ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2598 เริ่มสูญเสียการควบคุม
แน่นอนว่ามู่เฉียนซีย่อมรู้อยู่แล้วว่าตนเองตกเป็นเป้าหมาย แต่ทว่าคนที่ต้องการลอบโจมตีนาง หรือต้องการลอบสังหารนางเหล่านั้นล้วนถูกรัดคอตายอยู่ภายในกรงขังทั้งสิ้น
คิดว่าพืชกลายพันธุ์ขั้นเทวะผู้ผูกพันธสัญญาของนางจะอ่อนแออย่างนั้นหรือ?
คิดว่าดวงดาวทั้งหกที่นางชิงมาจากมืออู๋หยาผู้เป็นเทพพยากรณ์อันดับหนึ่งของเผ่าเทพของพวกเขาเป็นเพียงคนที่ไร้ความสามารถหรืออย่างไร?
และในตอนที่พวกเขาตระหนักได้ว่ามู่เฉียนซีไม่สามารถทำลายได้ พวกเขาก็สูญเสียคนไปมากมายแล้ว
กองทัพของจักรพรรดิสงครามสูญเสียอย่างหนัก อีกทั้งจักรพรรดิสงครามของพวกเขาที่เผชิญหน้ากับฝ่าบาทจิ่วเยี่ย กลับยังไม่ได้รับชัยชนะเลยแม้แต่น้อย
อย่างที่รู้กันว่าเวลาการฝึกฝนของจักรพรรดิสงครามนั้นมากกว่าของฝ่าบาทจิ่วเยี่ยหลายสิบเท่า นอกจากนี้เวลาส่วนใหญ่ของฝ่าบาทจิ่วเยี่ยยังอาศัยอยู่แต่ในแดนนรก แล้วเหตุใดเขาถึงได ด้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้กันล่ะ?
สัตว์ประหลาด! พวกเขาสัมผัสถึงพลังแห่งความมืดที่ไร้ขีดจำกัดนั้นได้ และมันยังทำให้รู้สึกหวาดกลัวอย่างสุดซึ้งอีกด้วย
จักรพรรดิสงครามของพวกเขารับภารกิจมาจากเทพจักรพรรดิให้มาจัดการกับฝ่าบาทจิ่วเยี่ย นี่มันถูกต้องแล้วจริง ๆ ใช่หรือไม่?
เมื่อได้ต่อสู้แบบตัวต่อตัวกับจิ่วเยี่ย จักรพรรดิสงครามถึงได้เข้าใจว่าเขาคือชายที่น่ากลัวคนหนึ่ง
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาในเวลานี้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เขากล่าวว่า “น่าเสียดายที่ที่นี่เป็นแดนนรกใต้ดิน ไม่ใช่แดนเทพ มิเช่นนั้นข้าคงบดขยี้เด็กเปรตอย่างเจ้าได้อย่างง่ายดายไปแล้ว ถึงการต่อสู้กับเจ้าที่แดนนรกจะทำให้เจ้าได้เปรียบ แต่ข้าก็ไม่มีทางพ่ายแพ้อย่างแน่นอน!”
ลำแสงสีทองสาดส่องไปบนท้องฟ้า และจักรพรรดิสงครามก็เริ่มลงมืออีกครั้ง
ในตอนที่จิ่วเยี่ยกำลังต่อสู้อยู่กับจักรพรรดิสงครามอย่างดุเดือด ทันใดนั้นก็มีร่างเงาสองสามร่างปรากฏขึ้นมาบนอากาศ
“สมกับที่แดนนรกเป็นเขตต้องห้ามของแต่ละเผ่าจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ฝ่าบาทจิ่วเยี่ยยึดครองแดนนรกได้แล้วเช่นนี้”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! จักรพรรดิสงครามเจ้าชรามากแล้วสินะ ไม่ไหวแล้วกระมัง! ขนาดฝ่าบาทจิ่วเยี่ยโดนคำสาปที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าข้าเข้าไป เจ้ายังสู้เขาไม่ไหวอีกอย่างนั้นหรือ?”
จักรพรรดิสงครามขมวดคิ้วมุ่น พลางกล่าวด้วยความโกรธเคืองว่า “ที่แท้พวกเจ้าเผ่าคำสาปก็มาแล้วนี่เอง นี่พวกเจ้ามาเพื่อเยาะเย้ยข้าอย่างนั้นหรือ?”
