ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2592 สัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งที่สุด
คราวนี้เขาคิดว่าแผนการของเขานั้นแม่นยำไร้ข้อผิดพลาด และมู่เฉียนซีไม่มีโอกาสรอดอย่างแน่นอน แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าหอคอยนิรันดร์จะมีของขวัญให้กับคนที่ไต่ขึ้นมาถึงชั้นที่เจ็ด ดเป็นคนแรกด้วย
แน่นอนว่า แม้จะมีของขวัญเช่นนี้ แต่หากสัตว์พันธสัญญาที่มู่เฉียนซีครอบครองไม่ได้แข็งแกร่งจนเกินผิดปกติแล้วละก็ พวกเขาย่อมไม่มีทางพ่ายแพ้ได้เช่นกัน เพราะอย่างไรเสียบนโลกนี้ก็ มีสัตว์เทพเพียงไม่กี่ตัวที่จะสามารถเทียบเคียงเจ้าสองตัวนี้ของเขาได้
แต่สัตว์พันธสัญญาของมู่เฉียนซีทั้งสองตัวนั้นกลับอยู่เหนือความคาดหมาย และแม้แต่เขาเองก็ไม่อาจคำนวณหาที่มาได้ ว่าเหตุใดถึงได้ระเบิดพลังที่แท้จริงออกมาได้น่าสะพรึงกลัวเช่นนี
เมื่อสัตว์พันธสัญญาของเผ่าเทพและเผ่าวิญญาณเผชิญหน้ากับพวกมัน ก็กลายเป็นอ่อนแอไปอย่างสมบูรณ์
“อ๊ากกก!” อู๋หยารู้ว่าตอนนี้เขาได้พ่ายแพ้ และไม่มีโอกาสที่จะชนะได้อีกแล้ว
ร่างกายของเขาได้กลายเป็นเพียงแสงดวงดาราที่พร่างพราวและหายลับไป ส่วนสัตว์พันธสัญญาที่เต็มไปด้วยบาดแผลทั้งสองตัวนั้นต่างก็หายไปจากสถานที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ก็เหล ลือเพียงคนของเผ่าเทพและเผ่าวิญญาณที่กำลังตกอยู่ในความหวาดกลัวเท่านั้น
นัยน์ตาของเสี่ยวหงฉายแววดุร้ายออกมา “ไม่น่าสนใจเอาเสียเลย คิดไม่ถึงว่าจะหนีไปแล้ว! เช่นนั้นก็จัดการพวกเจ้าก่อนก็แล้วกัน โทษฐานที่พวกเจ้าล้อมโจมตีเจ้านายของข้า”
ทันใดนั้นเปลวเพลิงสีแดงก่ำก็กวาดลงมาทันที อู๋ตี้กล่าวว่า “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! มีท่านอู๋ตี้ผู้ไร้เทียมทานอย่างข้าอยู่ด้วยทั้งคน พวกท่านทั้งสองเหนื่อยมามากแล้ว รีบไปพักผ่อนเร็วเข้าเถ ถอะ! ตรงนี้ไว้เป็นหน้าที่ของข้าเอง”
หลังจากนั้นหมัดของอู๋ตี้ก็ตรงไปที่สุดยอดสัตว์เทพตัวนั้น ซึ่งมันก็ทำให้มุมปากของจื่อโยวกระตุกขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง นี่คือแมวน้อยที่เห็นแก่กินของคนงามอย่างนั้นหรือ?
เมื่อเห็นการต่อสู้อันดุเดือดเช่นนั้นของอู๋ตี้แล้ว จื่อโยวก็รู้สึกว่าตนเองสามารถถอยออกไปได้แล้วจริง ๆ!
