ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2630 คิดถึงนางเหลือเกิน
“แม่สาวน้อย เจ้าพูดอะไรน่ะ” ปรมาจารย์หลินมองไปที่มู่เฉียนซีด้วยแววตาที่เกรี้ยวกราด
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “คงเป็นเพราะปรมาจารย์หลินอายุมากแล้วจึงหูไม่ดีสินะ เช่นนั้นข้าจะพูดอีกรอบก็แล้วกัน! ข้ารู้สึกว่าการให้อาจารย์ของข้ามาแข่งกลั่นยากับท่าน มันเป็นการรังแ แกท่านมากเกินไป ท่านลืมมันไปเสียเถอะ ท่านดูศิษย์ของท่านเป็นเพราะสู้คนอื่นไม่ได้ เมื่อถูกโจมตีจนพ่ายแพ้เลยต้องสูญเสียความมั่นใจไปอย่างสิ้นเชิง หากคนอายุมากเช่นท่านถูกโจมต ตีเช่นกัน คาดว่าการตอบสนองจะต้องรุนแรงยิ่งกว่านี้เป็นแน่”
ปรมาจารย์หลินในตอนนี้โกรธจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว เป็นครั้งแรกที่เขาเจอเด็กน้อยที่หยิ่งผยองเช่นนี้!
แต่เขากลับไม่รู้เลยว่า สิ่งที่มู่เฉียนซีได้กล่าวไปนั้นเป็นความจริงทุกประการ!
การแข่งกลั่นยากับนักปรุงยาที่เก่งที่สุด ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นไปไม่ได้เลยจริง ๆ!
และที่มู่เฉียนซีเตือนทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความปรารถนาดีทั้งสิ้น แต่ชายชราผู้นี้ดันคิดว่านางดูถูกเขาเสียอย่างนั้น
“เจ้า…อย่างไรก็ต้องแข่ง ข้าว่าเจ้าไม่กล้าให้อาจารย์ของเจ้าออกมาแข่งอย่างนั้นสินะ!” ปรมาจารย์หลินยังคงมีความมั่นใจในความสามารถของตนเองเป็นอย่างมาก
และในตอนนี้ นิรันดร์ก็เดินออกมา
เขากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ศิษย์รักของข้า ในเมื่อคนเขาอยากจะแข่ง เจ้าก็ปล่อยให้เขาแข่งกับข้าเถอะ! ตอนนี้ข้ากำลังว่างอยู่พอดี ฉะนั้นจะเล่นเป็นเพื่อนเขาสักหน่อยก็แล้วกัน!”
แน่นอนว่าลักษณะของลูกศิษย์ ขึ้นอยู่กับว่าอาจารย์เป็นเช่นไร ช่างเป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้นเลยจริง ๆ
ปรมาจารย์หลินมองไปที่ชายผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ด้วยความไม่พอใจ เขาไม่เหมือนนักปรุงยาเลยด้วยซ้ำ แต่เหมือนคนเสเพลที่เที่ยวเล่นอยู่ในทุ่งบุปผ ผางามมากกว่า
เขากล่าวว่า “เจ้าคืออาจารย์ของแม่สาวน้อยผู้นี้เช่นนั้นหรือ”
“ถูกต้องแล้ว!” นิรันดร์กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เจ้ากล้าแข่งกับข้าหรือไม่?” ปรมาจารย์หลินกล่าวถาม
“กล้าสิ! แต่หากข้าเอาชนะเจ้าได้ จะไปมีประโยชน์อะไรกันล่ะ” นิรันดร์กล่าว
“หากเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ ข้าจะทำงานในหอหมอปีศาจให้ศิษย์ของเจ้าโดยไม่คิดเงิน แต่หากว่าข้าชนะ ทั้งเจ้าและลูกศิษย์ของเจ้าจะต้องขอโทษข้ากับหลิงเอ๋อร์” ปรมาจารย์หลินกล่าว
นิรันดร์กล่าวถามว่า “ศิษย์รัก หากให้ตาเฒ่าผู้นี้มาทำงานที่หอหมอปีศาจน่าจะพอได้ใช่หรือไม่!”