“ไม่ใช่! พวกเรามาเพื่อช่วยเจ้าต่างหาก! ขอเพียงกระตุ้นคำสาปในร่างกายของฝ่าบาทจิ่วเยี่ยได้ มันก็จะทำให้ฝ่าบาทจิ่วเยี่ยทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก เช่นนั้นแล้วท่านก็จะสามารถเอาชนะได้ ง่ายขึ้นมิใช่หรือ?”
“ไสหัวไปซะ! ข้ายังไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเผ่าคำสาปของพวกเจ้า! อาศัยเพียงแค่พลังของข้า ก็สามารถเอาชนะฝ่าบาทจิ่วเยี่ยได้แล้ว”
คนของเผ่าคำสาปแสยะยิ้มพลางกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า! อย่างไรเสียเป้าหมายในการมาของพวกเราคราวนี้ก็ไม่ใช่เพื่อฝ่าบาทจิ่วเยี่ย แต่เป็นเพื่อ…”
หลังจากนั้นร่างเงาสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนก็สว่างวาบขึ้น และพวกเขาก็เข้าไปใกล้มู่เฉียนซีในทันที
มู่เฉียนซีรู้ดีว่า เป้าหมายของพวกเขาก็คือคัมภีร์หมื่นคำสาปนั่นเอง
“เศษสวะอย่างพวกเจ้า อยากจะเข้ามาใกล้คนงามอย่างนั้นหรือ!” และร่างกายที่ใหญ่โตของจื่อโยว ก็ขวางหน้าคนของเผ่าคำสาปเหล่านั้นเอาไว้
“เพียงแค่เจ้า คิดว่าจะขวางพวกข้าได้อย่างนั้นหรือ?” คนของเผ่าคำสาปกล่าวอย่างเย็นชา
“ขังพวกมันเอาไว้!”
พวกเขาใช้ทักษะคำสาปขังจื่อโยวเอาไว้ มู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “กล้าใช้ทักษะคำสาปต่อหน้าข้าอย่างนั้นหรือ พวกเจ้านี่มันโง่เง่าสิ้นดี!”
“ทำลาย!”
มู่เฉียนซีสามารถทำลายทักษะคำสาปของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาแต่ละคนตื่นเต้นเป็นอย่างมาก “แข็งแกร่งมาก! นี่คือพลังของคัมภีร์หมื่นคำสาปอย่างนั้นหรือ? มันสามารถ ถทำให้คนที่ไม่ใช่คนในเผ่าของข้ากลายเป็นนักเล่นคาถาอาคมที่เก่งกาจได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ พวกข้าจะต้องเอาคัมภีร์หมื่นคำสาปกลับไปที่เผ่าของพวกข้าให้จงได้!”
ถึงการที่มู่เฉียนซีสามารถใช้ทักษะคำสาปได้ขนาดนี้ จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคัมภีร์หมื่นคำสาป ทว่าโดยพื้นฐานแล้วเป็นเพราะนางมีพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งเพียงพอต่างหาก แต่ไม่ว่าอย่า างไรก็ตามคนของเผ่าคำสาปเหล่านั้นกลับถือว่าความแข็งแกร่งของนางเป็นของคัมภีร์หมื่นคำสาป อีกทั้งยังไม่อยากยอมรับว่าพรสวรรค์ของมู่เฉียนซีนั้นแข็งแกร่งกว่าคนของเผ่าคำสาปอย่าง พวกเขาอีกด้วย
แม้ว่าคนของเผ่าคำสาปจะยื่นมือเข้ามาแทรกก็ยังไม่เท่าไร แต่คิดไม่ถึงว่าคนของเผ่าวิญญาณก็จะยื่นมือเข้ามาแทรกด้วยเช่นกัน
“คนที่ได้หอคอยนิรันดร์มาก็คือเจ้าสินะ พวกข้าไม่ได้อยากมีส่วนร่วมในความสัมพันธ์ระหว่างพวกเจ้ากับเผ่าเทพและเผ่าคำสาปหรอก ฉะนั้นขอเพียงเจ้ามอบหอคอยนิรันดร์ออกมาให้พวกข้าอย ย่างเชื่อฟัง พวกข้าก็จะจากไปทันที” คนของเผ่าวิญญาณกล่าวกับมู่เฉียนซี
มุมปากของมู่เฉียนซีแสยะยิ้มเย้ยหยันขึ้นมาอย่างฉับพลัน “เชื่อพวกเจ้าก็บ้าแล้ว! รีบไสหัวของพวกเจ้าออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”
คนของเผ่าวิญญาณเหล่านั้นกล่าวอย่างโกรธเคือง “ช่างรนหาที่ตายนัก!”
