ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2597 โต้กลับเพื่อทำลายศัตรู
จักรพรรดิสงครามสั่งการว่า “ฆ่ามัน! ฆ่าพวกมันให้หมด และสุดท้ายฝ่าบาทจิ่วเยี่ยที่เหลืออยู่เพียงลำพัง ก็จะต้องมาต่อสู้กับข้า!”
พลังในการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันอย่างมาก แต่ทว่ากองทัพใหญ่ของแดนนรกกลับไม่คิดที่จะล่าถอยเลย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “กองทัพใหญ่หยุดเดินหน้าได้”
เมื่อได้ยินคำสั่งของมู่เฉียนซี พวกเขาก็ตะลึงงันอย่างเห็นได้ชัด พวกเขากล่าวว่า “พระชายา พวกเราไม่หวาดกลัวกองทัพของศัตรู พวกเขามีจำนวนคนมากกว่าแล้วอย่างไรล่ะ? พวกเราจะสู้กับพวกเ เขาให้ถึงที่สุดเอง”
“ใช่แล้ว! พระชายา พวกเราไม่กลัวพวกเขาหรอกขอรับ!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าข้าจะไม่ให้พวกเจ้าลงสนามรบไปฆ่าฟันศัตรู แต่ทว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะให้พวกเจ้าลงสนาม”
“ท่านจักรพรรดิสงคราม อีกฝ่ายหยุดเดินทัพแล้วขอรับ” ในเวลานี้มีใครคนหนึ่งมารายงานเขา
“พวกเขากลัวแล้วหรือ? อยากถอยทัพแล้วหรืออย่างไร?” จักรพรรดิสงครามกล่าวอย่างดูถูกดูแคลน
“อย่าปล่อยให้พวกเขามีโอกาสถอยเป็นอันขาด ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม พวกเราจะเริ่มการโจมตีแล้ว ต้องล้อมการโจมตีพวกเขาเอาไว้ และทำให้พวกเขาไม่มีทางหลบหนีไปได้” จักรพรรดิสงครามสั่ง งการ
หลังจากที่กองกำลังของศัตรูที่อยู่ทัพหน้าเคลื่อนไหวแล้ว มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาว่า “พวกเขาคิดจะเริ่มโจมตีก่อน นี่คิดว่าข้ากลัวพวกเขาจริง ๆ อย่างนั้นหรือ? ในตอนที่รู้ว่าพวกเ เราอาจจะได้รับหอคอยนิรันดร์มาแล้ว จักรพรรดิสงครามคงน่าจะเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้แล้วสินะ”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อ้าน! คราวนี้ก็ต้องรบกวนเจ้าอีกแล้ว”
ทันใดนั้นกลางอากาศเหนือกองทัพของศัตรู ก็มีหอคอยโบราณเจ็ดชั้นขนาดใหญ่สีดำปรากฏออกมา
ทันใดนั้น พลังแห่งความมืดก็ปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า และทุกคนต่างก็รู้สึกถึงแรงกดดันนี้ได้เช่นกัน
จักรพรรดิสงครามกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “นี่คือหอคอยนิรันดร์อ คิดจะอาศัยพลังของหอคอยนิรันดร์มาขัดขวางกองทัพของข้าอย่างนั้นหรือ? ข้าเองก็อยากจะเห็นพลังของมันเช่นกัน”
หอคอยนิรันดร์ชั้นที่หนึ่งถูกเปิดออก และทันทีที่มันถูกเปิดออกนั้น ก็มีเสียงร้องคำรามของสัตว์ร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนดังออกมาจากหอคอยนิรันดร์แห่งนั้น
ทันใดนั้นค่ายของฝ่ายศัตรูก็ถูกสัตว์เทพ สัตว์ร้าย และสัตว์อื่น ๆ จำนวนนับไม่ถ้วนบุกเข้าไปอย่างกะทันหัน…
ฉับพลันก็มีชายร่างยักษ์ที่ดุร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนบุกเข้ามาในกองทัพ ซึ่งมันก็ทำให้กองทัพใหญ่ของจักรพรรดิสงครามตกอยู่ในความวุ่นวายทันที
