ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2588 หาวิธีอื่น
พวกเขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าพลังในการต่อสู้ที่สำคัญที่สุดของทางด้านนี้กำลังไปจัดการกับต้นไทรแห่งความมืดต้นนั้นอยู่ ดังนั้นเวลานี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการจัดการกับอ๋อง จิ่วเยี่ยแล้ว
“เจ้าพวกมดปลวกเผ่าวิญญาณ!” จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชา
“ท่านอ๋องจิ่วเยี่ยยังคงหยิ่งยโสเช่นเคยเลยสินะ! ท่านไม่ดูสถานการณ์ตอนนี้บ้างหรืออย่างไร!” คนของเผ่าวิญญาณเหล่านั้นถูกทำให้โกรธอย่างชัดเจน และพวกเขาก็ปล่อยสัตว์พันธสัญญาออกม มาเพื่อจู่โจมจิ่วเยี่ยและมู่เฉียนซี
ในตอนที่สัตว์พันธสัญญาโจมตีพวกเขา พวกเขาก็ได้เลือกที่จะปล่อยพลังจิตวิญญาณโจมตีมู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยไปพร้อมกันด้วย และเพียงไม่นานคนของเผ่าวิญญาณก็เข้ามาล้อมมู่เฉียนซีเอาไว้
แม้ว่าความเร็วของมู่เฉียนซีจะรวดเร็วมากเพียงใด แต่ก็ไม่อาจหลบหนีไปจากวงล้อมของคนเผ่าวิญญาณเหล่านี้ได้
เมื่อฝูเซิงและจื่อโยวสัมผัสได้ว่าทางนี้มีสถานการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น พวกเขาจึงให้พวกอู๋ตี้กลับไปจัดการศัตรูทันที “ตรงนี้เป็นหน้าที่ของพวกเราเอง การปกป้องเจ้านายสำคัญกว่า!”
“ตกลง!”
หลังจากที่สัตว์ร้ายทั้งสามพุ่งทะยานเข้าไป คนของเผ่าวิญญาณเหล่านั้นต่างก็ดูถูกระดับของพวกมันเป็นอย่างมาก “คิดว่าเจ้าพวกนี้จะสามารถขวางพวกข้าได้อย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ”
เนื่องจากระดับที่จำกัดของอู๋ตี้และเสี่ยวหง ทำให้ความสามารถของพวกมันไม่อาจสู้กับสัตว์พันธสัญญาของเผ่าวิญญาณได้ ฉะนั้นพวกของมู่เฉียนซีในตอนนี้นับว่ายังคงอันตรายมากอยู่ดี
จิ่วเยี่ยเข้าไปใกล้มู่เฉียนซี จากนั้นก็กอดมู่เฉียนซีเอาไว้พลางกล่าวว่า “ซี พวกเราต้องร่วมมือกัน! ตอนนี้มันกินแรงเจ้ามากเกินไปแล้ว”
ที่กินแรงของมู่เฉียนซีไม่ใช่พลังจิตวิญญาณของนาง แต่กินแรงเรื่องที่ต้องหลบหลีกการโจมตีของสัตว์วิญญาณเหล่านั้นของศัตรู พวกเขาส่วนหนึ่งใช้พลังวิญญาณความคุมการโจมตีของสัตว์พั นธสัญญา อีกส่วนหนึ่งก็ใช้พลังจิตวิญญาณในการโจมตีพวกเขา
แม้ว่าเมื่ออยู่ในหอคอยนิรันดร์มนุษย์จะไม่มีพลังในการต่อสู้ แต่คนของเผ่าวิญญาณเหล่านี้ก็ยังสามารถสร้างปัญหาให้มู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยได้มากมายเลยทีเดียว
ถึงการที่จิ่วเยี่ยจะหลบหลีกการโจมตีของสัตว์วิญญาณเหล่านั้นเพียงลำพังกับพามู่เฉียนซีหลบหลีกไปด้วยจะมีความต่างกันเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ยังสามารถหลบได้อย่างง่ายดายอยู่ดี
