ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2582 ทั้งเงินต้นทั้งดอก
“อ๊ากกกก!” หลังจากนั้นไม่นานผู้คุมปีศาจแห่งความมืดก็กรีดร้องโหยหวยออกมาอย่างน่าสังเวช เขารู้ดีว่าในอนาคตเขาจะต้องน่าสังเวชยิ่งกว่านี้แน่
ความทรงจำก่อนหน้านี้มันทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกปวดใจทุกครั้งที่นึกถึง สิ่งที่นางเห็นทั้งหมด สิ่งที่จิ่วเยี่ยเคยผ่านมาเพียงลำพัง เพียงลำพัง…
“ซี!” จิ่วเยี่ยส่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา และค้นพบว่ามู่เฉียนซีหันหน้ากลับไปอย่างไม่อาจควบคุมน้ำตาของตนเองได้
เมื่อเห็นทั้งหมดด้วยตาตนเอง ถึงได้รู้ว่าภายในห้องขังที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดผู้นี้ตั้งใจสร้างขึ้นมานั้น เคยเกิดเรื่องที่โหดร้ายขึ้นมากมายแค่ไหน ซึ่งตอนนี้มู่เฉียนซีก็กำลังจะแก้แค้น ทว่านางรู้สึกว่าแค่นี้มันยังไม่พอ…
มู่เฉียนซีกอดจิ่วเยี่ยเอาไว้แน่น หลังจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นไปจุมพิตเขา ซึ่งนั่นก็ทำให้จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าหัวใจของเขาสั่นไหวอย่างแรง
ทั้งสองเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เร้าร้อน แต่ทว่าพลังนั้นก็โผล่ออกมาอีกครั้ง ซึ่งมู่เฉียนซีที่สามารถสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ จึงกล่าวมาว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง กลับไปที่เหวนรก!”
“เข้าใจแล้ว ซีเอ๋อร์!”
มู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยไปทั้งอย่างนั้น ส่วนฝูเซิงก็ถูกทิ้งเอาไว้ข้างหลังเช่นนั้นเหมือนกัน
สีหน้าของฝูเซิงเต็มไปด้วยความรันทด “เจ้านาย เมื่อเจ้ามีอ๋องจิ่วเยี่ยเจ้าก็ทอดทิ้งข้าเลยหรือ?”
“โอ้พระเจ้า!”
การควบคุมดูแลเรือนจำปีศาจแห่งความมืด ก็หมายความว่าต้องควบคุมเรือนจำทั้งหมด ซึ่งโครงสร้างที่ใหญ่เช่นนี้ ย่อมมีเรื่องที่ต้องทำมากมาย แต่ฝูเซิงก็ไม่ลืมที่จะหาคนระดับหัวกะทิบางคนให้เข้ามาจัดการผู้คุมปีศาจแห่งความมืดผู้นี้
หัวกะทิเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพราะกฏอันโหดร้ายที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกำหนดขึ้น แต่ละคนล้วนมีความโหดเหี้ยมถึงขีดสุด ซึ่งนี่ก็เป็นบุคคลที่ทำให้ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดพึงพอใจมากที่สุด แต่ไม่คิดเลยว่าเป้าหมายของการทรมานโดยคนที่เขาเคยพึงพอใจที่สุดเหล่านี้ จะกลายเป็นตัวเขาเอง
ในทุก ๆ วันผู้คุมปีศาจแห่งความมืดจะใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเจ็บปวดและสิ้นหวัง แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่สามารถตายได้
ซึ่งเขาก็ทำได้เพียงทนยอมรับทุกสิ่งทุกอย่าง และไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดลงเมื่อใด
มู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยกลับมาถึงเหวนรก ซึ่งผู้พิทักษ์แต่ละชั้นของเหวนรกต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
เป็นเรื่องที่ดีที่ท่านซีกลับมาจากเรือนจำปีศาจแห่งความมืดได้ มันช่างเป็นเรื่องที่ดีมากจริง ๆ
อย่างที่รู้กันว่าเมื่อท่านซีไม่อยู่ พวกเขาต้องอยู่ที่นี่และทนรับแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวนั้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันก็น่ากลัวมากจริง ๆ
เมื่อมู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยกลับมา พวกเขาก็ไม่สนใจสิ่งอื่นใด พวกเขาทั้งสองหนีไปสานต่อเรื่องที่พวกเขายังทำไม่เสร็จในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดกันก่อนหน้านี้
จิ่วเยี่ยไม่ได้ถามเรื่องก่อนหน้านี้ และสนใจทำแต่เรื่องในตอนนี้เท่านั้น
หลังจากที่มู่เฉียนซีไร้เรี่ยวแรงไปทั่วทั้งร่าง เขาก็ยังคงหยอกล้อต่อไป และหลังจากนั้นการตั้งคำถามที่แท้จริงจึงได้เริ่มต้นขึ้น
