ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2631 ในที่สุดก็ได้พบกัน
จื่อโยวกล่าวว่า “ข้าใกล้จะหาที่อยู่ของนักหลอมอาวุธผู้นั้นได้แล้ว เยี่ย เจ้าให้เวลาข้าอีกสักหน่อยนะ ให้เวลาข้าอีกหน่อย!”
“เร็วเข้าเถอะ!” จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชา
การพัฒนาของหอหมอปีศาจในเมืองอวู่ซวงเป็นไปได้อย่างราบรื่นมาก บวกกับมีปรมาจารย์หลินที่เป็นนักปรุงยาผู้นั้นมานั่งดูแลให้ จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
ด้วยเหตุนี้หอหมอปีศาจจึงเปิดกิจการไปตามเมืองหลักต่าง ๆ ในเขตแดนอวู่ซวง และในเมื่อมีผู้ครองเขตแดนอย่างมู่อวู่ซวงเป็นผู้สนับสนุน แน่นอนว่าย่อมไม่มีผู้ใดกล้ามาหาเรื่องอยู่แล้ว
ในแดนวิญญาณเองก็มีผู้แข็งแกร่งไม่น้อยที่มายังหอหมอปีศาจเพื่อขอพบหมอปีศาจ
สำหรับนักปรุงยาคนอื่นแล้วอาการบาดเจ็บเหล่านี้ของพวกเขายากที่จะรักษาได้ แต่สำหรับมู่เฉียนซีและนิรันดร์แล้ว กลับเป็นเรื่องที่ง่ายดายเป็นอย่างมาก
เขตแดนอวู่ซวงในขณะนี้ได้ดึงดูดผู้แข็งแกร่งเข้ามามากมายเพราะหอหมอปีศาจ คนผู้นั้นเพิ่งกลับมาได้เพียงแค่สามปี มู่อวู่ซวงอาศัยเพียงแค่ความโปรดปรานที่ได้รับจากองค์จักรพรรดิราชัน นย์วิญญาณและสายเลือดที่แข็งแกร่ง โดยไม่ได้รับความชื่นชอบจากเจ้าครองเขตแดนคนอื่น ทำให้ตอนนี้มีองค์ชายหลายคนที่ถึงกับต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย
“หอหมอปีศาจ!” พวกเขาพ่นชื่อนี้ออกมา
“ฝ่าบาท ข้าน้อยได้ไปสืบมาแล้วขอรับ พลังของหอหมอปีศาจในแต่ละดินแดนนั้นไม่อ่อนแอเลย! ซึ่งตอนนั้นมันได้ผูกขาดตลาดยาลูกกลอนส่วนใหญ่ในดินแดนระดับต่ำไปแล้ว ส่วนอิทธิพลของหอหมอ ปีศาจในดินแดนระดับกลาง อย่างแดนซวนเทียนไปจนถึงแดนนรกก็มิอาจมองข้ามได้เช่นกัน และตอนนี้หอหมอปีศาจก็มาเปิดกิจการในแดนวิญญาณของพวกเราแล้ว นอกจากนี้ยังร่วมมือกับฝ่าบาทอวู่ซว วงอีกด้วย ซึ่งถือได้ว่ามีความทะเยอทะยานไม่น้อยเลยทีเดียว! หากปล่อยให้หอหมอปีศาจสร้างอิทธิพลในแดนวิญญาณได้แล้วละก็ แม้ว่าฝ่าบาทอวู่ซวงจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนอื่น แต่หากไ ได้รับการสนับสนุนจากหอหมอปีศาจก็จะกลายเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากขอรับ!”
“หอหมอปีศาจอยู่ในเขตแดนอวู่ซวง สถานที่แห่งนั้นคืออาณาเขตของมู่อวู่ซวง พวกเขาไม่สามารถไปขัดขวางได้! แต่พวกเราไม่สามารถปล่อยให้หอหมอปีศาจขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของแดนวิญญาณ ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นหอหมอปีศาจก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว”
“ใช่แล้ว!”
