ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2611 เจออาเล็ก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ลองไปดูกันก่อนเถอะ”
“เอาเช่นนั้นก็ได้!” นิรันดร์พามู่เฉียนซีทะยานผ่านไป แม้ว่ามู่เฉียนซีจะไม่มีพลังบำเพ็ญอีกแล้ว แต่หากมีนิรันดร์อยู่ ก็เพียงพอที่จะซ่อนกลิ่นอายของมู่เฉียนซีและไม่ทำให้คนอื่นค้นพบ บได้แล้ว
หลังจากที่เข้าใกล้การต่อสู้ที่อยู่ทางด้านนั้น เมื่อมู่เฉียนซีได้เห็นร่างที่อยู่ในการต่อสู้ก็ตะลึงงันไปทันที “อาเล็ก!”
ผมสีเงินปลิวไสว และชุดสีขาวราวหิมะก็ถูกย้อมไปด้วยเลือด ใบหน้าที่งดงามอย่างไร้ที่ติราวกับหยกงามก็มิปานนั้นล้วนเป็นสิ่งที่มู่เฉียนซีมิอาจลืมเลือนได้
ดวงตาที่อ่อนโยนนุ่มนวลราวกับหยกคู่นั้นเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าในเวลานี้ ได้เผยจิตสังหารที่เย็นยะเยือกออกมา
มู่เฉียนซีก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าตนเองจะได้เจอกับอาเล็กอย่างรวดเร็วขนาดนี้!
มู่อวู่ซวงรู้ดีว่าการต่อสู้อันดุเดือดในวันนี้ อาจจะทำให้เขาต้องตายอยู่ในดินแดนต้องห้ามแห่งนี้เลยด้วยซ้ำ
แต่เขาไม่ยอมตายอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน เขาไม่อยากที่จะไม่ได้เจอซีเอ๋อร์และครอบครัวของเขาตลอดไป
ในตอนที่มู่อวู่ซวงตัดสินใจที่จะต่อสู้กับคนเหล่านี้ และพยายามเอาชนะอย่างเต็มที่อยู่นั้น เขาก็ได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคยเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“อาเล็ก!”
และในตอนนี้ มู่อวู่ซวงก็ตะลึงงันไปทันที
เขาสงสัยว่าเป็นเพราะเขาเสียเลือดมากเกินไปหรือไม่? ถึงได้เห็นภาพหลอนเช่นนี้ได้?
เขาจ้องมองไปยังร่างที่คุ้นเคยด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ทุกรายละเอียดบนใบหน้าเล็ก ๆ ที่งดงามนั้นเขาไม่เคยลืมมันเลยสักครั้ง นี่คือซีเอ๋อร์ของเขาจริง ๆ
ดูเหมือนว่านางจะผอมกว่าตอนที่พวกเขาจากกันก่อนหน้านี้เสียอีก และภายในดวงตาที่สดใสราวกับดวงดาวก็มิปานคู่นั้นก็กำลังสะท้อนร่างของเขาอยู่…
ที่นี่คือดินแดนต้องห้ามของแดนวิญญาณ เป็นสถานที่ที่ไม่มีผู้ใดสามารถเข้ามาได้ เว้นเสียแต่ว่าจะมีคุณสมบัติเหมาะที่จะเป็นผู้ทดลองเท่านั้น
เขารู้ดีว่าซีเอ๋อร์ไม่มีทางมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้ แต่การที่ได้เห็นซีเอ๋อร์ที่เหมือนจริงมากเช่นนี้ มันก็ทำให้เขาไม่สามารถควบคุมตนเองได้เช่นกัน
“ฝ่าบาทอวู่ซวง ในเวลานี้เช่นนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าท่านจะยังมีอารมณ์ฟุ้งซ่านอยู่อีก!” กลุ่มคนที่ล้อมโจมตีมู่อวู่ซวงแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
“นิรันดร์!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“ข้าเข้าใจแล้ว! เจ้านายที่รักของข้า” มุมปากของนิรันดร์ยกโค้งขึ้นมาเล็กน้อย
ตูมมมม!
