ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2613 เจ้าแห่งแดนวิญญาณ
ปัญหาใหญ่ครั้งแรกที่นางได้เผชิญหน้ามาก่อนหน้านี้ แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องคำสาปของจิ่วเยี่ยอยู่แล้ว
มู่อวู่ซวงพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ตกลง!”
การตัดสินใจของสุ่ยจิงอิ๋งนั้นถูกต้อง เพราะการที่นางส่งมู่เฉียนซีมาอยู่ข้างกายญาติของนางโดยเร็วที่สุด ได้ทำให้มู่เฉียนซีอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก นอกจากนี้มันยังทำให้นางมีแรงจูงใจมากขึ้น แม้ว่าจะถูกแยกจากหวงจิ่วเยี่ยก็ตาม
มู่เฉียนซีตัดสินใจว่าจะจัดการเรื่องของอาเล็กก่อน จากนั้นค่อยค้นหาต้นกำเนิดแดนวิญญาณ
แน่นอนว่านางย่อมต้องคิดถึงจิ่วเยี่ยอยู่แล้ว และจิ่วเยี่ยเองก็ต้องคิดถึงนางมากเช่นกัน
แต่จิ่วเยี่ยนั้นสามารถควบคุมความคิดถึงของตนเองได้ โดยที่ไม่ใช้เศษเสี้ยวของสุ่ยจิงอิ๋งเพื่อมาตามหานาง นั่นต้องเป็นเพราะเขาไม่อยากให้นางทุกข์ทรมานแน่นอน ดังนั้นนางจะต้องเคยชินกับมันให้ได้
ถึงนางอยากจะไปหาเขาตอนนี้ ไม่บอกก็รู้ว่าพวกนิรันดร์จะต้องไม่ยอมแน่นอน และนางก็ไม่อยากให้ความพยายามอย่างหนักของจิ่วเยี่ยต้องสูญเปล่าอีกด้วย
รอหลังจากที่นางหาต้นกำเนิดแดนวิญญาณเจอ และสถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว นางจะต้องได้พบกับจิ่วเยี่ยอีกครั้งอย่างแน่นอน
โดยพื้นฐานแล้วมู่เฉียนซีไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าสุ่ยจิงอิ๋งได้นำเอาเศษเสี้ยวชิ้นที่สี่ของนางกลับคืนมาแล้ว ถึงแม้ว่าจิ่วเยี่ยอยากจะมาอยู่ข้างกายนางในทันที แต่หากเขาไม่รู้ว่าตอนนี้นางอยู่ที่ไหน เขาก็มาหานางไม่ได้อยู่ดี
“เยี่ย ข้าค้นหาไปทั่วทุกที่แล้ว ไม่ว่าจะดินแดนหลักต่าง ๆ ทั้งแดนเทพ แดนภูต แดนวิญญาณต่างก็ส่งคนออกไปหมดแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่มีข่าวคราวของคนงามเลย!” จื่อโยวกล่าว
กองกำลังที่ใช้ในการค้นหานั้นแข็งแกร่งมาก ส่วนคนที่รับผิดชอบหอหมอปีศาจในแต่ละดินแดนต่างก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะอย่างไรเสียพวกเขาเองก็เป็นห่วงเจ้าหอคอยของพวกเขาเช่นกัน
แต่ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะส่งคนไปที่แดนวิญญาณ ก็ไม่สามารถหามู่เฉียนซีที่อยู่ในเขตต้องห้ามของแดนวิญญาณเจอได้อยู่ดี
จิ่วเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางกล่าวถามว่า “ตอนนี้หอหมอปีศาจในแต่ละดินแดนพัฒนาไปได้ถึงไหนแล้ว”
เขาหวังว่าเมื่อซีกลับมา นางจะได้เห็นว่าหอหมอปีศาจนั้นแข็งแกร่งมากเพียงใด
จื่อโยวกล่าวว่า “พื้นที่ของมนุษย์ที่อยู่ในระดับต่ำทั้งหมดล้วนสร้างจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว และยังพัฒนาไปได้อย่างดีอีกด้วย! ส่วนพื้นที่ระดับกลางเราได้ละเว้นพื้นที่ที่วุ่นวายเอาไว้ ซึ่งพื้นที่ที่ละเว้นไม่ได้เข้าไปจัดการก็คือพื้นที่ระดับกลางที่แข็งแกร่งของแดนวิญญาณ แดนภูตและแดนปีศาจ เพราะมันแทรงแซงได้ไม่ง่ายนัก”
