลังแห่งความมืดอันเข้มข้นได้ปกคลุมไปทั่วแดนนรกแห่งนี้ ซึ่งมันก็ได้ดึงเอาพลังแห่งความมืดที่ไร้ขอบเขตของแดนนรกไปด้วย
มู่เฉียนซีจ้องมองไปยังหอคอยทั้งสี่ด้วยความตกตะลึงเล็กน้อย “นี่มัน…”
ในฐานะที่จิ่วเยี่ยเป็นเจ้าแห่งแดนนรก เขาย่อมต้องมีปฏิกิริยาตอบสนองเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดของพลังแห่งความมืดในแดนนรกอยู่แล้ว
ลำแสงสีดำนั้นพุ่งทะยานออกไปจากแดนนรก และทะลุผ่านความว่างเปล่าด้านหนึ่งออกไปอีกด้านหนึ่งทันที
มันได้นำทางสู่เส้นทางหนึ่ง ซึ่งก็มีความเป็นไปได้มากว่าจุดสิ้นสุดของเส้นทางนั้นก็คือสถานที่ที่มีหอคอยนิรันดร์อยู่นั่นเอง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ในที่สุดมันก็ปรากฏออกมาแล้ว สุ่ยจิงอิ๋ง พวกเราไปหาจิ่วเยี่ยที่เหวนรกกันเถอะ”
“ข้ามาหาแล้ว ซี!” มู่เฉียนซีก็คิดไม่ถึงว่า ทันทีที่นางพูดจบ จิ่วเยี่ยก็จะมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของนางแล้ว
จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชาว่า “จื่อโยว เตรียมคนเอาไว้ให้พร้อม!”
“ได้เลยขอรับ! เยี่ย!” จื่อโยวกล่าวตอบ
“ฝูเซิง ทางด้านเมืองหนามโลหิตของพวกเราก็เหมือนกัน” มู่เฉียนซีกล่าวกับฝูเซิง
แม้ว่าหอคอยจำลองของหอคอยนิรันดร์ทั้งสี่จะอยู่ในมือของนาง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีแค่พวกนางที่รู้เกี่ยวกับตำแหน่งของหอคอยนิรันดร์ เพราะบางทีคนอื่นอาจจะมีหอคอยจำลองของหอคอ อยนิรันดร์อยู่ในมือด้วยก็เป็นได้ นอกจากนี้ยังมีอู๋หยา…
แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวในครานี้ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก และจำเป็นต้องเตรียมกำลังคนที่แข็งแกร่งที่สุดเอาไว้
แน่นอนว่า หอคอยจำลองของหอคอยนิรันดร์ในสถานที่ต่าง ๆ ก็มีการเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดเช่นกัน “หอคอยนิรันดร์ ในที่สุดก็ปรากฏตัวขึ้นแล้ว”
“แม้ว่าจะไม่มีหนทางรู้การเคลื่อนไหวของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ชิ้นอื่น ๆ แต่หากสามารถเอาหอคอยนิรันดร์มาได้แล้วละก็ เช่นนั้นก็จะสามารถควบคุมหมื่นอสูรได้ และบนโลกใบนี้ ก็จะไม่มีผู้ใดเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้อีก”
“ข้าจะต้องเอาหอคอยนิรันดร์มาให้ได้”
การปรากฏตัวของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ได้ทำให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ไปตามโลกต่าง ๆ ทั่วทุกวงการ
มันไม่ได้ดีเท่ากับอาถิงที่ผูกพันธสัญญากับนางโดยตรงเลย
ไม่ดีเท่าแหวนนิรันดร์ ที่จิ่วเยี่ยเป็นคนมอบให้นางกับมือ เว้นแต่ว่าคนที่นางเชื่อใจ ก็จะไม่มีผู้ใดสามารถรู้ได้ว่านางมีพวกเขาตลอดไป
ส่วนสุ่ยจิงอิ๋งที่กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พิฆาตวิญญาณ และหม้อวิญญาณนิรันดร์ สร้างความวุ่นวายอยู่แค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเท่านั้น และมันก็ไม่เป็นที่สนใจของโลกระดับล่างอย่าง งดินแดนทั้งสี่ทิศอีกด้วย
แต่ทว่าคราวนี้ จะต้องมีการต่อสู้ระหว่างผู้ที่แข็งแกร่งจากหลากหลายพื้นที่เพื่อแย่งชิงมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ชิ้นหนึ่งอย่างแน่นอน
หลังจากที่คนของแดนนรกและเมืองหนามโลหิตมาถึง มู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยก็เตรียมออกเดินทาง
พวกเขากระโดดเข้าไปในความว่างเปล่า มู่เฉียนซีเหลือบมองไปทางหอคอยจำลองทั้งสี่พลางกล่าวว่า “ไปเถอะ! นำทาง!”
