ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2620 พิษของหมอปีศาจ
การเปลี่ยนแปลงของมู่เฉียนซีแปลกไปเล็กน้อย มู่อวู่ซวงจึงเข้ามาประคองนางด้วยความเป็นห่วง หลังจากนั้นเขาก็ยืนอยู่เบื้องหน้าของมู่เฉียนซี
พลังทั้งหมดของเขาระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์ เขาไม่มีทางปล่อยให้เจ้าพวกนี้ทำอันตรายซีเอ๋อร์ได้แม้แต่นิดเดียว
แต่ทว่ากองกำลังที่ต้องเผชิญหน้านั้นมีพลังและการทำลายล้างที่อันตรายมากเกินไป ซึ่งเขาไม่กล้ารับประกันว่าจะสามารถสกัดกั้นมันทั้งหมดเอาไว้ได้หรือไม่
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเริ่มโจมตึ ก็มีร่างเงาสีขาวร่างหนึ่งพุ่งทะยานเข้าไปแล้ว
ดวงตาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ยั่วยวนฉายแววเย็นยะเยือกออกมา นิรันดร์กล่าวอย่างเย็นชาว่า “อย่าคิดว่าคนอย่างเจ้าจะสามารถทำร้ายที่รักของข้าได้แม้แต่ปลายเส้มผม”
“เพราะอะไร” เขาจ้องมองไปยังชายที่เหมือนปีศาจผู้นั้นที่เข้ามาใกล้เขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
ทันใดนั้นพลังธาตุวายุอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมา หลังจากนั้นมันก็ขจัดพลังแห่งภูตผีไปได้อย่างง่ายดาย
พลังที่แผ่กระจายออกมาของนิรันดร์ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว นี่ไม่ใช่พลังที่คนในระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณจะสามารถระเบิดออกมาได้ อย่างน้อยมันจะต้องเหนือกว่าระดับราชันย์วิญญาณแน่นอ อน
บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร่างกายของเขาถูกพลังธาตุวายุที่แข็งแกร่งเชือดเฉือนไปทั่วทุกที่ และสุดท้ายบนร่างกายของเขาก็เต็มไปด้วยรอยแผลจำนวนนับไม่ถ้วน
พรวด!
เลือดสด ๆ พุ่งกระฉูดออกมา พลังแห่งภูตผีที่สะสมเอาไว้ก่อนหน้านี้ระเบิดออกมา และทำลายร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง
ลมหายใจของเขาในเวลานี้เริ่มอ่อนแอมากขึ้นเรื่อย ๆ และเขาก็กำลังมุงหน้าไปสู่ความตายทีละก้าว
นี่…เป็นไปได้อย่างไร บุคคลที่มีระดับเช่นนั้น เดินเข้ามาในเขตต้องห้ามของแดนวิญญาณได้อย่างไรกันแน่
พวกเขาคิดว่าวิธีการของพวกเขาจะต้องทำให้พวกเขาได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าข้างกายของฝ่าบาทอวู่ซวงจะมีคนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าอยู่ด้วย
นิรันดร์กลับมาอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “ที่รัก ลำบากเจ้าแล้ว! พักสักหน่อยเถอะ!”
นิรันดร์เอายาลูกลอนออกมาจากมิติของเขา จากนั้นก็วางมันเอาไว้ในมือของมู่เฉียนซี
ขนตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อยราวกับผีเสื้อขยับปีกก็มิปาน เขากล่าวว่า “ต้องการให้ข้าป้อนเจ้าหรือไม่?”
สีหน้าของมู่อวู่ซวงมืดมนลงเล็กน้อย “แม้ว่าจำเป็นต้องป้อนยาให้ซีเอ๋อร์ แต่ท่านก็ไม่จำเป็นต้องทำ”
“เป็นเช่นนั้นไม่ได้หรอกขอรับ ข้าต้องอยู่เคียงข้างเจ้านายโดยเฉพาะ ต้องคอยดูแลเจ้านาย เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ จะให้มาใช้นายท่านสามได้อย่างไร” นิรันดร์กล่าวพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกอย่างบ้าคลั่ง นางกล่าวว่า “ข้ายังไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดนั้นเสียหน่อย!”