มู่เฉียนซีพยักหน้าเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “อื้ม! ก็พอได้อยู่ มีคนงานที่ไม่ต้องเสียเงินส่งมาถึงที่เช่นนี้ ไม่เอาก็น่าเสียดายแย่น่ะสิ!”
ทุกคนต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นี่ยังไม่ทันได้แข่งเลยนะ! ทั้งสองคนนี้มั่นใจมากว่าจะสามารถเอาชนะ จนทำให้ปรมาจารย์หลินมาเป็นคนงานได้อย่างนั้นหรือ!
ปรมาจารย์หลินแทบจะระเบิดออกมาด้วยความโกรธ เขาจะต้องทำให้ทั้งสองคนนี้ได้รู้ว่าเขาเก่งกาจมากเพียงใด แม้ว่าจะเป็นหลานสาวของฝ่าบาทอวู่ซวงก็ไม่สามารถดูถูกคนอื่นเช่นนี้ได้
ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าเจ้าของหอหมอปีศาจและอาจารย์ของนางเป็นคนที่หยิ่งผยองเป็นอย่างยิ่ง หากเขาพ่ายแพ้ให้กับปรมาจารย์หลินในการแข่งขั้นครั้งนี้ คงได้เสียหน้าจนไม่รู้จะเอาห หน้าไปไว้ที่ไหนแน่นอน
นิรันดร์กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกเราเข้าไปแข่งกันในห้องส่วนตัวของหอหมอปีศาจเถอะ! มิเช่นนั้นมันคงจะน่าอนาถเกินไปหากเจ้าต้องพ่ายแพ้ต่อหน้าคนมากมาย และคงไม่รู้ว่าจะเอาหน้าแก่ ๆ นั้นของเจ้าไปวางไว้ที่ไหนเป็นแน่!”
“ข้าว่าเจ้ากลัวว่าตนเองจะขายหน้ามากกว่ากระมัง!”
ด้วยเหตุนี้ปรมาจารย์หลินและนิรันดร์จึงไปกลั่นยา แม้ว่าความสามารถของนิรันดร์ในตอนนี้จะไม่เท่าจุดสูงสุด แต่มู่เฉียนซีก็รู้ว่าในโลกนี้ไม่มีผู้ใดสามารถเทียบทักษะการปรุงยาของนิร รันดร์ในตอนนี้ได้อยู่ดี
มีผู้คนมากมายเฝ้ารอด้วยความสงสัย เพราะการแข่งขันระหว่างมู่เฉียนซีกับเซวียหลิงก่อนหน้านี้เป็นมู่เฉียนซีที่เป็นฝ่ายชนะ
ตอนนี้เป็นการประลองกันระหว่างอาจารย์ของทั้งสองคน ฉะนั้นจึงไม่รู้เลยว่าใครจะแพ้หรือใครจะชนะ
ผลปรากฏว่าพวกเขาไม่ได้รอนานเท่าไรนัก!
นิรันดร์ก็ได้ก้าวเดินออกมา และปรมาจารย์หลินก็รีบไล่ตามออกมาอย่างรีบร้อนพลางกล่าวว่า “นายท่าน โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิดขอรับ! นายท่าน...”
“นายท่าน ก่อนหน้านี้ข้าล่วงเกินท่านไปมากแล้ว ท่านอย่าได้ถือสาเลยขอรับ!”
“ต้องโทษข้า โทษที่ข้าเป็นเพียงกบในกะลาครอบเท่านั้น!”
