ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2591 ของขวัญอันมืดมิด
“ชิ! อสูรยักษ์ดาราก็แค่ตัวใหญ่กว่านิดหน่อยเท่านั้น คิดว่าข้าจะกลัวหรือ” จื่อโยวกล่าวอย่างเย็นชา
การปรากฏตัวของอสูรยักษ์ดารา ทำให้จื่อโยวต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง ฉะนั้นฝูเซิงจึงต้องขวางศัตรูอื่น ๆ เอาไว้
พลังในการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดถูกศัตรูผนึกเอาไว้ ซึ่งมันก็ไม่ราบรื่นเลยสำหรับพวกของมู่เฉียนซีเลย
ในเวลานี้ อู๋หยาเอ่ยปากว่า “มู่เฉียนซี เจ้าสามารถผูกพันธสัญญาได้ถึงสี่ตัว แล้วคิดว่าข้ามีสัตว์พันธสัญญาเพียงแค่ตัวเดียวอย่างนั้นหรือ?”
ใจของมู่เฉียนซีสั่นไหวเล็กน้อย เพียงแค่อสูรยักษ์ดารานี้ก็รับมือยากมากอยู่แล้ว หากอู๋หยาปล่อยสัตว์พันธสัญญาออกมาอีกตัวหนึ่งแล้วละก็ พวกนางจะต้องเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้อย ย่างเลี่ยงไม่ได้แน่นอน
จิ่วเยี่ยจับมือมู่เฉียนซีเอาไว้แน่น และกล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “ซี หากมีอันตรายเกิดขึ้น พวกเราก็ออกไปจากที่นี่ และยอมแพ้เรื่องหอคอยนิรันดร์กันเถอะ”
หากให้ยอมแพ้ตอนนี้ นางย่อมไม่มีทางเต็มใจแน่นอน
ทันใดนั้น มิติแห่งความมืดนี้ก็เต็มไปด้วยพลังธาตุแสงอันแข็งแกร่งที่สาดส่องขึ้นมา และสัตว์พันธสัญญาตัวที่สองของอู๋หยาก็ปรากฏตัวขึ้น
รูปลักษณ์ภายนอกเช่นนี้ มู่เฉียนซีแค่มองเพียงปราดเดียวก็รู้แล้วว่ามันคือสัตว์เทพอะไร ซึ่งมันก็คือสัตว์ประหลาดเขาเดียวนั่นเอง!
“สัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งแสงสว่าง นี่คือสัตว์พันธสัญญาตัวที่สองของท่านอู๋หยา”
“ช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน”
“ท่านอู๋หยาช่างยอดเยี่ยมมากจริง ๆ!”
อู๋หยามองไปทางมู่เฉียนซีแล้วกล่าวว่า “ความจริงแล้วสัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งแสงสว่างนี้ไม่เชี่ยวชาญทางด้านการต่อสู้ แต่สัตว์ประหลาดเขาเดียวของข้ามีความสามารถนั้น และด้วยความสา ามารถนี้ ก็สามารถทำให้เจ้าพ่ายแพ้อยู่ที่นี่ได้อย่างสมบูรณ์”
“จงใช้เขตแดนแห่งแสงเสีย!” อู๋หยากล่าวกับสัตว์พันธสัญญาของตนเอง
สัตว์ประหลาดเขาเดียวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ทันใดนั้นแสงสว่างก็กระจายไปในพลังธาตุแห่งความมืด จากนั้นก็ห่อหุ้มคนของเผ่าเทพและเผ่าวิญญาณเหล่านั้นเอาไว้
ร่างกายของพวกเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย จากนั้นแต่ละคนก็กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “ท่านอู๋หยา ข้าสามารถใช้พลังวิญญาณได้แล้ว”
“ข้าก็ด้วย!”
ความจริงแล้วหอคอยนิรันดร์ได้ใช้ประโยชน์จากพลังแห่งความมืดของมัน สร้างกฏขึ้นมาในหอคอยนิรันดร์แห่งนี้ และได้จำกัดพลังของพวกเขาเอาไว้
เพราะการมีอยู่ของสัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งแสงสว่าง ทำให้กฏนี้ถูกทำลาย และทำให้พวกเขาได้รับพลังกลับมาใหม่อีกครั้ง
อู๋หยากล่าวว่า “หากผู้ใดก็ตามที่สังหารมู่เฉียนซีได้ ข้าอู๋หยาจะทำนายอนาคตให้พวกเจ้าเป็นกรณีพิเศษ”
การสามารถรับรู้อนาคตของตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย ย่อมเป็นโอกาสที่ดีเป็นอย่างยิ่ง ของรางวัลเช่นนี้น่าดึงดูดเสียยิ่งกว่าสมบัติใด ๆ เสียอีก และไม่ว่าจะเป็นคนของเผ่าวิญญาณ ณหรือคนของเผ่าเทพต่างก็จับจ้องไปทางมู่เฉียนซีด้วยแววตาที่เย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
มู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยที่ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่สามารถใช้พลังวิญญาณได้กลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าจะมองเช่นไรนี่ก็คือสถานการณ์ที่เสียเปรียบ และไม่สามารถพลิก กสถานการณ์ให้ชนะได้เลย
จิ่วเยี่ยยืนอยู่ข้างหน้าของมู่เฉียนซี เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “อู๋หยา!”
