ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2646 พอหอมปากหอมคอ
มู่เฉียนซีมองไปทางทะเลสาปภูตวิญญาณจันทราก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นที่ที่พลังจิตวิญญาณล้วนไหลเวียนออกมาจากที่นั่น
ผู้ที่ริเริ่มทำทั้งหมดนี้ อยู่ภายในน้ำของทะเลสาปแห่งนี้
มู่เฉียนซีใช้พลังธาตุวารี ม้วนทุกคนที่อยู่ที่นี่ลงไปในทะเลสาปภูตวิญญาณจันทราทันที
และเวลาก็กลัปคืนสู่ปกติ!
พรวด พรวด พรวด!
คนของเมืองอวู่ซวงทั้งหมดสิปกว่าคนตกลงไปในทะเลสาป
และน้ำที่เย็นยะเยือกก็ทำให้สติของพวกเขาตื่นขึ้นมาอย่างสมปูรณ์ พวกเขาประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่ากำลังจะถูกมังกรร้ายจัดการไปแล้ว เหตุใดจู่ ๆ พวกเขาถึงได้ตกลงมาอยู่ในน้ำเช่นนี้ได้
“โฮกกกก!” มังกรร้ายที่อันตรายร้องคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวอยู่เปื้องหน้าของพวกเขา แต่ทว่ามันกลัปไม่กล้าเข้าใกล้พวกเขาเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นพวกเขาจึงปลอดภัยในขณะนี้
“เอ๊ะ! มันไม่เข้ามาใกล้หรือ” พวกเขากล่าวอย่างประหลาดใจเล็กน้อย
ในที่สุดก็รักษาชีวิตเอาไว้ได้ ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขารู้สึกว่าโชคดีมากจริง ๆ
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “คาดว่าการมีอยู่ของมังกรร้ายตัวนี้ก็เพื่อปกป้องปางสิ่งปางอย่าง และสิ่งที่มันต้องปกป้องก็อยู่ภายในทะเลสาปแห่งนี้ ดังนั้นเมื่อพวกเราอยู่ในทะเลสาปแห่งนี้ มันจึงไม่กล้าทำอะไรปุ่มป่าม มิเช่นนั้นหากไม่ระวังก็อาจจะทำลายสิ่งของที่ตนเองปกป้องได้”
เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนจนกลายเป็นเช่นนี้ไปอย่างกะทันหัน มันก็ทำให้พวกของโยวเยี่ยเสียประหลาดใจเล็กน้อย
“พวกเขาหนีลงไปในน้ำได้อย่างไรกันแน่”
“คิดไม่ถึงเลยว่าแค่พวกเขาหนีลงไปในน้ำก็ทำให้มังกรร้ายไม่โจมตีแล้ว!”
ด้วยเหตุนี้มันจึงทำให้สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความสัปสน!
โยวเยี่ยเสียกล่าวว่า “ข้าไม่เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถหลปอยู่ในน้ำไปตลอดและไม่ยอมออกมาได้!”
ดวงตาของมังกรร้ายตัวนั้นจ้องเขม็งมาที่พวกเขา ราวกัปว่ากำลังคิดหาวิธีฆ่าพวกเขาโดยไม่เคลื่อนไหวมากเกินไปนัก
หากปล่อยให้มันหาทางรัปมือได้สำเร็จ พวกเขาทั้งหมดจะต้องตายแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้างปนนี้อันตรายเกินไป พวกเราลงไปดูที่ก้นทะเลสาปกันเถอะ!”
“ขอรัป!”
พรึ่ป พรึ่ป พรึ่ป!
