ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2614 เป็นกับดัก
การมาที่เขตต้องห้ามของแดนวิญญาณนั้น นอกจากจะมาหาประสบการณ์แล้ว ยังต้องแย่งชิงการสืบทอดกับอัจฉริยะจากเมืองทั้งสิบแปดแห่งอีกด้วย แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะพาคนที่มีดีแค่หน้ าตางดงามหยาดเยิ้มมาเป็นตัวถ่วงเช่นนี้ หากฝ่าบาทอวู่ซวงไม่ได้เป็นบ้าคงทำแบบนี้ไม่ได้แน่
เขารู้สึกว่าสาวน้อยผู้นี้จะต้องมีอะไรที่พิเศษอย่างแน่นอน บางทีนางอาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ฝ่าบาทอวู่ซวงได้รับการสืบทอดก็เป็นได้
มู่เฉียนซีเองก็ไม่รู้เรื่องนั้นเช่นกัน เพราะนางไม่มีความแข็งแกร่งเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับคาดเดาไปต่าง ๆนานา และยังคิดว่านางลึกลับมากอีกด้วย
หลังจากนั้นกุ่ยเสี้ยวก็เหลือบมองไปทางนิรันดร์ เขาคือชายที่งดงามและมีเสน่ห์มากคนหนึ่ง เมื่อเทียบกับหญิงสาวผู้นั้นที่เพียงพริบตาเดียวเขาก็มองออกแล้วว่านางไม่มีความสามารถใด ด ๆ อยู่เลย ชายผู้นี้กลับมีความสามารถที่เขามองไม่ออกเลยแม้แต่น้อย
ไม่ง่ายเลยจริง ๆ! มิแปลกใจเลยที่ถึงแม้ฝ่าบาทอวู่ซวงจะไม่มีองค์รักษ์อยู่ข้างกาย แต่เขาก็ยังคงสงบนิ่งถึงขนาดนี้ได้อยู่
หลังจากที่กุ่ยเสี้ยวจะแนะนำตนเองจบลงแล้ว มู่อวู่ซวงก็ไม่อยากให้เฉียนซีพูดคุยกับเขาอยู่ดี
หลังจากนั้นเขาก็ได้เข้ามาบังสายตาของกุ่ยเสี้ยวเอาไว้ และไม่ต้องการให้เขามองมู่เฉียนซีมากไปกว่านี้อีกแล้ว มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “เจ้ามีธุระอะไรอย่างนั้นหรือ?”
กุ่ยเสี้ยวหัวเราะขึ้นมาอย่างสนุกสนาน ดูเหมือนว่าความสนใจที่ฝ่าบาทอวู่ซวงมีต่อแม่สาวน้อยผู้นี้จะไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ!
เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่า ฝ่าบาทอวู่ซวงก็เป็นคนที่รักหยกถนอมบุปผาเช่นกัน
ตอนแรกเพื่อที่จะเฉลิมฉลองเรื่องที่ฝ่าบาทอวู่ซวงได้กลายเป็นเจ้าเมือง โยวเยี่ยเสียหรือฝ่าบาทเสียผู้เป็นนายท่านแห่งเมืองเสียของพวกเขาได้ส่งหญิงสาวที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันถึงส สิบแปดคนไปให้เขา แต่ผลปรากฏว่าทั้งหมดได้ถูกฝ่าบาทอวู่ซวงส่งไปยังหอบุปผาของเมืองอวู่ซวงเพื่อต้อนรับราวกับแขกแทน
กุ่ยเสี้ยวกล่าวว่า “ข้าค้นพบห้องโถงใหญ่แห่งนี้ในเขตต้องห้ามแห่งนี้ และคิดว่ามันจะต้องเป็นมรดกสืบทอดที่ไม่เลวอย่างแน่นอน เพียงแต่ข้างในนั้นเต็มไปด้วยอันตรายรอบทิศทาง ข้าเ เกรงว่าพวกข้าเพียงไม่กี่คนจะรับมือไม่ไหว ฉะนั้นจึงอยากจะหาพันธมิตรบุกเข้าไปด้วยกันเสียหน่อย”
“หากสามารถเข้าไปได้อย่างปลอดภัย เมื่อถึงเวลานั้นสิทธิ์ในการสืบทอด ก็ค่อยขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน ดีหรือไม่ ฝ่าบาทอวู่ซวง” กุ่ยเสี้ยวกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