สิ่งนี้ทำให้แต่ละคนตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง นั่นคือปรมาจารย์หลินอย่างนั้นหรือ พวกเขาไม่ได้มองคนผิดไปสินะ! คิดไม่ถึงเลยว่าปรมาจารย์หลินจะไล่ตามหลังคนอื่นเพื่อขอเป็นศิ ษย์เช่นนี้
“อาจารย์ ท่าน...” เซวียหลิงเองก็ประหลาดใจเช่นกัน
ตามหลักแล้วไม่ใช่ว่าอาจารย์ของนางเอาชนะอาจารย์ของมู่เฉียนซีได้ หลังจากนั้นก็ให้มู่เฉียนซีมาขอโทษนางอย่างนั้นหรือ เหตุใดถึงเปลี่ยนกลายเป็นท่านอาจารย์ของนางไล่ตามอาจารย์ของมู เฉียนซีเพื่อขอเป็นศิษย์เช่นนี้กัน
ช่องว่างนั้นมันต่างกันมากแค่ไหนกันแน่ ถึงสามารถทำให้อาจารย์ของตนเองลดท่าทีลงจนต่ำถึงขนาดนี้ ซึ่งเซวียหลิงนั้นยากที่จะจินตนาการได้จริง ๆ คิดไม่ถึงเลยว่าอาจารย์ของมู่เฉี ยนซีจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
การแข่งขันระหว่างนิรันดร์และปรมาจารย์หลิน หากจะเรียกว่าแข่งขันไม่สู้เรียกว่าการปราบปรามซึ่งหน้าของนิรันดร์ดีกว่า
นิรันดร์กลั่นยาออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ฉะนั้นจึงทำให้ปรมาจารย์หลินยอมจำนน และคุกเข่าลง!
นั่นคือการมีอยู่ของนักปรุงยาที่ทุกคนต่างต้องชื่นชม เขายากที่จะเชื่อว่าชีวิตนี้ของข้าจะสามารถเจอนักปรุงยาที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้ และคิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นคนที่เขาท้าทาย ยด้วย
นิรันดร์กล่าวว่า “ข้าสามารถรับศิษย์ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น และจะมีเพียงคนเดียวตลอดไป! ฉะนั้นเจ้ายอมแพ้เสียเถอะ!”
ปรมาจารย์หลินเองก็ไม่ได้เซ้าซี้อีกต่อไป เขากล่าวว่า “ข้าแพ้แล้ว ข้าสู้นายท่านไม่ได้! ข้าจะทำตามที่ได้เดิมพันเอาไว้ ข้าจะมาเป็นนักปรุงยาของหอหมอปีศาจขอรับ”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ปรมาจารย์หลิน ยินดีต้อนรับท่านเข้ามาในหอหมอปีศาจ ขอเพียงท่านทำงานได้เป็นอย่างดี ข้าไม่มีทางปฏิบัติต่อท่านอย่างเลวร้ายแน่นอน”
ปรมาจารย์หลินถอนหายใจพลางกล่าวว่า “เฮ้อ! นายท่านยอดเยี่ยมถึงขนาดนี้ เหตุใดเจ้าถึงไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้กันนะ มิเช่นนั้นเจ้าคงจะเรียนรู้ทักษะการกลั่นยาลูกกลอนจากนายท่านได้แ แล้ว และจะได้มีนักปรุงยาระดับตำนานเพิ่มขึ้นมาในโลกนี้อีกคนหนึ่ง”
นิรันดร์กล่าวอย่างภูมิใจว่า “ศิษย์รักของข้า ตอนนี้ก็อยู่ที่นี่แล้ว เจ้าอย่ามัวมาเสียดายอยู่ที่นี่อยู่เลย เจ้าลองไปดูยาน้ำที่ศิษย์รักของข้ากลั่นก่อนเถิด”
หลังจากที่ปรมาจารย์หลินได้ดูยาน้ำของมู่เฉียนซี เขาก็ตกใจเป็นอย่างยิ่ง นะ…นี่นางสามารถทำได้อย่างไรกัน
มิแปลกใจเลยที่นายท่านบอกว่ารับศิษย์เพียงคนเดียวเท่านั้น มีศิษย์ที่มีคุณสมบัติที่แข็งแกร่งถึงขนาดนี้ทั้งคน ยังต้องรับศิษย์คนอื่นไปอีกทำไมกัน
หลังจากการแข่งขันทั้งสองครั้ง หอหมอปีศาจก็มีชื่อเสียงในเขตแดนอวู่ซวงอย่างสมบูรณ์ พรสวรรค์ของมู่เฉียนซีนั้นน่าทึ่งมาก นอกจากนี้ความสามารถของอาจารย์ที่อยู่เบื้องหลังก็ลึกเกิน จะหยั่งถึงได้อีกด้วย
เรื่องที่แดนวิญญาณเปิดหอหมอปีศาจแห่งหนึ่ง เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร
หลังจากที่จื่อโยวและฝูเซิงไปหาข่าวมาแล้ว พวกเขาก็สามารถยืนยันได้เรื่องหนึ่ง
เจ้านาย/คนงามตอนนี้อยู่ที่เมืองอวู่ซวงในแดนวิญญาณ!