มู่เฉียนซีทำได้เพียงสารภาพอย่างตรงไปตรงมาว่า “ข้าได้กลับไปยังอดีต แต่ก็ไม่ได้ถือว่ากลับไปยังอดีตซะทีเดียวหรอก มันเป็นสิ่งที่อู๋หยาต้องการให้ข้าเห็นเรื่องในอดีตเท่านั้นเอง แต่มันไม่เพียงแต่ดูเท่านั้น ข้าได้เห็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับเจ้าในเรือนจำปีศาจแห่งความมืด มันเหมือนจริงยิ่งนัก นอกจากนี้ข้ายังสามารถมีส่วนร่วมได้ ข้าเจ็บปวดใจมากเหลือเกิน มันทรมานมาก คราวนี้ข้าพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะทำลายกำแพงแห่งกาลเวลา แต่ในความเป็นจริง…”
“ข้ายังไม่สามารถอยู่ข้างกายเจ้าได้”
“อุ้บ...” เขาโถมจุมพิตลงไปอย่างท่วมท้น และหวังจะบรรเทาความเจ็บปวดภายในใจของนางด้วยเร้าร้อน มันเป็นเพราะเขา เป็นเพราะเขา…
ภายในใจของจิ่วเยี่ยรู้สึกเกลียดชังอู๋หยายิ่งนัก คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะให้ซีดูเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้นจริง ๆ
ริมฝีปากของทั้งสองคลายออกจากกัน จิ่วเยี่ยกล่าวว่า “เรื่องในตอนนั้น ข้าไม่ได้เก็บมันมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ซีก็ไม่ต้องเก็บมันมาใส่ใจเช่นกัน”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบว่า “ข้าจะไม่เก็บมันมาใส่ใจได้อย่างไร? เจ้ามีความสำคัญต่อข้ามาก หากเป็นเจ้า…”
หากเปลี่ยนเป็นเขา คาดว่าคงบ้าคลั่งยิ่งกว่านี้เป็นแน่
ทั้งความบ้าคลั่งและร้อนแรงนี้ ความรู้สึกที่รุนแรงเช่นนี้ ดูเหมือนว่ามันไม่เคยพอ ไม่เคยพอเลย…
เดิมทีจิ่วเยี่ยคิดว่าจะปล่อยมู่เฉียนซีไป แต่ผลปรากฏว่าเมื่อมู่เฉียนซีเอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า เขาในตอนเด็กค่อนข้างน่ารัก มันกลับทำให้จิ่วเยี่ยรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที
ใช่แล้ว เจ้าหมอนี่หึงแม้กระทั่งตัวเองในตอนเด็ก นอกจากนี้ยังหึงหวงได้รุนแรงกว่าที่เคยเป็นมาก่อนอีกด้วย
“แต่ตอนนี้จิ่วเยี่ยดีที่สุด หล่อที่สุด เป็นผู้ชายที่…อื้อออ…” มู่เฉียนซียกย่องจิ่วเยี่ยด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า และง้อเขาอย่างรีบร้อน แต่มันก็ไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย
เรื่องความบ้าคลั่งในเรือนจำปีศาจแห่งความมืด จิ่วเยี่ยพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้มู่เฉียนซีลืมเรื่องราวทั้งหมดเหล่านี้
มู่เฉียนซีกอดจิ่วเยี่ยเอาไว้แน่นแล้วกล่าวว่า “อื้อ! ข้าไม่คิด ข้าไม่คิดถึงมันแล้ว! ได้โปรดปล่อยข้า…”
“อื้ม! ซี เจ้าต้องการให้ข้าปล่อยเจ้าไปจริง ๆ หรือ?” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยเสียงอันแหบแห้ง
เรื่องราวมันได้ผ่านพ้นไปแล้ว นางเองก็ไม่สามารถยึดติดอยู่กับมันไปได้ตลอดเช่นกัน และตอนนี้คนที่นางรักก็อยู่ข้างกายของนาง เขายังคงสบายดี อีกทั้งยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย รอหลังจากที่นางช่วยเขาถอนคำสาปได้แล้ว เขาก็จะต้องดียิ่งขึ้นกว่านี้แน่นอน
ผู้พิทักษ์ทั่วทั้งเหวนรกต่างก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความรักที่หนาแน่น ซึ่งมันก็ได้ทำให้คนโสดอย่างพวกเขาทรมานเป็นอย่างยิ่ง
ในที่สุดจิ่วเยี่ยก็ยอมปล่อยมู่เฉียนซีเสียที และหากเขายังไม่ปล่อยนางไปเขาจะต้องเสียการควบคุมแน่นอน
หลังจากที่ถอนคำสาปได้เมื่อไร หนี้ที่ติดค้างไว้ก่อนหน้านี้ ความอดทนของเขา เขาจะต้องขอคืนมันทั้งต้นทั้งดอกแน่นอน
มู่เฉียนซีไม่มีทางคาดเดาได้ว่าที่จิ่วเยี่ยยอมปล่อยนางไปอย่างง่ายดายเป็นเพราะมีความคิดเช่นนี้เป็นแน่ อู๋หยากล่าวว่าหากรวบรวมหอคอยทั้งสี่ได้ หอคอยนิรันดร์ก็จะปรากฏออกมา
นางจะต้องรีบกลับไปเตรียมตัว หากหอคอยนิรันดร์ปรากฏขึ้นมาจริง ๆ นางจำเป็นที่จะต้องรู้ให้เร็วที่สุด
หลังจากที่มู่เฉียนซีกลับมาถึงคุกโลหิต นางก็เห็นว่าจื่อโยวอยู่ในสภาพที่ซีดเซียวมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนฝูเซิงก็ยังคงยุ่งอยู่ในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดและยังไม่กลับมา!