หอคอยจำลองฉีกเส้นทางของมิติออกจากกัน จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ จากนั้นเขาก็พุ่งทะยานออกไปจากมิตินั้นทันที
ในตอนที่พวกนางเดินออกมาจากเส้นทางนั้น พวกนางก็ได้มาถึงสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความมืดแห่งหนึ่ง
“โฮกกกก!” สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่อันรกร้าง แต่กลับมีสัตว์ร้ายจำนวนนับไม่ถ้วน อีกทั้งยังมีสัตว์ร้ายทุกชนิดในโลกอีกด้วย
จื่อโยวกล่าวว่า “ที่นี่คือ ที่นี่ก็คือเมืองร้างที่ล่มสลายแห่งความมืด!”
“เมืองร้างที่ล่มสลายแห่งความมืด ซ่อนอยู่ในความมืดมิดนี่เองสินะ หากไม่มีคนนำทางแล้วละก็ คงไม่มีผู้ใดหาเมืองแห่งความมืดนี้เจอไปตลอดกาล ที่แท้หอคอยนิรันดร์ก็ซ่อนตัวอยู่ในสถา านที่แบบนี้นี่เอง” ฝูเซิงกล่าว
ในตอนที่หอคอยจำลองทั้งสี่ได้พามู่เฉียนซีมาส่งถึงที่นี่แล้ว มันก็กลับมาอยู่ในมือของมู่เฉียนซี
การนำทางสิ้นสุดลงแล้ว การค้นหาหอคอยนิรันดร์หลังจากนี้ ทำได้แค่พึงพาตัวของพวกเขาเองเท่านั้น
ไม่รู้ว่าเมืองร้างที่ล่มสลายแห่งความมืดมีขนาดใหญ่มากเพียงใด เช่นนั้นพวกเขาจะค้นหาเป้าหมายเจอได้อย่างไร?
มู่เฉียนซีลองใช้การตอบสนองของหอคอยจำลองอีกครั้ง และมันก็มีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมาอีกครั้งจริง ๆ
การตอบสนองเช่นนี้ ไม่เหมือนการตอบสนองที่มีต่อหอคอยนิรันดร์ แต่มันเหมือนกับว่ากำลังตอบสนองกับหอคอยจำลองอันอื่นมากกว่า
ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน มู่เฉียนซีก็ต้องให้มันพาไปอยู่ดี
“ไปกันเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
สถานที่แห่งนี้ ถือว่าเป็นสวรรค์ของคนที่ฝึกฝนพลังธาตุแห่งความมืด และคนของแดนนรกส่วนใหญ่ต่างก็ใช้พลังแห่งความมืดกันทั้งนั้น ซึ่งนี่ก็ทำให้พวกเขามีความสุขมากทีเดียว
“หากเดินอยู่ที่นี่ ก็จะสามารถเดินไปด้วยพร้อมทั้งฝึกฝนไปด้วยได้”
“สมกับเป็นร่างที่แท้จริงของหอคอยนิรันดร์! พลังแห่งความมืดนี้ช่างยอดเยี่ยมมากเหลือเกิน”
“…”
เพราะมีหอคอยจำลองคอยนำทาง จึงทำให้หลังจากที่พวกของมู่เฉียนซีเดินตรงไปข้างหน้า พวกนางก็สัมผัสได้ว่าข้างหน้านั้นมีใครบางคนอยู่ด้วย ซึ่งมันก็คือกลุ่มคนที่มีคนมากกว่าสิบคนน นั่นเอง
คนเหล่านั้นก็ค้นพบพวกของมู่เฉียนซีแล้วเช่นกัน และเมื่อเห็นว่าตรงหน้าของพวกเขามีหอคอยจำลองอยู่ถึงสี่อัน พวกเขาก็แสดงท่าทางตื่นตกใจเป็นอย่างมากออกมา
มู่เฉียนซีเองก็ค้นพบว่า ในมือของคนเหล่านี้ก็มีหอคอยจำลองของหอคอยนิรันดร์อยู่ด้วยเช่นกัน
และเป็นไปตามที่คาดไว้ คนที่ครอบครองหอคอยจำลองของหอคอยนิรันดร์ทุกคน ต่างถูกนำทางมายังเมืองร้างที่ล่มสลายแห่งความมืดนี้กันทั้งนั้น
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมีความสามารถที่แข็งแกร่งมาก เขาเอ่ยปากว่า “ข้าน้อยมาจากดินแดนชางหลาน ไม่ทราบว่าทุกท่านมาจากดินแดนใดกันอย่างนั้นหรือ?”