ส่วนพื้นที่ระดับสูง มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น นั่นก็คือแดนเทพที่กว้างใหญ่ไพรศาลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานี้ที่จะเข้าไปสู่แดนเทพ
จิ่วเยี่ยกล่าวว่า “เจ้าค้นหาวิธีปิดกั้นพลังของสวรรค์ได้หรือยัง”
จิ่วเยี่ยลองคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว แม้จะรู้ว่าซีอยู่ที่ใด เขาก็ไม่อยากเห็นนางต้องเจ็บปวดเมื่อเจอเขาอีกแล้ว ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องคิดหามาตรการในการตอบโต้ให้ได้เสียก่อน
ถึงสวรรค์จะสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะสามารถทำได้ทุกอย่างเสียหน่อย
เรื่องที่มันไม่อนุญาตให้ทำนั้นก็คือสิ่งที่ไม่อนุญาตให้ทำโดยเด็ดชาด แต่ทว่าบนโลกใบนี้ก็ยังมีผู้ที่มากไปด้วยสติปัญญา และมีความสามารถพิเศษอยู่บ้าง
จื่อโยวกล่าวตอบว่า “ข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้ว มันมีนักหลอมอาวุธที่อยู่ในโลกนี้คนหนึ่ง เขามีชื่อว่าเมี่ยเทียน ข้าได้ยินมาว่าเขาได้สร้างสิ่งบางอย่าง ที่มีความสามารถในการปิดกั้นพลังแห่งสวรรค์ได้ แต่ข้าไม่รู้ว่าคนผู้นั้นอยู่ที่ใดกันแน่”
“นักหลอมอาวุธอย่างนั้นหรือ” ทันใดนั้นจิ่วเยี่ยก็นึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาได้ ซึ่งเขาก็คือเฮยอิ่งนั่นเอง!
ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาหายไปต่อหน้าต่อตาจื่อโยวอย่างกะทันหัน และจื่อโยวก็ได้แต่บ่นพึมพำว่า “คิดไม่ถึงว่าเยี่ยจะใจร้อนถึงเพียงนี้ หรือเขาจะรู้ว่านักหลอมอาวุธที่ชื่อเมี่ยเทียนคนนั้นอยู่ที่ไหนอย่างนั้นหรือ?”
และแล้วอ๋องจิ่วเยี่ยก็ได้กลับมาที่เหวนรกอีกครั้ง ซึ่งผู้พิทักษ์ของแต่ละชั้นต่างก็ประหลาดใจเล็กน้อย เขากล่าวถามว่า “เฮยอิ่งล่ะ”
“เรื่องที่ว่าท่านเฮยอิ่งอยู่ที่ใด ไม่ใช่เรื่องที่พวกเราจะสามารถรู้ได้ขอรับ” เหล่าผู้พิทักษ์กล่าวตอบ
จิ่วเยี่ยเองก็ไม่คิดจะทำให้พวกเขาลำบากเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงตามหาด้วยตนเอง เพราะอย่างไรเสียเขาก็จะต้องอยู่ในเหวนรกแห่งนี้อย่างแน่นอน
ถึงเฮยอิ่งจะเห็นแก่หน้ามู่เฉียนซี แต่เขาไม่ได้เห็นแก่หน้าจิ่วเยี่ยแต่อย่างใด นอกจากนี้เขาน่าจะจำศีลไปแล้ว ซึ่งจิ่วเยี่ยไม่มีทางหาเขาเจออย่างแน่นอน
สุดท้ายแล้ว จิ่วเยี่ยก็ทำได้เพียงออกไปจากเหวนรก และกลับไปเท่านั้น!
“เอ๊ะ! เยี่ย เจ้ากลับมาแล้วหรือ!” จื่อโยวกล่าวอย่างประหลาดใจ
“ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องหานักหลอมอาวุธที่ชื่อว่าเมี่ยเทียนคนนั้นให้เจอ!” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“ได้! เพื่อความสุขของเยี่ย แม้ว่านักหลอมอาวุธที่ชื่อเมี่ยเทียนผู้นั้นจะเข้าไปอยู่ในหลุมศพแล้ว ข้าก็จะขุดเขาออกมาให้ได้!” จื่อโยวกล่าวตอบ
ภายในเขตต้องห้ามของแดนวิญญาณมีพลังที่ครั้งหนึ่งผู้แข็งแกร่งของแดนวิญญาณได้เหลือทิ้งเอาไว้ และเหตุผลที่มู่อวู่ซวงเข้าร่วมการฝึกหาประสบการณ์ในครั้งนี้ก็เพราะต้องการพลังนั้น เพื่อพุ่งทะยานไปยังชั้นที่สูงขึ้น
ซึ่งระดับของโลกวิญญาณมีบริวารวิญญาณ ราชาวิญญาณ จักรพรรดิวิญญาณ มหาจักรพรรดิวิญญาณ และยังมีราชันย์วิญญาณอีกด้วย!