ส่วนคนที่โจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณเหล่านั้น จิ่วเยี่ยได้มอบให้มู่เฉียนซีเป็นคนจัดการ
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
คนที่ลอบโจมตีมู่เฉียนซีเหล่านั้น ได้ถูกมู่เฉียนซีสะท้อนกลับไปอย่างรุนแรง
พวกเขาแต่ละคนจ้องมองไปยังมู่เฉียนซีด้วยความตื่นตกใจ “เหตุใดพลังจิตวิญญาณของแม่สาวน้อยผู้นี้ถึงได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้? นี่มันจะผิดปกติเกินไปแล้ว”
ในตอนที่มู่เฉียนซียังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดในการจัดการพวกเขา พวกเขาก็รู้สึกเพียงแค่ว่าพลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีนั้นยอดเยี่ยมมาก แต่หลังจากที่มู่เฉียนซีใช้พลังทั้งหมดเพื่อจัดก การพวกเขาอย่างเต็มที่ พวกเขาถึงได้เข้าใจอย่างชัดเจนว่าพลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีนั้นน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด
ฟิ้ววว!
นอกจากนางจะใช้พลังจิตวิญญาณในการโต้ตอบพวกเขาแล้ว มู่เฉียนซียังใช้เข็มยาที่อยู่ในมือโจมตีเขาราวกับห่าฝนก็มิปานอีกด้วย
“ให้ตายเถอะ! อาวุธลับ!” พวกเขาค้นพบว่ามีเข็มยาจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานมาจากทั่วทุกทิศทาง ในตอนที่พวกเขารู้สึกถึงวิกฤต พวกเขาก็รีบร้อนหลบหลีกอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันก็ทำให้ขบวน นรบของพวกเขาวุ่นวายไปทันที
มู่เฉียนซีรีบฉวยโอกาสนี้ และโจมตีอย่างต่อเนื่อง
มู่เฉียนซีเหลือบมองไปทางต้นไทรแห่งความมืด จากนั้นแววตาของนางก็ฉายแววมืดมิดออกมา นางกล่าวว่า “ฝูเซิง กลับมา!”
“แล้วโยนพวกเขาเข้าไปซะ”
“เจ้านายตัวน้อย วิธีนี้ยอดเยี่ยมมากเลย!” ฝูเซิงกลับมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นหนามสีแดงโลหิตก็ได้ม้วนเจ้าพวกคนจากเผ่าวิญญาณเหล่านั้นเอาไว้และโยนเข้าไปทันที
“อ๊ากกก!” มีเสียงร้องโหยหวนดังออกมา คนผู้นั้นถูกต้นไทรแห่งความมืดม้วนตัวขึ้นไปกลางอากาศโดยที่เขาไม่มีพลังต้านทานเลยแม้แต่น้อย หลังจากนั้นรากไม้จำนวนนับไม่ถ้วนก็แทงทะลุร่างกาย ยของเขา จนเลือดสด ๆ พุ่งกระฉูดออกมาราวกับสายฝนก็มิปาน
จากนั้นพวกเขาก็โดนโจมตีอีกครั้ง! คนของเผ่าวิญญาณเหล่านั้นโมโหจนแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือดเลยทีเดียว
พวกเขาไม่สามารถจัดการมู่เฉียนซีและควบคุมสัตว์พันธสัญญาให้ต่อสู้ไปพร้อมกันได้ ไม่สามารถร่วมมือกับสัตว์พันธสัญญาของตนเองเพื่อต่อสู้กับมู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยได้ตามต้องการ แม้ว่า าจะมีพลังจิตวิญญาณที่ยอดเยี่ยมแต่ความเข้ากันได้ระหว่างสัตว์พันธสัญญาของตนเองยังไม่ดีพอ ซึ่งนี่ถือว่าเป็นข้อที่เสียเปรียบมากที่สุดของพวกเขาเลยทีเดียว