ในตอนที่พวกเขาต้องการจะโจมตีมู่เฉียนซี กลับต้องรับการโจมตีอันท่วมท้นของหนามโลหิตแทน
เมื่อมีเผ่าคำสาปและเผ่าวิญญาณเพิ่มเข้ามา มันจึงทำให้สถานการณ์ในตอนนี้แย่มากจริง ๆ และในตอนที่มู่เฉียนซีกำลังขมวดคิ้วมุ่นอยู่นั้น เรื่องที่อันตรายยิ่งกว่าก็ได้เกิดขึ้นอย่าง กะทันหัน
มีพลังอันน่าสะพรึงกลัวแพร่กระจายอยู่กลางท้องฟ้าอย่างบ้าคลั่ง และอักขระคำสาปจำนวนนับไม่ถ้วนก็ระเบิดออกมา ซึ่งคำสาปแห่งความมืดที่แข็งแกร่งที่สุดนี้ก็ปะทุออกมาโดยที่ไม่ให้สัญญาณ ณเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาของจิ่วเยี่ยค่อย ๆ มืดมนลงเรื่อย ๆ นี่คือสิ่งที่เขาเลือก เพราะแทนที่เขาจะปลดพันธะของพลังที่ไม่ชัดเจนนั้น เขาเลือกที่จะปลดพันธะของพลังคำสาปนี่ยังดีเสียกว่า
คนของเผ่าคำสาปประหลาดใจเป็นอย่างมาก พวกเขาถอนหายใจพลางกล่าวว่า “นี่คือคำสาปที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าคำสาปของพวกเรา มันช่างแข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบเหลือเกิน!”
สัตว์ร้ายที่น่าสะพรึงกลัวพุ่งทะยานออกมาจากกรง และสิ่งแรกที่มันต้องการฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ก็คือศัตรูที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งศัตรูที่อยู่ตรงหน้าของมันก็คือจักรพรรดิสงครามนั่นเอง!
ฉึก!
และคราวนี้จักรพรรดิสงครามก็ถูกจิ่วเยี่ยทำให้ได้รับบาดเจ็บอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
เขากล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “คำสาปของพวกเจ้าเผ่าคำสาปคืออะไรกันแน่ มันไม่เพียงแต่ไม่ได้ทำให้ความสามารถของเขาอ่อนแอลง กลับกันมันกลับทำให้เขากลายเป็นคนวิปลาสยิ่งกว่าเดิมเข้า าไปอีก”
คนของเผ่าคำสาปกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ทักษะคำสาปของพวกข้าคือความลึกลับ ฉะนั้นคนหยาบคายเช่นเจ้าจะไปเข้าใจได้อย่างไรกัน”
“ทำทุกวิถีทางเพื่อจับมู่เฉียนซีและเอาไปด้วยให้ได้! พวกเราจะปล่อยให้นางถูกฝ่าบาทจิ่วเยี่ยทำลายไปไม่ได้เป็นอันขาด” คนของเผ่าคำสาปเหล่านั้นต้องการที่จะจัดการกับมู่เฉียนซี และ คนของเผ่าวิญญาณก็ต้องการทำเช่นนั้นด้วยเหมือนกัน
“บัดซบเอ้ย! เจ้าพวกสารเลวนี่!” จักรพรรดิสงครามก่นด่าอย่างเดือดดาล
เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายของคนกลุ่มนี้ก็คือผู้หญิงของหวงจิ่วเยี่ย พวกเขาต้องการให้เขาตรึงหวงจิ่วเยี่ยเอาไว้ เพื่อพวกเขาจะได้จับนางได้สะดวกขึ้น! ซึ่งสีหน้าของจักรพรรดิสงครามใ ในเวลานี้ดำเสียยิ่งกว่าก้นหม้อเสียอีก
ปัง ปัง ปัง!
