ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2619 ระดับราชาวิญญาณผู้วิปลาส
เขาหน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธจนปล่อยหมัดของตนเองออกไป เพราะต้องการที่จะทำลายให้มู่เฉียนซีแตกละเอียดออกเป็นชิ้น ๆ!
เขาคิดว่ามันเป็นเพียงแค่อาวุธลับขนาดเล็กเท่านั้น ส่วนพิษของมัน ด้วยความแข็งแกร่งของเขา พิษแค่เพียงเล็กน้อยไม่สามารถทำอะไรเขาได้อยู่แล้ว
แต่ทว่าเขาดูถูกพิษของหมอปีศาจเข้าเสียแล้ว และการโจมตีนั้นยังไม่ทันมาถึงร่างของมู่เฉียนซี ทั้งยังไม่ทันได้สังหารมู่เฉียนซีเลยด้วยซ้ำ แต่ทันใดนั้นเขากลับรู้สึกว่าร่างของตนเองกำลังโอนเอนไปมาจนล้มลงไปในที่สุด
ตึงงง!
เมื่อสิ่งที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ล้มลงไปบนพื้น ฝุ่นก็ฟุ้งกระจายขึ้นมาทันที
มีคนล้มไปคนหนึ่งแล้ว นอกจากนี้ยังถูกสาวน้อยที่มีระดับแค่ราชาวิญญาณเอาชนะได้อีกด้วย
พวกเขารู้สึกว่าไม่สามารถปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปได้ จึงรีบกล่าวว่า “จัดการแม่สาวน้อยคนนั้นก่อน นางสามารถใช้พิษได้ ถือว่าเป็นภัยคุกคามหนึ่งเลยทีเดียว”
พิษที่อยู่ในมือของนางสามารถวางยาพิษพวกเขาได้ แน่นอนว่าพวกเขาต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก
เจ้าพวกคนไร้ประโยชน์เหล่านั้นไม่เพียงจับนางสาวน้อยนี้ไม่ได้เท่านั้น แต่ยังปล่อยให้นางหนีออกมาได้อีก
เพื่อจับมู่เฉียนซีให้ได้ พวกเขาจึงได้ส่งคนคนหนึ่งออกไปจัดการกับมู่เฉียนซีโดยตรง
คนผู้นี้ไม่ได้อยู่ในระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณ แต่เป็นเพราะเคล็ดวิชาลับจึงทำให้เขาเลื่อนขั้นมาจนถึงระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณระดับสามได้
“ได้ยินมาว่าแม้แต่จักรพรรดิวิญญาณระดับเก้าขั้นสูงสุดเจ้าก็ยังสามารถเอาชนะได้ เช่นนั้นก็ทำให้ข้าดูหน่อยเถอะว่าเจ้ามีความสามารถมากเพียงใด จะสามารถเอาชนะข้าได้หรือไม่” คนที่จะมาจัดการมู่เฉียนซีคนนั้นเหลือบมองไปที่มู่เฉียนซี
การโจมตีของเขาที่โจมตีใส่มู่เฉียนซีนั้นบ้าคลั่งราวกับลมพายุก็มิปาน พลังที่เลื่อนขั้นมาถึงมหาจักรพรรดิวิญญาณนั้นแข็งแกร่งขึ้นมากจริง ๆ
มู่เฉียนซีเองก็โบกมือเช่นกัน และทันใดนั้นเข็มยาจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะยานออกไปทางเขาราวกับพายุดอกสาลี่ก็มิปาน
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง
และเข็มยาทั้งหมดของมู่เฉียนซีก็ถูกสกัดกั้นเอาไว้ได้
“ข้ารู้ว่าสาวน้อยอย่างเจ้ามีพิษ ฉะนั้นข้าไม่มีทางยอมให้ของเล่นเหล่านั้นมาโดนตัวข้าได้อย่างแน่นอน!” เขากล่าว
ร่างของมู่เฉียนซีไปปรากฏอยู่ข้างหลังของเขาอย่างรวดเร็วราวกับภูตผีวิญญาณก็มิปาน หลังจากนั้นนางก็ยกแขนขึ้น แล้วกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ทักษะโลหิตเจ็ดชั้น!”