จื่อโยวกล่าวว่า “คนงาม สัตว์พันธสัญญาของเจ้าระเบิดพลังออกมาได้ดุร้ายมากเลยจริง ๆ”
มู่เฉียนซีเองก็รู้ว่าเมื่อพวกมันระเบิดพลังออกมาจะต้องแข็งแกร่งมากอย่างแน่นอน แต่นางก็คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะถึงขนาดนี้ และการทรมานที่สมบูรณ์แบบ ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลานานเ เกินไปนัก
นอกจากอู๋หยาแล้ว คนเหล่านี้ ล้วนไม่มีผู้ใดมีชีวิตรอดออกไปได้เลยแม้แต่คนเดียว
“น่าเสียดาย ที่เจ้าอู๋หยานั่นหนีเร็วไปหน่อย ข้าปล่อยให้เขาหลุดมือไปอีกแล้ว” มู่เฉียนซีกล่าว
ส่วนพลังของกระดูกสัตว์ร้ายแห่งความมืดนั้นก็มีอย่างจำกัดเช่นกัน และเพียงไม่นานอู๋ตี้ก็ได้กลายเป็นแมวที่มีขนาดเท่ากำปั้น เสี่ยวหงก็กลายเป็นหมูน้อยที่ไร้พิษภัยตัวหนึ่ง ส่ว วนเสี่ยวโม่โม่ก็ได้กลายเป็นหงส์น้อยน่ารักตัวหนึ่งเท่านั้น
ฝูเซิงที่ได้กลายร่างเป็นมนุษย์แล้วไปปรากฏตัวอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซี กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “เจ้านายตัวน้อย ตอนนี้ข้ารู้สึกกดดันมาก! เพราะสัตว์พันธสัญญาของเจ้าล้วน นไม่ธรรมดาเลย”
ปัจจุบันนี้มันเป็นพืชกลายพันธุ์ขั้นเทวะที่แข็งแกร่งที่สุด แต่หากเป็นอนาคตแล้วละก็ มันก็ไม่แน่เลย! เจ้าพวกนี้ช่างวิปลาสเหลือเกิน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “หากรู้สึกกดดันก็ต้องพยายาม ฝูเซิงเจ้าเองก็แข็งแกร่งเช่นกัน”
อู๋ตี้กล่าวว่า “เจ้าหมูขี้เกียจ เจ้าเห็นแล้วหรือยัง! นั่นคือความสามารถของท่านอู๋ตี้อย่างข้า ขอเพียงข้ากินอย่างเพียงพอ หลังจากนี้ข้าก็จะสามารถแข็งแกร่งได้ถึงขึ้นนั้นเลยล่ะ! !”
“ชิ! ยังห่างไกลข้าเยอะต่างหาก เจ้าไม่เห็นความทรงพลังของข้าในการต่อสู้ก่อนหน้านี้อย่างนั้นหรือ? เจ้าแมวโง่!” เสี่ยวหงกล่าวโต้ตอบ
“ไร้สาระ! เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าข้าแข็งแกร่งกว่า!”
“ข้าต่างหาก! เจ้ามันตาบอด”
ทั้งสองทะเลาะกันขึ้นมาทันที และในตอนที่หาข้อสรุปใด ๆ ไม่ได้นั้น พวกมันก็มองมาทางมู่เฉียนซีแล้วกล่าวถามว่า “เจ้านาย ท่านว่าในพวกเราทั้งสองผู้ใดแข็งแกร่งที่สุด?”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ตอนนี้มันยากที่จะประเมินได้ รอให้หลังจากที่พวกเจ้าได้รับความสามารถที่แท้จริงนั้นมาก่อนค่อยมาแข่งกันเถอะ! จากนี้ไปก็พยายามเข้า! อย่างไรเสียพวกเจ้าในตอนนี เมื่อเทียบกับเมื่อครู่นี้แล้ว ยังถือว่าห่างไกลมากนัก”
และพวกมันทั้งสองก็คอตกทันที พวกมันเข้าใจแล้วว่าภารกิจนี้ยากมาก
เสี่ยวโม่โม่ลงมาเกาะอยู่บนไหล่ของมู่เฉียนซีพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้านาย เสี่ยวโม่โม่จะพยายามให้มากขึ้น”
