ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2650 จิ่วเยี่ยคุ้มกันซี
มู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงออกไปจากทะเลสาบภูตวิญญาณจันทรา ก่อนหน้านี้เพื่อให้โยวเยี่ยเสียสามารถบุกเข้าไปได้จึงให้คนจากเมืองหลักอื่น ๆ รั้งท้ายไว้ และมันก็เป็นผลให้คนที่รั้งท้ายเหล่านั้นต้องได้รับความสูญเสียอย่างสาหัสเลยทีเดียว
หลังจากที่โยวเยี่ยเสียพาโยวเยี่ยอี้หนีออกไป ก็ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของมังกรร้ายอีกครั้ง และในตอนที่พวกเขากำลังจะถูกเจ้ามังกรร้ายฉีกเป็นชิ้น ๆ ก็ได้มียอดฝีมือระดับราชันย์วิญญาณคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อปกป้องพวกเขาเอาไว้
ยอดฝีมือระดับราชันย์วิญญาณผู้นี้มีความสามารถเป็นถึงราชันย์วิญญาณระดับเจ็ด ซึ่งมันก็ไม่อาจเอาผู้แข็งแกร่งระดับราชันย์วิญญาณที่เคยเจอในเมืองหลวงอี้เหล่านั้นมาเทียบเคียงได้เลย พูดได้ว่าคนผู้นี้แข็งแกร่งมากจริง ๆ!
เขาแข็งแกร่งถึงขนาดที่สามารถทำร้ายมังกรร้ายจนบาดเจ็บได้ด้วยมือของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เกล็ดของมังกรถูกลอกออก ร่างของมันถูกปกคลุมไปด้วยรอยฟกช้ำ ซึ่งมันก็มีสภาพที่แตกต่างไปจากรูปลักษณ์อันสง่างามที่นางเคยเห็นก่อนหน้านี้ราวกับหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว
มู่อวู่ซวงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “หยุดเดี๋ยวนี้!”
โยวเยี่ยเสียกล่าวว่า “น้องอวู่ซวง ผู้อาวุโสกุ้ยคือคนของข้า เขาไม่ใช่คนของเจ้าเสียหน่อย! ดังนั้นเขาไม่มีทางเชื่อฟังคำสั่งของเจ้าอยู่แล้ว!”
“นับตั้งแต่ผู้อาวุโสกุ้ยปรากฏตัว ข้าก็เพิ่งได้รู้ว่าต้นไม้ต้นนั้นก็คือพืชศักดิ์สิทธิ์ หรือก็คือต้นภูตวิญญาณจันทรา! มันคือพืชแห่งจิตวิญญาณที่สามารถควบคุมจิตวิญญาณของมนุษย์ได้ ก่อนหน้านี้เพราะมันช่วยพวกเจ้า จึงมิแปลกใจเลยที่การต่อสู้ของข้าจะถูกควบคุมทุกวิถีทาง! ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะพืชศักดิ์สิทธิ์นั้นช่วยพวกเจ้าจัดการข้า เช่นนั้นข้าจะทำลายสัตว์ผู้พิทักษ์ของมัน แล้วจะทำไมล่ะ” โยวเยี่ยเสียกล่าวพลางแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
“ผู้อาวุโสกุ้ย! จงสับเจ้ามังกรร้ายตัวนี้เป็นชิ้น ๆ ให้ข้าซะ”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “เจ้าแน่ใจว่าจะทำเช่นนี้ใช่หรือไม่?”