ในตอนแรกที่มู่อวู่ซวงรู้ว่านิรันดร์คือหม้อวิญญาณนิรันดร์ของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ เขาก็ปฏิบัติต่อนิรันดร์ด้วยความเกรงใจ เคารพและสุภาพเป็นอย่างมาก
ใครจะไปคิดเล่าว่าเจ้าหมอนี่จะไม่ควรค่าแก่ความเคารพเอาเสียเลย และการที่เขาหยอกล้อซีเอ๋อร์ของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ก็ได้ทำให้มู่อวู่ซวงยากที่จะอดทนต่อไปได้อีกแล้ว
แม้ว่าจะเป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ แต่ก็ยังถือว่าเป็นเพศชาย และเมื่ออยู่ในร่างของมนุษย์ผู้ชายคนหนึ่งเช่นนี้ ก็ยิ่งจำเป็นต้องออกไปให้ห่างจากซีเอ๋อร์ของเขาสักหน่อย
ตอนนี้คนที่ลงมือส่วนใหญ่ได้ถูกกำจัดไปหมดแล้ว ส่วนผู้รอดชีวิตก็ตัวสั่นเทาด้วยความหวดกลัว
นอกจากพวกเขาจะรู้ถึงความแข็งแกร่งของฝ่าบาทอวู่ซวงดีแล้ว พวกเขายังได้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวของชายชุดขาวลึกลับผู้นั้นอีกด้วย พวกเขารู้ว่าชีวิตน้อย ๆ ของตนเองนั้น อยู่ใน กำมือของฝ่าบาทอวู่ซวงแล้ว
พวกเขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า “ฝ่าบาทอวู่ซวง ได้โปรดไว้ชีวิตด้วย! พวกเราแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น ฝ่าบาทอวู่ซวงโปรดให้ทางรอดพวกเราด้วย พวกเรายอมเป็นวัวเป็นควายให้ ฝ่าบาทอวู่ซวงใช้งานขอรับ”
พวกเขาในตอนนี้ถูกทำให้หวาดกลัวจนถึงขีดสุด ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขายอมทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็ก รากฐานของท่านในแดนวิญญาณยังอ่อนแอ ทั้งยังไม่มีลูกน้องที่สามารถใช้ประโชยน์ได้อีกด้วย ฉะนั้นการจะเก็บพวกเขาเอาไว้ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้”
เมื่อได้ยินคำพูดของมู่เฉียนซี แววตาของพวกเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที รอดแล้ว!
พวกเขากล่าวว่า “ฝ่าบาทอวู่ซวง แม่นางท่านนี้กล่าวได้ถูกต้องแล้ว พวกเราจะกลายเป็นพลังให้ฝ่าบาทอวู่ซวงด้วยความเต็มใจขอรับ”
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “คนเหล่านี้เป็นพวกที่ไม่มีจุดยืน ถึงจะรับพวกเขาเอาไว้ก็อาจจะเป็นปัญหาได้ และไม่รู้ว่าพวกเขาจะมาแว้งกัดพวกเราเมื่อไรด้วย”
“ฝ่าบาทอวู่ซวง พวกเราไม่กล้าแล้ว! พวกเราจะกล้าได้อย่างไร ฝ่าบาทอวู่ซวงได้โปรดเชื่อใจพวกเราด้วยขอรับ” พวกเขากล่าวอย่างรีบร้อน
มู่เฉียนซีก็ไม่เชื่อคำพูดที่ว่าจะจงรักภักดีเช่นกัน ดังนั้นมู่เฉียนซีจึงกล่าวกับมู่อวู่ซวงว่า “อาเล็ก ท่านคงจะไม่ได้ลืมว่าข้าสามารถทำอะไรได้หรอกใช่หรือไม่”
มู่อวู่ซวงผงะไปเล็กน้อย มู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “อาเล็ก ข้าคือนักปรุงยา! ข้ามีความเชี่ยวชาญเรื่องยาพิษมากมาย ข้าเองก็ไม่เชื่อทั้งคำสัญญาหรือคำสาบานของคนที่ไม่มีจุดยืนเหล่านี้ เช่นกัน เพียงแต่ข้าเชื่อในพิษของตนเอง หากพวกเขาทรยศ พวกเขาจะต้องตายทั้งเป็นแน่นอน!”
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “เช่นนั้นอาเล็กเชื่อข้าหรือไม่”
มู่อวู่ซวงมองไปที่มู่เฉียนซีอย่างเอ็นดูพลางกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์คือคนที่ข้าเชื่อมากที่สุดในโลก หากข้าไม่เชื่อเจ้า แล้วข้าจะไปเชื่อผู้ใดได้อีก”
“ดี! เช่นนั้นให้เป็นหน้าที่ข้าเอง! พวกเขาต่างก็เป็นอัจฉริยะของเมืองหลักต่าง ๆ คนเช่นนี้สามารถเป็นเบี้ยได้ หากเราเข้าใจการดำเนินการและสถานการณ์ของเมืองหลักต่าง ๆ แล้ว เม มื่อถึงเวลานั้นตอนที่คนเหล่านั้นต้องการจะดำเนินการอะไร พวกเราก็จะสามารถรู้ได้ว่าพวกเขาจะทำอะไร” หลังจากนั้นมุมปากของมู่เฉียนซีก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้น
นางเดินไปทางคนเหล่านั้น พลางกล่าวว่า “ในเมื่อพวกเจ้าอยากจะมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นมันก็มีราคาที่ต้องจ่ายเช่นกัน!”