อ้านกล่าวว่า “เจ้านาย ข้าสามารถเปิดได้แค่ชั้นที่หนึ่งเท่านั้น เพราะหากปล่อยให้สัตว์ร้าย สัตว์วิญญาณหรือสัตว์ปีศาจที่ถูกผลึกเอาไว้ในชั้นหลัง ๆ ออกมา มันอาจจะกลืนกินเจ้าน นายได้ง่าย ข้าไม่อยากให้เจ้านายต้องตกอยู่ในความเสี่ยงขอรับ”
มู่เฉียนซีมองไปทางการต่อสู้ของสัตว์วิญญาณที่อยู่ตรงหน้าเหล่านั้น ซึ่งมันก็มีตัวที่นางคุ้นเคยอยู่ด้วย
อ้านอธิบายว่า “ส่วนใหญ่แล้วชั้นที่หนึ่งจะเป็นสัตว์วิญญาณของเมืองร้างที่ล่มสลายแห่งความมืดที่พวกท่านเก็บรวบรวมเอาไว้ในหอคอยจำลองน่ะขอรับ”
นับตั้งแต่ตอนที่พวกเขาเข้าไปในหอคอยนิรันดร์ เหล่าหอคอยจำลองก็ถูกอ้านเก็บกลับคืนไปทั้งหมดแล้ว
มีสัตว์วิญญาณหลายตัวที่ถูกจับโดยเผ่าเทพ แต่ทว่าตอนนี้มันกลับกลายเป็นกรงเล็บอันแหลมคมที่มาจัดการกับพวกเขาแทน
สัตว์วิญญาณรับหน้าที่เป็นผู้นำทัพ แม้ว่าความสามารถระหว่างพวกเขากับศัตรูจะต่างกันมาก แต่เวลานี้มันก็สามารถชดเชยช่องว่างนั้นได้มากมายแล้ว
แต่กองกำลังของจักรพรรดิสงครามเองก็ไม่ประมาทเช่นกัน และหลังจากที่จักรพรรดิสงครามค้นพบว่าพวกเขาตกอยู่ในความสับสน จักรพรรดิสงครามก็ลงมาสั่งการด้วยตนเองทันที
เขากล่าวพร้อมเสียงหัวเราะว่า “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! นี่คือหอคอยนิรันดร์ ที่เป็นหอคอยฝึกอสูรแห่งความมืดอย่างนั้นหรือ? ขนาดชั้นแรกยังผนึกสัตว์วิญญาณไว้มากมายเช่นนี้ อีกหกชั้นน่าจะผนึ กไว้มากยิ่งกว่านี้ และแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้เป็นแน่! หากได้เจ้ามา ข้าก็จะสามารถเป็นทั้งผู้นำของกองทัพเทพและผู้นำของกองทัพสัตว์วิญญาณได้อีกด้วย ซึ่งเท่านี้ก็เพียงพอที่จะพิช ชิตโลกต่าง ๆ ได้แล้ว ฉะนั้นข้าจักรพรรดิสงครามจะต้องเอาเจ้ามาให้ได้”
“เรียงแถว! จัดขบวนทัพ!” เขาตะโกนกล่าว
กองทัพของจักรพรรดิสงครามมีประสบการณ์รบนับร้อยนับพันครั้ง นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ในการกำจัดสัตว์วิญญาณมาแล้วมากอีกด้วย หลังจากนั้นเพียงไม่นานพวกเขาก็สามารถสกัดกั้นการโจมตี ของกลุ่มสัตว์ร้ายได้อยู่หมัด และยังแบ่งกองทัพออกมาเพียงหนึ่งในสามส่วนเพื่อตรึงสัตว์วิญญาณเหล่านี้เอาไว้
จักรพรรดิสงครามเหลือบมองไปทางจิ่วเยี่ย เขากล่าวว่า “โจมตี! ฆ่ามัน! อย่าปล่อยให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว”
ในตอนที่กองทัพจักรพรรดิสงครามวิ่งห้อกันเข้ามา กองทัพของแดนนรกก็กำลังรอคำสั่งโจมตีจากอ๋องจิ่วเยี่ย แต่ทว่าท่านอ๋องของพวกเขากลับไม่ได้ออกคำสั่งแต่อย่างใด
ทันใดนั้นร่างเงาสีดำก็หายไปจากเบื้องหน้าของพวกเขา และเข้าไปเผชิญหน้ากับกองทัพของศัตรูเพียงลำพัง
พลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้กองกำลังของจักรพรรดิสงครามเหล่านั้นรู้สึกหวาดผวาและอันตราย อีกฝ่ายมีเพียงแค่คนเดียวแต่กลับสามารถสร้างแรงกดดันให้กองกำลังนับแสนของพวกเขาได้ถึงขนาด ดนี้เลยอย่างนั้นหรือ
“ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย เจ้าคิดว่าพลังของเจ้าเพียงคนเดียว จะสามารถจัดการกองกำลังนับแสนของข้าได้อย่างนั้นหรือ?” จักรพรรดิสงครามยิ้มเยาะออกมา
“แค่พวกเขา ไม่จำเป็นต้องให้ข้าลงมือเองหรอก” จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชา
ทันใดนั้น ก็มีพลังปีศาจทะลักออกมา และเผ่าปีศาจเหวนรกที่มีรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดมากก็ปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่า และเมื่อพวกมันลงมาถึงสนามรบแห่งนี้ มันก็ได้ล้อมกองทัพของ จักรพรรดิสงครามเอาไว้
สีหน้าของจักรพรรดิสงครามเปลี่ยนไปทันที “นี่มันเผ่าปีศาจเหวนรกของเหวนรกมิใช่หรือ?”
คิดไม่ถึงเลยว่าเผ่าปีศาจเหวนรกของเหวนรกจะถูกฝึกให้เชื่องโดยฝ่าบาทจิ่วเยี่ย ซึ่งนี่ย่อมเหนือความคาดหมายของจักรพรรดิสงครามอย่างเขาจริง ๆ
หลังจากนั้นจิ่วเยี่ยก็กล่าวออกมาอย่างเย็นชาว่า “ทำลายศัตรูเสีย!”
“ขอรับ! เจ้านายของข้า!”
เผ่าปีศาจเหวนรกที่มีราชาเผ่าปีศาจเหวนรกเป็นผู้นำ ได้พุ่งทะยานไปทางกองทัพของจักรพรรดิสงครามราวกับพายุฝนก็มิปาน
อย่างที่รู้กันว่าท่านจิ่วเยี่ยพิชิตพวกเขาได้แล้ว แต่ก็ยังไม่มีช่วงเวลาที่พวกมันถูกใช้ประโยชน์เลย ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง ฉะนั้นพวกมันจำเป็นต้องแสดงฝีมือใ ให้ดีที่สุด
เมื่อเผชิญหน้ากับเผ่าปีศาจเหวนรกที่ไหลทะลักเข้ามา แม้แต่กองกำลังของจักรพรรดิสงครามที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีในเวลานี้ก็รู้สึกปวดหัวกับปัญหาที่จัดการได้ยากนี้เช่นกัน อีกทั้งปีศาจกลุ่มนี้ก็รับมือได้ยากมากจริง ๆ
“ฆ่ามัน! พวกเราไม่กลัวเผ่าปีศาจอยู่แล้ว!”
“สู้กับเผ่าปีศาจเหวนรกแล้ว”
“……”
การปรากฏตัวของเผ่าปีศาจเหวนรก ทำให้สีหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของจักรพรรดิสงครามก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นบูดบึ้งขึ้นมาทันที
เขากล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย เจ้านี่มันบ้าไปแล้ว! คิดไม่ถึงว่าจะปล่อยเผ่าปีศาจเหวนรกที่น่ากลัวเช่นนี้ออกมาได้”
เหตุผลที่พวกเขาหวาดกลัวเผ่าปีศาจเหวนรก ก็เป็นเพราะว่าพวกเขาไม่สามารถควบคุมมันได้ แต่ทว่าเมื่อเผ่าปีศาจเหวนรกเป็นลูกน้องของจิ่วเยี่ย กลับเชื่อฟังเขามากเลยทีเดียว
จิ่วเยี่ยมองไปทางมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “ซี ข้าจะไปจัดการเขา! เจ้าระวังตัวด้วย”
ร่างเงาสีดำหายไปต่อหน้าต่อตามู่เฉียนซี และจิ่วเยี่ยก็พุ่งทะยานไปทางจักรพรรดิสงครามทันที
จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ในสายตาของจักรพรรดิสงครามลุกโชนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เขาหัวเราะเยาะขึ้นมา “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย เจ้ามาได้ทันเวลาพอดีเลย! มาแข่งกับข้าหน่อยเป็นไง!”
