ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2606 พวกเราอยู่ที่ไหน
ก่อนที่นางจะสูญเสียความทรงจำ นางจำได้ว่าสามารถถอนคำสาปให้จิ่วเยี่ยได้สำเร็จแล้ว
ฉากแต่ละฉากหลังจากนั้นทำให้นางหน้าแดงระเรื่อและใจเต้นแรง ใบหน้าของมู่เฉียนซีพลันร้อนผ่าวขึ้นมาทันที หลังจากนั้น…ความทรงจำหลังจากนั้นเลือนลางมากจริง ๆ
มีเพียงความเจ็บปวดที่สามารถทำลายจิตวิญญาณได้เท่านั้นที่นางยังคงจำได้ มู่เฉียนซีอดตัวสั่นเทาไม่ได้ มันคงเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นสินะ?
เมื่อสุ่ยจิงอิ๋งลืมตาขึ้น นางก็จ้องมองไปที่มู่เฉียนซีอย่างอ่อนโยนพลางกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ เจ้าฟื้นแล้วหรือ! รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่”
ความเจ็บปวดที่น่าสะพรึงกลัวนั่นไม่มีอยู่อีกแล้ว แต่ทว่า…
ในฐานะนักปรุงยา มู่เฉียนซีค้นพบว่าตนเองในตอนนี้นั้นไม่ต่างอะไรจากคนพิการเลยสักนิด
เมื่อพลังวิญญาณที่อยู่ในร่างกายไม่เหลือเลยแม้แต่น้อย มู่เฉียนซีก็กล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง ข้า…”
อาถิงกล่าวว่า “เจ้าคนอัปลักษณ์ อยากจะร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะ! ข้าไม่หัวเราะเยาะเจ้าหรอก! อย่างไรเสียเจ้าก็น่าสมเพชถึงขนาดนี้แล้ว”
“มังกรวารีคารวะนายท่าน! เป็นเพราะข้าปกป้องท่านไม่ดีเอง” และมังกรวารีก็พลันคุกเข่าลงข้างหนึ่งอยู่เบื้องหน้าของมู่เฉียนซี
หลังจากนั้นนิรันดร์ก็กางแขนทั้งสองข้างของเขาออกพลางกล่าวว่า “ที่รัก หากเศร้าละก็ เจ้าโผเข้ามาในอ้อมกอดของข้า ให้ข้าได้ใช้ความเร่าร้อนของข้าปลอบใจเจ้าเถอะ!”
หลังจากนั้นพิฆาตวิญญาณก็กระโดดลงมาจากไม้เทพแห่งชีวิต และดวงตาที่ราวกับหยกแดงคู่นั้นก็จ้องมองมาที่มู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “เจ้าแมวน้อย มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก ข้าไม่มีทา างรังเกียจเจ้าอยู่แล้ว! เจ้ายังมีข้าอยู่นะ!”
“นายท่าน!” อ้านที่เดินมาถึงด้านข้างของมู่เฉียนซี กล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่? จิ่วเยี่ยเขา…”
มู่เฉียนซียังไม่ทันจะพูดจบ อาถิงก็ตะคอกออกมาว่า “เจ้ายังสนใจเขาอยู่อีกหรือ! เจ้าสนใจแค่ตัวเองก่อนได้หรือไม่!”
พิฆาตวิญญาณกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เห็นแก่หน้าเจ้าลูกแมวน้อย ข้าถึงได้เหลือลมหายใจไว้ให้เขา”
นิรันดร์กล่าวว่า “ใช่แล้ว! เขาโชคดีมาก ที่ไม่สามารถตายได้”
มังกรวารีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “หากไม่มีคำสั่งของนายท่าน มังกรวารีย่อมไม่สามารถกำจัดคนของนายท่านได้ นายท่านโปรดลงโทษด้วย”
“อ้านเองก็เช่นกัน!” อ้านกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
ในตอนที่พวกของอาถิงตื่นขึ้นมาพร้อมกัน ดูเหมือนว่าพวกเขาน่าจะไม่พอใจจิ่วเยี่ยมากเป็นแน่ และเกรงว่าอาจจะต่อสู้กันอย่างดุเดือดอีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง เจ้าเป็นคนบอกข้าที!”