“ในเมื่อข้างในนั้นมีอันตรายอยู่มากมาย เจ้าก็ควรไปหาพันธมิตรที่แข็งแกร่งถึกจะถูก แต่พวกข้ามีเพียงแค่สามคนเท่านั้น ข้าว่าเจ้ามาตามหาผิดคนแล้วล่ะ!” มู่อวู่ซวงกล่าวปฏิเสธอย่างเ เย็นชา
ในบรรดาเจ้าเมืองมากมาย เขามีความพิเศษมากที่สุด อีกทั้งยังมีสายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุดอีกด้วย และแน่อนว่าเจ้าเมืองทุกคนจะต้องหวาดกลัวเขาอยู่แล้ว ดังนั้นเข้าจึงไม่เชื่อว่ากุ ยเสี้ยวจากเมืองเสียผู้นี้จะมีเจตนาที่ดี
กุ่ยเสี้ยวกกล่าวว่า “ฝ่าบาทอวู่ซวง นี่ท่านถ่อมตัวมากไปแล้ว ถึงฝ่าบาทอวู่ซวงจะมีระดับต่ำกว่ามหาจักรพรรดิวิญญาณ แต่ท่านก็คือการมีอยู่ของผู้แข็งแกร่งที่ไร้เทียมทาน หากมีท ท่านอยู่ด้วย อันตรายเหล่านั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย! นอกจากนี้คนที่สามารถติดตามฝ่าบาทอวู่ซวงได้ทั้งสองท่านนี้ จะต้องไม่ทำธรรมดาอย่างแน่นอน!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็ก พวกเราไปที่นั่นกันเถอะ! บางทีคราวนี้อาจจะหามรดกสืบทอดที่แข็งแกร่งพอเจอก็เป็นได้”
หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ มันก็คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่ถ้าหากเป็นกับดัก และคนเหล่านี้หลอกลวงอาเล็ก เช่นนั้นก็แค่จัดการคนเหล่านี้ไปเสีย
“ได้สิ!” มู่อวู่ซวงกล่าวพลางหยักหน้าเล็กน้อย
กุ่ยเสี้ยวรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาทันที เพราะก่อนหน้านี้ฝ่าบาทอวู่ซวงยังปฏิเสธเสียงแข็งอยู่เลย คิดไม่ถึงเลยว่าแม่นางผู้นี้เพียงเอ่ยปากแค่คำเดียว ก็สามารถเปลี่ยนความตั้งใจของเข ขาได้แล้ว
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า แม่สาวน้อยผู้นี้จะมีอิทธิพลต่อมู่อวู่ซวงมากมายถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังมีผลต่อการตัดสินใจของฝ่าบาทอวู่ซวงอีกด้วย
สำหรับคำเรียกที่นางเรียกฝ่าบาทอวู่ซวงก็คือ อาเล็ก แต่เขาจำไม่เห็นได้เลยว่ามีฝ่าบาทคนไหนที่ให้กำเนิดฝ่าบาทตัวน้อยที่งดงามเช่นนี้ออกมา
และหากเป็นบุตรสาวของฝ่าบาทเหล่านั้น เกรงว่าฝ่าบาทอวู่ซวงคงไม่มีทางให้ความสำคัญถึงขนาดนี้แน่นอน เพราะฝ่าบาทแต่ละคนล้วนเป็นคู่ต่อสู้ เป็นคู่แข่ง และบางคนยังเป็นศัตรูคู่แค้นกั นอีกด้วย ดังนั้นความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงย่ำแย่เป็นอย่างยิ่ง
กุ่ยเสี้ยวกล่าวตอบว่า “และสถานที่ของสมบัติสืบทอดนั้น ต้องไม่ทำให้ฝ่าบาทอวู่ซวงผิดหวังอย่างแน่นอน”
ภายใต้การนำทางของกุ่ยเสี้ยว พวกเขาได้มุ่งหน้าไปตามเส้นทางหนึ่งมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ค้นพบห้องโถงขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนผ่านชีวิตที่ยากลำบากมาอย่างโชกโชน ก กุ่ยเสี้ยวกล่าวว่า “มันก็คือที่นี่แหละฝ่าบาทอวู่ซวง พวกเราเข้าไปกันเถอะ!”
