ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2608 ความคิดถึงที่กัดกร่อนกระดูก
มังกรวารีกล่าวตอบว่า “นายท่าน สามโลกาได้แก่ แดนวิญญาณ แดนภูต และแดนปีศาจขอรับ เพราะพวกเขาถือกำเนิดมาจากต้นกำเนิดสามโลกา จึงเรียกว่าต้นกำเนิดสามโลกา ซึ่งมันเป็นพลังที่ทำให้ท ทั้งสามโลกนี้กำเนิดขึ้นมาได้ขอรับ”
“พลังนี้ลึกลับเป็นอย่างมาก แล้วต้องทำเช่นไรถึงจะสามารถตามหามันได้ล่ะ?” มู่เฉียนซีตกตะลึง
ครั้งหนึ่งนางเคยต้องหาวัตถุดิบในการถอนคำสาป อย่างแก่นเลือดของหงส์นิลแห่งความมืด กระดูกมังกรของมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงสว่าง หัวใจของไม้เทพแห่งชีวิต ซึ่งเป็นของที่หายากม มากสุด ๆ ไปแล้ว
ในตอนนี้พวกเขาไม่มีเบาะแสของการดำรงอยู่ของพลังต้นกำเนิดที่สร้างทั้งสามโลกนี้เลย
นางจำเป็นต้องกำจัดพลังแห่งสวรรค์นี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการควบคุมของสวรรค์ ซึ่งมันก็ยากยิ่งกว่าการถอนคำสาปแห่งความมืดที่แข็งแกร่งที่สุดเสียอีก
นิรันดร์กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าจะเป็นพวกเรา แต่ก็ไม่รู้ว่าต้นกำเนิดสามโลกาอยู่ที่ไหนเช่นกัน แต่พวกเราไปค้นหาเบาะแสที่โลกทั้งสามกันก่อนเถอะ มันจะต้องอยู่ภายในโลกทั้งสามนี้อย่าง งแน่นอน”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าวว่า “นิรันดร์พูดถูกแล้ว!”
ไม่ว่ามันจะยากเพียงใด แต่นางก็ไม่มีทางยอมแพ้อย่างแน่นอน
นางไม่อยากให้ตนเองไม่ได้เจอจิ่วเยี่ยตลอดไป ไม่อยากไม่สามารถฝึกพลังวิญญาณได้ตลอดไป และต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย
นอกจากนี้นางยังอยากจะช่วยพ่อบุญธรรมของพวกจูเชว่ เขาเป็นคนหนึ่งที่ทำให้นางรู้สึกใกล้ชิดเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นจึงไม่อยากให้เขาต้องถูกพลังแห่งสวรรค์ทรมานต่อไปอีกแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ตอนนี้ พวกเราสามารถไปค้นหาต้นกำเนิดสามโลกาได้หรือยัง?”
มังกรวารีกล่าวว่า “ไม่ได้ ต้องให้ร่างกายของนายท่านฟื้นฟูก่อนถึงจะสามารถไปได้! สามโลกนั้นไม่เหมือนกับมิติแห่งชีวิต ที่เหมาะสมต่อการพักฟื้นเช่นนี้”
“นิรันดร์เข้าใจเกี่ยวกับร่างกายของข้ามากที่สุด และข้าก็ฟื้นตัวได้ดีมากแล้วด้วย” มู่เฉียนซีกล่าว
“นี่เจ้าเรียกว่าดีแล้วอย่างนั้นหรือ? แค่ข้าลงมือเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็คงทำให้เจ้าล้มลงได้แล้วล่ะ” อาถิงกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก
ตอนนี้นางเหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป มู่เฉียนซีกล่าวว่า “แต่ก็มีสมนุไพรวิญญาณจำนวนมากที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูร่างกายของข้าที่ต้องออกไปค้นหาเหมือนกันนะ! พวกเราค้นหาต้นกำเนิดสามโลกาไ ไปด้วยฟื้นฟูไปด้วยไม่ได้หรือ?”