ตูมมม!
มีเสียงดังสนั่นออกมา คิดไม่ถึงเลยว่าพลังคุกคามของทักษะโลหิตเจ็ดชั้นจะสามารถทำให้อีกฝ่ายถอยไปได้หลายสิบก้าวเช่นนี้
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ความสามารถระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณที่ใช้เคล็ดวิชาลับเพื่อบีบให้ยกระดับขึ้นมามีความแตกต่างกัน เจ้าไม่ใช่ระดับมหาจักรพรรดิที่แท้จริง ฉะนั้นเจ้าก็เหมือนกับระดับจักรพรรดิคนอื่น ๆ ที่ต้องพ่ายแพ้ให้แก่ข้า!”
“ช่างไร้ยาอายเสียจริง! เจ้าจะอวดดีเกินไปแล้ว!”
ปัง ปัง ปัง!
อีกฝ่ายระเบิดพลังที่แข็งแกร่งออกมา ส่วนมู่เฉียนซีก็ไม่ได้เผชิญหน้ากับเขาโดยตรง แต่เลือกที่จะใช้การหลบหลีกมากกว่า
ความแข็งแกร่งของเขาในระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณถือว่าไม่สูงมากนัก ฉะนั้นเขาจะไล่ตามมู่เฉียนซีตอนที่ใช้การเคลื่อนย้ายภายในชั่วพริบตาทันได้อย่างไร
“บัดซบเอ้ย! นางผู้หญิงคนนี้นี่ เจ้าอย่าหลบสิ!”
การโจมตีของเขาถูกหญิงสาวผู้นี้หลบหลีกได้ครั้งแล้วครั้งเล่า และมันก็ทำร้ายนางไม่ได้แม้แต่ปลายเส้นผมอีกด้วย
เขาเต้นเร่าด้วยความเกรียวกราด และเส้นเลือดบนมือของเขาก็ปูดโปนขึ้นมาเช่นกัน
พลังแห่งภูตผีสีดำสนิทที่แผ่กระจายออกมาจากร่างกายของเขายิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ทันใดนั้นพลังแห่งภูตผีก็ได้ควบแน่นกันจนกลายเป็นกำปั้นที่มีขนาดใหญ่ยักษ์อยู่เหนือศรีษะของเขา
กำปั้นนี้ทำให้ผู้คนต่างสัมผัสได้ถึงอันตราย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขากำลังจะใช้กระบวนท่าที่ยิ่งใหญ่นี้!
ตูมมมม!
กำปั้นขนาดใหญ่นี้จู่โจมเข้ามา นอกจากจะมีความเร็วที่รวดเร็วแล้วยังมีความสามารถในการติดตามอีกด้วย
ซึ่งไม่ว่ามู่เฉียนซีจะหลบหลีกไปทางใด มันก็สามารถติดตามนางไปได้อย่างไม่ลดละ
เมื่อเห็นว่ากำปั้นขนาดใหญ่ยักษ์กำลังจะพุ่งเข้ามาที่หน้าของมู่เฉียนซี นางก็ได้ก้าวถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็ไม่สามารถหลบหลีกกำปั้นนี้ได้ และต้องปล่อยให้มันโจมตีเข้ามาโดยตรง!
ตูมมม!
มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมา ซึ่งทุกคนก็ได้แต่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ
หากโดนหมัดเช่นนี้โจมตี เกรงว่าร่างกายที่อ่อนแอของแม่สาวน้อยระดับราชาวิญญาณอาจจะต้องแหลกสลายจนตายตกไปเลยก็เป็นได้
ฝุ่นผงยังไม่ทันจางหายไป ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้เห็นว่าคนที่เดิมทีแล้วควรจะร่างแหลกสลายกลายเป็นผุยผงได้ไปปรากฏตัวอยู่ข้างหลังคู่ต่อสู้อย่างกะทันหัน และในเวลานี้มู่เฉียนซีได้ใช้เข็มยาเล่มหนึ่งแทงลงระหว่างต้นคอของเขา
เขามีความมั่นใจในกำปั้นของตนเองมากเกินไป ดังนั้นหลังจากที่เขาโจมตีนางแล้ว เขาก็คิดว่าสามารถกำจัดภัยคุกคามได้แล้ว ฉะนั้นจึงได้ผ่อนคลายความระวังตัวลง
ในเวลานี้ มู่เฉียนซีได้ใช้ประโยชน์จากฝุ่นผงที่กระจัดกระจายออกมาโดยรอบ และไปปรากฏตัวอยู่ข้างหลังของเขาอย่างเงียบเชียบด้วยการใช้การเคลื่อนย้ายในชั่วพริบตาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลอบโจมตีเขา
ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น แต่ทว่าในตอนที่เขากำลังจะตอบสนองกลับมา เขาก็โดนโจมตี! เขาโดนยาพิษแล้ว! ซึ่งในตอนที่มู่เฉียนซีลงมือ เขาก็ไม่สามารถตอบโต้ได้เลยแม้แต่น้อย
ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตกใจ พลางกล่าวอย่างเหลือเชื่อว่า “เป็นไปไม่ได้! เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าข้าโจมตีนางได้แล้ว เหตุใดนางถึง…”
คนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกไม่อยากเชื่อเช่นกัน “ใช่แล้ว! นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ อยากไรเสียนางก็โดนโจมตีแล้ว ถึงแม้มันจะไม่ถึงชีวิต แต่ก็ไม่น่าปลอดภัยไร้ร่องรอยจนสามารถลอบโจมตีคนอื่นได้เช่นกัน!”
“พวกเราเองก็ไม่เห็นว่านางจะใช้อาวุธวิญญาณป้องกันเลยด้วย!”
“เจ้าจำการต่อสู้ในตอนแรกนั้นได้หรือไม่ ตอนนั้นนางเองก็สามารถสกัดกั้นเอาไว้ได้อย่างไม่สามารถอธิบายได้เช่นกัน เดิมทีคิดว่าอย่างมากที่สุดนางน่าจะสามารถสกัดกั้นได้เพียงการโจมตีอันทรงพลังของระดับจักรพรรดิวิญญาณเท่านั้น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าแม้แต่การโจมตีของมหาจักรพรรดิวิญญาณระดับสามนางก็สามารถสกัดกั้นเอาไว้ได้เช่นกัน!”
รูปลักษณ์ภายนอกของมู่เฉียนซีนั้นจะดูหลอกลวงมากเกินไปแล้ว หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บ ก็ดูเหมือนว่าจะอ่อนแอมากขึ้นเรื่อย ๆ
พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า หญิงสาวที่ดูอ่อนแอถึงเพียงนี้ ความจริงแล้วได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาขัดเกลาร่างกายที่แข็งแกร่งมากมาด้วย
ตึงง!
คนผู้นั้นล้มฟุบลงตรงหน้าของมู่เฉียนซี นางกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “จัดการได้อีกคนหนึ่งแล้ว!”