“เจ้าค่ะ” สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวด้วยเสียงที่นุ่มนวล
“เนื่องจากว่าจิ่วเยี่ยแข็งแกร่ง และพลังของเขายังมีความพิเศษมาก มันจึงทำให้สวรรค์ทนเขาไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมัยเด็กเหล่านั้นของเขาก่อนหน้านี้ หรือว่าเรื่องที่ถูกคำสาปแห่ งความมืดที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าคำสาปหลังจากนั้น สิ่งเหล่านี้ แม้ว่าสวรรค์จะไม่ได้ยื่นมือเข้ามาโดยตรง แต่ก็เกรงว่าน่าจะเป็นฝีมือของพวกเขา ฉะนั้นมันจึงต้องการทำลายจิ่วเยี่ย ก่อนที่จิ่วเยี่ยจะเติบโตอย่างเต็มที่”
“ด้วยเหตุนี้คำสาปแห่งความมืดที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นสามารถทำลายจิ่วเยี่ยได้ แต่เนื่องจากการปรากฏตัวของซีเอ๋อร์ ทำให้คำสาปถูกถอนไปได้ เจ้าที่เป็นจิตวิญญาณแห่งโชคชะตา คือคนที่ สวรรค์โปรดปรานมากที่สุด คนเช่นเจ้าถูกสวรรค์มองว่าเป็นลูกรักของมันเลยทีเดียว แต่เจ้ากลับทรยศและตั้งตัวเป็นศัตรูกันมัน นอกจากนี้ยังถึงกับจะอยู่ด้วยกันกับจิ่วเยี่ยอีกด้วย ฉ ฉะนั้นมันจึงลงทัณฑ์สวรรค์กับเจ้า เพราะต้องการจะลงโทษเด็กทรยศอย่างเจ้า ”
“เขาต้องการที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของเจ้า ทำให้เจ้าตกลงมาจากสรวงสวรรค์ที่อันสูงส่ง แม้ว่าจะไม่สามารถเอาชีวิตของเจ้าได้ แต่ก็สามารถทำให้เจ้าเสียใจในทุกสิ่งที่ตนเองทำลงไป นอก กจากจะทำให้เจ้าเสียใจแล้ว ยังทำให้เจ้าเกลียดชังจิ่วเยี่ยที่ทำให้เกิดผลลัพธ์เช่นนี้ขึ้นอีกด้วย ฉะนั้นหากซีเอ๋อร์มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางนี้ ก็อาจจะทำให้ทัณฑ์สวรรค์หายไปได้เช่นกั น”
ความคิดของสวรรค์นั้นยากที่จะคาดเดาได้ แต่พวกเขาก็ยังพอเข้าใจบ้างเช่นกัน
ยกตัวอย่างเช่น หากซีเอ๋อร์ที่พวกเขาเฝ้าปกป้องอย่างเอาใจใส่ถูกจิ่วเยี่ยเอาเปรียบ พวกเขาก็จะต้องโมโห และโกรธมากจนอยากจะฆ่าหวงจิ่วเยี่ยแน่นอน แต่พวกเขากลับทนที่จะทำร้ายซีไม่ได้ อยู่ดี
แม้ว่าสวรรค์จะถือว่าซีเอ๋อร์เป็นเด็กที่สำคัญ แต่ความจริงแล้วกลับไม่ได้มีความรู้สึกต่อซีเอ๋อร์มากเท่าไรนัก และมันที่ไม่เข้าใจเรื่องอารมณ์ จึงลงโทษนางโดยไม่ออมมือเลยแม้แต่น้ อย
ทันใดนั้นมู่เฉียนซีก็นึกถึงฉากความฝันนั้นขึ้นมาได้ และคนผู้นั้นก็เรียกตนเองว่าพ่อแท้ ๆ ของนางอีกด้วย
มันไม่ใช่ท่านพ่อมู่เฟิงอวิ๋นของนาง แต่เกรงว่าน่าจะเป็นชื่อเรียกของสวรรค์อย่างนั้นสินะ?
มันได้พยายามจะหยุดนางเอาไว้ แต่สุดท้ายนางก็ไม่ได้ฟังมันเลย
แม้ว่านางจะรู้ผลที่ตามว่าต้องเป็นเช่นนี้ แต่นางก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนความคิดอยู่ดี
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เสียใจภายหลังหรือ อย่างไรข้าก็ไม่เสียใจภายหลัง! เกลียดชังจิ่วเยี่ยอย่างนั้นหรือ นี่คือสิ่งที่ข้าเลือกด้วยตนเอง เหตุใดถึงต้องไปเกลียดคนที่ข้ารักด้วยล่ะ น นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย!”
อาถิงเม้มปากเอาไว้แน่น เขาอยากที่จะทุบเจ้าผู้หญิงโง่นี่เสียเหลือเกิน
ถึงแม้ว่าบนใบหน้าของนิรันดร์จะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ภายในใจของเขากลับอิจฉาเป็นอย่างมาก และบนใบหน้าของพิฆาตวิญญาณก็เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน
สีหน้าของอ้านยังคงเฉยเมย มังกรวารีจึงกล่าวว่า “ไม่ว่านายท่านจะตัดสินใจเช่นไร มังกรวารีก็จะสนับสนุนนายท่าน”
“ความจริงแล้วหนทางที่ดีที่สุดก็คือการสังหารจิ่วเยี่ย เพราะทันทีที่เขาตาย ทัณฑ์สวรรค์นี่ก็จะหายไปด้วย บางทีอาจจะมีของขวัญและของชดเชยให้ด้วยซ้ำ” สุ่ยจิงอิ๋งกล่าว
มู่เฉียนซีส่ายศรีษะพลางกล่าวว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง พวกเจ้าก็รู้ว่าข้าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ มิเช่นนั้นพวกเจ้าก็คงจะลงมือกันไปตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนี้ข้าอยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว”
“ตกลง!”
พวกของสุ่ยจิงอิ๋งเดินออกไป เพื่อที่จะได้ไม่รบกวนมู่เฉียนซี ส่วนมู่เฉียนซีก็นั่งอยู่ใต้ไม้เทพแห่งชีวิต
“เจ้าฟื้นตัวได้ไม่เลวเลยนี่!” มู่เฉียนซีกล่าว
“ถึงข้าจะฟื้นตัวได้อย่างดี แต่ข้าก็นำพลังแห่งชีวิตส่วนใหญ่ให้เจ้าไปแล้ว และหากต้องการจะฟื้นตัวให้ได้อย่างสมบูรณ์ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี” มันกล่าวตอบ
“ชิงอิ่งล่ะ?”
“เขาย่ำแย่มาก เจ้าทำให้ตนเองมีสภาพที่เกือบตายเช่นนั้น จะให้เขายังดีอยู่ก็แปลแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “ตอนนี้ข้ายังไม่สามารถเจอเขาได้อย่างนั้นหรือ?”
