ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2609 ปลดผนึกหกชั้น
สายลมพัดผ่านไป ที่นี่มีเพียงแค่สายลมเท่านั้น เพราะไม้เทพแห่งชีวิตไม่ได้ให้คำตอบใด ๆ กับเขาเลย
ดวงตาของหวงจิ่วเยี่ยเปลี่ยนเป็นอันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ พลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วมิติที่เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตแห่งนี้ จนมีความเสี่ยงที่จะล่ม มสลายได้เลยทีเดียว
จิ่วเยี่ยเอ่ยปากอีกครั้งว่า “ซีอยู่ที่ไหน? ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้ ไม้เทพแห่งชีวิต!”
การคุกคามจากพลังทำลายล้างนี้ ยังคงไม่สามารถทำให้ไม้เทพแห่งชีวิตมีการตอบสนองกลับมาได้ ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าไม้เทพแห่งชีวิตกำลังตกอยู่ในห้วงนิทรา จนไม่สามารถรับรู้เรื่องท ที่เกิดขึ้นภายนอกได้นั่นเอง
กลิ่นอายของจิ่วเยี่ยเปลี่ยนเป็นน่าสะพรึงกลัว และรุนแรงจนอยากที่จะทำลายทุกสิ่ง แต่เมื่อเขาหลับตาของเขาลง ในที่สุดเขาก็ดึงพลังที่ปลดปล่อยออกไปคืนกลับมา
เขาที่เป็นผู้แข็งแกร่งในเวลานี้กลับค่อนข้างอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด เขากล่าวด้วยดวงตาที่แน่วแน่ว่า “ซี ข้าจะต้องหาเจ้าให้เจอได้แน่”
หากไม่อยู่ที่มิติแห่งชีวิต เช่นนั้นก็คงจะไปที่อื่นแล้ว ขอเพียงยังอยู่บนโลกใบนี้ ข้าหวงจิ่วเยี่ยจะต้องหานางจนเจอได้อย่างแน่นอน แม้ว่าจะไม่มีผู้พิทักษ์นิรันดร์ เขาก็สามารถ ถหาเจอได้เช่นกัน
ขอเพียงรู้ว่านางอยู่ที่ใดก็เพียงพอแล้ว เพราะก่อนที่จะหาทางแก้ไขได้ เขาไม่สามารถเข้าใกล้นาง จนทำร้ายนางได้!
หลังจากที่ร่างเงาสีดำนั้นหายไปจากมิติแห่งชีวิตอย่างกะทันหัน ไม้เทพแห่งชีวิตในเวลานี้กลับเคลื่อนไหวเล็กน้อย มันบ่นพึมพำว่า “น่าตกใจจริง ๆ หลังจากถอนคำสาปแล้วน่ากลัวยิ่งกว่าเ เดิมเสียอีก แต่ข้าไม่มีทางบอกเจ้าหรอก ว่านางไปอยู่ที่ใด”
เดิมทีไม้เทพแห่งชีวิตกำลังอยู่ในภาวะจำศีล แต่ด้วยการมาถึงของคนที่น่าสะพรึงกลัวอย่างหวงจิ่วเยี่ย จึงทำให้มันถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง และท่ามกลางการข่มขู่ที่มองไม่เห็น มันก็สา ามารถทนต่อแรงกดดันโดยไม่ส่งเสียงได้ จนสามารถผ่านพ้นไปได้ในที่สุด
จื่อโยวรู้ว่าเยี่ยของพวกเขาไปหาคนงามแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะกลับมาอย่างรวดเร็วเช่นนี้ เขากล่าวถามว่า “เยี่ย…”
หวงจิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ส่งคนไปยังดินแดนต่าง ๆ หากมีข่าวอะไร ให้รีบนำมาบอกข้าทันที”
ไม่จำเป็นต้องให้จิ่วเยี่ยพูดอะไรมากมาย จื่อโยวก็สามารถเข้าใจได้ทันที ว่าภรรยาของเยี่ยของเขาได้หนีไปแล้ว และตอนนี้เยี่ยก็ต้องการเริ่มค้นหาและไล่ตามภรรยาไป
ต้องบอกว่าการลงโทษของสวรรค์นั้นน่าเบื่อเป็นอย่างมาก เพราะหากปล่อยให้จิ่วเยี่ยเข้าใกล้คนงาม คนงามก็จะต้องเจ็บปวดสาหัสมากขึ้นไปอีก หรือมันคิดว่าหากจิ่วเยี่ยกับคนงามไม่ได้เ เจอกันเป็นเวลานาน มันจะทำให้ความรู้สึกจากรักกลายเป็นเกลียดชังอย่างนั้นหรือ?