แดนชางหลาน เป็นดินแดนที่อยู่ในระดับที่ไม่แตกต่างไปจากแดนซวนเทียนเท่าไรนัก
จื่อโยวกล่าวว่า “ข้ารู้สึกว่าเจ้าไม่รู้จะดีกว่า หากรู้ ข้ากลัวว่าพวกเจ้าจะหวาดกลัวเสียเปล่า ๆ”
“นายน้อย คนเหล่านี้ช่างหยิ่งยโสนัก! คิดว่ามีหอคอยจำลองของหอคอยนิรันดร์แค่สี่อันแล้วจะเก่งกาจมากอย่างนั้นหรือ? ตอนนี้พวกเรายังหาตำแหน่งของหอคอยนิรันดร์ไม่เจอ เพราะคนที่มีห หอคอยจำลองยังถูกนำมาที่นี่ไม่ครบ แต่บางทีถ้าหากมีคนที่แย่งหอคอยจำลองมาได้เพียงพอ ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะได้รับการยอมรับจากหอคอยนิรันดร์ก็เป็นได้ พวกเขามีอยู่สี่อันพอดี พวกเร ราไปแย่งกันเถอะขอรับ!” ผู้เฒ่าที่อยู่ข้างกายผู้นำหนุ่มคนนั้นกล่าวขึ้น
เมื่อคนอื่นเห็นว่ามู่เฉียนซีมีหอคอยจำลองอยู่ในมือถึงสี่อัน พวกเขาก็กระเหี้ยนกระหือรือขึ้นมาทันที
พวกเขารู้สึกว่าคนกลุ่มนี้ดูไม่ค่อยแข็งแกร่งเท่าไรนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงสาวที่ถือหอคอยจำลองทั้งสี่อันเอาไว้คนนั้น
มีความเป็นไปได้มากกว่าคนที่อ่อนแอเหล่านี้จะเป็นคนที่มาจากดินแดนระดับกลางเท่านั้น
ชายหนุ่มคนนั้นกล่าวว่า “เหล่าสหายทั้งหลาย ยิ่งพวกเราได้รับหอคอยจำลองมากเท่าไร ก็น่าจะสามารถหาหอคอยนิรันดร์ได้ง่ายมากขึ้นเท่านั้น การที่พวกเราพบกันถือว่าเป็นโชคชะตา พวกเรา มาร่วมมือกันดีหรือไม่?”
เขารู้สึกว่าตนเองนั้นเชื้อเชิญอย่างจริงใจมากที่สุดแล้ว ฉะนั้นอีกฝ่ายน่าจะเห็นด้วยกับเขา
แต่จิ่วเยี่ยกลับกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าไม่สนใจ”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้ารู้สึกว่าถึงมีหอคอยจำลองมากก็ไม่มีประโยชน์ การได้รับหอคอยนิรันดร์ไม่น่าจะง่ายดายขนาดนั้น ข้าว่าหาหนทางอื่นเถิด!”
“เช่นนั้นก็เอาตามที่คนงามกับจิ่วเยี่ยว่าก็แล้วกัน” จื่อโยวกล่าวด้ายรอยยิ้ม
ในตอนที่พวกของมู่เฉียนซีกำลังจะจากไป แน่นอนว่าคนอื่นย่อมไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว พวกเขาเอ่ยปากว่า “มาถึงที่นี่แล้ว ทุกคนต่างก็เป็นคู่แข่งกัน หากพวกเจ้าไม่ยอมร่วมมือแล้วละก็ เช่ นนั้นคงต้องเป็นศัตรูกันเท่านั้น! ข้าจะให้ทางเลือกกับพวกเจ้า ประการแรกคือพวกเจ้าจงมองหอคอยจำลองทั้งสี่นั่นมาซะ ส่วนประการที่สอง! คือพวกเจ้าต้องถูกพวกข้าฆ่าตาย!”