ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2641 เจ้าอุ้มข้าไป
พวกเขาตะลึงงันไปทันที คำสั่งสุดท้าย นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จากนี้ไป พวกเจ้าจงนำสัตว์ภูตวิญญาณเหล่านี้ออกไปจากป่าภูตวิญญาณปีศาจ และรออยู่ข้างนอกเสีย!”
“ฮะ!” และพวกเขาก็ตะลึงงันไปทันที
แม้ว่าพวกเขาจะถูกทารุณกรรมจนอยากที่จะออกไปจากป่าแห่งนี้ และพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว แต่การที่มู่เฉียนซีปล่อยพวกเขาไปอย่างง่ายดายในเวลาเพียงชั่วพริบตาเช่นนี้ มันทำให้พวกเขา รู้สึกไม่คุ้นชินเลยจริง ๆ!
“เช่นนั้นพี่ใหญ่มู่ แล้วท่านล่ะ” พวกเขากล่าวถาม
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าน่ะหรือ! ข้าไม่ใช่นกที่อ่อนแออย่างพวกเจ้าเสียหน่อย จะเดินก็เดินกันไม่ไหวอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ข้ายังมีแรงอยู่ ย่อมต้องไปเดินเล่นต่ออยู่แล้ว”
“ท่านไปคนเดียวน่ะหรือ” พวกเขากล่าวอย่างประหลาดใจ
“ทำไม คิดว่าข้าจะจัดการเพียงลำพังไม่ได้หรืออย่างไร” มู่เฉียนซีเลิกคิ้วกล่าว
“แน่นอนว่าไม่ใช่อยู่แล้ว! พี่ใหญ่มู่ออกจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ที่เขตแดนรอบนอกแห่งนี้มีสัตว์ภูตวิญญาณตัวใดที่ท่านจัดการไม่ได้กันล่ะ! เพียงแต่ท่านไปเพียงลำพังจะไม่เบื่อแย่หรือ ท่า านไม่ต้องการลูกน้องสักสองสามคนจริง ๆ หรือ” พวกเขากล่าวถาม
หลังจากที่กล่าวจบ พวกเขาก็รู้สึกว่าตนเองกำลังรนหาที่ตายนัก เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าพี่ใหญ่มู่สัญญาว่าจะปล่อยคน และต้องการที่จะปล่อยให้พวกเขาไปผ่อนคลายแล้วจริง ๆ!
“รีบออกไปกันได้แล้ว!” มู่เฉียนซีพูดกับพวกเขาเพียงแค่ประโยคเดียวเท่านั้น
“ขอรับ! พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้!” และพวกเขาก็ปฏิบัติอย่างเชื่อฟัง
หลังจากที่พวกเขาได้ออกไปล่าสัตว์กับคนที่วิปลาสอย่างมู่เฉียนซี เพราะความสามารถที่แข็งแกร่งของมู่เฉียนซี ความสามารถในการฝึกสัตว์ที่วิปลาส และยังมีความเฉลียวฉลาดที่น่าประทับใจ ได้ทำให้พวกเขาลืมเรื่องทั้งหมดที่ท่านเจ้าเมืองบอกพวกเขาไปแล้ว
นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน จะให้ตามจีบคนที่แข็งแกร่งอย่างพี่ใหญ่มู่อย่างนั้นหรือ แค่คิดพวกเขาก็อดที่จะตัวสั่นสะท้านไม่ได้จริง ๆ
พวกเขากลัวว่านอกจากจะไม่สามารถตามจีบได้แล้ว หลังจากนั้นจะถูกเตะราวกับลูกบอลอีกต่างหาก!
เมื่อคิดดูแล้วพวกเขายอมแพ้ดีกว่า! พวกเขาไม่มีความกล้าถึงขนาดนั้นหรอก!
แต่พวกเขาไม่คิดมาก่อนว่าหลังจากที่ล่าถอยไปได้ไม่นาน ทั่วทั้งป่าภูตวิญญาณปีศาจแห่งนี้จะมีการเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน
พวกเขากล่าวอย่างตื่นตกใจว่า “นี่…คลื่นอสูรได้เริ่มขึ้นแล้วอย่างนั้นหรือ!”
“คลื่นอสูรอย่างนั้นหรือ พี่ใหญ่มู่ยังอยู่ข้างในนั้นนะ มันอันตรายมากเลย!”
สถานการณ์ย่ำแย่เป็นอย่างมาก และในตอนนี้ก็มีคนกล่าวขึ้นมาว่า “ข้ารู้สึกว่าที่นางให้พวกเราออกไป เกรงว่านางน่าจะคาดเดาเรื่องคลื่นอสูรนี้ออกอยู่แล้ว!”
“ไม่มีทางหรอก!”
“ทำไมจะไม่มีทางล่ะ! สำหรับคนที่วิปลาสอย่างนางแล้ว ทุกอย่างย่อมมีทางเป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ! ฉะนั้นพวกเรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ ที่สำคัญที่สุดคือต้องหนีให้ได้! พวกเราเป็น เพียงแค่คนธรรมดา หากต้องเผชิญหน้ากับคลื่นอสูรมีหวังได้ตายแน่”
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว!
พวกเขาพุ่งทะยานออกไปนอกป่าภูตวิญญาณปีศาจอย่างรวดเร็ว
ลูกน้องชั่วคราวเหล่านั้นของนางคาดเดาได้ถูกต้องแล้ว นางรู้ว่ามันกำลังจะเกิดคลื่นอสูรขึ้น หากต้องเผชิญหน้ากับคลื่นอสูร จุดจบของเจ้าพวกนั้นก็มีเพียงแค่ความตายเท่านั้น ดังนั้ นพวกเขาจะต้องรีบหนีออกไปให้เร็วที่สุด
แต่นางยังไม่สามารถออกไปได้ เพราะอาเล็กยังอยู่ที่นี่
เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์ภูตวิญญาณที่พุ่งเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่า นอกจากมู่เฉียนซีจะไม่หลบหลีก และไม่ซ่อนตัวแล้ว นางยังพุ่งเข้าไปรับโดยตรงอีกด้วย แต่หากให้มู่เฉียนซีต่อสู้กับ บสัตว์ภูตวิญญาณมากมายเพียงลำพัง คาดว่าน่าจะถูกสัตว์ภูตวิญญาณกลุ่มนี้เหยียบย่ำจนกลายเป็นน้ำแกงเนื้อเป็นแน่
ทว่ามู่เฉียนซีกลับนิ่งสงบเป็นอย่างยิ่ง บนใบหน้าของนางไร้ร่องรอยของความตื่นตระหนกอย่างสิ้นเชิง นางกล่าวว่า “อ้าน! ออกมาเถอะ!”
ทันใดนั้นหอคอยสีดำเจ็ดชั้นขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นมากลางอากาศ สัตว์ภูตวิญญาณที่พุ่งขึ้นมาเหล่านั้นไม่มีโอกาสที่จะทำร้ายมู่เฉียนซีได้เลยแม้แต่ปลายขน นอกจากนี้พวกมันยังถูกปกคลุม ไปด้วยพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งของมู่เฉียนซี และทั้งหมดก็ถูกเก็บเข้าไปไว้ในหอคอยนิรันดร์
เห็นได้ชัดว่าคลื่นอสูรนั้น สำหรับทุกคนแล้วล้วนเป็นเรื่องที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง แต่มู่เฉียนซีกลับเดินเล่นอยู่ข้างในนั้นได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ทุกที่ที่มู่เฉียนซีจะไป สัตว์ภ ภูตวิญญาณจำนวนมากก็จะถูกเก็บไปไว้ในหอคอยนิรันดร์อีกด้วย
มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาที่มุมปากของมู่เฉียนซี นางกล่าวว่า “มีสัตว์ภูตวิญญาณมากมายส่งมาให้ถึงที่ ช่างเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ! การเก็บรวบรวมในคราวเดียว มีประสิทธิภาพมากกว่าคอยเก็บท ทีละตัวเสียอีก!”
“เจ้ามนุษย์ผู้นี้!” มีสัตว์ภูตวิญญาณพูดภาษามนุษย์ออกมา มันตื่นตกใจมากเมื่อเห็นวิธีการของมู่เฉียนซี
หลังจากที่เห็นมู่เฉียนซีพวกมันต่างก็เดินอ้อมนางไปกันหมด ในเมื่อไม่สามารถแตะต้องได้ พวกมันไปซ่อนตัวไม่ดีกว่าหรือ?
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “รอข้าด้วยสิ! พวกเจ้าอย่าหนีนะ!”
คลื่นอสูรที่บ้าคลั่งในอดีต ล้วนเป็นกลุ่มสัตว์ภูตวิญญาณที่ไล่ล่ามนุษย์ ซึ่งมันทำให้เหล่ามนุษย์ต้องหลบหนีด้วยความหวาดกลัว
แต่ทว่าในตอนนี้ กลายเป็นมนุษย์ที่ไล่ล่ากลุ่มสัตว์ภูตวิญญาณ และกลุ่มสัตว์ภูตวิญญาณเหล่านั้นต่างก็หลบหนีด้วยความหวาดกลัวแทน!
“เจ้ามนุษย์! นี่เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่” สัตว์ภูตวิญญาณตัวหนึ่งคำรามร้องออกมา
“นี่ไม่ใช่ว่าข้าแสดงออกมาอย่างชัดเจนมากหรอกหรือ ข้าต้องการเก็บพวกเจ้าอย่างไรล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าว
“เป็นไปไม่ได้!”
“รอให้พวกเจ้าได้เข้าไปสงบสติอารมณ์ในหอคอย พวกเจ้าก็จะรู้เอง ว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ!” และรอยยิ้มที่ชั่วร้ายก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของมู่เฉียนซี
เพราะคลื่นอสูร ทำให้มู่เฉียนซีเก็บสัตว์ภูตวิญญาณมาได้มากมายเลยทีเดียว
คลื่นอสูรไม่ได้มีเพียงแต่ในเขตชั้นนอกเท่านั้น แต่เขตชั้นในก็มีคลื่นอสูรระเบิดออกมาเช่นกัน
ในที่สุดนางก็เก็บเสร็จเรียบร้อยแล้ว และสำหรับความแข็งแกร่งทางกายภาพของมู่เฉียนซีในตอนนี้ก็ทำให้นางต้องเปลืองแรงไปเล็กน้อย ฉะนั้นมู่เฉียนซีจึงตะโกนออกไปว่า “ออกมา!”
ร่างเงาสีดำร่างหนึ่งปรากฏออกมาอย่างกะทันหัน ซึ่งนั่นก็คือมนุษย์เหล็กยักษ์ที่แปลกประหลาดมากคนหนึ่ง และเขาก็คือจิ่วเยี่ยนั่นเอง
เขาคอยตามมู่เฉียนซีอยู่ตลอด แต่ได้ซ่อนกลิ่นอายของตนเองเอาไว้ เขาคอยเฝ้ามองมู่เฉียนซีเดิมพันกับคนกลุ่มนั้น เฝ้ามองมู่เฉียนซีให้อัจฉริยะของเมืองเสียล่าสัตว์ภูตวิญญาณให้นาง งราวกับทาส และเฝ้ามองมู่เฉียนซีไล่ล่ากลุ่มสัตว์ภูตวิญญาณในคลื่นอสูรอย่างอิสระ…
แต่ไม่ว่าเขาจะเฝ้ามองอย่างไรก็ยังไม่พอ เขารู้สึกว่าทุกด้านของซีล้วนน่ารักเหลือเกิน! ซึ่งมันก็ทำให้เขาชอบมาก ชอบมากสุด ๆ…
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “คลื่นอสูรนี้ไม่ปกติ ไม่รู้ว่ามีผู้ใดตั้งใจทำให้มันเกิดขึ้นมาหรือไม่ ข้ากลัวว่าอาเล็กจะเป็นอันตราย ข้าจึงอยากจะขอให้เจ้าไปส่งข้าสักหน่อย! ข้าเดินไม่ไหวแล้ว วน่ะ”
จิ่วเยี่ยพนักหน้าเล็กน้อย สำหรับซีเขาไม่มีทางที่จะปฏิเสธคำขอของนางอยู่แล้ว
เขาอุ้มมู่เฉียนซีขึ้นมา นอกจากนี้ยังเป็นการอุ้มท่าเจ้าหญิงอีกด้วย จากนั้นก็ปรับให้มู่เฉียนซีอยู่ในท่าที่สบายที่สุด หลังจากนั้นร่างเงาสีดำก็สว่างวาบขึ้น จิ่วเยี่ยกับมู่เฉีย ยนซีก็หายไปจากจุดนั้น และมุ่งหน้าเข้าไปในป่าภูตวิญญาณปีศาจเขตชั้นในทันที
ในทุกที่ที่พวกเขาไป แน่นอนว่าย่อมต้องมีกลุ่มสัตว์ร้ายกระโดดโลดเต้นอยู่อย่างบ้าคลั่งอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังได้เจอเข้ากับสัตว์ภูตวิญญาณที่แข็งแกร่งมากอีกด้วย
ป่าภูตวิญญาณปีศาจ สมกับที่เป็นหนึ่งในป่าที่อันตรายที่สุดของเขตแดนเสีย
ถึงแม้ว่าสัตว์ภูตวิญญาณเหล่านี้จะทั้งมีจำนวนมากทั้งแข็งแกร่ง แต่พวกมันกลับไม่กล้าลงมือกับมนุษย์เหล็กยักษ์ที่ปรากฏตัวขึ้นมาราวกับสายฟ้าฟาดก็มิปานผู้นี้
สัญชาตญาณของสัตว์คงบอกกับพวกมัน ว่านี่คือสิ่งที่อันตรายมาก เป็นสิ่งมีชีวิตที่พวกมันไม่สามารถต่อกรได้
เมื่อเกิดคลื่นอสูรขึ้น มู่อวู่ซวงก็รู้สึกว่าพวกมันรับมือได้ยากมาก แต่เขาก็ยังคงนำกลุ่มของพวกเขาต่อสู้กับสัตว์ภูตวิญญาณเหล่านั้นอย่างใจเย็น
แต่พวกเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่า สัตว์ภูตวิญญาณที่พุ่งมาหาพวกเขาจะมีจำนวนเยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นนี้ และตอนนี้พวกเขาก็พบกับปัญหาแล้ว เขากล่าว่า “ตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ในร่างกา ายของพวกเจ้าเสีย ข้ากลัวว่าจะถูกคนอื่นวางกลอุบายอะไรบางอย่างได้”
เพราะในแดนวิญญาณก็มีสิ่งของที่เอาไว้ดึงดูดสัตว์ร้ายเช่นกัน บางทีพวกเขาอาจจะถูกลอบวางแผนร้ายโดยที่ไม่ทันได้รู้ตัวก็เป็นได้
“ฝ่าบาทอวู่ซวง! ไม่มีขอรับ!”
“ที่พวกข้าก็ไม่มีขอรับ!”
“ดูเหมือนว่าจำเป็นต้องให้นักปรุงยามาตรวจสอบถึงจะมองออกได้ แต่ตอนนี้ทางฝ่ายพวกเราไม่มีนักปรุงยาอยู่เลยน่ะสิ”
เมื่อมู่อวู่ซวงนึกขึ้นได้ และดูเหมือนว่าโยวเยี่ยเสียจะพานักปรุงยามาด้วยคนหนึ่งจริง ๆ
มู่อวู่ซวงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ในเมื่อหาไม่เจอ เช่นนั้นก็มีแต่ต้องสู้เท่านั้น! โยวเยี่ยเสียคิดที่จะใช้วิธีนี้กำจัดข้าอย่างนั้นหรือ! ฝันไปเถอะ!”
“ฆ่ามัน!”
ตูมมม โครมมม!
มีเสียงการต่อสู้ดังขึ้น พวกเขาต่อสู้กับสัตว์ร้ายอย่างหนัก และถือเสียว่าโยวเยี่ยเสียได้ส่งเหยื่อเหล่านี้มาให้พวกเขาก็แล้วกัน!
หลังจากที่มู่เฉียนซีหามู่อวู่ซวงเจอ นางก็ค้นพบว่าอาเล็กของตนเองกำลังถูกสัตว์ภูตวิญญาณกลุ่มหนึ่งล้อมโจมตี และนางก็ตะโกนออกมาว่า “อาเล็ก!”
“ซีเอ๋อร์!” มู่อวู่ซวงผงะไปทันที
คนอื่นต่างก็ตื่นตกใจเช่นกัน คิดไม่ถึงว่าฝ่าบาทน้อยจะมาถึงที่นี่ สถานที่แห่งนี้คือเขตชั้นในเชียวนะ! นางไม่รู้หรือว่ามันเป็นสถานที่ที่อันตรายมากเพียงใด!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อ้าน!”