ด้วยเหตุนี้ มู่เฉียนซีจึงให้การสนับสนุนอาเล็กของตนเองต่อไป นางร่วมต่อสู้ไปด้วยกันกับอาเล็ก และจัดการคนที่ใช้พลังของเคล็ดวิชาลึกลับเพื่อยกระดับความสามารถของตนเองอย่างไร้ยางอาย เพื่อมาจัดการอาเล็กของนางอีกด้วย
พวกเขาจะต้องวางแผนเอาไว้นานมาก ตั้งแต่ก่อนเข้ามาในเขตต้องห้ามของแดนวิญญาณแน่นอน และหลังจากที่จักรพรรดิวิญญาณระดับเก้าขั้นสูงสุดผู้นั้นไม่สามารถจัดการอาเล็กได้ ก็ถึงเวลาที่คนเหล่านี้ต้องได้รับโทษจากเคล็ดวิชาลึกลับนี้แทน
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
มีเสียงแหวกอากาศดังออกมานับไม่ถ้วน ซึ่งคนเหล่านี้ก็หวาดกลัวพิษของมู่เฉียนซีเป็นอย่างมาก
เมื่อไรก็ตามที่พวกเขาเผยช่องโหว่ออกมา นางก็จะฉวยโอกาสนี้ในการโจมตีทันที!
พวกเขาเองก็ส่งคนอื่นไปจัดการกับมู่เฉียนซีเช่นกัน แต่ด้วยความรวดเร็วและการป้องกันของมู่เฉียนซีทำให้พวกเขาไม่สามารถจัดการนางได้ และทำได้เพียงตกหลุมพลางของนางคนแล้วคนเล่าเท่านั้น
พวกเขารู้ดีว่า หากต้องการจัดการกับมู่เฉียนซี จำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งมากกว่าระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณถึงจะทำได้ แต่ทว่าเคล็ดวิชาลับนี้ทำให้พวกเขาเลื่อนขั้นได้ถึงระดับสามเท่านั้น ซึ่งหากต้องการให้สูงไปกว่านี้ก็เป็นไปไม่ได้แล้ว!
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เจอกับคนระดับราชาวิญญาณที่วิปลาสถึงเพียงนี้
ตึง ตึง ตึง!
การร่วมมือระหว่างมู่เฉียนซีและอาเล็ก ได้สังหารพวกเขาจนไม่เหลือซากแล้ว
สุดท้ายแล้วคนที่ใช้เคล็ดวิชาลึกลับเพื่อยกระดับความสามารถเป็นจักรพรรดิวิญญาณระดับสามจากสิบกว่าคน ก็เหลือผู้บังคับบัญชาเพียงคนเดียวเท่านั้น
ในบรรดาพวกเขา นี่คือคนที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว อีกทั้งยังเป็นกระดูกที่แทะได้อยากที่สุดอีกด้วย
เขากล่าวด้วยเสียงมืดมนว่า “ฝ่าบาทอวู่ซวง เป็นเพราะฝ่าบาททั้งหลายดูถูกท่านเกินไป คิดว่าทุกการเคลื่อนไหวของท่านอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขา นอกจากนี้ยังคิดไม่ถึงว่าจะสามารถหาผู้ช่วยเช่นนี้มาได้อย่างไม่ทันรู้ตัวอีกด้วย”
แต่เขาไม่รู้เลยว่า การมาถึงของมู่เฉียนซีนั้นเดิมทีแล้วไม่ได้เป็นแผนการของมู่อวู่ซวง แต่เป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น
ดวงตาสีแดงก่ำคู่นั้นจ้องมองไปที่มู่อวู่ซวง “พวกเราไม่มีทางทรยศต่อความเชื่อใจของฝ่าบาทแน่นอน แม้ว่าจะต้องตาย ท่านก็ต้องถูกฝังไปพร้อมกันกับข้า มิเช่นนั้นท่านจะกลายเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของฝ่าบาทแน่นอน”
ทันใดนั้น พลังแห่งภูตผีที่อยู่ในร่างกายของเขาก็เดือดพล่านขึ้นมาทันที ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขาต้องใช้วิธีที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นกว่านี้แม้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
แต่ทว่ามู่เฉียนซีในเวลานี้ไม่สามารถควบคุมพลังแห่งกาลเวลาได้อีกแล้ว และกาลเวลาก็ได้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ซึ่งความสามารถของมู่เฉียนซีในตอนนี้กลายเป็นศูนย์ไปแล้ว!
.