ตัวเขาเองถือว่าเป็นคนเจ้าชู้คนหนึ่ง เป็นคนที่ชอบสิ่งใหม่และเบื่อสิ่งเก่า ๆ แต่เขามั่นใจว่าคนงามและจิ่วเยี่ยไม่ได้เป็นเช่นนั้น และสวรรค์ก็ดูถูกพวกเขาทั้งสองคนมากเกินไปแล ล้ว
จื่อโยวกล่าวตอบว่า “เยี่ย เจ้าวางใจเถอะ แน่นอนว่าข้าจะให้คนรีบไปค้นหาคนงามให้เจอโดยเร็วที่สุด”
ดูเหมือนว่าการใช้เวลาเดินทางจากมิติแห่งชีวิตมาจนถึงแดนวิญญาณนั้นจะใช้เวลาไม่นานนัก แดนวิญญาณที่รกร้าง และกลิ่นอายของวิญญาณได้ทำให้โลกนี้เปลี่ยนกลายเป็นโลกที่มืดมน
หลังจากที่มาถึงแดนวิญญาณ ก็ดูเหมือนว่าสุ่ยจิงอิ๋งจะสังเกตเห็นถึงอะไรบางอย่าง และทันทีที่นางโบกมือ ก็ได้มีกำแพงป้องกันสีฟ้าอ่อนก่อตัวขึ้นมาข้างกายของมู่เฉียนซี
อาถิงเองก็ลงมือด้วยเช่นกัน ซึ่งมันก็ทำให้เวลาของมู่เฉียนซีแตกต่างไปจากเวลาปกติ มู่เฉียนซีจึงกล่าวถามขึ้นมาว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง อาถิง เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ?”
อาถิงกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้าหมอนั่นพยายามเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเจ้า ฉะนั้นเราไม่สามารถให้มันรู้ได้ว่าเจ้ากำลังตามหาต้นกำเนิดสามโลกา หากปล่อยให้สวรรค์รู้เข้า พวกเราก็ไม่ รู้ว่ามันจะทำเรื่องบ้า ๆ อะไรอีกหรือไม่?”
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “พวกเราต้องคิดหามาตรการรับมือ เพื่อป้องกันไม่ให้ซีเอ๋อร์ได้รับอันตรายเอาไว้ล่วงหน้า”
“อันที่จริงแล้วไม่ต้องคิดหรอก เพราะข้าได้ปลดผนึกชั้นที่หนึ่งแล้ว เจ้าผู้หญิงโง่ ถึงเวลาที่เจ้าควรจะต้องรับพลังแห่งกาลเวลาอย่างเต็มที่แล้ว” อาถิงกล่าวพลางมองไปที่มู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีประหลาดใจเล็กน้อย นางกล่าวว่า “ตอนนี้ข้าไม่มีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าอาถิงเจ้าจะสามารถคลายผนึกของชั้นที่หนึ่งได้ แต่เกรงว่าข้า…”
“ข้าแค่เปลี่ยนเวลาของเจ้า เป็นช่วงที่เจ้ามีพลังวิญญาณก็ได้แล้วมิใช่หรือ! ถึงแม้ว่าในช่วงที่พลังของสวรรค์แข็งแกร่งที่สุดข้าจะไม่สามารถทำได้ แต่ทว่าตอนนี้ข้าสามารถทำมันได้แล ล้ว”
เมื่อสุ่ยจิงอิ๋งและอาถิงร่วมมือกัน พลังแห่งมิติและพลังแห่งกาลเวลาที่แข็งแกร่งก็ได้หลอมรวมเข้าด้วยกัน และในตอนที่เวลาย้อนกลับ มู่เฉียนซีก็ค้นพบว่าพลังวิญญาณที่หายไปของนา างได้กลับมาแล้ว ร่างกายของนางไม่ได้อ่อนแออีกต่อไป อีกทั้งยังมีร่างกายที่แข็งแกร่งมากอีกด้วย
นางเข้าไปในมิติของอาถิง เดิมทีศาลาที่อยู่ในมิติแห่งนี้มีเพียงสามชั้นเท่านั้น แต่ทว่าทันใดนั้นมิติก็กลายเป็นมีขนาดที่กว้างขวางมากขึ้นไปอีก และต่อมาศาลาก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นมา าอีกเท่าหนึ่ง ซึ่งทำให้มันมีทั้งหมดหกชั้นเข้าไปแล้ว
พลังแห่งกาลเวลาสีเขียวอ่อนได้ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดของนาง ตอนแรกที่นางอยู่ในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดพลังแห่งกาลเวลาของนางก็ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว แต่มันเป็นเพียงแค่เล็กน้อยเท ท่านั้น ตอนนี้ต่างหากถึงจะเรียกว่าเป็นการครอบครองพลังของอาถิงได้อย่างแท้จริง
ด้วยความเข้ากันได้ของพวกเขาทั้งสองคน มันจึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่มู่เฉียนซีสามารถรับพลังนี้ได้อย่างราบรื่น อาถิงกล่าวว่า “ต่อจากนี้ไป เจ้าจะต้องเรียนรู้วิธีการใช้พลังแห่งกาล ลเวลาให้ดี และต้องควบคุมเวลาของตนเองให้ได้ ฝันไปเถอะว่าเจ้าหมอนั่นจะสามารถทำให้เจ้ากลายเป็นคนพิการได้”
หากสามารถควบคุมกาลเวลาของตนเองได้ ก็จะสามารถย้อนเวลากลับไปยังช่วงก่อนที่พลังวิญญาณจะหายไปได้ และแม้ว่าพลังของผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับเก้าขั้นสูงสุดจะไม่แข ข็งแกร่งมากเท่าไรนัก แต่มันก็ดีกว่าไม่สามารถใช้พลังได้เลยแม้แต่นิดเดียว
สวรรค์คิดว่าหากทำเช่นนี้จะสามารถเอาชนะมู่เฉียนซี และสามารถทำลายกำลังใจของมู่เฉียนซีได้ แต่ทว่ามันดูถูกมู่เฉียนซีมากเกินไป อีกทั้งยังดูถูกความสามารถของผู้ผูกพันธสัญญาของนาง งมากเกินไปอีกด้วย
ในเวลานี้ ร่างเงาสีดำร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้น อ้านกล่าวว่า “อ้านก็ต้องการให้นายท่านฝึกฝนพลังแห่งความมืดด้วยเช่นกัน เพียงแต่พลังแห่งกาลเวลานั้นยากที่จะควบคุมได้ ฉะนั้นอ้ านสามารถรอให้นายท่านฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์ แล้วค่อยให้นายท่านสืบทอดพลังแห่งความมืดของข้า”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อื้ม!”