“แน่นอนอยู่แล้ว! มู่เฉียนซี เจ้าทำร้ายน้องชายของข้า รอให้ข้าจัดการเจ้ามังกรร้ายตัวนี้ได้เมื่อไร ข้าจะจัดการเจ้าแน่! เจ้าคิดว่าการที่เจ้าเป็นหลานสาวของโยวเยี่ยอวู่ซวง แล้วจะถือว่าเป็นสมาชิกในราชวงศ์แดนวิญญาณของพวกข้าจริง ๆ หรือ บังอาจมาฆ่าองค์ชายของแดนวิญญาณ เจ้ามันสมควรตายนัก!” โยวเยี่ยเสียกล่าว
“เหอะ! สถานะคนในราชวงศ์แดนวิญญาณอย่างนั้นหรือ คุณหนูอย่างข้าไม่เคยอยากได้มาก่อนเลย! ส่วนเรื่องทำร้ายโยวเยี่ยอี้ แม้แต่คนที่ไม่มีพลังบำเพ็ญใดอย่างข้าเขายังสู้ไม่ได้ ยังมีหน้าให้คนอื่นมาช่วยแก้แค้นอีกอย่างนั้นหรือ! ช่างน่าขันนัก” มีรอยยิ้มประชดประชันปรากฏขึ้นบนมุมปากของมู่เฉียนซี
“เจ้าคิดว่าการที่เจ้าพูดเช่นนี้แล้วข้าจะยอมปล่อยเจ้าไปหรือ วันนี้เจ้าจะต้องตาย ผู้ใดก็ไม่อาจขวางข้าได้! แม้ว่าจะเป็นโยวเยี่ยอวู่ซวงก็ตาม!” โยวเยี่ยเสียคลี่ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
และทันใดนั้นเอง ร่างเหล็กสีดำขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้ามาจู่โจมโยวเยี่ยเสียอย่างกะทันหัน
การโจมตีหมัดนี้ ผู้แข็งแกร่งระดับราชันย์วิญญาณระดับเจ็ดยังไม่ทันที่จะตอบสนอง เขาก็เห็นฝ่าบาทเสียของพวกเขาถูกโจมตีจนลอยละลิ่วออกไปแล้ว
พรวด พรวด พรวด!
นี่เป็นหมัดที่ธรรมดามาก แต่ทว่ามันกลับสามารถทำให้ทั้งร่างกายและอวัยวะภายในของโยวเยี่ยเสียถูกทำลาย ซึ่งมันก็ทำให้เขาต้องกระอักเลือดออกมา
หากไม่ใช่เพราะว่าที่ตัวเขามียาลูกกลอนอยู่มากมายแล้วละก็ คาดว่าหมัดนี้อาจจะฆ่าเขาได้เลยก็เป็นได้
โยวเยี่ยเสียจ้องมองไปยังคนที่โจมตีเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง เขากล่าวว่า “เจ้า…เป็นเจ้า…”
เขาคือคนเหล็กประหลาดที่พิทักษ์อยู่ข้างกายมู่เฉียนซีคนนั้น เพราะก่อนหน้านี้ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา จึงไม่คิดว่าขนาดตอนที่พวกเขามีผู้แข็งแกร่งระดับราชันย์วิญญาณระดับเจ็ดอยู่ข้างกาย เขาก็ยังจะกล้าลงมือได้อย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้!
พรวดด!
ในที่สุดเขาก็หายใจได้หลังจากที่กระอักออกมาเป็นเลือดอย่างต่อเนื่อง เขาสั่งว่า “ฆ่าเจ้ามนุษย์เหล็กประหลาดนั่นซะ ข้าอยากรู้ว่าเจ้าหมอนี่แท้จริงแล้วคือตัวอะไรกันแน่ ทั้งยังเล่นตุกติกด้วยการซ่อนตัวอยู่ในเกาะเหล็กขนาดใหญ่นั่น และยังกล้าโจมตีข้าอีกด้วย!”
แน่นอนว่าจิ่วเยี่ยต้องโจมตีอยู่แล้ว สำหรับคนที่พูดว่าซีของเขาสมควรตาย ทั้งยังตะโกนว่าจะฆ่าและโจมตีซี หากไม่ให้โจมตีเขาแล้วจะต้องโจมตีใครกันล่ะ
ผู้แข็งแกร่งราชันย์วิญญาณระดับเจ็ดผู้นั้นก้าวไปบนพื้น และกระโดดสูงขึ้นไปกลางอากาศ ในที่สุดเขาก็มีระดับความสูงเท่ากับเจ้ายักษ์ใหญ่ตัวนี้แล้ว
เขากล่าวว่า “บังอาจมาทำร้ายฝ่าบาทเสีย เจ้าตายเสียเถอะ!”
ตูมมม!