มู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงเองก็รู้ดีว่าคนอื่น ๆ จะต้องไม่ปล่อยให้หอหมอปีศาจขยายออกไปได้อย่างราบรื่นแน่นอน ดังนั้นนางจึงวางรากฐานหอหมอปีศาจในเมืองอวู่ซวงให้มั่นคง เพื่อดึงดูด คนมีความสามารถให้เข้ามามากขึ้นเสียก่อน
มู่เฉียนซีเริ่มรู้สึกคิดถึงคนในเมืองหนามโลหิตของตนเองเล็กน้อย และนางกำลังคิดว่าจะไปที่เมืองหนามโลหิตเพื่อย้ายคนมาที่นี่ดีหรือไม่
“ไม่ได้! ซีเอ๋อร์ส่งคนไปเถอะ เดี๋ยวหวงจิ่วเยี่ยจะรู้ว่าเจ้าอยู่ที่ไหน อาเล็กไม่อยากเจอเขาเลยแม้แต่นิดเดียว” มู่อวู่ซวงกล่าวปฏิเสธ เขายอมหาคนมาดูแลหอหมอปีศาจให้ซีเอ๋อร์ด้วย ตนเองดีกว่า
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “แต่ว่าหอหมอปีศาจเปิดในแดนวิญญาณแล้ว ข้าคิดว่าจิ่วเยี่ยน่าจะรู้อยู่แล้วละเจ้าค่ะ และรู้ด้วยว่าเขาจะอดทนไปได้นานแค่ไหน”
“นิรันดร์ ข้าจะต้องฟื้นตัวให้เร็วที่สุด ช่วงนี้ได้รับสมุนไพรวิญญาณมามากมาย พวกเรามาค้นคว้าวิธีใช้กันเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าวกับนิรันดร์
นิรันดร์กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ให้ข้ากลั่นยาเพื่อช่วยที่รักฟื้นฟูร่างกาย หลังจากนั้นก็รอให้หวงจิ่วเยี่ยมาอย่างนั้นหรือ ความพยายามทั้งหมดของข้าได้สูญเปล่ากันพอดี ตอนนี้ข ข้ายอมไม่ทำอะไรเลยดีกว่า”
“นิรันดร์…”
“ข้าไม่ทำ!”
“แต่ว่าช่วงนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไร อารมณ์ของข้าก็ไม่ดีด้วย!”
“อะไรนะ” นิรันดร์ตื่นตระหนกขึ้นมาทันที แม้ว่าจะทะเลาะกันอยู่ก็ไม่สามารถปล่อยให้เจ้านายที่รักของเขาทรมานได้ ดังนั้นเขาจึงยอมประนีประนอมในที่สุด
นิรันดร์สาบานว่า หากหวงจิ่วเยี่ยควบคุมตนเองไม่ได้จนมาหาที่รักที่แดนวิญญาณ และกล้าทำให้ที่รักทรมานแม้แต่นิดเดียวแล้วละก็ แม้ว่าเขาจะฆ่าหวงจิ่วเยี่ยไม่ได้ แต่ก็ต้องทำให้เ เจ้าหมอนั่นเดินไม่ได้ให้จงได้
เขาอยากที่จะทำเช่นนี้มานานมากแล้ว!
