ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2601 ข้าเป็นของเจ้า
มู่เฉียนซีพุ่งทะยานเข้าไปกอดจิ่วเยี่ยเอาไว้ทันที ทั่วทั้งร่างกายของจิ่วเยี่ยถูกปกคลุมไปด้วยคำสาป เสื้อผ้าทั้งหมดของเขาล้วนขาดวิ่น และอักขระคำสาปสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนพลันปรากฏ ฏขึ้นมา
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ถอน!”
“อุ้บ!” ทันทีที่พูดประโยคนี้จบ ริมฝีปากของมู่เฉียนซีก็ถูกริมฝีปากของจิ่วเยี่ยผนึกเอาไว้
อักขระคำสาปใหม่ปกคลุมอยู่บนอักขระคำสาปแห่งความมืดที่แข็งแกร่งที่สุด และทั้งสองฝ่ายก็เปิดฉากต่อสู้เพื่อเดิมพันกัน!
ไม่ว่าจะเจ็บปวดมากเพียงใด แต่เหมือนว่าจิ่วเยี่ยจะไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย และภายในสายตาของเขาก็มีเพียงคนในอ้อมแขนเท่านั้น
พลังแห่งความมืดแช่แข็งพลังคำสาป พลังแห่งแสงสว่างชำระล้างพลังคำสาป ส่วนพลังแห่งชีวิตก็ได้ซ่อมแซมร่างกายของจิ่วเยี่ยที่ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงจากพลังคำสาป
เปลวเพลิงของดีกิเลนได้แผดเผาอักขระคำสาปของคำสาปแห่งความมืดที่แข็งแกร่งที่สุดนี้ และอักขระคำสาปของคำสาปแห่งความมืดที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นก็เริ่มเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน
การต่อสู้ในครั้งนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ภายในเวลาเพียงสองชั่วยาม
มู่เฉียนซีกอดจิ่วเยี่ยเอาไว้แน่นและไม่ยอมปล่อย หากยังไม่สามารถถอนมันได้อย่างสมบูรณ์ นางก็ไม่กล้าผ่อนคลายใด ๆ ทั้งสิ้น มิเช่นนั้นมันอาจจะล้มเหลวเพราะนางพยายามไม่มากพอก็เป็ นได้
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซียังคงสภาพค่ายกลทักษะคำสาปทั้งหมดเอาไว้ ซึ่งมันก็ทำให้พลังของการถอนคำสาปยังคงสะกดพลังของคำสาปแห่งความมืดที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่เสมอ
ถึงจะผ่านไปได้สามวันแล้ว แต่ภายในหุบเขายังคงมีความผัวผวนที่ทรงพลังแผ่มาอยู่ตลอดเวลา
และการที่มันยังไม่เสร็จสิ้น! ก็ทำให้ฝูเซิงและจื่อโยวอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้
มู่เฉียนซีคอยเฝ้าสังเกตการณ์สภาพร่างกายของจิ่วเยี่ยอย่างระมัดระวังอยู่เสมอ จนถึงกระทั่งไม่เหลือร่องรอยของคำสาปอยู่ในร่างกายของเขาอีกแล้ว แต่นางก็ยังคงไม่คลายมือออกอยู่ดี
ทันใดนั้นมู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาว่า “คัมภีร์หมื่นคำสาป!”
คัมภีร์หมื่นคำสาปกล่าวว่า “คำสาปแห่งความมืดที่แข็งแกร่งที่สุดได้หายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว ฉะนั้นเจ้าสามารถวางใจได้แล้วล่ะ! ถึงการถอนคำสาปได้จะเป็นเรื่องที่ดี แต่เจ้าก็ต้องระวั งตัวเองด้วยเช่นกัน!”
