ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2605 พิทักษ์เจ้านาย
นิรันดร์ได้พามู่เฉียนซีเดินเข้าไปหาห้องพักของนางในเมืองหนามโลหิต จากนั้นก็เริ่มต่อชีวิตของนางด้วยพืชกลายพันธุ์
เนื่องจากว่าสวรรค์ไม่ได้ก่อปัญหา! จึงทำให้ทั้งหมดผ่านไปได้อย่างราบรื่น
ไม่ง่ายเลยกว่าจื่อโยวจะช่วยจิ่วเยี่ยกลับมาได้ เขากล่าวพึมพำว่า “โชคดีที่คนงามมีของดีมากมาย มิเช่นนั้นหากเจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ ทั่วทั้งแดนนรกก็คงไม่มีผู้ใดสามารถรักษาเจ้าได้เป็นแน่”
“อ้อ! มีอยู่อีกคนหนึ่ง หม้อวิญญาณนิรันดร์ แต่ตอนนี้แค่เขาไม่ฆ่าเจ้าก็ถือว่าดีมากแล้ว”
หลังจากที่ผ่านไปสามวัน เมื่อสถานการณ์ของจิ่วเยี่ยดีขึ้นบ้างแล้ว เขาก็กล่าวถามว่า “พวกเขาพาซีไปอยู่ที่ไหนอย่างนั้นหรือ?”
จื่อโยวกล่าวว่า “ตอนนี้คนงามอยู่ที่เมืองหนามโลหิต หม้อวิญญาณนิรันดร์กำลังใช้ดอกของบัวศักดิ์สิทธิ์เงินม่วงต่อชีวิตให้กับคนงามอยู่ ส่วนคนอื่น ๆ ก็ทำหน้าที่คุ้มกัน จึงยากที่จะสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์จริงได้ แต่คนงามต้องไม่เป็นไรแน่นอน”
ความคิดถึงที่ไม่อาจควบคุมได้ ทำให้เขาอยากจะไปหานางที่เมืองหนามโลหิตทันที
แต่ทันทีที่คิดไปถึงตอนที่เขาเข้าใกล้นาง สถานการณ์ของซีก็กลายเป็นย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเขาก็ไม่อาจทำอะไรได้เลย
ที่เมืองหนามโลหิตในเวลานี้ นิรันดร์ได้อุ้มมู่เฉียนซีเดินออกมา จากนั้นอาถิงก็ถามขึ้นมาว่า “นางเป็นอย่างไรบ้าง?”
นิรันดร์ส่ายศีรษะพลางกล่าวว่า “มันยังไม่พอ! ไอ้สารเลวนั่นลงมือได้โหดเหี้ยมมาก สุ่ยจิงอิ๋ง ส่งพวกเราไปที่ตำหนักเทพแห่งชีวิต ไปยังสถานที่ที่มีไม้เทพแห่งชีวิตอยู่”
สุ่ยจิงอิ๋งพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ตกลง!”
ก่อนจากไป มังกรวารีได้เตรียมการเรื่องเมืองหนามโลหิตเรียบร้อยแล้ว
ในฐานะพ่อบ้านผู้มากความสามารถของเจ้านาย แม้ว่าภายในใจจะเป็นห่วงเจ้านาย แต่เขาก็ต้องจัดการงานของเจ้านายอย่างเหมาะสมเช่นกัน
ฝูเซิงถูกทิ้งให้อยู่ดูแลเมืองหนามโลหิตแห่งนี้ และเขาก็ได้แต่เฝ้ามองดูแผ่นหลังของพวกเขาหายไป จากนั้นก็กล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “เจ้านายตัวน้อย ผู้ผูกพันธสัญญาของเจ้าแต่ละคนล้วนแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น ข้าจึงเชื่อว่าเจ้าจะต้องไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน! ข้าและเมืองหนามโลหิตของพวกเรา จะรอเจ้าที่ฟื้นตัวแล้วกลับมาอีกครั้ง”
และในตอนนี้จื่อโยวก็ได้มารายงายสถานการณ์ “เยี่ย พวกเขาพาคนงามไปที่ตำหนักเทพแห่งชีวิตแล้ว”
ตึงง!