หากอยู่ข้างนอกอาจจะมองเห็นไม่ชัดนัก แต่ทว่าภายในหอคอยนิรันดร์หอคอยฝึกอสูรแห่งความมืดแห่งนี้ มันค่อนข้างให้ความสำคัญในเรื่องความร่วมมือระหว่างสัตว์พันธสัญญากับผู้ผูกพันธสัญญ ญาเป็นหลักน่ะสิ
“อ๊ากกกก!” ตอนนี้มีคนถูกโจมตีมากกว่าหนึ่งคนแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้คนของเผ่าวิญญาณเหล่านั้นอกสั่นขวัญแขวนเป็นอย่างมาก และหากเป็นแบบนี้ต่อไปพวกเขาจะต้องจบเห่แน่นอน
“สมกับที่เป็นอ๋องจิ่วเยี่ยแห่งแดนนรก พวกเจ้าช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ พวกเราถอยก่อน!” พวกเขารู้สึกว่าตนเองลงมือเร็วเกินไป รู้อย่างนี้รอให้สัตว์พันธสัญญาของพวกเขาต่อสู้กับต้นไทร แห่งความมืดจนได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายก่อนค่อยลงมือจะดีกว่า
จื่อโยวกล่าวว่า “เดิมทีคิดว่าคนของเผ่าวิญญาณจะยอดเยี่ยมมาก คิดไม่ถึงว่าจะเป็นกลุ่มคนที่ไม่มีความหยิ่งในศักดิ์ศรีเลยแม้แต่น้อย ช่างไม่น่าสนใจเอาเสียเลย!”
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีแผ่กระจายออกไป และก็รู้ว่าพวกเขาอยู่ไม่ไกลนัก ซึ่งอาจจะโต้กลับได้ตลอดเวลา
แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่มีเวลามากพอจะไปไล่ล่าคนเหล่านั้น เพราะเรื่องที่สำคัญที่สุดที่พวกเขาต้องทำ คือพวกเขาจะต้องทำให้หอคอยนิรันดร์ยอมรับให้เร็วที่สุดนั่นเอง
“จัดการต้นไทรแห่งความมืดนั่นต่อเถอะ!” พลังที่แผ่ขยายออกไปของมู่เฉียนซี เป็นการสนับสนุนสัตว์พันธสัญญาของตนเองได้ดีที่สุดแล้ว
ฝูเซิงกล่าวว่า “ข้าจะจัดการเจ้าหมอนี่เดี๋ยวนี้ ข้าไม่มีทางทำให้เจ้านายผิดหวังแน่นอน”
ตูมมม โครมมม!
มีเสียงระเบิดดังกึกก้องออกมา แต่มันก็ยังไม่สำเร็จ เจ้าสิ่งนี้เป็นเหมือนกับหินผาที่แข็งแกร่งจนไม่สามารถทำลายได้ก็มิปาน นอกจากนี้ยังระเบิดมันไม่ได้อีกด้วย
รากเถาวัลย์ของต้นไทรแห่งความมืดจำนวนนับไม่ถ้วนถูกบดขยี้ และกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ ทันใดนั้นชิ้นส่วนที่ตกลงไปบนพื้นของพวกมันก็เติบโตขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง และพุ่งมาทางมู่เฉีย ยนซีทันที
จิ่วเยี่ยกระชับเอวของมู่เฉียนซีด้วยมือข้างหนึ่ง และหลบหลีกการโจมตีของต้นไทรแห่งความมืดอย่างกะทันหัน พลังแห่งความมืดที่อยู่โดยรอบได้มอบพลังให้กับมันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดูเหม มือนว่าเจ้าสิ่งนี้จะปล่อยกระบวนท่าใหม่ออกมาอีกแล้ว
เดิมทีมันเป็นเพียงต้นไทรแห่งความมืดต้นหนึ่งเท่านั้น แต่หลังจากที่ใช้ความพยายามเพียงชั่วพริบตาที่นี่ก็เปลี่ยนกลายเป็นป่าแห่งนี้ หลังจากนั้นเถาวัลย์จำนวนนับไม่ถ้วนก็ได้ผนึกทางห หนีของพวกมู่เฉียนซีเอาไว้ และเริ่มโจมตีอย่างบ้าคลั่ง
“เพลิงเผาสวรรค์!”