อู๋หยากล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย พระองค์ทรงพิโรธแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ! รอให้กระหม่อมสังหารมู่เฉียนซีได้เมื่อไร อู๋หยาจะยอมให้พระองค์ลงโทษได้ตามพระทัยเลยพ่ะย่ะค่ะ”
“ในสายตาของข้า ชีวิตของเจ้าไม่อาจเทียบชีวิตของซีได้เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นข้าไม่อนุญาตให้ผู้ใดทำร้ายซีเป็นอันขาด!” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยเสียงเย็นชา
แต่คนเหล่านั้นได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว และมันก็ทำให้สีหน้าของฝูเซิงและจื่อโยวมืดมนลงทันที คิดไม่ถึงเลยว่าอู๋หยาจะใช้กลอุบายเช่นนี้
เวลานี้จิ่วเยี่ยได้พามู่เฉียนซีหลบหลีกการโจมตีของคนทั้งสองกลุ่มนี้ และเมื่อคู่ต่อสู้สามารถใช้พลังวิญญาณได้ การต่อสู้นี้ก็ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “สุ่ย ยจิงอิ๋ง!”
ปังง!
พลังของผู้พิทักษ์นิรันดร์ระเบิดออกมา และนางก็ไม่ต้องการให้การโจมตีของคนเหล่านี้มาสัมผัสร่างกายของจิ่วเยี่ยได้อยู่แล้ว
ปัง ปัง ปัง!
การสะท้อนกลับของเกาะป้องกันไม่สามารถหยุดการโจมตีครั้งต่อไปของพวกเขาได้
อู๋หยากล่าวว่า “ที่นี่คือภายในหอคอยนิรันดร์ แม้ว่าข้าจะไม่ได้ทำสิ่งใด แต่พลังของผู้พิทักษ์นิรันดร์ก็ไม่สามารถพาพวกเจ้าออกไปได้อยู่ดี หากการป้องกันทั้งสี่ครั้งถูกใช้ไปจนหมด ดแล้ว มู่เฉียนซี เจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน”
“ซีเอ๋อร์ มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ!” เสียงของสุ่ยจิงอิ๋งดังขึ้นมา
ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกของจิ่วเยี่ยล้ำลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ และเขาก็กล่าวขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “หากซีได้รับบาดเจ็บ อู๋หยา คนที่จะต้องตายก็คือเจ้า!”
ในขณะนี้พลังธาตุแห่งความมืดทั่วทั้งหอคอยนิรันดร์กำลังปั่นป่วน และมันก็กำลังพยายามฉีกทึ้งเขตแดนแห่งแสงสว่างนี้
ตูมมม โครมมม!
ส่วนจื่อโยวในเวลานี้ก็กำลังต่อสู้กับอสูรยักษ์ดารานั้นอย่างดุเดือด
ทางด้านของฝูเซิงก็ถูกสัตว์เทพเหล่านั้นตรึงเอาไว้แน่น จนไม่สามารถเข้ามาช่วยเหลือได้
ตูมมม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น และสุ่ยจิงอิ๋งก็ขัดขวางการโจมตีให้มู่เฉียนซีเป็นครั้งที่สองแล้ว
เมื่อมู่เฉียนซีค้นพบว่าจิ่วเยี่ยปล่อยมือของนาง พลังทั้งสามที่อยู่ในร่างกายของเขาก็ทะลักออกมา นี่จะต้องเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายมากอย่างแน่นอน
ในตอนที่คนเหล่านั้นกำลังจะเริ่มโจมตีครั้งที่สาม กระดูกสีดำก่อนหน้านี้ก็ลอยมาทางมู่เฉียนซีทันที
มู่เฉียนซีรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ที่แรงกดดันในการโจมตีอันแข็งแกร่งขนาดนี้ ไม่สามารถทำลายกระดูกสีดำชิ้นนี้ได้
และมู่เฉียนซีก็ได้จับกระดูกสีดำที่มาหาถึงที่นี้เอาไว้ ทันใดนั้นก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังก้องขึ้นมาในสมองของนาง
“ผู้ที่ไต่ขึ้นมาถึงชั้นที่เจ็ดของหอคอยนิรันดร์เป็นคนแรก จะได้รับสิทธิพิเศษอย่างหนึ่ง พลังของกระดูกสัตว์ร้ายชิ้นนี้ สามารถทำให้สัตว์พันธสัญญาในการครอบครองระเบิดศักยภาพที่แข ข็งแกร่งมากที่สุดออกมาได้ และยังสามารถบรรลุไปถึงพลังสูงสุดที่สามารถบรรลุได้อีกด้วย”
ปัง ปัง ปัง!