อาถิงกล่าวอย่างฮึดฮัดว่า “ดูท่าที่เจ้าอยากจะฟื้นตัวให้ได้โดยเร็ว เป็นเพราะว่าจะไปเจอจิ่วเยี่ยอย่างนั้นสินะ! เมื่อเห็นเจ้าใจร้อนขนาดนี้ ข้านี่อยากจะทุบเจ้าจริง ๆ”
ปัง ปัง ปัง!
แต่ผลปรากฏว่า อาถิงกลับถูกมังกรวารีทุบตีแทน
“อาถิง เหตุใดเจ้าถึงได้เสียมารยาทต่อนายท่านขนาดนี้?” สีหน้าของมังกรวารีเต็มไปด้วยความจริงจัง
ในเมื่อมู่เฉียนซียืนกรานมาขนาดนี้ นิรันดร์จึงได้แต่ถอนหายใจพลางกล่าวว่า “อย่างไรเสียการปล่อยให้ที่รักออกไปเคลื่อนไหวบ้างก็เป็นการเบี่ยงเบนที่ดีเช่นกัน เพราะการให้เอาแต่ฟื้น นฟูร่างกายในมิติแห่งชีวิตนี้ จะทำให้อารมณ์ของที่รักไม่ดีได้”
อ้านกล่างพลางพยักหน้าเล็กน้อย “อื้ม!”
จิตใจเจ้านายของพวกเขาแข็งแกร่งมาก แต่ไม่ว่าจะแข็งแกร่งเพียงใด หากต้องเจอการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ นางก็จะต้องอารมณ์ไม่ดีแน่นอนอยู่แล้ว
นอกจากการบำเพ็ญทั้งหมดจะหายไปแล้ว ยังถูกเจ้าพวกที่มีเจตนาที่ไม่ดีเพ่งเล็ง อีกทั้งยังไม่สามารถเจอคนรักได้อีกด้วย
“เจ้ามานี่สิ!” ในเวลานี้ ไม้เทพแห่งชีวิตก็ได้กล่าวขึ้น
ไม้เทพแห่งชีวิตได้ถ่ายทอดพลังแห่งชีวิตเข้าไปในตัวของมู่เฉียนซีเป็นจำนวนมาก มันกล่าวว่า “อ่อนแอขนาดนี้ยังจะออกไปเที่ยวข้างนอกไปทั่วอีก ข้ามอบพลังแห่งชีวิตไปให้เจ้าอีกหน่อย ยก็แล้วกัน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ชีวิตน้อย ๆ ของเจ้าหายไปเสียก่อน”
ในขณะที่พลังแห่งชีวิตกำลังเข้าไปในร่างกายของนางอย่างต่อเนื่อง พิฆาตวิญญาณก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ไม้เทพแห่งชีวิต ข้าสามารถปกป้องลูกแมวน้อยของข้าได้ หากมีข้าอย ยู่ ผู้ใดจะสามารถเอาชีวิตของนางได้กัน?”
“เอาล่ะ! เรียบร้อยแล้ว ข้าต้องจำศีลต่อแล้วล่ะ เจ้ารีบออกไปจากอาณาเขตของข้าได้แล้ว!” ไม้เทพแห่งชีวิตกล่าว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เช่นนั้นเจ้าก็ค่อย ๆ ฟื้นตัวไปก่อน หากข้าหาของดีที่สามารถช่วยเจ้าฟื้นฟูได้ ข้าจะกลับมาเยี่ยมเจ้า”
หลังจากนั้น พวกเขาก็เตรียมตัวออกเดินทาง
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวถามว่า “ซีเอ๋อร์ แดนวิญญาณ แดนภูต แดนปีศาจ เจ้าอยากจะไปที่ไหนก่อน?”