เมื่อจื่อโยวเห็นว่ามู่เฉียนซีกลับมา เขาก็อยากจะเข้าไปกอดนางด้วยความตื่นเต้นทันที
แต่เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่อันตรายของจิ่วเยี่ยอยู่ทั่วร่างกายของมู่เฉียนซี ซึ่งเอาก็ทำได้แต่ยอมแพ้เท่านั้น
“ฮือออ! คนงาม ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้ว ทุกอย่างเป็นไปได้อย่างราบรื่นดีหรือไม่?” จื่อโยวกล่าวถาม
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ก็ถือว่าราบรื่นอยู่นะ ข้ายึดเรือนจำปีศาจแห่งความมืดได้แล้ว และภารกิจต่อไปก็คือการทำให้แดนนรกกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน หลังจากนั้นค่อยไปหาข่าวคราวเกี่ยวกับหอคอยนิรันดร์ เพราะตอนนี้หอคอยนิรันดร์กำลังจะปรากฏขึ้นแล้ว และนี่ก็คือข้อมูลที่อู๋หยาให้มา”
“มันยอดเยี่ยมมากเลยจริง ๆ รอให้คนงามเอาหอคอยนิรันดร์มาได้เมื่อไร ข้าจะคอยดูว่าเจ้ากิเลนแห่งนรกนั่นจะกล้าหยิ่งผยองอีกหรือไม่?” จื่อโยวกล่าว
เมื่อแดนนรกกลายเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์ นั่นก็หมายความว่าเรื่องที่จำเป็นต้องจัดการย่อมต้องมีมากขึ้น และหลังจากนี้ก็จะยุ่งขึ้นด้วย
หอหมอปีศาจในแต่ละพื้นที่ได้รับการพัฒนาเป็นอย่างดี แน่นอนว่ายังมีความสามารถในการป้องกันอีกด้วย เพราะอย่างไรเสียมู่เฉียนซีก็ไปขุดเอาคนที่มีความสามารถออกมาจากเรือนจำหลักต่าง ๆ ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
คนเหล่านั้นสามารถมีชีวิตรอดอยู่ในเรือนจำที่โหดร้ายนั้นได้ ฉะนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงพลังในการต่อสู้ที่แข็งแกร่งเลย และการที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำเป็นเวลานานเกินไป ต้องทำให้ตอนนี้พวกเขามีความคิดที่จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางขี้เกียจอยู่แล้ว
ข่าวเกี่ยวกับเจ้าแห่งเรือนจำหลักต่าง ๆ ถูกแพร่กระจายออกไป และเขาผู้นั้นก็คือเจ้าเมืองของเมืองหนามโลหิต หรือก็คือพืชกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด
และเจ้านายของพืชกลายพันธุ์ตนนั้น ก็คือพระชายาของแดนนรกนั่นเอง
ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นอ๋องจิ่วเยี่ยหรือพระชายา ทั่วทั้งแดนนรกต่างก็ไม่มีผู้ใดสามารถสั่นคลอนสถานะของพวกเขาได้ ซึ่งมันก็ทำให้โลกต่าง ๆ ล้วนตื่นตระหนก โดยเฉพาะเผ่าที่เคยควบคุมเรือนจำได้เผ่านั้น
“เจ้าพวกไร้ประโยชน์!” เสียงอันโกรธเกรี้ยวดังก้องออกมาจากตำหนักเทพนิรันดร์ที่อยู่จุดเหนือสุดในแดนเทพ
“ไปหอคอยเทียนหยู!”
หอคอยเทียนหยู เป็นสถานที่ที่มีไว้สดับบัญชาแห่งสวรรค์ และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่อยู่ของอู๋หยาผู้ที่เป็นถึงเทพพยากรณ์อันดับหนึ่งของเผ่าเทพของพวกเขาอีกด้วย
“อู๋หยา ทุกครั้งที่ส่งคนไปยังแดนนรกต่างก็ถูกเขาจัดการไปจนหมด ตอนนี้เขาควบคุมแดนนรกทั้งหมดได้แล้ว ยิ่งทำให้ลงมือได้ยากขึ้น ฉะนั้นพวกเราต้องส่งคนลงไปตอนนี้เลย” น้ำเสียงที่ทุ้มต่ำเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ฝ่าบาทจิ่วเยี่ยอยู่ที่เหวนรก เจ้าแน่ใจว่าจะส่งคนไปอย่างนั้นหรือ? แม้ว่าจะส่งคนไป เจ้าก็แค่เสียกำลังคนไปอย่างเปล่าประโยชน์เท่านั้น” น้ำเสียงที่เรียบเฉยของอู๋หยาดังออกมา