ตอนนี้มีคนคนหนึ่งถูกโยนออกไป และเขาก็กล่าวด้วยความประหลาดใจว่า “นายท่าน!”
เขาก็คือคนที่ถูกทิ้งเอาไว้ในมิติแห่งชีวิตเพื่อคอยดูแลไม้เทพแห่งชีวิตในตอนแรกคนนั้น และทันใดนั้นก็มีคนที่แข็งแกร่งกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะเห็นพระชายาด้วย แต่สุดท้ายยังไม่ทันจะได้เห็นอย่างชัดเจน เขาก็ถูกหญิงสาวที่ดูอ่อนโยนคนหนึ่งโยนออกมาอย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด
เพียงชั่วพริบตาเดียว เขาก็มาถึงพระราชวังคุกโลหิต
จื่อโยวจึงกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไปที่ตำหนักเทพแห่งชีวิตจริง ๆ”
ตอนนี้พวกของสุ่ยจิงอิ๋งไม่ชอบจิ่วเยี่ยเป็นอย่างมาก และเมื่อเห็นลูกน้องของจิ่วเยี่ย พวกเขาย่อมอารมณ์ไม่ดีมากอยู่แล้ว
พวกเขาไม่ได้ฆ่าคนเพียงแต่โยนออกไปเท่านั้น ซึ่งนี่ก็ถือว่าพวกเขามีเหตุผลมากแล้ว
ภายในตำหนักเทพแห่งชีวิต ไม้เทพแห่งชีวิตได้เติบโตขึ้นมาแล้ว แต่แน่นอนว่ามันยังห่างไกลจากที่เคยเป็นมากมายนัก
นิรันดร์กล่าวว่า “เสี่ยวถิงจือ เข้ามาช่วยหน่อย! สภาพของไม้เทพแห่งชีวิตในตอนนี้ ไม่มีประโยชน์อะไรต่อที่รักเลยแม้แต่น้อย เจ้ารีบมาช่วยทำให้มันโตขึ้นหน่อยสิ”
อาถิงกล่าวว่า “ข้าเข้าใจแล้ว”
ครั้งนี้อาถิงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้ไม้เทพแห่งชีวิตเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่แน่นอนว่าเพียงแค่เพิ่มเวลาเติบโตมันยังไม่เพียงพอ
นิรันดร์โบกมือพลางกล่าวว่า “มังกรวารี เจ้ามารดน้ำให้มันหน่อย!”
ธาตุน้ำบริสุทธิ์อันทรงพลังเต็มไปด้วยพลังของมังกรวารีได้รดลงไปบนไม้เทพแห่งชีวิต ส่วนนิรันดร์ก็เริ่มกลั่นยาเพื่อทำให้พลังของมันยกระดับขึ้น
ด้วยความร่วมมือของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ทั้งสาม หากไม้เทพแห่งชีวิตไม่เติบโตขึ้นมาก็แปลกแล้ว
ไม้เทพแห่งชีวิตตื่นขึ้นมาท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ในความทรงจำที่หยุดลงของมันจำได้ว่าตอนที่มันกำลังจะตาย ผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมปล่อยใบไม้ของนางไป
มันยังไม่ตาย นอกจากนี้บนร่างกายของมันยังเต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตมากมายอีกด้วย แม้ว่าจะยังห่างไกลจากจุดสูงสุดมาก แต่แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก!