แสงส่องสว่างภายในห้องโถงใหญ่นั้นมืดมาก ทันใดนั้นพื้นดินที่อยู่โดยรอบก็เปลี่ยนไป และมนุษย์หินจำนวนนับไม่ถ้วนพลันปรากฏตัวขึ้นมา
ตูมมม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่ว มนุษย์หินเหล่านั้นเริ่มโจมตีคนที่บุกรุกเข้ามาที่นี่ทันที
“ซีเอ๋อร์!” ถึงสิ่งเหล่านี้จะไม่แข็งแกร่งเท่าไรนัก แต่มู่อวู่ซวงก็เป็นห่วงมู่เฉียนซีมากอยู่ดี
เพราะเขารู้ดีว่า ซีเอ๋อร์ในตอนนี้ไม่มีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย
“มีข้าอยู่ด้วยทั้งคน!” นิรันดร์ได้ปกป้องมู่เฉียนซีด้วยการหลบหลีกการโจมตีของมนุษย์หินเหล่านั้น และหลังจากนั้นเขาก็พามู่เฉียนซีถอยไปยังสถานที่ที่ปลอดภัย
การที่ทั้งสองคนต่างเป็นห่วงมู่เฉียนซีขนาดนี้ ทำให้กุ่ยเสี้ยวตะลึงงันไปทันที และดูเหมือนว่าแม่สาวน้อยผู้นี้จะไม่มีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อยอีกด้วย
กุ่ยเสี้ยวกล่าวว่า “ฝ่าบาทอวู่ซวง แผ่นศิลาสืบทอดอยู่ข้างหน้านี้เอง แต่พลังในการต่อสู้ของมนุษย์หินเหล่านี้แข็งแกร่งมาก และหากมันร่วมมือกันก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีก มันจ จึงทำให้ยากที่จะบุกทะลวงเข้าไปได้ ดังนั้นจึงอยากให้ฝ่าบาทอวู่ซวงช่วยเหลือสักหน่อย”
กุ่ยเสี้ยวพูดได้ถูกต้องแล้ว เพราะข้างหน้านั้นมีแผ่นศิลาสืบทอดโบราณอยู่จริง ๆ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็ก ท่านไปเถอะ! มีนิรันดร์คอยปกป้องข้าอยู่ ไม่มีทางมีอันตรายได้หรอก”
มู่อวู่ซวงพยักหน้าเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “ได้!”
ตูมมม!
ทันใดนั้นพลังของมู่อวู่ซวงก็ได้ระเบิดออกมา หลังจากนั้นเข้าก็ต่อสู้กับมนุษย์หินเหล่านั้น และกุ่ยเสี้ยวก็ร่วมมือด้วยเช่นกัน
ตูมมม โครมม!
เนื่องจากว่าชายผู้มีความสามารถลึกเกินหยั่งถึงไม่ได้ออกโรง มันจึงทำให้การต่อสู้นี้ไปเป็นอย่างยากลำบากมากขึ้น
แต่เป็นเพราะมีมู่อวู่ซวงเข้าร่วมด้วย มันจึงทำให้ผ่อนคลายขึ้นมากทีเดียว
เมื่อมนุษย์หินทั้งหมดล้มลงไปกองกับพื้น ร่างเงาสีขาวก็พุ่งทะยานออกมา และในเวลา กุ่ยเสี้ยวได้เริ่มลงมืออย่างกะทันหัน
เป้าหมายในการโจมตีของเขาไม่ใช่มู่อวู่ซวง แต่เป็นจุดสูงสุดของห้องโถงใหญ่นั้นต่างหาก!
ตูมมมมมม!