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ต่อสู้กันขึ้นมาทันที
มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวออกมา เสียงระเบิดที่น่าสะพรึงกลัวนั้นทำให้ผู้คนต่างขนลุกขนพองขึ้นมาทันที การต่อสู้นี้ดุเดือดเป็นอย่างมาก และมันก็ทำให้ผู้อาวุโสกุ้ยรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังโดนดูถูกอย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียว
“เจ้าไม่แม้แต่จะใช้พลังวิญญาณเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งยังใช้เพียงการโจมตีด้วยหมัดง่าย ๆ กับเกราะป้องกันนี้เท่านั้น นี่เจ้ากำลังดูถูกข้าอยู่อย่างนั้นหรือ” ผู้อาวุโสกุ้ยกล่าวอย่างโกรธเคือง
ปัง ปัง ปัง!
หวงจิ่วเยี่ยยังคงใช้กำปั้นเพียว ๆ ในการโจมตีเขา ถึงแม้ว่ากำปั้นนี้จะดูเรียบง่ายและจืดชืด แต่มันก็เต็มไปด้วยพลังแห่งการทำลายล้างที่แข็งแกร่งยิ่ง
ปัง ปัง ปัง!
หลังจากที่ปะทะฝีมือกันอยู่หลายรอบ มันก็ทำให้ผู้อาวุโสกุ้ยเข้าใจขึ้นมาเรื่องหนึ่ง
ผู้อาวุโสกุ้ยหัวเราะเยาะออกมาพลางกล่าวว่า “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ที่แท้เจ้าก็เป็นเหมือนกับแม่สาวน้อยผู้นั้นนี่เอง เป็นคนที่ไม่มีพลังบำเพ็ญ เป็นเพียงแค่คนไร้ค่าเท่านั้น! เจ้าทำได้เพียงอาศัยพลังจากเกราะที่ทำให้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับคนอื่นและทำให้เจ้ามีพลังในการต่อสู้ พลังในการต่อสู้นี้แข็งแกร่งมากจริง ๆ! เกราะนี้คงเป็นสมบัติอย่างนั้นสินะ! รอให้ข้าทำลายเกราะนี้ของเจ้าได้เมื่อไร เจ้าคิดว่าแค่พลังของเจ้า จะสามารถสู้กับข้าได้อย่างนั้นหรือ”
ตูมม! ตูมม! ตูมม!
เสียงระเบิดที่สะเทือนเลื่อนลั่นดังก้องกังวานออกมา
โยวเยี่ยเสียกล่าวว่า “ที่แท้ผู้ชายคนนั้นก็ไม่สามารถใช้พลังบำเพ็ญใด ๆ ได้นี่เอง มิแปลกใจเลยที่ยอมเป็นทาสให้แม่สาวน้อยผู้นั้น! อย่างน้อยแม่สาวน้อยผู้นั้นก็ยังสามารถใช้เคล็ดวิชาลับพิเศษทำให้ความสามารถของตนเองไปถึงระดับผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับเก้าขั้นสูงสุดได้ แต่ผู้ชายคนนั้นไม่สามารถใช้ได้แม้แต่เคล็ดวิชาลับ และทำได้เพียงอาศัยความทนทานของชุดเกราะนั้นเท่านั้น สุดท้ายแล้วเขาจะต้องพ่ายแพ้ให้กับผู้อาวุโสกุ้ยอย่างแน่นอน”
ไม่ใช่ว่าจิ่วเยี่ยเป็นคนไร้ค่าที่ไม่มีพลังวิญญาณใด ๆ แต่เขาไม่สามารถใช้ได้ต่างหาก
พลังของเขามีความพิเศษมากที่สุดในโลกนี้ หากใช้มัน การปลอมตัวทั้งหมดก็จะไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง และเขาก็จะต้องถูกค้นพบเป็นแน่!
และหากเขาถูกค้นพบละก็ พลังของทัณฑ์สวรรค์ที่สวรรค์ทิ้งเอาไว้ในร่างกายของซี จะต้องทำให้ซีทุกข์ทรมาน และต้องเจ็บปวดเจียนตายอีกแน่นอน ซึ่งเขาก็ไม่มีทางยอมให้เกิดเรื่องเช่นนั้นอีกเป็นอันขาด
ปังงง!