ไม้เทพแห่งชีวิตยังสัมผัสได้ถึงพลังของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ นอกจากนี้ยังมีมากกว่าหนึ่ง…
ประสาทสัมผัสของมันชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ และมันยังค้นพบคนที่คุ้นเคยคนหนึ่งอีกด้วย นางคือผู้หญิงคนนั้น
แต่ทว่านางกำลังอ่อนแอจนชีวิตใกล้จะดับสูญไปอยู่แล้ว ไม้เทพแห่งชีวิตกล่าวขึ้นมาอย่างตกใจว่า “ทำไมถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้? ผู้ใดทำร้ายนางจนกลายเป็นเช่นนี้”
นิรันดร์กล่าวว่า “ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นฟูกลับมาบ้างแล้ว ไม้เทพแห่งชีวิต! ช่วยนางด้วย!”
นิรันดร์วางร่างของมู่เฉียนซีไว้ใต้ต้นไม้ “เร็วเข้า!”
“เป็นผู้ใดกัน! ข้าจะฆ่ามันเพื่อแก้แค้นให้นาง!” ถึงเป็นเพียงแค่ต้นไม้ต้นหนึ่ง แต่ก็สามารถโกรธได้เช่นกัน
ไม้เทพแห่งชีวิตรู้ดีกว่าความเจ็บปวด ความกังวลและอารมณ์โกรธนี้ ล้วนไม่ใช่ของมัน
“มันไม่ถึงคราวที่ต้องให้ท่อนไม้อย่างเจ้ามาแก้แค้นหรอก เพราะพวกเราจะแก้แค้นเอง! ตอนนี้หน้าที่ของเจ้าคือการรักษานาง” นิรันดร์กล่าวกับไม้เทพแห่งชีวิต
ไม้เทพแห่งชีวิตสงบสติลงแล้ว มันบ่นขึ้นมาว่า “ที่พวกเจ้าช่วยเหลือข้า ก็เพื่อให้ข้ามาทำงานหนักสินะ”
แม้ว่าจะบ่น แต่มันก็ยังคงทำงานอยู่ดี มันได้นำเอาพลังที่ฟื้นฟูมาอย่างยากลำบากเติมเข้าไปในร่างกายของมู่เฉียนซีอย่างไม่ตระหนี่เลยแม้แต่น้อย ซึ่งมันก็ทำให้พลังแห่งชีวิตที่กำลังอ่อนแอของนาง ค่อย ๆ ฟื้นฟูขึ้นอย่างช้า ๆ
นิรันดร์กล่าวว่า “นี่น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ทุกคนเหนื่อยมากแล้ว ที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบ พวกเราอยู่ที่นี่เพื่อพักผ่อนกันก่อนเถอะ! หลังจากนี้ไปมีเรื่องต้องให้ทำอีกมากมายเลยล่ะ!”
นิรันดร์เอนตัวนอนอยู่ใต้ต้นไม้ แต่ผลปรากฏว่ามันกลับถูกมังกรวารีผลักออกไป “นิรันดร์ เจ้าออกไปให้ห่างเจ้านายหน่อย!”
“หรือว่าในสายตาของเจ้า ข้าจะเป็นสัตว์ร้ายที่ฉวยโอกาสลวนลามเจ้านายตอนที่นางกำลังหมดสติอย่างนั้นหรือ!” นิรันดร์กล่าวอย่างโกรธเคือง
อาถิงเหลือบมองไปที่เขาพลางกล่าวว่า “เจ้ามันเป็นสัตว์ร้าย ข้าไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย!”