คัมภีร์หมื่นคำสาปกลับไปในมิติของมู่เฉียนซี เมื่อได้รับคำตอบจากมันแล้ว มู่เฉียนซีก็พิงลงไปบนตัวของจิ่วเยี่ยและหลับไปในที่สุด
นางกับจิ่วเยี่ยพยายามกันเป็นเวลานานมากแล้ว ในที่สุดก็สามารถจัดการภัยร้ายที่คอยแอบแฝงนี้ได้เสียที
การที่หมอปีศาจอย่างนางสามารถรักษาคนไข้ที่รักษายากที่สุดคนนี้ได้ มันทำให้นางรู้สึกประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง และนับตั้งแต่วันนี้ไปทั้งหมดของเขาก็จะกลายเป็นของนาง
หลังจากนั้นไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไร ในที่สุดดวงตาทั้งสองของจิ่วเยี่ยก็ลืมขึ้น และตอนนี้คำสาปที่เหมือนจะทำให้กระดูกของเขาเน่าเปื่อยก็ได้ถูกคนที่เขารักที่สุดกำจัดไปได้แล ล้ว
ส่วนพลังแปลกประหลาดที่อยู่ในร่างกายนั้น เนื่องจากคำสาปถูกกำจัดไป มันจึงไม่กล้าสร้างปัญหาภายในร่างกายของเขาอีก ดังนั้นมันจึงถูกเขากำจัดทิ้งไปในทันที
เขากอดคนที่อยู่ในอ้อมแขนเอาไว้แน่น และอยากที่จะให้นางละลายจนหลอมเข้าไปในเลือดเนื้อของตนเองไม่ไหวอยู่แล้ว
ถึงคำสาปจะถูกถอนไปแล้ว แต่สัตว์ร้ายที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของเขา ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ถูกกำจัดไปอย่างสมบูรณ์พร้อมกับคำสาปนั้น
เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาอึดอัด และทันใดนั้นดวงดาสีฟ้าเย็นยะเยือกคู่นั้นก็ลุกเป็นไฟขึ้นมาทันที ซึ่งตอนนี้เขาอยากที่จะกลืนกินคนที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาผู้นี้จริง ๆ
แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่อดทนเอาไว้เท่านั้น เพราะซีใช้พลังจิตวิญญาณทั้งหมดเพื่อช่วยเขาถอนคำสาปไปแล้ว ซึ่งตอนนี้เขาไม่สามารถทำให้นางตื่นกลัว และไม่สามารถทำร้ายนางได้…
มู่เฉียนซีหมดสติไปโดยที่ไม่ได้เตรียมแม้แต่ยาฟื้นฟูเอาไว้เลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นจิ่วเยี่ยจึงได้นำของที่เขาเก็บเอาไว้ มาป้อนให้มู่เฉียนซีทีละน้อย
และหลังจากที่มู่เฉียนซีตื่นขึ้น นางก็ถูกจิ่วเยี่ยทำให้ตกใจกลัวทันที
ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกของเขาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงที่นางคุ้นเคย ซึ่งมันก็ทำให้นางคิดว่าการถอนคำสาปของนางล้มเหลว
แต่เมื่อนางลองตรวจสอบอย่างละเอียดอีกรอบหนึ่ง นางกลับไม่พบอะไรเลย!
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “โชคดีที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น”
นางใช้มือทั้งสองข้างผลักจิ่วเยี่ยออกไป จากนั้นก็จ้องมองไปที่จิ่วเยี่ยพลางกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย จะทำแบบนี้กับคนที่ช่วยชีวิตเจ้าไม่ได้สิ เจ้า…”
“ซี ข้าทรมานเหลือเกิน!” น้ำเสียงของจิ่วเยี่ยแหบพร่าเป็นอย่างยิ่ง แต่ทว่ามันก็เย้ายวนใจด้วยเช่นกัน ซึ่งมันก็ทำให้มู่เฉียนซีเข้าใจดีว่าความอดทนของเขามาถึงขีดจำกัดแล้ว
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
“มันน่าจะเป็นผลข้างเคียง…”
หลังจากที่ถอนคำสาปไปแล้ว ถึงเขาจะสามารถควบคุมการระเบิดของจิตสังหารได้ แต่ทว่าความปรารถนาภายในใจของเขาที่มีต่อมู่เฉียนซีกลับพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเขาไม่สามารถควบค คุมได้อย่างสิ้นเชิง
หัวใจของมู่เฉียนซีเต้นผิดจังหวะอย่างฉับพลัน และนางก็คิดไม่ถึงเลยว่าผลข้างเคียงที่คัมภีร์หมื่นคำสาปกล่าวถึงจะเป็นเช่นนี้
นางในตอนนี้ถูกหมาป่าผู้ชั่วร้ายคาบไว้ในปาก แล้วคิดว่าหมาป่าผู้ชั่วร้ายนี้จะปล่อยนางไปอย่างนั้นหรือ?
“ซี ไม่ได้หรือ?” หลังจากนั้นนิ้วมืออันเรียวยาวของเขาก็ลูบไล้ไปบนริมฝีปากของมู่เฉียนซี
เมื่อมู่เฉียนซีมองเข้าไปในดวงตาที่ล้ำลึกคู่นั้น ดวงใจทั้งดวงของนางก็อดที่จะลุ่มหลงไปกับมันไม่ได้ ซึ่งมันก็ทำให้นางไม่สามารถปฏิเสธได้เลย ฉะนั้นมู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “ในเม มื่อเจ้าเป็นของข้าแล้ว ทำไมถึงจะไม่ได้ล่ะ?”
ทันทีที่ได้ยินคำตอบของมู่เฉียนซี เขาก็โน้มตัวลงไปยึดริมฝีปากของนางเอาไว้อย่างมั่นคง หลังจากนั้นเสื้อผ้าของทั้งสองก็กลายเป็นผุยผงไปในพริบตา
“ซี อย่ากลัวไปเลย!”
สิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วนแต่ทว่ามันกลับแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง และมันก็ทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกว่าแม้ร่างกายของนางจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ก็ไม่อาจรับค ความร้อนแรงที่จิ่วเยี่ยสะกดไว้เป็นเวลานานได้อยู่ดี
นางเป็นเหมือนกับต้นอ่อนที่อยู่ท่ามกลางพายุฝนโหมกระหน่ำ และล่องลอยอย่างไม่มั่นคง แต่ทว่าจิ่วเยี่ยกลับเหมือนสัตว์ร้ายที่ไม่รู้จักพอ ทั้งยังกลืนกินเหยื่ออันโอชะของตนเองอย่างไม ม่หยุดหย่อนอีกด้วย
“เยี่ย! จิ่วเยี่ย!” เสียงอันแหบแห้งของมู่เฉียนซีดังก้องกังวานไปทั่วทั้งหุบเขาลั่วซี
สถานที่ที่เขาสร้างขึ้นมาในแดนนรกเพื่อมู่เฉียนซีโดยเฉพาะแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่เขาใช้ฉีกทึ้งและกลืนกินนางเข้าไปอย่างสมบูรณ์
ทั่งทั้งร่างของมู่เฉียนซีไร้เรี่ยวแรงจนนางรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองไปแล้ว และนางก็ได้พยายามออกแรงทั้งหมดที่มีเพื่อทิ้งรอยกัดไว้บนร่างกายของจิ่วเยี่ยอีกด้วย “ข้าบอกให้เจ้า าหยุด หวงจิ่วเยี่ย เจ้าหูหนวกหรืออย่างไร?”
“อื้มม!” เขายอมแสร้งทำเป็นหูหนวก แต่เขาไม่ยอมหยุดแน่นอน
แต่ทว่าหากเขาเกิดไม่ได้ยินขึ้นมาจริง ๆ คงได้พลาดโอกาสฟังเสียงอันไพเราะของซีเป็นแน่
“เจ้ายัง…อื้ออ...”
และในขณะที่มู่เฉียนซีกำลังสะลึมสะลือ นางก็รู้สึกว่าจิ่วเยี่ยกำลังเช็ดตัวให้นาง
ความอบอุ่นของน้ำพุทำให้นางที่ต่อสู้ในสงครามใหญ่อย่างเหนื่อยล้ารู้สึกว่าร่างกายของตนเองผ่อนคลายเป็นอย่างมาก และในที่สุดนางก็สามารถหลับสนิทได้เสียที
อย่างไรก็ตามนางมองเจ้าจิ่วเยี่ยนี่ในแง่ดีเกินไปหน่อย เพราะถึงเริ่มแรกจะสามารถทำความสะอาดร่างกายได้อย่างสงบ แต่หลังจากนั้น…
“อื้อ เจ้าถอยไปให้ห่างข้างหน่อย!”
“ซี! ผลข้างเคียงกำลังจะหายไปหมดแล้ว”
“คนโกหก!”
นี่เป็นข้ออ้าง ต้องเป็นข้ออ้างแน่นอน และกว่านางจะเข้าใจสิ่งนี้นางก็ถูกกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกแล้ว
ผลข้างเคียงของคัมภีร์หมื่นคำสาปคือการทำให้จิ่วเยี่ยเสียการควบคุมในตอนแรกเท่านั้น แต่หลังจากนั้น จิ่วเยี่ยก็ได้อาศัยความรักที่เป็นเหมือนไฟที่ลุกโชนก็มิปานของตนเองครอบครองคนร รักของตนเองเอาไว้
มันไม่มีเหตุผลอื่นอีกแล้ว เพราะเรื่องที่เขาต้องการทำมากที่สุดมีเพียงการพัวพันอยู่กับนางตลอดไป
ในที่สุดเขาก็ทำให้ซีกลายมาเป็นผู้หญิงของเขาได้แล้ว และนับจากนี้เป็นต้นไป เขาก็เป็นของนางเท่านั้น
มู่เฉียนซีถอนคำสาปอย่างยากลำบากนัก นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งจิ่วเยี่ยได้พยายามควบคุมสติของตนเองอย่างมาก แต่ทว่าเขากลับประเมินตนเองสูงไปเช่นกัน
หลังจากที่ถอนคำสาปได้แล้ว และถูกปล่อยออกมาจากการพัวพันนั้นแล้ว มู่เฉียนซีก็หลับไปอีกครั้ง
การผสานร่างกาย จิตวิญญาณและหัวใจกับคนรักนั้นเป็นเรื่องที่สวยงามมาก เพียงแต่ว่าการฉีกทึ้งของจิ่วเยี่ยในครั้งนี้โหดร้ายป่าเถื่อนเกินไป และมันก็ทำให้นางเหนื่อยล้ามากจริง ๆ…
จิ่วเยี่ยจ้องมองไปยังคนที่หลับใหลอยู่ในอ้อมแขน แม้ว่าเขาจะยังไม่พอใจ แต่ก็เป็นห่วงนาง และในที่สุดก็เลือกที่จะปล่อยนาง
จิ่วเยี่ยจุมพิตลงไปบนหน้าผากของมู่เฉียนซีอย่างแผ่วเบา และทั้งสองก็นอนอยู่ในอ้อมแขนของกันและกัน โดยที่ทำให้ทุ่งดอกไม้เป็นเตียงของพวกเขา
บนท้องฟ้าของแดนนรก ดูเหมือนว่ากำลังจะถูกฉีกออกจากกันด้วยมือขนาดใหญ่ยักษ์ก็มิปาน
ก้อนเมฆสีดำอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมไปทั่วแดนนรกทีละชั้น และก็มีเพียงพลังธาตุแห่งความมืดของแดนนรกเท่านั้นที่ปกคลุมสายฟ้าเหล่านั้นไว้
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยงเปรี้ยง!
ตาข่ายอัสนีที่ปรากฏขึ้นมากลางท้องฟ้านั้น เป็นพลังที่แข็งแกร่งพอจะทำให้ทุกสรรพสิ่งในแดนนรกสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว มันอันตรายมาก!
สีหน้าของจื่อโยวเปลี่ยนไปทันที “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? นี่คือสายฟ้าลงทัณฑ์อย่างนั้นหรือ? หลังจากถอนคำสาปของเยี่ยได้แล้วก็เรียกสายฟ้าลงทัณฑ์มาเลยหรือ นี่มันมีอะ ะไรผิดพลาดหรือไม่?”