“หมัดอมตะไร้เทียมทาน!”
“เพลิงสังหารแห่งความมืด!”
เมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่บ้าคลั่งเช่นนี้ สัตว์พันธสัญญาของมู่เฉียนซีก็นำเอาการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา และเสียงระเบิดที่น่าสะพรึงกลัวก็ดังออกมา
คนของเผ่าวิญญาณสังเกตการณ์อยู่ระยะไกล “คิดไม่ถึงเลยว่าต้นไทรแห่งความมืดนั้นจะรับมือได้ยากถึงเพียงนี้ โชคดีที่มีคนนำหน้ามาก่อน! รอหลังจากที่พวกเขาได้บาดเจ็บกันทั้งสองฝ่ายแล้ วพวกเราค่อยลงมือเถอะ”
“อื้ม!”
เป็นเรื่องที่น่ารำคาญมากหากทำได้เพียงหลบหลีกแต่ไม่สามารถโจมตีเป้าหมายได้ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้แววตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกของจิ่วเยี่ยเปลี่ยนเป็นอันตรายขึ้นมาทันที และถึงพลังแห่งความมื ดจะไม่สามารถใช้ได้ แต่…
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ฝูเซิง จื่อโยว พวกเจ้ากลับมา! ตอนนี้อย่าเพิ่งไปสนใจทางนั้น”
“ขอรับ!”
หลังจากที่พวกเขากลับมาแล้ว มู่เฉียนซีก็ให้พวกเขาคอยคุ้มครอง นางกล่าวว่า “เจ้านี่ฆ่าไม่ตาย เช่นนั้นก็ลองใช้ยาพิษดูก็แล้วกัน ข้าจะเตรียมยาเดี๋ยวนี้”
รากของต้นไทรแห่งความมืดนั้นอยู่บนพื้นดิน ฉะนั้นนางจึงไม่โจมตีลำต้นของมัน แต่หากนางลงมือกับพื้นดินของที่นี่แล้วละก็ ต้องลองดูว่านางจะสามารถโจมตีต้นไทรแห่งความมืดได้หรื อไม่
ฝูเซิงกล่าวว่า “เช่นนั้นนายท่านก็ลงมือเถอะ! ถึงกฏนี้จะถูกกำหนดโดยหอคอยแห่งความมืด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากฏนี้จะไม่มีช่องโหว่เสียหน่อย!”
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น บางทีอาจจะมีความเป็นไปได้ก็เป็นได้!” เพราะการต่อสู้กับเผ่าวิญญาณก่อนหน้านี้ทำให้นางคิดวิธีการนี้ขึ้นมาได้ ดังนั้นนางจึงเตรียมจะลองดู!
มู่เฉียนซีกลั่นยาออกมาอย่างรวดเร็ว
ต้นไทรแห่งความมืดในเวลานี้ล้อมพวกเขาเอาไว้อย่างสิ้นเชิง และเหลือพื้นที่ไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
จ๊อก จ๊อกก!
มู่เฉียนซีเปิดขวดยาและเทลงไปบนพื้นแห่งนี้ทันที ฉับพลันเถาวัลย์จำนวนนับไม่ถ้วนก็เริ่มเหี่ยวเฉาลง และร่วงหล่นลงไปบนพื้นอย่างกะทันหัน