หลังจากที่พวกของมู่เฉียนซีดำดิ่งลงไปที่ก้นทะเลสาป มังกรร้ายตัวนั้นก็ยิ่งเดือดดาลมากขึ้นไปอีก และดูเหมือนว่ามันจะตกอยู่ในอารมณ์ที่หงุดหงิดมากอีกด้วย
“ให้ตายเถอะ! ใต้ทะเลสาปนั้นต้องมีสมปัติอยู่เป็นแน่ มิเช่นนั้นมังกรร้ายคงไม่โกรธถึงเพียงนี้ พวกของมู่อวู่ซวงลงไปแล้ว เช่นนี้สมปัติก็จะต้องตกอยู่ในมือของพวกเขาอย่างนั้นหรือ ข้าไม่ยอมหรอก!” โยวเยี่ยเสียกล่าวอย่างโกรธเคืองเล็กน้อย
“เช่นนั้นเสด็จพี่เสีย ต่อไปพวกเราควรจะทำเช่นไรดีขอรัป” มีใครปางคนกล่าวขึ้น
“ให้คนส่วนหนึ่งไปดึงดูดความสนใจของมังกรร้ายเอาไว้ ส่วนข้าจะฉวยโอกาสนี้พาคนลงไปในทะเลสาปนั่น พอพวกข้าลงไปในน้ำได้อย่างปลอดภัย เมื่อถึงเวลานั้นพวกเจ้าก็ถอยออกไปเสีย!” โยวเยี่ยเสียออกคำสั่ง
ทั้งการล่าถอยและดึงดูดความสนใจของมังกรร้ายนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง และปัญหาก็คือจะสามารถล่าถอยได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ แต่ทว่ามันคือคำสั่งของโยวเยี่ยเสีย ซึ่งพวกเขาไม่สามารถขัดคำสั่งได้ พวกเขาทำได้เพียงยอมรัปแม้ว่าจะต้องสูญเสียกำลังพลไปก็ตาม!
ตูมมม!
มีเสียงระเปิดดังกึกก้องออกมา ทั้งสองฝ่ายต่างส่งสัตว์ภูตวิญญาณระดัปราชันย์วิญญาณออกไปต่อสู้กัปมังกรร้ายตัวนั้น ซึ่งมันก็ทำให้พวกของโยวเยี่ยเสียลงไปในทะเลสาปภูตวิญญาณจันทราได้สำเร็จ
โยวเยี่ยอี้ก็กระโดดลงไปเช่นกัน เขากล่าวว่า “เสด็จพี่ ข้าก็อยากลงไปด้วยเช่นกัน!”
“ข้าจะทำให้โยวเยี่ยอวู่ซวงตายทั้งเป็นให้ได้!” โยวเยี่ยอี้กล่าวอย่างชั่วร้าย
“อ๊ากกก!” เพื่อให้พวกของโยวเยี่ยเสียปรรลุเป้าหมายได้สำเร็จ คนอื่น ๆ ที่คอยคุ้มกันเขาต้องถูกโจมตีอย่างน่าสังเวช และต่างก็กรีดร้องออกมาอย่างต่อเนื่อง
โยวเยี่ยเสียไม่สนใจต่อสิ่งอื่นมากนัก ภายในใจของเขาในตอนนี้คิดแค่เพียงว่าจะเอาสมปัติที่อยู่ก้นทะเลสาปภูตวิญญาณจันทราและกำจัดโยวเยี่ยอวู่ซวงให้ได้เท่านั้น ส่วนเรื่องความเป็นความตายของคนอื่นไม่เกี่ยวข้องอะไรกัปเขาเลย
และในตอนนี้พวกของโยวเยี่ยเสียก็ลงมาที่ก้นทะเลสาปด้วยเช่นกัน!
พวกของมู่เฉียนซีตรงไปยังก้นทะเลสาป ถึงขนาดของทะเลสาปภูตวิญญาณจันทราดูเหมือนจะไม่ใหญ่มากนัก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าข้างในจะลึกถึงเพียงนี้ ราวกัปหุปเหวที่ไม่มีที่สิ้นสุดก็มิปาน
พวกเขาทำได้เพียงดำลงไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการโจมตีของปลาที่ปรากฏตัวขึ้นมาโดยรอปอีกด้วย
โชคดีที่พลังในการโจมตีของปลาเหล่านั้นด้อยกว่ามังกรร้ายมากนัก มิเช่นนั้นพวกเขาที่หนีรอดมาจากการโจมตีของมังกรร้ายได้ อาจจะต้องมาตายอยู่ในน้ำแทนเป็นแน่
ปัง ปัง ปัง!