“ขอเพียงมีชีวิตรอด พวกเรายอมจ่ายทุกอย่างขอรับ! ฝ่าบาทอวู่ซวงได้โปรดให้โอกาสพวกเราด้วย” พวกเขารีบกล่าวอย่างร้อนรน
มีเข็มยาจำนวนนับไม่ถ้วนบินออกมาจากปลายนิ้วของมู่เฉียนซี และเข็มยาเหล่านั้นก็ปักและจมหายไปในเนื้อของพวกเขา
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “เงื่อนไขแรก พวกเจ้าจะต้องทนต่อการระเบิดของพิษนี้ให้ได้ ขอแค่พวกเจ้าสามารถยืนหยัดต่อไปได้ ถึงจะสามารถทำตามเงื่อนไขได้สำเร็จ”
ทันใดนั้นพิษก็ระเบิดออกมา หลังจากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนดังสนั่นไปทั่วทุกพื้นที่
พวกเขารู้สึกราวกับว่ากำลังถูกทอดอยู่ในกระทะที่เต็มไปด้วยน้ำมันเป็นเวลายาวนานหลายร้อยปีก็มิปาน ซึ่งความทุกข์ทรมานนี้ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้เลยทีเดียว
สมแล้วที่พวกเขาเป็นถึงอัจฉริยะผู้ที่มีสิทธิ์เข้ามาในเขตต้องห้ามของแดนวิญญาณได้ ทั้งความสามารถทางร่างกายและพลังใจของเขาถือได้ว่าไม่เลวเลย และมันก็ทำให้พวกเขาผ่านการระเบิด ดของพิษนี้ไปได้
พวกเขารู้สึกราวกับว่าถูกฉุดขึ้นมาจากกลางแม่น้ำก็มิปาน ทั่วทั้งร่างของพวกเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ซึ่งแต่ละคนก็มองไปที่มู่เฉียนซีราวกับว่าเห็นผีอย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียว
เดิมทีพวกเขาคิดว่าแม่นางน้อยผู้นี้มีพลังในการต่อสู้ที่วิปลาสแล้ว เพราะนางสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้ถึงหนึ่งระดับ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเบื้องหลังนางจะโรคจิตยิ่งกว่าเสียอีก
คิดไม่ถึงเลยว่าที่ตัวของนางจะมีพิษที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้อยู่ด้วย และมันก็แข็งแกร่งจนสามารถทำลายจิตใจของผู้ที่แข็งแกร่งได้ ซึ่งมู่เฉียนซีก็ได้สร้างความหวาดกลัวอย่างลึกซึ้ง ในจิตใจของพวกเขา
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่เลวเลย รอดมาได้หมดเลยสินะ! เรื่องที่ว่าพวกเราไม่เชื่อพวกเจ้า เป็นสิ่งที่พวกเจ้าก็รู้อยู่แล้ว ฉะนั้นพวกเจ้าจงกินยาพิษที่อยู่ข้างในขวดนี้คน นละเม็ด หากพวกเจ้ากล้าทรยศแล้วละก็ พวกเจ้าจะต้องเจ็บปวดมากกว่าก่อนหน้านี้ถึงสิบเท่า มันจะทำให้พวกเจ้ารู้สึกได้อย่างดีเลยล่ะ”
สิบเท่าอย่างนั้นหรือ! นัยน์ตาของพวกเขาหดลงอย่างกะทันหัน และร่างกายของพวกเขาก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที
เพียงแค่เท่าเดียวพวกเขาก็เกือบตายทั้งเป็นแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่านางจะบอกว่าสิบเท่า ช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกิน
“คิดว่าตนเองจะไม่สามารถทนได้ใช่หรือไม่ ฉะนั้นทางที่ดีที่สุดก็อย่าคิดจะทรยศอาเล็กของข้าจะดีกว่า!” และมุมปากของมู่เฉียนซีก็ยกขึ้นเล็กน้อย
พวกเขากล่าวอย่างรีบร้อย “พวกเราจะภักดีต่อฝ่าบาทอวู่ซวงไปจนตาย ยอมบุกน้ำลุยไฟเพื่อฝ่าบาทอวู่ซวง พวกเราไม่มีวันถอยอย่างแน่นอน!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พวกเจ้าจะต้องคิดให้ดี ว่ากลับไปแล้วจะต้องรายงานกับเจ้านายของตนเองอย่างไร ส่วนเรื่องของข้าและนิรันดร์ ให้ถือเสียว่าพวกเจ้าไม่เคยเห็นพวกเรามาก่อน”
การปรากฏตัวขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้ของพวกเขาในเขตต้องห้ามของแดนวิญญาณแห่งนี้จะต้องทำให้คนสงสัยแน่นอน เพียงแต่ว่าคนที่รู้ถึงการมีอยู่ของพวกเขาในตอนนี้ หากไม่ตาย ก็ได้ถูก ทำให้กลายมาเป็นลูกน้องไปหมดแล้ว ฉะนั้นจึงไม่มีผู้ใดบอกความลับนี้ได้อีก
การทำให้พวกเขาไม่เคยปรากฏตัวในเขตต้องห้ามของแดนวิญญาณเป็นเรื่องที่ดีกว่า ส่วนที่อาเล็กสามารถหลบหนีได้นั้น นั่นก็ต้องเป็นเพราะว่าอาเล็กเก่งกาจมากอยู่แล้ว!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็ก จัดการเรียบร้อยแล้ว! พวกเราออกไปจากเขตต้องห้ามของแดนวิญญาณกันเถอะ! ข้าอยากจะเห็นเมืองอวู่ซวงของอาเล็กจะแย่แล้ว!”
มู่อวู่ซวงกล่าวตอบว่า “ได้สิ!”