ทันใดนั้นการโจมตีครั้งที่สามก็ถูกสุ่ยจิงอิ๋งสกัดกั้นเอาไว้ได้
ซึ่งตอนนี้นางเหลือเกาะป้องกันเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่มู่เฉียนซีที่ถือกระดูกสัตว์ร้ายเอาไว้ในตอนนี้ รู้สึกว่าคนที่อยู่ข้างนอกเหล่านั้นไม่ใช่ปัญหาเท่าไรนัก
มู่เฉียนซีดึงมือของจิ่วเยี่ยเอาไว้พลางกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย ข้ามีหนทางแล้ว! หน้าที่ของเจ้าในตอนนี้คือการทำให้ตนเองไม่ระเบิดพลังออกมา แล้วคอยดูว่าข้าจะจัดการพวกเขาอย่างไรก็พ พอ”
แท้จริงแล้วการมาถึงเป็นคนแรกก็มีประโยชน์เช่นกัน ซึ่งประโยชน์นี้มันก็น่าเหลือเชื่อมากอีกด้วย
ความสามารถของทั้งอู๋ตี้และเสี่ยวหงยังเป็นความลับ และนางก็สงสัยมากว่าความสามารถที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขาสามารถไปได้ไกลแค่ไหนกันแน่?
นอกจากนี้ยังมีเสี่ยวโม่โม่ ในฐานะที่เป็นหงส์นิลแห่งความมืดเพียงตัวเดียว ฉะนั้นย่อมมีศักยภาพที่มากมายมหาศาลแน่นอนอยู่แล้ว และยังมีฝูเซิง…
มู่เฉียนซีได้ใช้พลังจิตวิญญาณของตนเองเปิดพลังของกระดูกสัตว์ร้ายสีดำชิ้นนี้ ทันใดนั้นมันก็เปลี่ยนเป็นพลังและพุ่งเข้าสู่ร่างกายของฝูเซิง เสี่ยวโม่โม่ อู๋ตี้ และเสี่ยวหง
เดิมทีพวกเขาต่างก็ได้รับบาดเจ็บ แต่สุดท้ายพวกเขากลับหายดีในชั่วพริบตา!
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! พลังของท่านอู๋ตี้อยู่ในระดับสูงสุดแล้ว ที่แท้ข้าก็แข็งแกร่งถึงเพียงนี้นี่เอง! ถึงเวลาที่พวกเจ้าต้องตายได้แล้ว ใครใช้ให้พวกเจ้ามารังแกเจ้านายของข้ากันล่ะ!”
ร่างของเสี่ยวโม่โม่ก็กลายเป็นโตเต็มวัยขึ้นมาทันที ซึ่งมันก็เปลี่ยนกลายเป็นหงส์นิลแห่งความมืดที่ทั้งเย่อหยิ่งและแข็งแกร่ง ฝูเซิงก็เปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งขึ้นมาเช่นกัน…
ทันใดนั้นลำแสงสีแดงก็สว่างวาบขึ้นมาทันที เสี่ยวหงได้ถูกเปลวเพลิงห่อหุ้มเอาไว้ หลังจากนั้นมันก็พุ่งทะยานไปยังอสูรยักษ์ดาราที่แข็งแกร่งที่สุด และเมื่อเผชิญหน้ากับหมูตัวน้อ อยที่อยู่ตรงหน้า แววตาของอสูรยักษ์ดาราก็ฉายแววหวาดกลัวขึ้นมาทันที
ตูมมมมม!
มีเสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้น และอสูรยักษ์ดาราก็ถูกเปลวเพลิงอันน่าสะพรึงกลัวห่อหุ้มเอาไว้
ส่วนอู๋ตี้ มันก็ตรงไปฉีกทึ้งสัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งแสงสว่างตัวนั้นเช่นกัน
“จะ…เจ้าคืออะไรกันแน่?” สัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งแสงสว่างตัวนั้นกล่าวอย่างหวาดกลัว ทันใดนั้นเลือดสีแดงสดก็ได้ย้อมขนของมัน และเขตแดนแห่งแสงสว่างก็ไม่สามารถคงสภาพได้อีกต่อไ ไป
เมื่อเขตแดนแห่งแสงสว่างหายไป พวกเขาก็ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้อีกครั้ง และหลังจากนั้นก็ต้องเผชิญหน้ากับการชำระล้างด้วยพลังของเพลิงหงส์อมตะแห่งความมืด
“อ๊ากกกก!” ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังออกมา
“ท่านอู๋หยา นะ…นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? เหตุใดสัตว์พันธสัญญาของนางเด็กน้อยแต่ละตัวนั่นถึงได้เปลี่ยนกลายเป็นน่ากลัวขนาดนี้ พวกเราไม่เคยได้ยินว่ามีสัตว์เทพที่น่าส สะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อนเลย”
อสูรยักษ์ดาราได้รับบาดเจ็บขึ้นมากะทันหัน ส่วนกลิ่นอายของสัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งแสงสว่างก็ค่อย ๆ อ่อนแอลงเรื่อย ๆ
พรวดด!
อู๋หยากระอักเลือดสด ๆ ออกมา
“มันคือของขวัญจากหอคอยนิรันดร์!”