ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2589 เผชิญหน้ากับอู๋หยา
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ดูเหมือนว่ามันจะได้ผลนะ”
ปัง ปัง ปัง!
และนางก็เทยาเหล่านั้นลงไปทันที
“ฝูเซิง จื่อโยว เอายาเหล่านี้ไปเทให้รอบรากของต้นไทรแห่งความมืด ให้มันได้ลิ้มรสชาติของยานี้เสียหน่อย” มู่เฉียนซีกล่าว
“ตกลง!”
ยานี้ทำให้ดินเต็มไปด้วยพิษ ซึ่งสำหรับกิ่งก้านแล้วถือว่าเป็รอันตรายเป็นอย่างยิ่ง
แม้ว่ายาเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อรากของต้นไทรแห่งความมืดอย่างจำกัด แต่นางสามารถเพิ่มผลของยาเหล่านี้ได้ เพราะสำหรับนางแล้วไม่ใช่เรื่องยากเลย
หลังจากนั้นไม่นานมู่เฉียนซีก็ผลิตยาออกมาได้อย่างมากมาย นางกล่าวว่า “เสี่ยวโม่โม่ เอามันไปส่งให้พวกเขา!”
“เจ้าค่ะ นายท่าน!”
เมื่อได้รับการเติมยาอย่างเพียงพอแล้ว พลังในการต่อสู้ของต้นไทรแห่งความืดก็เริ่มอ่อนแอมากขึ้นเรื่อย ๆ และสุดท้ายก็ถูกฝูเซิงและจื่อโยวเอาชนะได้
ตูมมม!
มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมา และต้นไทรแห่งความมืดต้นนั้นก็ล้มลงทันที
ฝูเซิงขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “ตายแล้วรึ!”
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีแผ่กระจายออกไป นางกล่าวว่า “มันแสร้งตาย!”
เป็นไปตามที่คาดไว้ทันทีที่มู่เฉียนซีกล่าวจบ ต้นไทรแห่งความมืดนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหวขึ้นมาจริง ๆ และฝูเซิงก็อยากที่จะโจมตีมันอีกสักสองสามกระบวนท่า
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ช่างมันเถอะ! ดูเหมือนว่ามันก็ไม่คิดที่จะสู้กับเราจนตัวตายเช่นกัน ขอเพียงมันไม่แอบลอบโจมตีพวกเราตอนที่กำลังขึ้นไปข้างบนก็พอแล้ว”
หากจัดการต้นไทรแห่งความมืดไปอย่างสมบูรณ์ มันจะไม่เหมือนกับเป็นการทำให้คนที่มาทีหลังผ่านไปได้อย่างสบาย ๆ หรอกหรือ? ดังนั้นนางจึงไม่อยากทำบุญครั้งใหญ่เช่นนี้หรอก
จื่อโยวกล่าวว่า “คนงามกล่าวถูกต้องแล้ว หากเราจำกัดเจ้าสิ่งคุกคามนี้ไปอย่างสมบูรณ์ มันก็จะไม่กลายเป็นว่าปล่อยให้คนของเผ่าวิญญาณมาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปอย่างง่ายดายหรอกหรือ ”
ในตอนที่มู่เฉียนซีกำลังจะขึ้นบันไดไป ต้นไทรแห่งความมืดนั้นก็ไม่ได้โจมตีพวกเขาและแสร้งทำเป็นตายต่อไป
ดูเหมือนว่ามันเองก็รู้สึกหวาดกลัวแล้วเช่นกัน และหลังจากที่มู่เฉียนซีขึ้นไปแล้ว นางก็ทิ้งยาแก้พิษลงมาให้กับต้นไทรแห่งความมืดอีกด้วย
มันได้แก้พิษที่อยู่บนพื้นดินโดยรอบ ทั้งยังฟื้นฟูให้กับต้นไทรแห่งความมืดอีกด้วย
คนของเผ่าวิญญาณที่สังเกตสถานการณ์ของทางด้านนี้อยู่ตลอด เมื่อพวกเขาค้นพบว่าพวกของมู่เฉียนซีสามารถเอาชนะต้นไทรแห่งความมืดแล้วจากไปได้ มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกเหลือเชื่อมาก เลยจริง ๆ
“พวกเขาใช้วิธีไหนกันแน่ ถึงได้เอาชนะต้นไทรแห่งความมืดต้นนี้ได้!”
“ไม่ว่าพวกเขาจะใช้วิธีอะไรก็ตาม แต่ต้นไทรแห่งความมืดก็พ่ายแพ้ไปแล้ว พวกเราสามารถผ่านได้อย่างง่ายดาย ทางอ๋องจิ่วเยี่ยก็เสียกำลังไปมากแล้ว พวกเรารีบฉวยโอกาสตอนที่พวกเขาอ่อนแอ ไปโจมตีพวกเขากันเถอะ”
“ขอรับ!”
คนของเผ่าวิญญาณรีบพุ่งทะยานไปทางบันไดอย่างรวดเร็ว และเป็นไปตามที่คาดไว้ ต้นไทรแห่งความมืดล้มลงไปแล้วจริง ๆ มันถูกจัดการไปแล้วจริง ๆ
“ขึ้นไป!”