ศัตรูทั้งหมดถูกกำจัดอย่างสิ้นซากไปแล้ว และคาดว่าทั่วทั้งหอคอยนิรันดร์จะมีเพียงแค่พวกเขาเท่านั้น
มู่เฉียนซีเอ่ยปากว่า “หอคอยนิรันดร์ ข้าต้องการได้รับการยอมรับจากเจ้า ต้องการเป็นเจ้านายของเจ้า หากเจ้าต้องการจะทดสอบอะไรข้า ก็สามารถปล่อยออกมาได้เลย แต่ข้าหวังว่าจะสามารถไ ได้รับการยอมรับจากเจ้าโดยเร็วที่สุด”
ถึงสถานการณ์อันตรายจะถูกจัดการไปแล้ว แต่มู่เฉียนซีก็สามารถสัมผัสได้ว่าสถานการณ์ของจิ่วเยี่ยในตอนนี้ไม่สู้ดีเท่าไรนัก และจำเป็นต้องกลับไปที่เหวนรกให้เร็วที่สุด
“หากเจ้าไม่ยอมรับข้าเป็นเจ้านายจริง ๆ เช่นนั้นก็ได้โปรดช่วยเหลือข้าสักเรื่อง และหากมีเงื่อนไขใดเจ้าก็สามารถเสนอออกมาได้เลย”
ภายในความมืดมิด มีเพียงแค่ความเงียบเท่านั้น และหอคอยนิรันดร์ก็ไม่มีการตอบสนองใด ๆ กับมู่เฉียนซีเลย
มู่เฉียนซีค่อนข้างที่จะกังวลเล็กน้อย นางไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไปแล้ว
และในเวลานี้ ก็มีร่างเงาร่างหนึ่งเดินออกมาจากความมืดมิด ผมสีดำสนิทของเขายาวมาก มันยาวสยายจนถึงพื้นราวกับน้ำตกก็มิปาน
เขามีรูปร่างที่เพรียวบาง หน้าตาของเขานั้นสมบูรณ์แบบราวกับผลงานทางด้านศิลปะอย่างไรอย่างนั้น เค้าโครงหน้าตาของเขาทั้งนุ่มลึกและมีมิติ ซึ่งหล่อเหลาเป็นอย่างมาก
“เจ้าคืออ้าน!” มู่เฉียนซีมองไปที่เขาแล้วเอ่ยปากถาม
เขาค่อย ๆ กล่าวอย่างช้า ๆ ว่า “ข้าสามารถยอมรับเจ้าเป็นเจ้านายได้!”
“แต่ ข้าต้องการให้เจ้าฆ่ามัน!” เขายกมือขึ้นมา จากนั้นก็ชี้ไปที่ข้างกายของมู่เฉียนซี
คนที่เขาชี้ไม่ใช่จิ่วเยี่ย และก็ไม่ใช่ฝูเซิง แต่เป็นเสี่ยวหง
เปลวเพลิงที่อยู่ภายในดวงตาของเสี่ยวหงปะทุขึ้นมาทันที มันกล่าวว่า “หอคอยนิรันดร์ คนอย่างเจ้าไม่เพียงแต่ไม่ชอบสัตว์ร้ายเท่านั้น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะถึงขนาดให้เจ้านายของข้าทำลา ายข้าด้วยเช่นนี้”
“เจ้าไม่เหมือนกัน เจ้ามันเป็นสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้” เขากล่าวอย่างเย็นชา
สัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างนั้นหรือ มู่เฉียนซีผงะไปครู่หนึ่ง แม้แต่พวกของสุ่ยจิงอิ๋งก็ยังไม่รู้ที่มาของเสี่ยวหงเลย แต่ผู้ที่คุ้นเคยกับสัตว์ร้ายนานาชนิดอย่างหอคอยนิรั นดร์ กลับสามารถเปิดเผยตัวตนของเสี่ยวหงออกมาได้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! สัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งที่สุด หอคอยนิรันดร์ เจ้าเข้าใจผิดแล้วล่ะ! คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะบอกว่าเจ้าหมูจอมขี้เกียจนี่จะเป็นสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งที่สุด หากเจ้านี่แข็งแกร ร่งที่สุด เช่นนั้นเจ้าปล่อยให้สัตว์ร้ายของโลกแห่งสัตว์ร้ายเหล่านั้นผ่านไปได้อย่างไรล่ะ!”