ในตอนที่คนเหล่านี้กำลังจะล้อมโจมตีเพื่อทำลายมู่อวู่ซวง ทันใดนั้นก็มีกำแพงวายุล้อมรอบมู่อวู่ซวงไว้ และได้สกัดกั้นการโจมตีทั้งหมดของพวกเขาเอาไว้
มู่อวู่ซวงตะลึงงันไปทันที และคนเหล่านั้นเองก็ประหลาดใจเช่นกัน ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้ใส่ใจมู่เฉียนซีมากเท่าไรนัก แต่กลับกลายเป็นว่าพวกเขาในเวลานี้ต้องเผชิญหน้ากับคนสองคนที่ป ปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อทำสิ่งเลวร้ายอย่างกะทันหัน
“พวกเจ้าเป็นคนของเมืองวิญญาณไหนกันแน่? คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้ามาทำลายเรื่องดี ๆ ของพวกเราเช่นนี้” คนเหล่านั้นกล่าวด้วยความโกรธเคือง
นัยน์ตาของมู่อวู่ซวงหดตัวลงอย่างกะทันหัน นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา หลังจากนั้นเขาก็พุ่งทะยานไปทางมู่เฉียนซีด้วยความรวดเร็ว เพื่อที่จะยืนยันเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเรื่องนี้
รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นมาบนมุมปากของคนเหล่านี้ “คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่ใจร้อนดุจไฟอย่างฝ่าบาทอวู่ซวงจะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นด้วย นี่มันไม่เหมือนรูปแบบเดิมของท่านเลยมิใช่ห หรือ!”
พวกเขามั่นใจว่าชายในชุดขาวผู้นี้แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่ใช่คนที่จะสามารถยั่วยุได้อีกด้วย และการที่มู่อวู่ซวงเข้าใกล้พวกเขาเพื่อขอความช่วยเหลืออย่างกะทันหันเช่นนี้ เกรงว ว่าจะเป็นการแกว่งเท้าหาเสี้ยนมากกว่า
แต่ทว่าพวกเขาคิดผิด เพราะหลังจากที่มู่อวู่ซวงเข้าใกล้พวกเขา ชายที่แข็งแกร่งผู้นั้นกลับไม่ลงมือแต่อย่างใด
นอกจากนี้พวกเขายังได้เห็นอีกว่าคนที่ไม่เคยเข้าใกล้หญิงสาวใดมาก่อนอย่างฝ่าบาทวู่ซวง จะเข้าไปจับมือของสาวน้อยผู้งดงามในชุดสีม่วงผู้นั้น ซึ่งมันก็ทำให้พวกแต่ละคนตาเบิกกว ว้างด้วยความตื่นตะลึงไปเลยทีเดียว
“ซีเอ๋อร์!” น้ำเสียงของมู่อวู่ซวงแหบพร่าไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็ก ข้ามาหาท่านแล้ว”
เมื่อมองไปที่อาเล็กของตนเอง ดวงตาสีดำสนิทของมู่เฉียนซีก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยน และในตอนที่นางหันไปมองศัตรูของอาเล็กเหล่านั้น นางก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “อาเล็ก เราจำเป็นต้องฆ่าปิดปากคนเหล่านี้หรือไม่เจ้าคะ?”
และในตอนนี้พวกเขาก็เข้าใจแล้วว่า สองคนนี้ไม่ได้เข้ามาช่วยฝ่าบาทอวู่ซวงอย่างไม่มีเหตุผล แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้จักกันต่างหาก
พวกเขากล่าวว่า “ที่แท้ฝ่าบาทอวู่ซวงก็มีคนรักอยู่เหมือนกันสินะ! ช่างซ่อนเอาไว้ได้ลึกจริง ๆ คิดไม่ถึงเลยว่าจะไม่มีคนรู้เรื่องนี้เลย แต่สาวน้อย เจ้าก็มั่นในใจตนเองมากเกินไปหน่ อย เพราะหากคิดที่จะฆ่าพวกเรา มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก!”
“โจมตี!” อย่างไรเสียพวกเขาก็มีคนมากกว่า ฉะนั้นจะสู้คนแค่สามคนไม่ได้เชียวหรือ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเริ่มโจมตีมู่เฉียนซีทันที
ร่างเงาสีขาวสว่างวาบขึ้นมาทันที ร่างของนิรันดร์ได้เข้าไปขวางหน้าพวกเขาเอาไว้
นิรันดร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ที่รักของข้าเพิ่งจะได้เจอกับอาเล็กของนาง ฉะนั้นข้าจึงไม่อยากให้คนอย่างพวกเจ้าเข้าไปรบกวน”
มู่อวู่ซวงกล่าวตอบว่า “ไม่ต้องไว้ชีวิตเลยสักคนเดียว!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “นิรันดร์ ฆ่าพวกมันให้หมด!”
“ขอรับ นายท่านของข้า!” ดวงตาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนของนิรันดร์เย็นชาขึ้นมาทันที และสายลมที่อยู่โดยรอบบริเวณก็เย็นยะเยือกขึ้นอีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็ก ข้าจะรักษาแผลของท่านเอง!”