จิ่วเยี่ยลงมือโจมตีด้วยความเร็วที่มากขึ้น เขาต้องการที่จะฆ่าตาเฒ่าผู้นี้ และจะไม่ยอมปล่อยให้เขามาทำลายเกราะของเขาได้แน่
ผู้อาวุโสกุ้ยหัวเราะพลางกล่าวว่า “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เจ้าสนใจเกราะนี่ขนาดนี้เลยหรือ เช่นนั้นข้าจะต้องทำลายมันทิ้งให้จงได้”
ในขณะที่ผู้แข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวทั้งสองกำลังต่อสู้กัน พวกเขาที่เหลือก็ทำได้เพียงหลบอยู่ในที่ไกล ๆ เท่านั้น
มังกรร้ายลากร่างที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสพุ่งลงไปใต้ทะเลสาบภูตวิญญาณจันทรา แม้ว่ามันจะต้องตายก็ขอตายอยู่ข้างกายของเจ้าผลไม้น้อย เจ้าผลไม้น้อยต้องตื่นตกใจมากเป็นแน่
“แงง แงงง!” หลังจากนั้นไม่นานมู่เฉียนซีก็ได้ยินเสียงกรีดร้องแทบขาดใจของเจ้าผลไม้น้อยดังขึ้น
มู่เฉียนซีมองไปทางจิ่วเยี่ย เพราะจิ่วเยี่ยในเวลานี้ไม่สามารถใช้พลังของเขาได้ ฉะนั้นการเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสกุ้ยจึงเป็นเรื่องยากที่จะรับมือได้ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่สามารถเข้าไปขวางได้ นางจึงเลือกที่จะไปดูเจ้าผลไม้น้อยก่อนว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงไม่ให้เจ้าผลไม้น้อยเสียใจมากจนคิดที่จะระเบิดตนเองขึ้นมาอย่างกะทันหันอีกครั้ง
“เลิกร้องได้แล้ว!” มู่เฉียนซีรู้สึกว่าเสียงคร่ำครวญของเจ้านี่จะน่ารำคาญเกินไปแล้ว
“ฮือออ! เจ้าหลอกข้า เจ้าหลอกข้า เจ้าไม่ได้บอกว่าจะช่วยหลงหลงอย่างนั้นหรือ ตอนนี้หลงหลงกำลังจะตายแล้ว หากมันตาย ข้าจะระเบิดตนเองเสีย และข้าจะไม่ให้ผลของข้ากับเจ้าแม้แต่ลูกเดียว!” เจ้าผลไม้น้อยกล่าวอย่างสะอึกสะอื้น
“อย่านะ! ไม่ได้! กั๋วเอ๋อร์!” เสียงเแหบแห้งของมังกรร้ายที่อยู่ข้างกายดังขึ้นมา
“ข้าสามารถใช้เลือดมังกรของข้ารดน้ำให้เจ้าได้ แม้ว่ามันจะเป็นวิธีที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก แต่บางทีอาจจะสามารถทำให้ผลผลสุดท้ายของเจ้าผลิออกมาก็เป็นได้ เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าก็จะสามารถกลายร่างเป็นคนได้ ทีนี้เจ้าอยากจะไปที่ไหนก็สามารถไปได้เสียที” มังกรร้ายกล่าว
เจ้าผลไม้น้อยสะอื้นกล่าว “ไม่เอา! ไม่มีเจ้าคอยอยู่เป็นเพื่อนข้า ข้าก็ไม่อยากจะไปไหนทั้งนั้น! ข้าจะระเบิดตัวเอง ระเบิดตัวเองไปเสียเลย!”
“เลิกดื้อได้แล้ว กั๋วเอ๋อร์!” มังกรร้ายทำอะไรไม่ถูก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เอาล่ะ! หากร่างกายของมังกรร้ายไม่ได้รับการรักษาจากนักปรุงยาที่มีความสามารถ มันก็อาจจะตายได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะตายจริง ๆ เสียหน่อย!”
“นักปรุงยาอย่างนั้นหรือ! ข้าจะหานักปรุงยามนุษย์ที่ยอดเยี่ยมเช่นนั้นได้จากที่ไหนกัน ต้องไปหาที่ไหนกันล่ะ” เจ้าผลไม้น้อยกล่าวถามอย่างกระตือรือร้น
“มีอยู่ตรงหน้าเจ้าคนหนึ่งนี่ไง เจ้าคิดว่าข้ามีพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งขนาดนั้นอย่างเปล่าประโยชน์หรืออย่างไร!” มู่เฉียนซีกล่าว
.
.