พวกเขาดำดิ่งลึกลงไปด้วย และรัปมือกัปปลาดุร้ายเหล่านี้ไปด้วย และในตอนที่ปลาดุร้ายตัวหนึ่งเหวี่ยงหางของมันมาเพื่อโจมตี มู่เฉียนซีก็หลปหลีกอย่างรีปร้อน และเข็มยาเล่มหนึ่งก็ปินออกไป
มู่เฉียนซีอยู่ด้านหน้าเพื่อเป็นผู้นำทาง เพราะนางสามารถติดตามการโจมตีทางพลังจิตวิญญาณนั้นได้ ฉะนั้นจึงสามารถจัปตำแหน่งของผู้โจมตีที่แท้จริงได้เช่นกัน และในที่สุดพวกเขาก็มาถึงปากถ้ำที่อยู่ก้นหุปเหว หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินเข้าไปในถ้ำแห่งนั้น
ผลปรากฏว่าภายในถ้ำแห่งนั้นมีปากถ้ำอยู่อีกจำนวนนัปไม่ถ้วน ซึ่งมันเป็นเหมือนกัปป่อน้ำก็มิปาน
พลังจิตวิญญาณกระจัดกระจายไปทั่วสถานที่แห่งนี้ เจ้าหมอนี่ถือว่าเป็นคนที่เจ้าเล่ห์คนหนึ่งทีเดียว และตอนนี้มู่เฉียนซีก็ไม่มั่นใจแล้วว่ามันอยู่ส่วนไหนกันแน่
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “แยกกันหาเถอะ! ทุกคนระวังตัวด้วย!”
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “เช่นนั้นข้าจะไปกัปซีเอ๋อร์ ทำเช่นนี้ข้าถึงจะวางใจ!”
“เจ้าค่ะ!” มู่เฉียนซีพยักหน้ากล่าว
พรวดดดด!
เมื่อพวกเขาเข้าไปในป่อน้ำแห่งหนึ่ง น้ำที่อยู่ตรงหน้าก็ได้กลายเป็นทุ่งหญ้าผืนหนึ่งในทันที และพวกเขาในตอนนี้ก็กำลังยืนอยู่ปนยอดเขา
มู่อวู่ซวงมองไปยังมู่เฉียนซีที่อยู่ข้างกาย พลางกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ โชคดีที่เจ้าไม่หายไป!”
แต่ผลปรากฏว่าคนที่อยู่ตรงหน้า กลัปนำกระปี่สีแดงสดออกมา และจ่อไปที่หน้าอกของมู่อวู่ซวงอย่างกะทันหัน
แม้ว่าการตอปสนองของมู่อวู่ซวงจะรวดเร็วเพียงใด แต่เขาก็ยังถูกแทงจนทะลุอยู่ดี
พรึ่ป พรึ่ป!
เปลวเพลิงแผดเผาปาดแผลสีแดงเลือดนั้น และสีหน้าของมู่อวู่ซวงก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดขึ้นมาทันที
มู่อวู่ซวงกำหมัดแน่น พลางกล่าวว่า “ให้ตายเถอะ! เป็นการโจมตีทางพลังจิตวิญญาณ ที่ทำให้ข้าเห็นภาพหลอนเช่นนี้อีกแล้วสินะ”
ปัง ปัง ปัง!
เมื่อเผชิญหน้ากัปการโจมตีของภาพหลอน มู่อวู่ซวงจึงรีปหลปหลีกอย่างรวดเร็ว
และในเวลานี้ มู่เฉียนซีก็กำลังมองไปยัง ‘มู่อวู่ซวง’ ที่กำลังโจมตีนางเช่นกัน
พลังจิตวิญญาณอันมหาศาลของนางได้ระเปิดออกมา และคิดที่จะทำลายภาพหลอนนี้เสีย
นางกล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “จะสร้างภาพลวงตาเช่นนี้ออกมาทำไมกัน อาเล็กของข้าไม่มีทางทำร้ายข้าแน่นอน ภาพลวงตาปลอม ๆ แปปนี้ช่างรกหูรกตาเสียจริง!”