คนเหล่านั้นให้นิรันดร์เป็นคนจัดการก็เพียงพอแล้ว หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็หยิบเอายาน้ำและยาลูกกลอนออกมาจากแหวนมังกรเทพวารีเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บให้กับอาเล็กของตนเอง
เดิมทีมู่อวู่ซวงคิดจะบอกว่าตนเองสบายดี และสามารถจัดการคนเหล่านั้นต่อได้ แต่ผลปรากฏว่าเขากลับได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
“จะ…เจ้าเป็นใครกันแน่?” และคนเหล่านั้นต่างก็จ้องมองไปที่นิรันดร์อย่างหวาดกลัว
ชายผู้นี้มีความแข็งแกร่งมาก และเขาก็แข็งแกร่งจนพวกเขาไม่สามารถตอบโต้ได้เลยแม้แต่น้อย
คนเช่นนี้เมื่ออยู่ในแดนวิญญาณจะต้องเป็นคนที่มีชื่อเสียงแน่นอน แต่พวกเขากลับไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
“ข้าเป็นใครอย่างนั้นหรือ? พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์รู้หรอก!”
สายลมกลายเป็นเครื่องมือสังหาร คนเหล่านั้นถูกนิรันดร์สังหารไปจนหมดสิ้น และตั้งแต่ต้นจนจบเสื้อผ้าของนิรันดร์ก็ไม่เลอะเลยแม้แต่น้อย
หลังจากที่นิรันดร์กลับมาแล้ว เขาก็กล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “ที่รัก เจ้าพวกเศษสวะเหล่านั้น ข้าได้จัดการมันทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว”
ในตอนนี้มู่เฉียนซีที่เพิ่งจะจัดการบาดแผลของอาเล็กเสร็จ ก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า “พวกเราเปลี่ยนสถานที่กันเถอะ จะได้ให้อาเล็กค่อย ๆ ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บเงียบ ๆ”
นิรันดร์กล่าวว่า “ตกลง!”
หลังจากที่พวกเขาจากไป คนอีกกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ และพวกเขาก็ต้องประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้เห็นคนเหล่านี้ตายอย่างน่าสังเวชมากถึงเพียงนี้
“นี่ไม่ใช่ฝีมือของฝ่าบาทอวู่ซวง มียอดฝีมือที่แข็งแกร่งยิ่งกว่ามาช่วยเขาเอาไว้ นอกจากเรื่องที่อีกฝ่ายเป็นผู้ใช้พลังธาตุวายุแล้วพวกเราก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย ช่วงนี้พวกเรา าไม่ควรลงมืออย่างบุ่มบ่าม ถอยกันก่อน!” สีหน้าของผู้นำคนนั้นเต็มไปด้วยท่าทางที่จริงจัง
“ขอรับ!”
หลังจากที่เขามายังแดนวิญญาณ แน่นอนว่าการที่ได้เจอซีเอ๋อร์ในแดนวิญญาณแห่งนี้ เป็นเรื่องที่ทำให้เขาตื่นเต้นมากที่สุดแล้ว
หลังจากที่รอให้มู่อวู่ซวงค่อย ๆ สงบลงแล้ว แน่นอนว่าเขาเองก็ค้นพบว่ามีสิ่งผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นกับซีเอ๋อร์!
“ซีเอ๋อร์!” มู่อวู่ซวงคว้ามือของมู่เฉียนซีเอาไว้ และในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าความรู้สึกที่ผิดปกตินี้คืออะไรกันแน่?
“ซีเอ๋อร์ พลังวิญญาณของเจ้าล่ะ?” ในตอนแรกที่เขาต้องแยกทางกับซีเอ๋อร์ ก็เพราะถูกไล่ล่ามาจนถึงแดนวิญณาณ และถึงแม้ว่าความสามารถของซีเอ๋อร์ในตอนนั้นจะไม่แข็งแกร่งนัก แต่ก็ไม่ถ ถึงขนาดที่สัมผัสพลังวิญญาณไม่ได้เลยแม้แต่น้อยเช่นนี้
ซีเอ๋อร์ในตอนนี้ไม่เพียงแต่ไม่มีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย แต่เขายังรู้สึกว่าร่างกายของนางอ่อนแอมากอีกด้วย
ซีเอ๋อร์ที่เป็นเช่นนี้ ช่างทำให้มู่อวู่ซวงเจ็บปวดใจเสียจริง ๆ
“ซีเอ๋อร์ เกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ?” มู่อวู่ซวงกล่าวถาม
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “เดิมทีข้าวางแผนเอาไว้ว่าจะมาตามหาอาเล็กที่แดนวิญญาณแห่งนี้ และในระหว่างนั้นก็จะคิดหาทางซ่อนมันเอาไว้ด้วย แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะมาเจออาเล็ก เร็วขนาดนี้ มันเร็วมากจนข้าคิดหาวิธีไม่ทันเลย”
นิรันดร์กล่าวว่า “ที่รัก เป็นเพราะข้าที่คิดอย่างไม่รอบครอบเอง!”
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ เจ้าอย่ามาเฉไฉ! ข้าต้องการรู้เหตุผลจริง ๆ”