พิฆาตวิญญาณเดินมานั่งย่อง ๆ ข้างกายมู่เฉียนซี จากนั้นก็จ้องมองไปที่นางพลางกล่าวว่า “เจ้าแมวน้อย เจ้าต้องรีบตื่นขึ้นมานะ! ตอนที่เป็นเช่นนี้เจ้าไม่น่ารักเอาเสียเลย”
อ้านพิงไปบนกิ่งก้านของไม้เทพแห่งชีวิต จากนั้นก็จ้องมองไปยังคนที่กำลังหลับใหลคนนั้นอย่างเงียบ ๆ
ภายในมิติแห่งชีวิต ใต้ไม้เทพแห่งชีวิต พวกเขาทั้งหกคอยพิทักษ์คนที่กำลังหลับใหลอยู่อย่างเงียบสงบ ซึ่งมันก็เป็นภาพที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากที่ไม้เทพแห่งชีวิตใช้พลังจนเหลืออยู่เพียงไม่มากนัก ชีวิตของมู่เฉียนซีก็ไม่ตกอยู่ในขีดอันตรายแล้ว
พวกเขาที่กังวลมาเป็นเวลานานก็ได้หลับอยู่บนพื้นหญ้าที่เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตแห่งนี้ พร้อมสายลมอ่อนที่พัดผ่าน
เมื่อเวลาผันผ่านไป ขนตาของมู่เฉียนซีก็สั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นของนางลืมขึ้น ร่างกายของนางอ่อนปวกเปียก ราวกับว่านางหลับไปนานมากอย่างไรอย่างนั้นเลย
นางผงะเล็กน้อย พลังแห่งชีวิตที่คุ้นเคย นะ…นี่นางมาอยู่ในมิติแห่งชีวิตอย่างนั้นหรือ!
ทันทีที่เงยหน้ามอง นางก็ได้เห็นไม้เทพแห่งชีวิตที่คุ้นเคย ตอนนี้มันเติบโตจนมีขนาดที่ใหญ่มากแล้ว อีกทั้งยังมีกิ่งก้านและใบที่เขียวชอุ่มอีกด้วย
ดวงตาของนางเบิกกว้าง ราวกับว่ามันเป็นเพียงความฝันก็มิปาน นี่มันฟื้นฟูขึ้นมาแล้วจริง ๆ สินะ
ในตอนที่มู่เฉียนซีอยากจะหยิกตนเอง เพื่อยืนยันว่านี่ไม่ใช่ฉากแห่งความฝัน แต่ไม้เทพแห่งชีวิตกลับเอ่ยปากออกมาเสียก่อน
“นี่คือความจริง เจ้าอย่าได้ทรมานร่างกายที่แตกสลายนั่นอีกเลย”
มู่เฉียนซีสัมผัสได้ถึงผมยาวสีฟ้าอ่อนที่พาดผ่านใบหน้าของนางไป หลังจากนั้นนางก็เห็นหญิงสาวผู้งดงามที่อ่อนโยนราวกับสายน้ำก็มิปานคนหนึ่งนอนอยู่ที่ด้านข้างของนาง และเมื่อมองข้ามไป ก็ได้เห็นหนุ่มน้อยที่สมบูรณ์แบบราวกับภูติวิญญาณก็มิปานอีกด้วย
สุ่ยจิงอิ๋ง อาถิง!
ส่วนนิรันดร์ที่คาบหญ้าเอาไว้ในปากก็นอนอยู่อีกด้านหนึ่ง ซึ่งมังกรวารีก็อยู่ใกล้กับเขามาก ราวกับว่ายังคงระวังเขาแม้ว่าเขาจะหลับไปแล้วก็ตาม
เมื่อนางลุกขึ้นนั่ง ก็เห็นอ้านที่สวมชุดสีดำสนิทหลับตาพลางเอนกายพิงอยู่กับต้นไม้ต้นนี้ นอกจากนี้นางยังสัมผัสได้ถึงสีแดงอันงดงามที่อยู่บนไม้เทพแห่งชีวิตอีกด้วย และที่นั่นก็มีพิฆาตวิญญาณที่กำลังหลับตาสนิทพิงอยู่นั่นเอง
นอกจากนี้ก็ยังมีมังกรเพลิงตัวหนึ่งกำลังนอนกรนอยู่บนตักของเขาอีกด้วย!
มู่เฉียนซีกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบาว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง อาถิง นิรันดร์ มังกรวารี อ้าน พิฆาตวิญญาณ พวกเจ้าทุกคนตื่นขึ้นมาแล้วสินะ”
พวกเขาตื่นขึ้นมาในเวลาเดียวกัน ซึ่งตอนนี้มู่เฉียนซีก็รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองได้ลืมอะไรบางอย่างไป?
เหตุใดนางถึงได้มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่?
.