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังกึกก้องขึ้น และสิ่งที่ตกลงมาจากยอดสูงสุดของห้องโถงใหญ่ไม่ได้มีเพียงฝุ่นผงและเศษหินเท่านั้น แต่มันยังมีอสรพิษสีดำที่หนาเท่าต้นขาก็มิปานอยู่ด้วย
อสรพิษเหล่านี้พุ่งทะยานมาทางมู่อวู่ซวงและคนอื่น ๆ ราวกับสายฟ้าฟาดก็มิปาน ทันใดนั้นแววตาของมู่เฉียนซีก็ฉายแววเย็นยะเยือกออกมา ดูเหมือนว่านี่จะเป็นกับดักสินะ
เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้เตรียมป้องกันเอาไว้อยู่แล้ว เพราะหลังจากที่อสรพิษเหล่านั้นพุ่งทะยานเข้ามา พวกเขาก็ได้โรยผงยาลงไปบนร่างกายของตนเองทันที
ผงยาเหล่านี้สามารถปิดกั้นการรับรู้ของอสรพิษเหล่านี้ได้ และมันก็ยังทำให้อสรพิษเหล่านี้ไม่สามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของพวกเขาได้อีกด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงปลอดภัย
ทันใดนั้นอสรพิษเหล่านั้นก็พุ่งทะยานมาทางมู่อวู่ซวงและพวกมู่เฉียนซีอย่างบ้าคลั่ง นอกจากนี้ความเร็วของพวกมันยังเร็วอย่างน่าประหลาดอีกด้วย
แม้ว่าความสามารถจะอยู่ในระดับจักรพรรดิวิญญาณขั้นสูงสุดแล้ว แต่การถูกอสรพิษที่มีจำนวนมากมายขนาดนี้ล้อมโจมตี ก็ทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากได้เช่นกัน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ฝ่าบาทมู่อวู่ซวง ไม่ว่าท่าจะเก่งกาจมากเพียงใด แต่ก็ถูกลิขิตให้ต้องตายด้วยคมเขี้ยวของอสรพิษเหล่านี้อยู่ดี พวกเราคงไม่ติดตามท่านอีกแล้ว อีกเดี๋ยวพวกเราจะกลับมาเ เก็บศพท่านอย่างแน่นอน” หลังจากที่พวกเขากล่าวจบ ก็คิดที่จะพุ่งทะยานออกไปจากห้องโถงใหญ่นี้ทันที
ทว่ามู่เฉียนซีกลับกล่าวขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “เจ้าคิดว่าพวกเจ้าสามารถออกไปได้อย่างนั้นหรือ?”
ทันใดนั้นสายลมกระโชกแรงพัดผ่านมา และประตูของห้องโถงใหญ่นั้นก็ถูกปิดลงทันที
พวกเขากล่าวว่า “ถึงแม้ว่าเจ้าจะขังพวกข้าเอาไว้ที่นี่ แต่ก็ทำได้เพียงปล่อยให้พวกข้าเฝ้ามองดูพวกเจ้าตายไปอย่างน่าสังเวชเท่านั้น เพราะพวกเรามีผงยาเลี่ยงอสรพิษอยู่ด้วย ฉะนั้นอ อสรพิษเหล่านี้ไม่มีทางทำร้ายพวกเราได้อยู่แล้ว”
“นั่นมันก็ไม่แน่เสมอไปหรอก!”
“ฟ่อ ฟ่ออ ฟ่ออ!” อสรพิษเหล่านั้นเข้ามาใกล้มู่เฉียนซี แต่ทั้งหมดต่างก็ถูกกำแพงวายุขวางกั้นเอาไว้ได้ และหลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ค่อย ๆ เดินไปทางคนเหล่านั้นทีละก้าว
“แม่สาวน้อย หรือว่าเจ้าคิดจะต่อสู้กับพวกเราอย่างนั้นหรือ แค่เจ้าปกป้องตนเองให้ได้ยังยากเกินไปเลยกระมัง” เมื่อเห็นว่ามู่เฉียนซีเข้ามาใกล้ พวกเขาก็กล่าวอย่างเหยียดหยาม
ทันใดนั้นพวกเขาก็เตรียมลงมือ ทำลายกำแพงวายุนั้นทันที
และเมื่ออสรพิษเหล่านั้นมีโอกาสลักลอบเข้าไปได้ เจ้าสองคนนี้คงได้จบเห่แน่นอน