ตูมมม!
และอ๋องจิ่วเยี่ยที่แข็งแกร่งที่สุดของแดนนรกก็เริ่มต่อสู้กับจักรพรรดิสงครามขึ้นมาทันที
พลังสีดำและพลังสีทองปะทะกันอยู่กลางอากาศ ดูเหมือนกับว่ากำลังจะกลืนกินท้องนภาทั้งหมดก็มิปาน
ส่วนมู่เฉียนซีในเวลานี้ก็ยืนอยู่เบื้องหน้ากองทัพขนาดใหญ่ ทางด้านของพวกเขาได้ชิงส่งกองกำลังที่แปลกประหลาดออกไปก่อนเพื่อทำให้กองทัพของจักรพรรดิสงครามรับมือไม่ทัน และตอนนี้ผู้น นำของพวกเขาก็กำลังต่อสู้อยู่กับจิ่วเยี่ย จึงทำให้ไม่มีเวลามาสั่งการได้
หลังจากนั้นพลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีก็แผ่กระจายออกไป และนางก็สามารถรับรู้ทุกการเคลื่อนไหวของทั่วทั้งสนามรบได้อย่างชัดเจน
และทันใดนั้นมู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาว่า “ทุกคน จงฟังคำสั่งของข้า!”
“ขอรับ!”
หลังจากนั้นพวกเขาก็แบ่งกันออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ และแยกย้ายกันไปอุดช่องโหว่ รวมถึงเสริมกำลังในช่วงสุดท้าย ภายใต้คำสั่งของมู่เฉียนซี! ทำให้พวกเขาสามารถทำลายล้างศัตรูได้จำนวนนับไ ไม่ถ้วนอย่างต่อเนื่อง
ตึง ตึง ตึง!
กองกำลังของจักรพรรดิสงครามที่ถูกส่งมาโดยเผ่าเทพ ต่างก็ล้มฟุบไปบนพื้นอย่างต่อเนื่อง
มีบางคนที่ตายด้วยกรงเล็บของสัตว์เทพหรือสัตว์ร้าย และกลายเป็นปุ๋ยของพืชกลายพันธุ์
มีบางคนที่ตายด้วยน้ำมือของเผ่าปีศาจ หรือไม่ก็ถูกกองกำลังของแดนนรกฆ่าตาย
“ต่ำช้านัก!” เหล่าทหารของจักรพรรดิสงครามแทบจะอาเจียนออกมาเป็นเลือดด้วยความโกรธ
“ฆ่า! ต้องฆ่าผู้หญิงคนนั้น นางคือพระชายาของแดนนรก!”
จิตวิญญาณของแดนนรกมีทั้งหมดสองคน คนหนึ่งคืออ๋องจิ่วเยี่ย ซึ่งตอนนี้อ๋องจิ่วเยี่ยกำลังต่อสู้อยู่กับจักรพรรดิสงครามของพวกเขา และไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่กล้าเข้าไปใกล้ก็จะกลายเป็ นเถ้าถ่านไปทันที
ส่วนอีกหนึ่งคนก็คือหญิงสาวอันเป็นที่รักยิ่งของอ๋องจิ่วเยี่ย หรือก็คือพระชายาของแดนนรกนั่นเอง และการสังหารนาง จะต้องทำให้กองทัพของแดนนรกล่มสลาย จนไม่สามารถฟื้นตัวกลับมา ได้อย่างแน่นอน!