หอหมอปีศาจของเมืองอวู่ซวงมีลูกค้าจำนวนมากทุกวัน เพียงแต่วันนี้ ผู้ดูแลของที่นี่กลับได้ต้อนรับแขกที่แปลกประหลาดมากคนหนึ่ง
ลูกค้าคนนี้สูงใหญ่เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเขาเหมือนกับมนุษย์ยักษ์ก็มิปาน นอกจากนี้เขายังสวมชุดเกาะสีดำสนิท และมันได้ปกปิดไปทั่วทั้งตัวอย่างมิดชิดอีกด้วย
แม้แต่ดวงตาของเขาก็ยังไม่โผล่ออกมาเลยด้วยซ้ำ และไม่รู้ด้วยว่าสามารถมองเห็นได้หรือไม่ ไม่เพียงแค่นี้เท่านั้น เพราะขนาดปลายเส้นผมของเขาก็ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาเลย
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยเห็นคนใส่ชุดเกาะมาก่อน แต่คนที่แปลกประหลาดเช่นนี้กลับได้เห็นเป็นครั้งแรกจริง ๆ
แม้ว่าจะเป็นคนแปลกประหลาด แต่ในเมื่อมาแล้วก็ถือว่าเป็นลูกค้า ฉะนั้นผู้ดูแลจึงกล่าวถามว่า “ลูกค้าขอรับ ไม่ทราบว่าท่านต้องการสิ่งใดหรือขอรับ”
เขาไม่พูด แต่ชี้ไปยังสิ่งของทั้งหมดเหล่านั้น และโยนมุกภูตวิญญาณที่เป็นสกุลเงินของแดนวิญญาณออกไปกองหนึ่ง
นี่คือสิ่งที่ล้ำค่าเป็นอย่างยิ่ง มันมีมูลค่ามหาศาลเลยทีเดียว!
“ท่านลูกค้า! ความหมายของท่านก็คือ ต้องการทั้งหมดใช่หรือไม่ขอรับ!”
คนแปลกประหลาดพยักหน้าเล็กน้อย ซึ่งมันก็ทำให้ผู้ดูแลที่ขายของได้มากขนาดนี้ตื่นตกใจเป็นอย่างมาก
แน่นอนว่าทั้งยาลูกกลอนและยาน้ำของหอหมอปีศาจนั้นยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคนใจป้ำซื้อไปทั้งหมดเช่นนี้
“ข้าจะไปห่อให้เดี๋ยวนี้ ท่านรอสักครู่นะขอรับ!”
แต่ทว่าหลังจากที่กวาดสมุนไพรวิญญาณทั้งหมดไปจนเกลี้ยงแล้ว คนแปลกประหลาดผู้นั้นก็ยังไม่จากไป และยังคงยืนอยู่ตรงนั้นราวกับรูปปั้นก็มิปาน
ผู้ดูแลกล่าวถามว่า “ท่านลูกค้ายังอยากซื้อยาลูกกลอนด้วยหรือขอรับ”
เขาพยักหน้าเพื่อแสดงความหมายของเขา โดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ
นี่เขามีมุกภูตวิญญาณระดับสูงมากมายแค่ไหนกันแน่ ยาลูกกลอนมากมายถึงเพียงนี้ สามารถให้ผู้ทรงพลังทุกคนใช้ได้เป็นเดือน ๆ แล้ว
หลังจากที่เขาซื้อไปมากมายโดยไม่ลังเลเช่นนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าเขายังต้องการที่จะซื้ออีก!
“ตอนนี้ในคลังของพวกเราไม่มีเหลืออีกแล้ว ข้าต้องขอไปรายงานเรื่องนี้ให้ท่านหัวหน้าทราบก่อนนะขอรับ”
มู่เฉียนซีที่อยู่ในจวนเจ้าเมืองของเมืองอวู่ซวง ก็ได้ยินข่าวนี้จากหอหมอปีศาจแล้ว
มีเศรษฐีมาที่หอหมอปีศาจของพวกเขา เขาซื้อยาน้ำและยาลูกกลอนทั้งหมดของหอหมอปีศาจด้วยการโบกมือเพียงแค่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นระดับสูงหรือระดับต่ำเขาก็กวาดไปจนเกลี้ยง
และถึงแม้จะซื้อไปมากมายขนาดนั้นแล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะยังต้องการซื้อต่อไปอีก ราวกับว่ารังเกียจเงินจนอยากจะใช้มันให้หมดสิ้นไปอย่างไรอย่างนั้น
แม้ว่านักปรุงยาของหอหมอปีศาจในแดนวิญญาณจะไม่เพียงพอ แต่มีหม้อหลุนหุยแห่งความตายซึ่งเป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพที่สามารถสร้างยาได้ด้วยตนเองอยู่ด้วย มันที่อยู่ภายใต้การดู แลของนิรันดร์ไม่มีทางที่จะกล้าขี้เกียจอย่างแน่นอน ฉะนั้นหอหมอปีศาจไม่มีทางขาดยาลูกกลอนอยู่แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “คนผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ! ข้าจะไปเจอเขาด้วยตนเองแล้วกัน!”