และมู่เฉียนซีก็เลือกแดนวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัยเลย ตอนแรกท่านอาเล็กก็ไปที่แดนวิญญาณเช่นกัน พวกนางไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว ดังนั้นนางจึงคิดถึงท่านอาเล็กมากจริง ๆ
บนใบหน้าของสุ่ยจิงอิ๋งเต็มไปด้วยรอยยิ้มพลางกล่าวว่า “ข้ารู้อยู่แล้วว่าซีเอ๋อร์จะต้องเลือกไปแดนวิญญาณแน่นอน ได้สิ! เช่นนั้นพวกเราก็ไปที่แดนวิญญาณกันเถอะ”
พวกนิรันดร์ได้กลายเป็นร่างเดิมและกลับเข้าไปในมิติพันธสัญญาของมู่เฉียนซี หลังจากนั้นลำแสงสีฟ้าอ่อนก็ปกคลุมมู่เฉียนซีเอาไว้ และเคลื่อนผ่านไปในมิติ
เมื่อเห็นว่าลำแสงสีฟ้านั้นหายไปแล้ว ไม้เทพแห่งชีวิตก็กล่าวขึ้นมาว่า “หวังว่าเจ้าจะหาต้นกำเนิดสามโลกาเจอได้อย่างราบรื่น!”
ณ แดนนรก ในคุกโลหิต
จื่อโยวรู้สึกมาตลอดว่า เยี่ยของเขานั้นเป็นคนที่ไม่เอาถ่านมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว และยังสามารถโยนเรื่องต่าง ๆ ของแดนนรกมาให้เขาเป็นคนจัดการอยู่เสมออีกด้วย
แต่หลังจากที่คนงามจากไปได้ครึ่งปี จิ่วเยี่ยกลับสิ้นหวังเป็นอย่างยิ่ง
เรื่องที่เขาไม่คิดจะจัดการก่อนหน้านี้ เขาก็ได้จัดการมันทั้งหมดแล้ว และดูเหมือนว่าเขาต้องการใช้เรื่องที่ยังจัดการไม่เสร็จมาควบคุมความคิดถึงของตนเอง
แต่ว่าสิ่งนี้ไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย จื่อโยวรู้สึกว่าเยี่ยของพวกเขากลับน่ากลัวมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
หวงจิ่วเยี่ยเหมาะที่จะเป็นเจ้าเหนือหัวมาตั้งแต่เกิด เขาต้องการที่จะควบคุมแดนนรกทั้งหมด ดังนั้นแดนนรกที่อยู่ในมือของเขาทั้งหมดจึงถูกเขาควบคุมจนแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก
ภายในแดนนรกที่แข็งแกร่งแห่งนี้ หอหมอปีศาจก็พัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วที่สุด เพราะอ๋องจิ่วเยี่ยได้จัดการเรื่องของหอหมอปีศาจไปด้วยในเวลาเดียวกัน
จิ่วเยี่ยที่นั่งเงียบ ๆ อยู่ในหอหมอปีศาจ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าซีจะกลับมา และหลังจากที่นางกลับมาแล้วได้เห็นว่าหอหมอปีศาจพัฒนาไปได้ดีเช่นนี้ นางก็จะต้องมีความสุขมากอย่างแน่นอ อน
และเมื่อเดินเข้าไปในห้องปรุงยาของหมอปีศาจ เขาก็สามารถมองเห็นร่างเงาที่เคยยุ่งวุ่นวายเหมือนในอดีตได้อย่างเลือนราง
ความคิดถึงที่กัดกร่อนกระดูกนี้ ทำให้หัวใจของจิ่วเยี่ยเจ็บปวดจนไม่เป็นตัวของตัวเองไปแล้ว
หลังจากนั้นจิ่วเยี่ยก็หายไปจากหอหมอปีศาจ และมาปรากฏตัวอยู่ในความว่างเปล่าของแดนนรก
ตูมมม โครมม!
มีเสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังกึกก้องออกมา พลังที่ระเบิดออกมานี้คือพลังที่สามารถทลายสวรรค์ล้างนรกได้เลยทีเดียว ซึ่งคนที่ลงมือก็คือหวงจิ่วเยี่ยนั่นเอง
หวงจิ่วเยี่ยกล่าวพึมพำว่า “ซี! ซี!”
น้ำเสียงที่แหบแห้งนั้น เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ครึ่งปี มันผ่านมาครึ่งปีแล้ว
พวกของอาถิงไม่ได้บอกมู่เฉียนซี ว่าในตอนแรกที่นางหลับไปนั้น ความจริงแล้วนางได้นอนหลับไปถึงครึ่งปี
และจิ่วเยี่ย ก็รอมู่เฉียนซีมาครึ่งปีแล้วเช่นกัน
ภายในครึ่งปีนี้เขาสามารถควบคุมตนเองไม่ให้ไปหานางได้ แต่ตอนนี้จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าตนเองถึงขีดจำกัดแล้ว เขาขอเพียงมองเห็นนางจากที่ไกล ๆ ก็พอ
จิ่วเยี่ยกำหมัดแน่น เขาอยากจะไปที่มิติแห่งชีวิต เพราะบนตัวของเขามีเศษเสี้ยวของดอกบัวหงเก้ากลีบอยู่หนึ่งชิ้น ฉะนั้นหากคิดที่จะไปอยู่ข้างกายซีจึงไม่ใช่เรื่องที่ยากเลย
แต่เขาเลือกเพียงแค่ให้มันส่งเขาไปที่มิติแห่งชีวิตแทนที่จะไปอยู่ข้างกายซี เนื่องจากว่าเขาไม่สามารถเข้าใกล้ซีมากเกินไปได้!
ลำแสงสีฟ้าอ่อนสว่างวาบขึ้น และจิ่วเยี่ยก็มาปรากฏตัวอยู่ในมิติแห่งชีวิตแห่งนี้ แต่ทว่าในมิติแห่งชีวิตนอกจากไม้เทพแห่งชีวิตที่กำลังจำศีลแล้ว ก็ไม่มีกลิ่นอายของผู้ใดอยู่เลย ยแม้แต่คนเดียว
ใบหน้าของจิ่วเยี่ยเย็นยะเยือกมากขึ้นเรื่อย ๆ และพลังที่สามารถทลายสวรรค์ล้างนรกได้ก็กระจายออกมารอบตัวเขา ราวกับว่าจะทำลายมิติแห่งชีวิตแห่งนี้ก็มิปาน
ซีไม่ได้อยู่ที่นี่!
ซีออกไปจากมิติแห่งชีวิตนี้นานแล้วอย่างนั้นหรือ!
“ดอกบัวหงเก้ากลีบ!” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
กลีบดอกบัวสีฟ้าอ่อนกลีบหนึ่งปรากฏขึ้น จากนั้นมันก็หายไปในความว่างเปล่าอย่างกะทันหัน เพื่อออกไปให้ไกลจากจิ่วเยี่ย
พวกของอาถิงโกรธจิ่วเยี่ยจนอยากจะทุบตีจิ่วเยี่ยให้ตาย แล้วคิดว่านางไม่โกรธหรืออย่างไร? นางโกรธมาก โกรธมาก ๆ เลยด้วย
นางสามารถใช้วิธีการของตนเองลงโทษหวงจิ่วเยี่ยได้ เพราะนางเกิดมาเพื่อปกป้องเจ้านายของตนเอง และนางก็หวาดระแวงทุกคนที่สามารถทำอันตรายเจ้านายของนางได้อีกด้วย
เหตุผลไม่ได้มีเพียงเพราะเจ้านายถูกทัณฑ์สวรรค์เท่านั้น แต่เป็นเพราะจิ่วเยี่ยกลืนกินเจ้านายของนางไปจนหมดสิ้นทั้งยังแห้งเหือดไปเลยอีกด้วย
เศษเสี้ยวของดอกบัวหงเก้ากลีบที่เชื่อมโยงระหว่างจิ่วเยี่ยกับมู่เฉียนซีชิ้นนั้นได้หายไปแล้ว และจิ่วเยี่ยก็ไม่สามารถไปอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซีได้ในทันทีอีกต่อไป
แม้กระทั่งว่านางไปที่ใด? เขาก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ
จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ไม้เทพแห่งชีวิต ซีไปอยู่ที่ไหน? ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้!”