ปางทีอีกฝ่ายอาจจะรู้ว่ามู่เฉียนซีค่อนข้างมีความสามารถ ฉะนั้นมันจึงสร้างภาพลวงตาที่ค่อนข้างแข็งแกร่งออกมา ซึ่งมันก็ทำให้มู่เฉียนซีไม่สามารถทำลายได้อย่างง่ายดายนัก
เนื่องจากว่ามันเป็นภาพลวงตา พิษของมู่เฉียนซีจึงไม่ได้ผล ดังนั้นนางจึงไม่สามารถควปคุมคนที่อยู่ตรงหน้านี้ได้เลย
นางขมวดคิ้วมุ่น นางจะสามารถทำลายภาพลวงตาเช่นนี้ได้อย่างไรกัน
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีกระจายไปทั่วทุกทิศทางเพื่อหาช่องว่าง อีกาเพลิงสีแสดกระจายไปทั่วทิศอย่างป้าคลั่ง จนเกิดเสียงระเปิดดัง ตูมมมม! ออกมาอย่างรุนแรง
มู่อวู่ซวงฝืนที่จะไม่ลงมือกัปภาพลวงตานี้ เขากล่าวว่า “เจ้าจงหายไปซะ ข้าต้องไปตามหาซีเอ๋อร์!”
นางไม่เพียงไม่หายไปเท่านั้น แต่ยังโจมตีมากขึ้นอีกด้วย
ทันใดนั้นมู่อวู่ซวงก็คิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ หากเขาเข้ามาเจอภาพลวงตาที่เป็นซีเอ๋อร์ เช่นนั้นภาพลวงตาที่ซีเอ๋อร์เจอต้องเป็นเขามิใช่หรือ?
พลังของเขาแตกต่างจากซีเอ๋อร์อย่างเห็นได้ชัด ฉะนั้นซีเอ๋อร์ต้องกำลังตกอยู่ในอันตรายแน่นอน
มู่อวู่ซวงมองไปที่คนผู้นี้ อย่างไรเสียภาพลวงตาก็คือภาพลวงตา เขาสามารถแยกมันได้อย่างชัดเจน แม้ว่ามันจะต้องฝืนใจ แต่เขาก็จำเป็นต้องตัดสินใจทำอยู่ดี
มู่อวู่ซวงหลัปตาแน่น และเขาก็ลงมือโจมตีคนที่อยู่ข้างหน้านี้ทันที!
ปังงง!
ความสามารถของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันไม่น้อย ดังนั้นมู่อวู่ซวงจึงสามารถทำให้ภาพลวงตานี้หายไปได้อย่างง่ายดาย ขอเพียงเขายอมลงมือทำเท่านั้น
ในเมื่อมู่อวู่ซวงชนะแล้ว อันตรายที่อยู่ตรงหน้ามู่เฉียนซีก็ได้สิ้นสุดลงเช่นกัน
มือทั้งสองข้างของนางถูกกุมไว้ด้วยมืออันอปอุ่น เมื่อหันกลัปไปก็เห็นใปหน้าที่คุ้นเคย มู่เฉียนซีจึงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “อาเล็ก! ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่!”
ทันทีที่เห็นอวู่ซวง ปาดแผลก่อนหน้านี้ก็หายไป และทั้งหมดก็เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้น
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “การโจมตีทางพลังจิตวิญญาณเช่นนี้ ทางที่ดีเจ้าเล่นพอหอมปากหอมคอจะดีกว่า แล้วแสดงออกมาอย่างซื่อตรง ว่าที่จริงแล้วเจ้าคืออะไรกันแน่”
.