“สถาพของเจ้าในตอนนี้ ไปจนถึงวันที่เจ้าตาย ก็คงจะไม่สามารถเจอเขาได้! ดังนั้นเจ้าจงใช้ชีวิตให้ดี ข้าอยากบอกว่าการเป็นศัตรูกับสวรรค์ สำหรับเจ้าแล้วมันยากมากเพียงใด! แต่ก็ทำ ำได้อย่างงดงามมากเลยทีเดียว” ไม้เทพแห่งชีวิตกล่าว
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะสนับสนุนข้า?” มู่เฉียนซีตะลึงงันไปทันที
“การทำให้ข้าอยากที่จะเดินไปสู่หายนะ ก็เป็นผลกระทบของมันเช่นกัน นอกจากนี้สวรรค์ยังสามารถส่งผลกระทบกับจิตใต้สำนึกของมนุษย์ได้อีกด้วย แม้ว่ามันยากที่ข้าจะหลีกเลี่ยงผลกระทบนั้ นได้ แต่เจ้าสามารถทำได้ เจ้ายืนหยัดในความตั้งใจของตนเอง เจ้าทำได้ดีมาก” แม้ว่าจะโกรธที่นางทำให้ตนเองน่าสังเวชเช่นนี้ แต่มันก็ค่อนข้างมีความสุขที่นางไม่ได้กลายเป็ยหุ่นเชิดข ของสวรรค์
มู่เฉียนซีนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนนางจะถอนคำสาป ไม่ใช่ว่าในตอนนั้นสวรรค์ได้ลองหยุดนางเอาไว้หรอกหรือ? นอกจากนี้มันยังปรากฏตัวด้วยการใช้รูปร่างหน้าตาของท่านพ่ออีกด้วย แต่ สุดท้ายแล้วมันก็ทำไม่สำเร็จ
ถึงร่างกายจะย่ำแย่ แต่นางเป็นถึงนักปรุงยา ฉะนั้นนางสามารถรักษาได้อยู่แล้ว
ส่วนเรื่องที่นางไม่สามารถฝึกฝนพลังวิญญาณได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้นางก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่ในโลกที่มีพลังวิญญาณเช่นกัน ฉะนั้นเมื่อไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ นางจึงไม่ได้รู้สึกว่ าโลกจะถล่มทลายลงมา หรือกลายเป็นคนอ่อนแอไปแต่อย่างใด
มู่เฉียนซีตะโกนกล่าวว่า “นิรันดร์!”
“ยอดดวงใจของข้า นี่เพิ่งจะไม่เจอกันครู่เดียวเอง เจ้าคิดถึงข้าแล้วหรือ?” นิรันดร์กล่าว
“เจ้าเคยตรวจสอบร่างกายของข้าแล้วใช่หรือไม่ และหากพวกเราทั้งสองคนร่วมมือกัน ก็จะสามารถรักษาได้ ใช่ไหม?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“ถูกต้อง ตอนนี้ข้าได้ช่วยชีวิตของเจ้าได้แล้ว หลังจากนี้ไปขอเพียงมีสมุนไพรวิญญาณเพียงพอ การทำให้เจ้าดีขึ้นก็ไม่ใช่ปัญหาเลย! แต่การฝึกฝนของเจ้า…” การบำเพ็ญนั้นหายไปอย่างสมบูรณ ณ์ นอกจากนี้สวรรค์คงไม่มีทางอนุญาตให้นางดูดซับพลังวิญญาณใด ๆ ได้อีกแล้ว ดังนั้นการบำเพ็ญของนางจะเป็นสลายสิ้นตลอดไป
“เรื่องการบำเพ็ญ เอาไว้ค่อยหาทางกันทีหลัง! สุ่ยจิงอิ๋ง พวกเรากลับไปที่แดนนรกกันเถอะ! จิ่วเยี่ยน่าจะเป็นห่วงข้ามากแล้วเป็นแน่” มู่เฉียนซีกล่าวกับสุ่ยจิงอิ๋ง
นิรันดร์ประท้วงขึ้นมาคนแรก “ไม่ได้!”
พิฆาตวิญญาณกล่าวว่า “เจ้าแมวน้อย หากเจ้าอยากจะไปเจอเขา เช่นนั้นก็ต้องเอาชนะข้าให้ได้ก่อนถึงจะไปได้! มิเช่นนั้นก็อย่าฝันไปเลย”
“ข้ารู้สึกว่าทำให้เจ้ากลายเป็นเด็กทารกไปเลยดีกว่า หากเป็นเช่นนั้นเจ้าจะได้เชื่อฟังบ้าง” และทันใดนั้นรอบตัวของอาถิงก็เต็มไปด้วยพลังแห่งกาลเวลา
มังกรวารีกล่าวว่า “นายท่าน ข้าไม่แนะนำให้ท่านเจอกับหวงจิ่วเยี่ย”
“ใช่!” อ้านกล่าวพลางพยักหน้าเล็กน้อย
“ขอโทษด้วยนะซีเอ๋อร์ ข้าสามารถส่งเจ้าไปที่ใดก็ได้ ยกเว้นที่แดนนรก!” สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวกับมู่เฉียนซี
.