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว!
ในตอนที่พวกเขากำลังจะขึ้นบันไดไปนั้น ต้นไทรแห่งความมืดก็ฟื้นขึ้นมาอย่างกะทันหัน และรากจำนวนนับไม่ถ้วนของมันก็ได้ม้วนพวกเขาเอาไว้
เดิมทีพวกเขามั่นใจว่าต้นไทรแห่งความมืดได้ตายไปแล้ว พวกเขาจึงได้คลายการเฝ้าระวังออก ฉะนั้นเมื่อโดนต้นไทรแห่งความมืดโจมตี พวกเขาจึงไม่ทันได้ระวังตัวเลย
“อ๊ากกกก อ๊ากกก!”
“ให้ตายเถอะ! คิดไม่ถึงเลยว่าต้นไทรแห่งความมืดนี้จะแกล้งตาย”
“นายท่าน ช่วยด้วยย!”
มีเสียงกรีดร้องดังมาจากคนของเผ่าวิญญาณเหล่านั้นอย่างต่อเนื่องระยะหนึ่ง การจะเอาเปรียบนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ!
พวกของมู่เฉียนซีในเวลานี้ได้มาถึงชั้นที่หกแล้ว และพวกเขาก็ได้รับการโจมตีจากสัตว์วิญญาณที่บ้าคลั่ง
สัตว์วิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนจู่โจมเข้ามาราวกับกองกำลังทหารหลายหมื่นนายก็มิปาน ซึ่งนี่ก็เป็นปัญหาใหญ่มากจริง ๆ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อฝ่าออกไปให้ได้!”
“โฮกกกก!” เสียงร้องของสัตว์ร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนดังก้องไปทั่วชั้นที่หก ซึ่งการต่อสู้แบบตะลุมบอนก็ได้เริ่มขึ้น
ต้องทนเอาไว้ ไม่ว่าอย่างไรก็จะต้องทนเอาไว้ให้ได้
ความบ้าคลั่งของสัตว์วิญญาณเหล่านี้ เป็นการทดสอบความแข็งแกร่งของสัตว์พันธสัญญาของพวกเขาไปในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังได้พิจารณาถึงความอดทนอีกด้วย
ตั้งแต่ต้นจนจบ จิ่วเยี่ยคอยติดตามมู่เฉียนซีอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา เขาไม่มีทางปล่อยให้สัตว์วิญญาณเหล่านี้แยกพวกเขาออกจากกันได้อย่างแน่นอน และเขาก็ไม่มีทางปล่อยให้ซีห่างจากเขา าอีกด้วย
ปัง ปัง ปัง!
เมื่อพลังกายถูกผลาญไปจนหมด ก็จำเป็นต้องรีบชดเชย!
และเมื่อพลังจิตวิญญาณถูกผลาญไปจนหมด ก็ต้องรีบฟื้นฟู!
ทั้งต่อสู้ หลบหลีก และทำลายศัตรู ตอนนี้ร่างของตนเองใกล้จะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารไปแล้ว แต่มีเพียงทางนี้ พวกเขาถึงจะสามารถไปจนถึงจุดจบได้
มู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยไม่รู้ว่าตนเองอยู่ชั้นที่หกมานานแค่ไหนแล้ว ทั่วทั้งร่างของพวกเขาเต็มไปด้วยรอยแผล แต่ในที่สุดพวกเขาก็เห็นบันไดที่ขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ดเสียที
จิ่วเยี่ยจับมือมู่เฉียนซีเอาไว้แน่นพลางกล่าวว่า “ซี พวกเราขึ้นไปกันเถอะ”
พวกเขาพุ่งทะยานไปยังทางขึ้นบันไดของชั้นที่เจ็ดด้วยความรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง แต่ทว่าที่เชิงบันไดนั้นกลับมีสัตว์ร้ายหลั่งไหลเข้ามา
จิ่วเยี่ยปาดเหงื่อที่อยู่บนหน้าผากของมู่เฉียนซี ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกฉายแววเย็นวาบออกมา “ลำบากซีแล้ว!”
เพราะเหตุผลนี้จึงทำให้จิ่วเยี่ยไม่ชอบหอคอยนิรันดร์เอาเสียเลย
“ขึ้นไปกันก่อนเถอะ ไม่รู้ว่าที่ชั้นเจ็ดจะมีอะไรบ้าง?”
พวกเขาสามารถขึ้นไปถึงชั้นที่เจ็ดได้สำเร็จ ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นชั้นบนสุดของหอคอยนิรันดร์แล้ว และในตอนที่พวกเขากำลังขึ้นไป พวกเขาก็ได้ยินเสียงแหวกอากาศดังออกมา
และทันทีที่จิ่วเยี่ยโบกมือ เขาก็ขวางสิ่งนั้นเอาไว้ได้!