“ขอรับ!”
ทันทีที่มู่เฉียนซีย่างก้าวเข้าไปหอหมอปีศาจ นางก็เห็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่สีดำสนิทผู้หนึ่ง
ในตอนที่คนผู้นั้นได้เห็นมู่เฉียนซี เขาก็รีบก้าวถอยไปอย่างรีบร้อน และร่างอันใหญ่โตของเขาเกือบจะชนเข้ากับชั้นวางยาของหอหมอปีศาจเลยทีเดียว
และเมื่อมู่เฉียนซีเงยหน้าขึ้น เพราะอยากจะมองคนผู้นั้น นางก็ผงะไปเล็กน้อย…
คนผู้นี้ถูกปกคลุมอย่างแน่นหนามาก จนไม่มีแม้แต่เส้นผมสักเส้นเดียวปรากฏออกมา แม้ว่ามู่เฉียนซีจะใช้พลังจิตวิญญาณตรวจสอบ แต่นางกลับตรวจสอบเจอแต่ความว่างเปล่าเท่านั้น
แต่ถึงกระนั้น คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผู้นี้ ก็ทำให้มู่เฉียนซีสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่คุ้นเคยมากบางอย่าง และภายในใจของนางก็มีเสียงร่ําร้องออกมาว่า ต้องการจะเข้าไปใกล้มากกว่านี อีกสักหน่อย เข้าใกล้ยิ่งขึ้นอีก
“เจ้า…” มู่เฉียนซีก้าวเท้าเข้าไปใกล้ แต่เขาเองก็ยังคงถอยหลังออกไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดูเหมือนว่าการเข้าใกล้ของมู่เฉียนซีจะทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวมากก็มิปาน
จนกระทั่งเขาไม่สามารถถอยได้อีก ทั้งบริเวณโดยรอบก็ไม่มีหน้าต่างขนาดใหญ่ให้เขาได้พุ่งออกไป และตอนนี้เขาก็ไม่มีที่ให้ซ่อนได้อีก
คนของหอหมอปีศาจต่างพากันตกตะลึง ฝ่าบาทน้อยทำให้คนประหลาดคนนั้น ‘จนมุม’ เสียแล้ว
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจมากว่า “จิ่วเยี่ย เป็นเจ้า! ต้องเป็นเจ้าแน่ ๆ”
รอยยิ้มอันงดงามที่แต่งแต้มอยู่บนใบหน้าที่งามหยาดเยิ้มของนางสามารถทำให้หัวใจของจิ่วเยี่ยเต้นระรัวด้วยความเร็วได้ นางกล่าวว่า “ในที่สุดเจ้าก็มาหาข้าแล้วสินะ จิ่วเยี่ย!”
เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป หลังจากนั้นเขาก็เหยียดแขนทั้งสองข้างของเขาออกไป และกอดคนที่อยู่ตรงหน้านี้เอาไว้ในอ้อมแขนทันที
ถึงจะมีเกาะที่หนามากขวางกั้นอยู่ชั้นหนึ่ง แต่หัวใจของทั้งสองก็เต้นอยู่ในจังหวะเดียวกัน สุดท้ายความเร็วของมันก็เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง