ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2642 ผนึกมันให้ข้า
มู่เฉียนซียืนอยู่บนต้นแขนหนาของมนุษย์เหล็กยักษ์ จากนั้นก็หยิบหอคอยนิรันดร์หอคอยฝึกอสูรแห่งความมืดออกมา และควบคุมหอคอยนิรันดร์ด้วยพลังจิตวิญญาณ
ทันใดนั้น หอคอยนิรันดร์ก็แผ่กระจายแรงกดดันออกมา เพื่อคุกคามสัตว์ภูตวิญญาณที่อยู่โดยรอบ
พลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งปกคลุมลงมา สัตว์ภูตวิญญาณที่อยู่โดยรอบก็ไม่สามารถหนีรอดไปได้แม้แต่ตัวเดียว จากนั้นมู่เฉียนซีก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “เก็บ!”
บังอาจมาล้อมโจมตีอาเล็กของนาง ต้องเก็บพวกมันไปให้หมด!
พวกเขาค้นพบว่า สัตว์ภูตวิญญาณที่โจมตีพวกเขาอย่างดุเดือดก่อนหน้านี้ ได้ถูกหอคอยหลังนั้นเก็บไปจนหมดแล้ว ซึ่งนี่ก็ทำให้พวกเขาตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อไปเลยทีเดียว
“นะ…นี่คือ…”
หากมีกลิ่นอายของหอคอยนิรันดร์อยู่ แม้ว่าสัตว์ภูตวิญญาณตัวอื่นจะอยู่ไม่ไกลนัก แต่พวกมันก็ไม่กล้าเข้ามาสร้างปัญหา และเลือกที่จะหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ฝ่าบาทน้อย คิดไม่ถึงเลยว่าฝ่าบาทน้อยจะเป็นผู้ฝึกสัตว์ด้วย!”
“นี่น่าจะไม่ใช่ผู้ฝึกสัตว์ธรรมดา! จะมีผู้ฝึกสัตว์ผู้เก่งกาจที่ไหนที่สามารถเก็บสัตว์ภูตวิญญาณมากมายขนาดนี้ไปได้ภายในพริบตาเดียวเช่นนี้”
หลังจากที่เก็บหอคอยนิรันดร์ไปแล้ว นางก็กล่าวว่า “แน่นอนว่าข้าคือผู้ฝึกสัตว์จริง ๆ แต่ก็เป็นเพราะได้รับมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพฝึกสัตว์ที่ยอดเยี่ยมมาชิ้นหนึ่ง เลยสามารถเก็บ บสัตว์ภูตวิญญาณเหล่านี้ได้อย่างง่ายดายเท่านั้นเอง”
มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์เป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แม้ว่าคนเหล่านี้จะเป็นคนสนิทของอาเล็ก อย่างมากที่สุดก็ให้พวกเขารู้แค่ว่ามันเป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพที่ยอดเยี่ย ยมชิ้นหนึ่งก็เพียงพอแล้ว
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “ข้าไม่ต้องการให้เรื่องของซีเอ๋อร์ถูกกระจายไปสู่ภายนอก ได้ยินแล้วใช่หรือไม่”
“ฝ่าบาทอวู่ซวง พวกข้าเข้าใจแล้วขอรับ!” หากไม้เด่นเกินไพร อาจถูกโค่นทำลายได้ และการที่ฝ่าบาทน้อยครอบครองมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพที่มีความสามารถเช่นนี้เอาไว้ ย่อมมีคนโลภจำนว วนมากที่ต้องการแย่งชิงมันไปอยู่แล้ว ฉะนั้นยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไรก็ยิ่งดี
มู่เฉียนซีพุ่งทะยานลงมา จากนั้นก็เดินเข้าไปหาพวกเขา มู่เฉียนซีขมวดคิ้วเล็กน้อย และดูเหมือนว่านางจะได้กลิ่นอะไรบางอย่าง การที่พวกของอาเล็กเจอปัญหาในครั้งนี้ คิดไม่ถึงเลยว่า าจะเป็นเจตนาของใครบางคน
มู่อวู่ซวงกล่าวถามว่า “ซีเอ๋อร์ เจ้าเจออะไรอย่างนั้นหรือ?”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “บนร่างกายของท่านลุงผู้นี้มีกลิ่นอายที่ดึงดูดสัตว์ภูตวิญญาณอยู่ด้วย สิ่งที่ใช้ก็คือเลือดของสัตว์ร้ายชนิดหนึ่ง แต่มันถูกจัดการให้ไม่มีกลิ่นคาวเลือดเหลือ ออยู่เลยแม้แต่น้อย บวกกับการกลั่นด้วยสมุนไพรวิญญาณอีกนับสิบชนิดจนสำเร็จ นักปรุงยาผู้นี้ค่อนข้างมีความสามารถในการสร้างสิ่งใหม่ ๆ จึงสามารถสร้างของเช่นนี้ออกมาได้ ดูเหมือนว่ าครั้งนี้เพื่อที่จะวางแผนจัดการอาเล็ก โยวเยี่ยเสียใช้ความคิดไปมากเลยทีเดียว!”
คนผู้นั้นกล่าวถามว่า “ในเมื่อนายท่านนิรันดร์ไม่ได้มาด้วย แล้วยานี้สามารถแก้ไขได้หรือไม่ขอรับ หากไม่สามารถแก้ไขได้ ข้าจะออกไปเพียงลำพัง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้นกั บฝ่าบาทอวู่ซวง”
ที่นิรันดร์ไม่ได้มาด้วย ก็เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เจ้าเมืองคนอื่น ๆ ลงมือโจมตีหอหมอปีศาจในขณะที่อาเล็กออกมาเข้าร่วมงานล่าสัตว์ในครั้งนี้ และแน่นอนว่าเมืองอวู่ซวงก็ต้องมี ใครสักคนอยู่ดูแลสถานการณ์ด้วยเช่นกัน
คนที่เหมาะสมที่สุด และน่าเชื่อถือมากที่สุด ย่อมต้องเป็นนิรันดร์อยู่แล้ว ดังนั้นมู่เฉียนซีจึงให้นิรันดร์อยู่ที่นั่น ซึ่งนี่ก็ทำให้นิรันดร์ไม่พอใจอยู่นานเลยทีเดียว
“มันเป็นเพียงแค่ของเล่นเล็กน้อยเท่านั้น จัดการได้ง่ายมากอยู่แล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
นางหยิบหม้อเทพปาฮวางชิงมู่ออกมา จากนั้นก็เริ่มกลั่นยา เพียงไม่นานยาน้ำสีใสขวดหนึ่งก็ถูกกลั่นออกมา มู่เฉียนซีมอบมันให้กับคนผู้นั้นแล้วกล่าวว่า “แค่พ่นมันลงไปบนตัวก็เร รียบร้อยแล้ว”
“ขอรับ!”
ไม่เพียงแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่พ่นยา คนอื่นต่างก็กล่าวขึ้นมาว่า “พวกเราก็มาพ่นยานี้กันสักหน่อยเถอะ!”
“ใช่แล้ว! เผื่อในร่างกายของพวกเราจะโดนไปด้วยเล็กน้อย จนทำให้เกิดปัญหาได้”
มู่เฉียนซีสามารถดมออกได้ ว่าบนร่างกายของพวกเขาไม่ได้ถูกวางยาเอาไว้ และเพราะโยวเยี่ยเสียเป็นคนละเอียดรอบคอบ จึงวางยาไว้เพียงคนเดียวเท่านั้น
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “สถานการณ์ของอาเล็กเป็นเช่นไรบ้าง”
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “อาล่าเหยื่อมาได้มากแล้ว ก่อนหน้านี้อยู่ห่างจากโยวเยี่ยเสียไม่มากเท่าไรนัก แต่เพราะมีคลื่นอสูรปรากฏขึ้น พวกเราจึงแยกกับโยวเยี่ยเสีย และไม่รู้ว่าตอนนี้ พวกเขาไปอยู่ที่ใดแล้ว”
“โยวเยี่ยเสียต้องรู้ว่าอีกไม่นานจะเกิดคลื่นอสูรขึ้นในป่าภูตวิญญาณปีศาจแห่งนี้แน่นอน ดังนั้นเขาจึงจงใจเลือกสถานที่แห่งนี้ หลังจากนั้นก็สั่งให้คนคิดค้นยาชนิดพิเศษออกมา ซึ่ง งนั่นก็เพื่อทำให้อาเล็กติดอยู่ในคลื่นอสูร ถึงแม้จะไม่ถูกสัตว์ภูตวิญญาณจัดการ แต่ก็จะต้องทำให้อาเล็กได้รับบาดเจ็บสาหัส และทำให้เขาสามารถหาโอกาสจัดการอาเล็กโดยที่ไม่ทันตั งตัวได้” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
การล่าสัตว์ครั้งนี้ เดิมทีก็เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอยู่แล้ว และเหตุผลที่พวกของมู่เฉียนซีเข้าร่วม ก็เพื่อที่จะแสดงกลยุทธ์ และสั่งสอนโยวเยี่ยเสียสักหน่อย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ในเมื่อโยวเยี่ยเสียมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้อาเล็กแล้ว เช่นนั้นข้าก็จะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ไปให้เขาเช่นกัน จะได้รู้ว่านักปรุงยาที่อยู่ข้างกายเขา มีความสามา ารถมากแค่ไหน”
มู่เฉียนซีลงมือกลั่นยาน้ำและผงยาออกมา มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย หากหมอปีศาจเตรียมมอบของขวัญให้ผู้ใด นั่นก็แสดงว่าจะต้องมีใครบางคนโชคร้ายนั่นเอง!
หลังจากที่รักษาอาการบาดเจ็บเรียบร้อยแล้ว มู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “อาเล็ก พวกเราไปกันเถอะ! ข้าจะไปมอบของขวัญให้โยวเยี่ยเสีย! การตอบแทนกันและกันนั้นเป็นสิ่งที่สมควรเป็นอย่างยิ่ง”
“อื้ม!”
พวกเขากำลังหาประสบการณ์กันอยู่ในป่าภูตวิญญาณปีศาจ เพราะไม่มีผงยานั่น ทำให้แม้ว่าสัตว์ภูตวิญญาณทั้งป่าภูตวิญญาณปีศาจจะก่อการจลาจล แต่พวกเขาก็จะเจอสัตว์ภูตวิญญาณไม่มากเท่าไร รนักอยู่ดี
มู่อวู่ซวงหยุดฝีเท้าลงแล้วกล่าวว่า “ข้างหน้านี้มีกลิ่นอายของผู้ที่แข็งแกร่งอยู่ ดูเหมือนว่าจะเป็นสัตว์ภูตวิญญาณที่ทรงพลังมากตัวหนึ่ง ทุกคนระวังตัว และเตรียมทำการโจมตีด้วย! !”
“ขอรับ! ฝ่าบาทอวู่ซวง!” พวกเขากล่าวตอบ
สัตว์ภูตวิญญาณที่อยู่เบื้องหน้านั้นก็คืออสรพิษหมื่นหางที่ดุร้ายตัวหนึ่ง และเหตุผลที่เรียกว่าหมื่นหางนั้นก็เป็นเพราะว่ามันมีหัวเพียงหนึ่ง แต่กลับมีหางจำนวนนับไม่ถ้วน และ ะหางที่มากมายเหล่านี้ก็เหมือนกับเถาวัลย์ก็มิปาน
หางของมันสามารถยืดออกได้อย่างอิสระ และยังสามารถยืดได้ยาวมากอีกด้วย เมื่อมันสัมผัสโดนเหยื่อ หางอีกนับพันของมันก็จะเริงระบำอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งมันก็ได้พุ่งตรงมาทางมู่เฉีย ยนซีกับพวกของมู่อวู่ซวง และสีหน้าของพวกเขาก็ฉายแววเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
“ให้ตายเถอะ! คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเจ้าสิ่งนี้”
แน่นอนว่านี่เป็นหนึ่งในสัตว์ภูตวิญญาณที่คนระดับต่ำกว่าราชันย์วิญญาณในแดนวิญญาณไม่อยากเจอมากที่สุด เพราะมันมีความน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
“ฝ่าบาทน้อย ท่านถอยไปก่อนเถิดขอรับ หลังจากนี้มอบให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเอง!”
มู่อวู่ซวงเป็นคนนำกลุ่มของพวกเขาเหล่านี้ จากนั้นพวกเขาก็พุ่งเข้าจู่โจมอสรพิษหมื่นหางตัวนั้นทันที
หางของงูจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งจู่โจมเข้ามาอย่างท่วงท้น และหนาแน่น จนทำให้คนรู้สึกขนลุกขนพองไปเลยทีเดียว
ปัง ปัง ปัง!
มันไม่เพียงแต่มีพลังในการต่อสู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ทั่วทั้งร่างของมันยังเต็มไปด้วยพิษ ขอแค่สัมผัสมันเพียงเล็กน้อย ก็จะถูกพิษของมันกัดกร่อนได้แล้ว และพิษของมันก็สา ามารถกัดกร่อนเข้าไปจนถึงกระดูก ซึ่งร่างทั้งหมดก็จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“อ๊ากกก!” มีเสียงกรีดร้องดังออกมา และตอนนี้ก็มีคนถูกพิษนั่นเข้าแล้ว
ทันใดนั้นเข็มยาที่อยู่ในมือของมู่เฉียนซีก็บินออกไป มันได้ปักเข้าไปในบาดแผลที่ได้รับบาดเจ็บ และควบคุมการแพร่กระจายของพิษนั้นเอาไว้ก่อน
“ขอบคุณฝ่าบาทน้อยมากขอรับ!” เขาจึงกล่าวอย่างตื่นเต้น เมื่อสัมผัสได้ว่าบาดแผลบนร่างกายของตนเองรู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย
ก่อนหน้านี้ เขารู้สึกว่าตนเองกำลังจะเดินเข้าไปในประตูวิญญาณอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะเข็มของฝ่าบาทน้อย ทำให้เขาฟื้นคืนสติกลับมา และเขาก็กลับมาจากประตูวิญญาณได้
มู่เฉียนซีกล่าว “ได้รับบาดเจ็บแล้วก็ถอยออกไปก่อน การรักษาอาการบาดเจ็บเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า!”
เขากล่าวว่า “พิษถูกฝ่าบาทน้อยควบคุมเอาไว้แล้ว ข้ายังสามารถสู้ต่อได้ขอรับ คู่ต่อสู้แข็งแกร่งเกินไป หากมีเพิ่มอีกคนคงพอเป็นแรงได้บ้าง!”
เขาพุ่งทะยานออกไป และเข้าร่วมการต่อสู้ที่ยากลำบากนั้นอีกครั้ง
เมื่อเผชิญหน้ากับอสรพิษหมื่นหางที่บ้าคลั่ง การไม่มียอดฝีมือระดับราชันย์วิญญาณจึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก!
มู่เฉียนซีหยิบเอาหอคอยนิรันดร์ออกมา ถึงความสามารถในการใช้มันของนางในตอนนี้จะมีอยู่อย่างจำกัด แต่ในตอนแรกหอคอยนิรันดร์ก็สามารถตรึงกิเลนแห่งนรกเอาไว้ได้ ฉะนั้นการจัดการกับ เจ้าตัวนี้น่าจะไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไรนัก!
ทันใดนั้นหอคอยเจ็ดชั้นสีดำสนิทขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นมากลางอากาศ มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกว่า “ผนึกมันให้ข้าซะ!”