ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2602 พุ่งเป้ามาที่นาง
อันตราย!
จิ่วเยี่ยที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่กับมู่เฉียนซีตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน และเขาก็เห็นมังกรเงินอันน่าสะพรึงกลัวตัวหนึ่งกำลังตกลงมาจากกลางอากาศ นี่มันสายฟ้าลงทัณฑ์!
เขาไม่เคยเห็นสายฟ้าลงทัณฑ์ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อนเลย นอกจากนี้เป้าหมายของสายฟ้าลงทัณฑ์ก็ไม่ใช่เขา แต่เป็นซีต่างหาก!
รูม่านตาของจิ่วเยี่ยหดตัวลงอย่างกะทันหัน เขาอุ้มเฉียนซีที่กำลังหลับสนิทและปกป้องนางเอาไว้ในอ้อมแขน จากนั้นก็รีบหลบหลีกอย่างรวดเร็ว
สายฟ้าลงทัณฑ์ที่อยู่กลางอากาศนั้นแข็งแกร่งมาก ซึ่งมันก็ได้เล็งเป้ามาที่เฉียนซีอย่างแม่นยำ และทันใดนั้นอสนีบาตแห่งการทำลายล้างก็โจมตีลงมาโดยตรง
“บัดซบเอ้ย!” สีหน้าของจิ่วเยี่ยมืดมนลงทันที
ทันใดนั้นลำแสงสีฟ้าอ่อนก็ปรากฏขึ้นมา และขวางสายฟ้าลงทัณฑ์ครั้งนี้เอาไว้ หลังจากนั้นมันก็ผ่าลงมาอีกครั้ง…
สายฟ้าลงทัณฑ์ผ่าลงมาสี่ครั้งติดต่อกัน ซึ่งเกราะป้องกันสัมบูรณ์ของสุ่ยจิงอิ๋งก็ป้องกันได้เพียงแค่สี่ครั้งเท่านั้นเช่นกัน
แต่สายฟ้าลงทัณฑ์ก็ไม่ได้หยุดลงด้วยเหตุนี้ และจากนั้นสายฟ้าครั้งที่ห้าก็ผ่าลงมาทันที
เพื่อที่จะควบคุมคำสาปและทำให้ตนเองหลับใหล จิ่วเยี่ยจำต้องชดใช้อย่างหนัก และเขาที่เพิ่งจะถอนคำสาป แน่นอนว่าในเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เขาอ่อนแอมากที่สุดอยู่แล้ว
ทันใดนั้นพลังของจิ่วเยี่ยก็ได้สร้างกำแพงขึ้นมากลางอากาศ และมันก็ได้ขวางการโจมตีที่ตกลงมาจากฟากฟ้านี้เอาไว้ได้
แกร่ก!
ทันใดนั้นกำแพงก็ได้พังทลายลง
จิ่วเยี่ยพยายามปกป้องมู่เฉียนซีเอาไว้อย่างแน่นหนา และเขาก็ได้ใช้หลังของตนเองบังพลังของอสนีบาตนี้เอาไว้
พรวดด!
ร่างกายของจิ่วเยี่ยไหม้จนกลายเป็นสีดำ มุมปากของเขามีเลือดสด ๆ ไหลทะลักออกมา แต่สายฟ้าลงทัณฑ์ก็ยังคงผ่าลงมาอย่างต่อเนื่อง…
ตึงงง!
แม้ว่าเขาจะยืนได้อย่างยากลำบาก แต่จิ่วเยี่ยก็ไม่มีทางยอมปล่อยให้สายฟ้าลงทัณฑ์นี้ทำร้ายมู่เฉียนซีได้แม้แต่ปลายขน และยังคงปกป้องนางที่อยู่ในอ้อมแขนนั้นอย่างระมัดระวังเป็นอ อย่างยิ่ง
ผิวหนังที่ขาวราวหิมะก็มิปานไหม้เกรียมจนเปลี่ยนเป็นสีดำ ถึงพลังของสายฟ้าลงทัณฑ์นั้นจะไม่สามารถเอาชีวิตของเขาได้ แต่มันก็สามารถทิ้งบาดแผลที่ร้ายแรงเอาไว้ทั่วภายในร่างกายข ของจิ่วเยี่ยได้
“เยี่ย!” เมื่อฝูเซิงและจื่อโยวค้นพบว่าสายฟ้าลงทัณฑ์นั้นโจมตีมาที่หุบเขาลั่วซีอย่างต่อเนื่อง พวกเขาก็รู้สึกไม่ดีเป็นอย่างมาก จนอดที่จะมุ่งหน้ามาดูไม่ได้ และหลังจากนั้นพวกเขา ก็ค้นพบว่าจิ่วเยี่ยในตอนนี้เกือบจะกลายเป็นสีดำสนิทแล้ว
พรวดดดด!
จิ่วเยี่ยกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
“ขวางสายฟ้าลงทัณฑ์ไว้!” เขากล่าวอย่างรีบร้อน
สายฟ้าลงทัณฑ์ที่รุนแรงที่สุดถูกพวกเขาสกัดกั้นเอาไว้อย่างแน่นหนา การปรากฏตัวของสายฟ้าลงทัณฑ์ที่รุนแรงเช่นนี้ในแดนนรกเดิมทีแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก
ตอนนี้สายฟ้าลงทัณฑ์ถูกกฎของแดนนรกทำให้อ่อนแอลงมาก ถึงเขาที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจะไม่สามารถสกัดกั้นมันเอาไว้ได้ แต่ระดับอ๋องคนอื่น ๆ ยังพอที่จะสกัดกั้นมันได้อยู่
จื่อโยวกล่าวว่า “วางใจเถอะ ข้าจะขวางมันเอาไว้ให้เจ้าเอง! เยี่ยเจ้ารีบรักษาอาการบาดเจ็บเถอะ! หากคนงามตื่นมาเห็นเจ้าในสภาพนี้ นางจะต้องไม่พอใจเจ้ามากแน่นอน”
จื่อโยวกลายร่างเป็นร่างเดิมที่ใหญ่โต จากนั้นก็ขวางสายฟ้าลงทัณฑ์ที่ผ่าลงมาเหล่านั้นเอาไว้
เปรี้ยงง!
และสายฟ้าลงทัณฑ์อันน่าสะพรึงกลัวก็ตกกระทบลงบนร่างกายของเขา แม้แต่จื่อโยวที่กลายร่างเป็นสัตว์ร้ายยังรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังถูกบดขยี้ก็มิปาน นี่มันอ่อนแอที่สุดแล้วหรือ อ?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ มันก็ทำให้เขาคิดไปว่าเยี่ยที่สกัดกั้นสายฟ้าลงทัณฑ์ที่แข็งแกร่งเหล่านี้เอาไว้ก่อนหน้านี้ จะต้องแบกรับพลังแห่งการทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวมากเพียงใดกัน
หลังจากที่โดนอสนีบาตไปสามครั้งแล้ว แต่สายฟ้าลงทัณฑ์นี้ก็ยังไม่หายไปอยู่ดี ซึ่งมันก็ทำให้จื่อโยวก็รู้สึกว่าตนเองกำลังจะตายอยู่แล้ว
ในเวลานี้ ฝูเซิงก็ได้กลายร่างและเข้ามาขวางมันเอาไว้แทน
เขากล่าวว่า “ขวางมันไปพร้อมกัน ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจปล่อยให้สายฟ้าลงทัณฑ์บ้านี่ทำร้ายเจ้านายได้”
พวกเขาเองก็คับพบแล้วเช่นกันว่า สายฟ้าลงทัณฑ์นี้พุ่งเป้าไปที่มู่เฉียนซี
เห็นได้ชัดว่าคำสาปของจิ่วเยี่ยถูกถอนไปแล้ว ฉะนั้นสายฟ้าลงทัณฑ์ควรจะโจมตีไปที่จิ่วเยี่ยถึงจะถูก เหตุใดถึงต้องโจมตีมู่เฉียนซีด้วยเล่า?
เปรี้ยงงง!
สายฟ้าลงทัณฑ์โจมตีลงมาระลอกแล้วระลอกเล่า จนในที่สุดตอนนี้หลุมที่เกิดจากการฉีกขาดบนท้องฟ้าของแดนนรกก็ฟื้นตัวกลับมาดั่งเดิม และพลังธาตุอัสนีก็ได้หายไปจากแดนนรกแล้ว
ฝูเซิงและจื่อโยวที่เต็มไปด้วยบาดแผลพลันถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางกล่าวว่า “ในที่สุดก็คลี่คลายได้แล้ว”
หลังจากนั้นจื่อโยวก็มองไปยังคนที่อยู่ในอ้อมแขนของจิ่วเยี่ย และเมื่อเขาเห็นว่าบนต้นคอของนางก็ยังคงมีรอยประทับสีแดงเหล่านั้นอยู่ ในฐานะของคนที่มีประสบการณ์มาอย่างโชกโชน มันก็ทำให้จื่อโยวเข้าใจได้ในทันที!
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะเยี่ย!” จื่อโยวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
แต่สีหน้าของฝูเซิงกลับมืดลงทันที เขากล่าวว่า “นี่เจ้านายของข้าช่วยหมาป่าตาขาวเอาไว้อย่างนั้นหรือ?”
“กลับพระราชวังคุกโลหิตกันเถอะ!” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ได้สิ!” ร่างเดิมของจื่อโยวได้กลายเป็นสัตว์พาหนะ จากนั้นก็ได้พาจิ่วเยี่ยและมู่เฉียนซีกลับไปยังพระราชวังของคุกโลหิตทันที
เนื่องจากว่าจิ่วเยี่ยไม่อยากให้เฉียนซีตื่นขึ้นมาเห็นสภาพที่น่าเวทนานี้ เขาจึงใช้ยารักษาที่ไม่ค่อยได้ผลนักที่ซีมอบให้ก่อนหน้านี้รักษาอาการบาดเจ็บของตนเอง
แม้ว่ามันจะเป็นยาของหมอปีศาจ แต่ร่างกายที่เกิดจากการถูกทำลายด้วยสายฟ้าลงทัณฑ์ที่น่าสะพรึงกลัวนั้น ก็ไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างง่ายดายเช่นกัน
เขาจับมือของมู่เฉียนซีมาวางไว้ที่หน้าของเขาพลางกล่าวว่า “โชคดีที่ใบหน้าที่ซีชอบนี้ไม่ถูกทำลายไปด้วย”
หรือจะกล่าวได้ว่า นอกจากใบหน้านี้แล้ว บนร่างกายของเขาก็ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบอีกแล้ว
ถึงภายนอกจะดูย่ำแย่มาก แต่กระดูกและอวัยวะภายในที่ถูกสายฟ้าลงทัณฑ์โจมตีจนฉีกขาดนั้น ยังคงอยู่ในสภาพที่ดี ซึ่งก็เป็นเพราะความสามารถทางกายภาพของเขาแข็งแกร่งพอนั่นเอง
จิ่วเยี่ยคิดว่าหลังจากที่ผ่านทัณฑ์อัสนีมาได้แล้ว ความทุกข์ยากเหล่านี้คงผ่านพ้นไปแล้วแน่นอน แต่ทว่ามันกลับไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น!
“กรี๊ดดด!” บนเตียงนอนขนาดใหญ่ของอ๋องจิ่วเยี่ยในพระราชวังคุกโลหิตในเวลานี้ มีร่างของมู่เฉียนซีที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ พร้อมทั้งเส้นเลือดปูดโปนไปทั่วทั้งร่างกาย และจิ่วเยี่ยใ ในตอนนี้ก็ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงกรีดร้องของนาง
“ซี!” จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ พลางร้องเรียกด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำ แต่ทว่ามู่เฉียนซีก็ยังคงไม่ตื่นขึ้นมาอยู่ดี
ความเจ็บปวดของนาง ทำให้หัวใจของจิ่วเยี่ยปวดร้าวขึ้นมาทันที
“ซี!”
พวกของฝูเซิงเองก็ถูกทำให้ตื่นตระหนกเช่นกัน พวกเขาเห็นว่าบนใบหน้าของนางไม่มีเลือดฝาดอยู่เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังเห็นมู่เฉียนซีนอนขดตัวด้วยความเจ็บปวดอีกด้วย
ฝูเซิงกล่าวว่า “ความอดทนของเจ้านายแข็งแกร่งจะตายไป นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นนางเจ็บปวดขนาดนี้ อ๋องจิ่วเยี่ย เจ้าทำอะไรกับเจ้านายของข้ากันแน่?”
จื่อโยวกล่าวว่า “เกิดอะไรขึ้นกับคนงามอย่างนั้นหรือ?”