นี่ไม่ใช่สิ่งของที่เป็นอันตราย แต่เป็นกระดูกของสัตว์ร้ายแห่งความมืดชิ้นหนึ่ง ซึ่งกระดูกสัตว์ร้ายชิ้นนี้ล้วนปกคลุมไปด้วยพลังแห่งความมืดที่น่าสะพรึงกลัว
ปังง!
กระดูกสัตว์ร้ายชิ้นนี้ไม่สามารถทำลายได้ และไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ใด เจ้ากระดูกสัตว์ร้ายชิ้นนี้ก็จะตามพวกเขาไปด้วยตลอดทาง
ชั้นที่เจ็ดนี้ไม่ได้อันตรายเหมือนอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ บริเวณโดยรอบเงียบสงบเป็นอย่างมาก มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พักผ่อน มารักษาอาการบาดเจ็บก่อนเถอะ!”
แม้ว่าพวกเขาจะคอยป้องกันกระดูกสีดำนั้นเอาไว้ตลอดเวลา แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีความคิดที่จะโจมตีเลยแม้แต่น้อย
หลังจากที่พวกเขารักษาอาการบาดเจ็บแล้ว ชั้นที่เจ็ดก็ยังคงไม่มีการทดสอบปรากฏออกมา และพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะทำให้หอคอยนิรันดร์ยอมรับได้อย่างไร
เวลาค่อย ๆ ผ่านเลยไปอย่างช้า ๆ ซึ่งมู่เฉียนซีก็สังเกตเห็นแล้วว่ามีคนตามเข้ามาในภายหลัง ทันใดนั้นนางก็ค้นพบว่าเป็นร่างที่คุ้นเคย หรือก็คือคนของเผ่าวิญญาณนั่นเอง
นอกจากเผ่าวิญญาณแล้ว ก็มีคนสวมชุดเกาะสีเงินอีกกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาอีกด้วย และในบรรดาคนเหล่านั้นมู่เฉียนซีก็เห็นร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่ง “อู๋หยา!”
อู๋หยามองไปทางหวงจิ่วเยี่ยพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย พวกเราได้พบกันอีกแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”
ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกของจิ่วเยี่ยจ้องมองไปที่อู๋หยา แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “อู๋หยา คราวนี้เป็นร่างจริงของเจ้า หรือว่าเป็นร่างแยกของเจ้ากันล่ะ?”
แต่อู๋หยาไม่ได้กล่าวตอบ!
ในเวลานี้ คนของเผ่าวิญญาณเหล่านั้นกล่าวว่า “เผ่าเทพทุกท่าน ความสามารถของพวกเขายอดเยี่ยมมาก ข้ารู้สึกว่าพวกเราจะต้องร่วมมือกันต่อสู้กับพวกเขา เมื่อถึงเวลา ผู้ใดสามารถทำให้หอ อคอยนิรันดร์ยอมรับได้ ก็ต้องอาศัยความสามารถของตนเอง ดีหรือไม่?”
อู๋หยาพยักหน้ากล่าว “ตกลง!”
การตอบรับที่รวดเร็วของเผ่าเทพ ทำให้คนของเผ่าวิญญาณประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ดีเหมือนกัน จัดการอ๋องจิ่วเยี่ยให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากันดีกว่า
ทั้งสองฝ่ายต่างเรียกสัตว์พันธสัญญาของพวกเขาออกมา และเริ่มต่อสู้กันอย่างดุเดือด!
ผู้ที่สามารถมาถึงชั้นที่เจ็ดได้นอกจากพวกของมู่เฉียนซีก็มีเพียงคนจากอีกสองเผ่าเท่านั้น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะร่วมมือกัน ซึ่งมันไม่เอื้ออํานวยต่อพวกของมู่เฉียนซีเอาเสีย ยเลย
อย่างไรเสียแม้ว่าสัตว์พันธสัญญาของมู่เฉียนซีจะมีถึงสี่ตัว แต่มันก็ไม่อาจเทียบเคียงกับจำนวนที่พวกเราร่วมมือกันได้อยู่ดี
แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้ แต่ตอนนี้พวกเขาก็มาถึงจุดนี้แล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถถอยได้อีกแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ฝูเซิง อู๋ตี้ เสี่ยวโม่โม่ เสี่ยวหง จงพยายามให้เต็มที่ สู้มัน!”
“จื่อโยว!” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
ตูมมม!
มีเสียงระเบิดดังออกมา สัตว์พันธสัญญาของทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันขึ้นมาทันที ซึ่งความสามารถของพวกเขาก็แตกต่างกันอย่างชัดเจน
แม้แต่เผ่าวิญญาณยังรู้สึกประหลาดใจในขบวนทัพที่แข็งแกร่งของเผ่าเทพ หากพวกเขาเผชิญหน้ากับเผ่าเทพตัวต่อตัว พวกเขาก็คงมีโอกาสเพียงน้อยนิดที่จะเอาชนะได้ โชคดีที่พวกเขาเลือก ที่จะร่วมมือกัน
ฟิ้ว!
ทันใดนั้นก็มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้น และเป้าหมายในการลอบโจมตีของมู่เฉียนซีก็คืออู๋หยานั่นเอง