และเมื่อเขายิ่งต่อสู้กับสัตว์ประหลาดนี่มากเท่าไร จักรพรรดิสงครามก็ยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้นเท่านั้น!
ฉัวะะ!
แขนข้างหนึ่งของจักรพรรดิสงครามถูกตัดขาดออกไปอย่างสมบูรณ์ มันเปลี่ยนกลายเป็นโครงกระดูก และสุดท้ายก็กลายเป็นความว่างเปล่า
ถึงจักรพรรดิสงครามจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้มานานนับแสนปี แต่เขาก็ไม่เคยเห็นพลังที่แปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อนเลย
การหนีหัวซุกหัวซุนนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จักรพรรดิสงครามอย่างเขาจะทำแน่นอน แต่มันก็ต้องดูด้วยว่าศัตรูเป็นคนแบบไหน!
จักรพรรดิสงครามกล่าวด้วยสีหน้าที่หม่นหมองว่า “ถอยทัพ!”
“ถอยเร็ว!”
เขารู้ดีว่า หากเป็นเช่นนี้ต่อไปแล้วละก็ เขาจะต้องถูกฝ่าบาทจิ่วเยี่ยฉีกเป็นชิ้น ๆ อย่างแน่นอน
ความแค้นนี้ เขาจะต้องมาแก้แค้นในภายหลังอย่างแน่นอน!
การอยู่ในพื้นที่ใต้ดินอย่างแดนนรกเช่นนี้ มันไม่เหมาะที่จะให้เขาได้แสดงฝีมือเอาเสียเลย หากหวงจิ่วเยี่ยกล้าปรากฏตัวในแดนเทพ เขาจะต้องทำให้หวงจิ่วเยี่ยชดใช้ความอัปยศอดสู ของเขาในวันนี้อย่างแน่นอน
เนื่องจากฝูเซิง จื่อโยวและอ้านไม่สามารถสกัดกั้นทั้งสองเผ่าเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ในตอนที่พวกเขาคิดว่ากำลังจะทำสำเร็จ พวกเขากลับค้นพบว่าจักรพรรดิสงครามได้หนีไปแล้ว และกองทั พทั้งหมดก็ล่าถอยกลับไปด้วยเช่นกัน
ในตอนที่คนของเผ่าคำสาปเหล่านั้นคิดว่ากำลังจะทำสำเร็จ จิ่วเยี่ยก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างหลังของพวกเขา จนพวกเขารู้สึกขนลุกขนพองไปหมด
ปัง ปัง ปัง!
จากนั้นคนที่พยายามเข้าใกล้มู่เฉียนซีทั้งหมดก็ถูกจิ่วเยี่ยโจมตีจนลอยละลิ่วออกไป ซึ่งเขาเพียงโบกมืออย่างแผ่วเบา คนเหล่านั้นก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว
คนของเผ่าคำสาปเข้าใจดีที่สุดว่าสถานะของหวงจิ่วเยี่ยในตอนนี้อันตรายมากเพียงใด เมื่อเจอเทพก็สังหารเทพ เจอปีศาจก็สังหารปีศาจ และสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อยู่ในสายตาของเขาจะต้อ องถูกทำลายจนสิ้น
สีหน้าของคนของเผ่าเทพซีดเผือดขึ้นทันที พวกเขากล่าวว่า “หนี! รีบหนีเร็วเข้า!”
แต่ด้วยความเร็วของจิ่วเยี่ยที่เร็วยิ่งกว่า จึงสามารถสกัดกั้นพวกเขาเอาไว้ได้ และเสียงกรีดร้องของพวกเขาก็ดังกึกก้องออกมา!
“อ๊ากกกก!”
สีหน้าของมู่เฉียนซีในตอนนี้ยิ่งเคร่งขรึมมากขึ้นเรื่อย ๆ การสูญเสียการควบคุม คือจุดเริ่มต้นของการเข่นฆ่า ต่อจากนี้ไปจะเป็นเช่นไร? นางไม่สามารถคาดเดาได้เลย