ราชาวิญญาณเทียบเท่าผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตของการบำเพ็ญวิญญาณ และระดับที่ต่ำกว่าผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูต ก็จะถือว่าเป็นบริวารวิญญาณทั้งหมด!
ระดับราชาวิญญาณเป็นระดับที่มีความสามารถธรรมดาที่สุดในแดนวิญญาณแล้ว หากไม่มีแม้แต่ความสามารถระดับราชาวิญญาณ เช่นนั้นทั้งชีวิตนี้ก็เป็นได้แค่ทาสเท่านั้น
ส่วนจักรพรรดิวิญญาณมีความสามารถเทียบเท่าผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นภูตศักดิ์สิทธิ์ มหาจักรพรรดิวิญญาณเทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นราชันวิญญาณ ดังนั้นระดับราชันย์วิญญาณก็ต้องมีความสามารถเทียบเท่าผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นเทพวิญญาณแน่นอนอยู่แล้ว
เพราะความสามารถของมู่อวู่ซวงในตอนนี้ก็มาถึงจักรพรรดิวิญญาณขั้นเก้าระดับสูงสุดแล้ว เขาจึงจำเป็นต้องใช้พลังจากภายนอกเพื่อทำให้เขาไปถึงระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณให้ได้ ดังนั้นจึงมุ่งหน้ามาที่เขตต้องห้ามของแดนวิญญาณ เพื่อสืบทอดพลังและบรรลุระดับต่อไป
อย่างไรเสียเหล่าลูกชายของเจ้าแห่งแดนวิญญาณล้วนมีความสามารถอยู่ในระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณกันทั้งนั้น นอกจากนี้ยังไม่ใช่มหาจักรพรรดิวิญญาณธรรมดาทั่วไปอีกด้วย หากเขาไม่รีบบรรลุ และมีความสามารถที่ไม่แข็งแกร่งพอ เขาอาจจะเป็นฝ่ายที่ต้องถูกกระทำก็เป็นได้
เขาถูกบีบบังคับจนต้องกลับมาที่แดนวิญญาณอย่างช่วยไม่ได้ แต่ในเมื่อกลับมาแล้ว ความแค้นในตอนแรกก็ย่อมต้องได้รับการแก้แค้นอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงอยากที่จะแข็งแกร่งขึ้นนั่นเอง
นอกจากนี้เขายังต้องการตำแหน่งที่อยู่สูงสุดในแดนวิญญาณอีกด้วย เพราะตอนแรกเขาได้ให้สัญญากับซีเอ๋อร์เอาไว้ ว่าเขาจะต้องควบคุมแดนวิญญาณให้ได้ และเขาจะทำให้ซีเอ๋อร์กลายเป็นลูกหลานรุ่นที่สองที่ไม่ต้องเกรงกลัวต่อเทวดาฟ้าดินอีกต่อไป
นอกจากนี้ยังมีราชวงศ์ตงหวง ถึงพี่ใหญ่จะต้องการแค้นเพียงลำพัง แต่เขาก็อยากที่จะช่วยออกแรงด้วยเช่นกัน
อยากจะช่วยออกแรง แต่เป็นได้แค่เจ้าเมืองของแดนวิญญาณเมืองหนึ่ง เช่นนั้นเขาคงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะพูดด้วยซ้ำ
ตอนนี้ ซีเอ๋อร์ต้องการหาต้นกำเนิดของแดนวิญญาณ มีเพียงกลายเป็นเจ้าแห่งแดนวิญญาณเท่านั้น ถึงจะสามารถรู้ความลับของแดนวิญญาณมากกว่านี้ได้ บางทีอาจจะได้รู้ถึงเบาะแสของต้นกำเนิดของแดนวิญญาณด้วยก็เป็นได้ และนี่ก็คือเรื่องที่หม้อวิญญาณนิรันดร์บอกเขา
นิรันดร์แน่ใจว่า การกลายเป็นมหาราชาของโลกแห่งนี้ จะต้องมีความเชื่อมโยงกับต้นกำเนิดของแดนวิญญาณอย่างแน่นอน
ภายใต้สถานการณ์ที่ไร้เบาะแสอย่างสิ้นเชิง สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือการทำให้คนของตนเองกลายเป็นเจ้าแห่งแดนวิญญาณเท่านั้น
แน่นอนว่ามู่เฉียนซีไม่คัดค้านการตัดสินใจของพวกเขาอยู่แล้ว นางกล่าวว่า “หากอาเล็กกลายเป็นเจ้าแห่งแดนวิญญาณ คงไม่มีผู้ใดกล้าจัดการอาเล็กอีกเป็นแน่”
หลังจากนั้นพวกมู่เฉียนซีก็ได้ค้นหาพลังสืบทอดในเขตต้องห้ามของแดนวิญญาณแห่งนี้ และพวกเขาก็ได้ค้นพบสถานที่อีกหลายแห่ง
แต่นิรันดร์กลับกล่าวขึ้นมาว่า “ไม่ได้ มันอ่อนแอเกินไป!”