เสี่ยวหงเหลือบมองไปที่เจ้าแมวโง่ตัวนั้นด้วยความหงุดหงิด “เจ้าหุบปากไปเลย!”
เสี่ยวหงกล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “เจ้านาย ที่หอคอยนิรันดร์กล่าวนั้นไม่ผิด ความจริงแล้วข้าเต็มไปด้วยความชั่วร้าย เป็นสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งและโหดเหี้ยมเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่เกิดมา า ข้าก็มีความแข็งแกร่งมากที่สุด มีชื่อเพียงชื่อเดียวว่า ซง”
“ก่อนหน้านี้ท่านก็เคยเจอสัตว์ร้ายมาก่อน ความจริงมีพวกมันบางตัวที่จำข้าได้ แต่ก่อนหน้านี้ข้าก็ไม่เคยทำสิ่งชั่วร้ายมาก่อนเลยนะ! อย่างมากก็แค่กำจัดเจ้าพวกเกะกะที่มารบกวนกา ารนอนของข้าเท่านั้นเอง”
แน่นอนว่าถึงจะไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเสี่ยวหงจะไม่ชั่วร้าย แต่เป็นเพราะมันขี้เกียจที่จะทำเรื่องชั่วร้ายเท่านั้นเอง
“ข้ากลัวว่าเจ้านายจะรังเกียจข้า ข้ากลัวว่าหากสถานะของข้าถูกเปิดเผยและท่านจิ่วเยี่ยรู้ว่าข้าเป็นสัตว์ร้าย เขาจะกำจัดข้าทิ้งทันที แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วตอนที่ข้าติดตามเจ้านาย ยข้าจะหลับไม่สนิท แต่ข้าก็มีความสุขมากแล้ว” เสี่ยวหงกล่าว
ป๊อก!
ทันใดนั้นมู่เฉียนซีก็เคาะลงไปบนหัวของเสี่ยวหงโดยตรง
“เจ้านี่มันสมองหมูจริง ๆ น้ำเสียงนี้ของเจ้าหมายความว่าอย่างไร? นี่เจ้าคิดจะกล่าวคำร่ำลาในงานศพหรืออย่างไร? เจ้าคิดว่าข้าจะสามารถฆ่าเจ้าได้อย่างนั้นหรือ?” มู่เฉียนซีกล่าวอย่าง เย็นชา
“แต่สถานการณ์ของท่านจิ่วเยี่ยอันตรายมาก ท่านจำเป็นต้องให้หอคอยนิรันดร์ยอมรับเป็นเจ้านายให้เร็วที่สุด จากนั้นจะได้รีบไปจัดการกิเลนแห่งนรกที่เหวนรกตัวนั้นนะรับ!” เสี่ยวหง กล่าว
“เช่นนั้นข้าก็ไม่อาจสังเวยเจ้าได้อยู่ดี ไม่ว่าเจ้าจะเป็นสัตว์ร้ายหรือสัตว์เทพก็ตาม” จากนั้นมู่เฉียนซีก็อุ้มเสี่ยวหงขึ้นมา
นางมองไปทางอ้านแล้วกล่าวว่า “บางทีเสี่ยวหงอาจจะเป็นสัตว์ร้าย แต่มันก็คือคู่หูที่สำคัญสำหรับข้ามาโดยตลอด และเพื่อให้ได้เจ้ามา แต่กลับต้องฆ่ามัน เช่นนั้นข้าขอปฏิเสธคำขอที่ ไม่สมเหตุสมผลนี้ของเจ้า”
“สุ่ยจิงอิ๋ง! ในเมื่ออ้านปรากฏตัวออกมาแล้ว เช่นนั้นเจ้าก็บอกข้าหน่อยว่าจะบังคับและจัดการเขาได้อย่างไร?”