ในขณะที่มู่เฉียนซีกำลังตกอยู่ในสภาวะหมดสติ นางก็รู้สึกราวกับว่าทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของนางกำลังได้รับทัณฑ์ทรมานก็มิปาน อีกทั้งหายนะอันร้ายแรงนี้ก็ต้องการที่จะทำลายจิต ตใจทั้งหมดของนางอีกด้วย
ภายในหัวสมองมีเสียงหนึ่งดังกึกก้องออกมา “เจ้าจะต้องเสียใจ เจ้าต้องเสียใจภายหลังแน่นอน...”
มู่เฉียนซีขบริมฝีปากเอาไว้แน่น จากนั้นก็คำรามออกมาว่า “ข้าไม่มีทางเสียใจภายหลังแน่นอน!”
“พลังวิญญาณบนร่างกายของเจ้านายกำลังหายไป…” ฝูเซิงกล่าวด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
จิ่วเยี่ยเองก็รู้สึกได้เช่นกัน เพราะเขาไม่รู้สึกถึงการบำเพ็ญจากนางเลยแม้แต่น้อย และกว่านางจะฝึกฝนมาถึงขั้นนี้ได้ ซึ่งอีกเพียงแค่เอื้อมก็จะสามารถการบรรลุขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้ อยู่แล้ว แต่ทว่าตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางพยายามมาทั้งหมดได้กลายเป็นเถ้าถ่านไปเสียแล้ว
จิ่วเยี่ยไม่มีทางปล่อยให้ร่างกายของมู่เฉียนซีเกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ อีก จนในที่สุดเขาก็เจอสาเหตุ
พลังแปลกประหลาดที่คุ้นเคยนั้น ถึงมันจะไม่สามารถสร้างปัญหาในร่างกายของเขาได้อีกแล้ว แต่มันกลับไปปรากฏอยู่ในร่างกายของซีแทน
แววตาที่มืดมนของจิ่วเยี่ยอันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาอยากที่จะดึงพลังนั้นออกมาจากร่างกายของมู่เฉียนซี และทำให้มันไม่สามารถทำร้ายซีได้อีกต่อไป
แต่ทว่าพลังนี้แตกต่างจากพลังที่เขาเจอก่อนหน้านี้ ราวกับว่ามันอยู่ในร่างกายของนางมาตั้งแต่ตอนที่ซีเกิดก็มิปาน ซึ่งเขาไม่สามารถสั่นคลอนมันได้เลยแม้แต่น้อย
“กรี๊ดดด” ยิ่งเขาเคลื่อนไหวมากเท่าไร มันก็ทำให้ซีเจ็บปวดยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งมันก็ทำให้มู่เฉียนซีกรีดร้องออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
ร่างของจิ่วเยี่ยสั่นเทาเล็กน้อย สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ซี! ซี!”
ในขณะที่ซีต้องเจ็บปวด แต่เขากลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ถึงพลังวิญญาณของซีหายไปจนหมดสิ้นแล้ว แต่มันกลับยังไม่จบ เพราะตอนนี้ทั้งเส้นเอ็นและรากฐานของนางได้ถูกทำลายไปด้วยเช่นกัน
เขาต้องการที่จะหยุดมันให้ได้ แม้ว่าจะต้องทำลายโลกใบนี้เพื่อหยุดมันก็ตาม!
“ซี!” ในขณะที่จิ่วเยี่ยร้องคำราม พลังอันน่าสะพรึงกลัวก็ได้ระเบิดออกมาจากร่างกายของเขา
ซึ่งพลังที่น่ากลัวกว่าเมื่อก่อนนี้ ได้ทำให้ทั่วทั้งแดนนรกดำดิ่งอยู่ในบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัว และมันก็ทำให้ผู้แข็งแกร่งของโลกอื่น ๆ ต่างสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามอันเลวร้ายน นี้
ขนาดเทพจักรพรรดิที่กำลังหลับใหลอยู่ก็ยังถูกปลุกให้ตื่นขึ้น หลังจากนั้นเขาก็หายไปจากพระราชวังของตนเอง และไปหาอู๋หยาทันที
เขากล่าวด้วยร่างกายที่สั่นเทาว่า “พลังนี้ พลังเช่นนี้…”