“อันนี้ก็ไม่ได้!”
“ขยะชัด ๆ!”
วิสัยทัศน์ของนิรันดร์นั้นสูงมาก อย่างไรเสียมู่อวู่ซวงก็เป็นคนที่ต้องการเป็นเจ้าแห่งแดนวิญญาณ ฉะนั้นสำหรับพลังที่ต้องสืบทอดนั้น ไม่สามารถที่จะคลุมเครือเกินไปได้
ซึ่งมู่อวู่ซวงเองก็เห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะนี่คือพลังที่ต้องช่วยให้เขาก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่อาจทำอย่างสะเพร่าได้
ถึงเขตต้องห้ามของแดนวิญญาณนั้นมีกว้างใหญ่มาก แต่หลังจากที่พวกเขาจัดการคนกลุ่มนั้นเมื่อครั้งที่แล้ว พวกเขาก็ไม่เจอคนจากเมืองอื่นอีกเลย
แต่ทว่าในเวลานี้กลับมีคนกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาใกล้ และเมื่อคนกลุ่มนั้นเห็นมู่อวู่ซวงก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า “ที่แท้ก็เป็นฝ่าบาทอวู่ซวงนี่เอง! ฝ่าบาทอวู่ซวง ท่านแยกทางกับลูกน้องของท่านแล้วอย่างนั้นหรือ แต่ถึงท่านจะแยกทางกับคนอื่นไปแล้ว ก็ยังมีสาวงามอยู่เคียงข้างอย่างนั้นสินะ ฝ่าบาทอวู่ช่างมีโชคเรื่องสาวงามที่ดีมากจริง ๆ!”
แววตาของมู่อวู่ซวงฉายแววเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที เขากล่าวเตือนว่า “เจ้าระวังคำพูดเสียหน่อยเถอะ”
“ยากนักที่จะได้เห็นฝ่าบาทอวู่ซวงโกรธเช่นนี้ ข้ารู้แล้ว! สวัสดีแม่นาง ข้าคือกุ่ยเสี้ยวจากเมืองเสีย” คนผู้นี้คลี่ยิ้มที่ดุสุภาพเรียบร้อยออกมา อีกทั้งยังจงใจที่จะเข้าใกล้มู่เฉียนซีอีกด้วย
เขาได้ตรวจสอบคนที่ฝ่าบาทอวู่ซวงพามาด้วยทั้งหมดแล้ว แต่เขากลับไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าฝ่าบาทอวู่ซวงได้พาสาวงามเช่นนี้มาด้วย
หรือว่าฝ่าบาทอวู่ซวงจะใช้วิธีการบางอย่าง ที่สามารถเลี่ยงหูตาของพวกเขาจนแอบพานางเข้ามาได้
หญิงสาวผู้นี้ดูเหมือนว่าจะยังเยาว์อยู่มาก เมื่อดูจากกระดูกคาดว่าอายุน่าจะไม่เกินยี่สิบปีด้วยซ้ำ
และสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจมากกว่านั้นก็คือ นอกจากสาวน้อยผู้นี้จะงดงามแล้ว ร่างกายของนางยังอ่อนแอมาก อีกทั้งยังไม่มีพลังเลยแม้แต่น้อย
ฝ่าบาทอวู่ซวงพาคนเช่นนี้มาด้วยทำไมกัน เขาเอามาถ่วงแข้งถ่วงขาโดยเฉพาะอย่างนั้นหรือ