จื่อโยวกล่าวว่า “รีบเอาข่าวนี้ไปบอกเยี่ยดีกว่า เยี่ยจะได้เลิกทรมานข้าทุกวันเสียที!”
“เยี่ย ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า ข้าหาคนงามเจอแล้ว” จื่อโยวกล่าวอย่างตื่นเต้น
แกร่ก!
จิ่วเยี่ยบดขยี้ขาโต๊ะโดยตรง เขากล่าวถามว่า “ซีอยู่ที่ไหน”
จื่อโยวกล่าวว่า “ตอนนี้คนงามอยู่ที่เมืองอวู่ซวงในแดนวิญญาณ ตอนนี้นางได้เปิดหอหมอปีศาจแล้ว และน่าจะกำลังวางแผนพัฒนาในแดนวิญญาณ! เจ้าเมืองของเมืองอวู่ซวงในแดนวิญญาณม มีชื่อว่าโยวเยี่ยอวู่ซวง นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับคนงามอีกด้วย!”
จื่อโยวคิดว่าจิ่วเยี่ยของเขาจะต้องเดือดดาลด้วยความอิจฉา แต่เขากลับสงบนิ่งเป็นอย่างยิ่ง จิ่วเยี่ยผงะไปเล็กน้อย “โยวเยี่ยอวู่ซวง แดนวิญญาณ…”
“ตอนนี้ซีกำลังอยู่ด้วยกันกับญาติของนางสินะ! เช่นนั้นก็ดี…”
เขาทำร้ายซี และยังไม่สามารถอยู่เคียงข้างนางได้ หากมีญาติคนสำคัญคอยสนับสนุนนางสักคน ซีก็น่าจะมีความสุขขึ้นมาได้บ้าง
ถึงจะยืนยันตำแหน่งของมู่เฉียนซีได้แล้ว แต่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้ตรงเข้าไปหาในทันที เขานึกถึงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของซีในตอนนั้น ตอนที่นางถูกทัณฑ์สวรรค์ทำลายจนอ่อนแอถึง งขนาดนี้ ฉะนั้นเขาจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้การควบคุมตนเองให้ได้
แม้ว่าการควบคุมตอนเองนั้นมันจะทรมานมากก็ตาม!
จิ่วเยี่ยกล่าวถามว่า “นักหลอมอาวุธผู้นั้นอยู่ที่ไหน จำเป็นต้องตามหาเขาให้เร็วที่สุด”
ตอนนี้ไม่ไป ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ไปตลอดไป รอให้มีหนทางทำให้สวรรค์สับสนได้เมื่อไร เขาจะต้องรีบไปหาซีให้เร็วที่สุดอย่างแน่นอน
แค่สามารถมองนางได้ก็ยังดี ตอนนี้เขาคิดถึงนางมากจริง ๆ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าเวลาครึ่งปีมันยาวนานถึงเพียงนี้ ราวกับว่าผ่านไปแล้วหลายแสนปีก็มิปาน