ในเวลานี้พิฆาตวิญญาณก็เดินออกมาพลางกล่าวว่า “ต่อไป ก็ถึงเวลาปรึกษากันแล้วใช่หรือไม่ว่าผู้ใดควรอยู่ข้างกายเจ้าลูกแมวน้อย?”
มู่เฉียนซีตะลึงงันไปทันที นางกล่าวถามว่า “ช่วงนี้พวกเจ้าต้องสูญเสียพลังมากเกินไปเพื่อข้า จนจำเป็นต้องกลับไปจำศีลแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“ไม่ใช่เช่นนั้นขอรับนายท่าน!” มังกรวารีกล่าวอย่างอ่อนโยน
“เนื่องจากว่านายท่านตามหานักหลอมอาวุธมาซ่อมแซมพวกเรา ดังนั้นพวกเราจึงสามารถตื่นขึ้นมาก่อนเวลาได้ และก่อนที่นายท่านจะฟื้นตัว พวกเราจะจำศีลอย่างวางใจได้อย่างไร! แต่หากพวกเราทั งหกอยู่ข้างกายนายท่านพร้อมกัน สวรรค์ก็จะต้องไม่พอใจอย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะสงสัยว่าพวกเรากำลังหาทางโต้กลับ เมื่อถึงเวลานั้นมันจะต้องขัดขวางพวกเราเป็นแน่! แต่ถ้ามีเพียงคนเดีย ยวที่อยู่ปกป้องข้างกายนายท่าน มันก็น่าจะไม่สงสัยเช่นนี้ เพราะอย่างไรเสียตอนนี้นายท่านก็ไม่เหลือพลังบำเพ็ญอยู่อีกแล้ว ย่อมจำเป็นต้องมีคนคอยคุ้มครองอยู่ข้างกายอยู่แล้ว! มัน นเองก็ต้องการลงโทษท่านเพื่อให้ท่านเสียใจภายหลัง แต่มันก็ไม่สามารถทำให้ท่านตายได้เช่นกัน” มังกรวารีกล่าวตอบ
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าวว่า “อื้ม! ข้าเข้าใจแล้ว หรือว่าต้องการให้ข้าเลือกอย่างนั้นหรือ?”
มู่เฉียนซียากที่จะตัดสินใจได้ไปชั่วขณะหนึ่ง และเวลานี้พิฆาตวิญญาณก็กล่าวขึ้นมาว่า “แน่นอนว่าไม่ได้ให้เจ้าเลือกอยู่แล้ว และข้าคิดว่าใช้กำลังตัดสินกันดีกว่า ว่าผู้ใดจะได้อยู่ ข้างกายเจ้าลูกแมวน้อย”
พิฆาตวิญญาณรู้อยู่แก่ใจ และเขาก็คิดว่าตนเองคือคนที่เจ้าแมวน้อยเกลียดมากที่สุด ฉะนั้นหากให้นางเลือก เจ้าแมวน้อยจะพิจารณาเขาได้อย่างไรกัน
มังกรวารีกล่าวว่า “ร่างกายของนายท่านตอนนี้ยังไม่ได้ฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ คนที่อยู่ข้างกายนายท่าน ไม่ใช่แค่ต้องมีพลังเท่านั้น”
แน่นอนว่ามังกรวารีไม่เห็นด้วยที่จะให้พิฆาตวิญญาณที่รู้แต่เรื่องเข่นฆ่าอยู่ข้างกายนายท่าน เพราะเขาดูไม่เหมือนคนที่จะดูแลคนอื่นได้เลย
พิฆาตวิญญาณกล่าวว่า “มังกรวารี เช่นนั้นความหมายของเจ้า คงเป็นเจ้าที่เหมาะสมที่สุดสินะ”
ในแง่ของเรื่องการดูแลคน มังกรวารีที่เกิดมาพร้อมกับคุณสมบัติของพ่อบ้านจึงเหมาะสมมากที่สุด แต่พิฆาตวิญญาณไม่ทำแน่!