ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2651 แยกคู่รักออกจากกัน
เจ้าผลไม้น้อยกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “จริงหรือ จริงหรือ เจ้าไม่ได้หลอกข้าใช่หรือไม่?”
“แน่นอนอยู่แล้ว! ข้ารับปากแล้วว่าจะช่วยมัน ดังนั้นข้าย่อมต้องช่วยมันได้อยู่แล้ว แต่เจ้าก็ต้องรักษาคำพูดด้วยเหมือนกัน” มู่เฉียนซีกล่าว
“ตกลง! ขอเพียงหลงหลงไม่เป็นอะไร ผลของข้าก็ไม่สำคัญอะไรเลย มันสำคัญกว่าผลของข้ามากมายนัก ข้าสามารถผลิผลของข้างออกมาได้อีกครั้ง แต่แค่ต้องใช้เวลาเท่านั้นเอง” เจ้าผลไม้น้อยกล่าว
ครั้งหนึ่งเพื่อที่จะทำให้มันสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ มันจึงรู้สึกว่าผลของมันนั้นสำคัญมากกว่าสิ่งใด
แต่ตอนนี้เมื่อเห็นว่าลมหายใจของหลงหลงกำลังจะหมดไปต่อหน้าต่อตาของมัน มันกลับค้นพบขึ้นมาอย่างกะทันหันว่ามันมีสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นอยู่ แน่นอนว่านี่เป็นสิ่งที่มันไม่อาจสูญเสียไปได้
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ แววตาของมังกรร้ายก็เปล่งประกายไปด้วยความตื่นเต้นทันที เจ้าเด็กโง่นี่!
มู่เฉียนซีมองไปทางมังกรร้ายพลางกล่าวว่า “ต่อจากนี้เจ้าต้องให้ความร่วมมือในการรักษากับข้า ห้ามต่อต้านข้า และต้องเชื่อข้า ต้องทำเช่นนี้ถึงจะสามารถรักษาชีวิตของเจ้าเอาไว้ได้!”
นัยน์ตาของมังกรร้ายเปล่งประกายออกมาอย่างชั่วร้าย และมันยังจ้องมองไปที่มู่เฉียนซีอย่างดุร้ายอีกด้วย
หากไม่ใช่เพราะมนุษย์ผู้นี้บุกเข้ามาในพื้นที่ของกั๋วเอ๋อร์อย่างกะทันหัน ก็คงจะไม่เกิดความวุ่นวายขนาดนี้ และกั๋วเอ๋อร์ก็จะไม่ถูกมนุษย์ค้นพบอีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าทั้งโกรธและโมโหข้า แต่เจ้าอยากมีชีวิตอยู่หรือไม่ หากอยากจะมีชีวิตอยู่แล้วละก็ เช่นนั้นเจ้าก็ต้องมีมารยาทกับข้าบ้าง”
แน่นอนว่ามันต้องการมีชีวิตอยู่ มันอยากจะมีชีวิตเพื่อปกป้องกั๋วเอ๋อร์ มิเช่นนั้นคาดว่าเจ้าเด็กโง่นี่คงได้ถูกมนุษย์หลอกอย่างแน่นอน
กั๋วเอ๋อร์ขี้แยขนาดนี้ หากว่ามันต้องตายและหายไป คงไม่มีผู้ใดที่จะอดทนกล่อมเจ้าเด็กขี้แยคนนี้ได้เป็นแน่
มังกรร้ายให้ความร่วมมือในการรักษากับมู่เฉียนซีอย่างสงบ มู่เฉียนซีหยิบเข็มยาออกมาจำนวนนับไม่ถ้วน จากนั้นก็แทงเข้าไปในร่างกายของมังกรร้ายทันที
มังกรร้ายไม่ได้ส่งเสียงออกมา แต่เจ้าผลไม้น้อยนั่นกลับร้องออกมาด้วยความตกใจว่า “เอ๊ะ! เจ็บ!”
“ฮืออออ! พระเจ้า! หลงหลงจะต้องเจ็บมากแน่เลย!”
“ฮืออออ! หลงหลง…”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “หุบปาก! อย่าพูดมาก!”
“อย่าดุมันสิ!” มังกรร้ายกล่าว
“โอ้! เจ้ามังกรร้ายตัวนี้กำลังปกป้องภรรยาอย่างนั้นสินะ! ไม่เลวเลย ไม่เลว!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างหยอกล้อ
ร่างของมังกรร้ายแข็งทื่อไปเล็กน้อย ส่วนเจ้าผลไม้น้อยก็กล่าวขึ้นมาอย่างงงันว่า “ภรรยาอะไรหรือ?”
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกเล็กน้อย ดูเหมือนว่ามันจะไม่ง่ายสำหรับเจ้ามังกรนี่เช่นกันสินะ!
เพิ่งจะจัดการอาการบาดเจ็บภายในเสร็จ นางก็จัดการอาการบาดเจ็บภายนอกแล้ว หากหมอปีศาจลงมือย่อมจัดการได้อย่างรวดเร็วอยู่แล้ว
อย่างไรเสียนางก็เสียเวลาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานนัก เพราะนางยังกังวลเรื่องของจิ่วเยี่ย
ตูมมมม!
รอบทะเลสาบภูตวิญญาณจันทราเต็มไปด้วยหลุมบ่อ และการต่อสู้ของร่างเงาทั้งสองก็ดุเดือดจนยากที่จะแยกจากกันได้
จิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวได้ระเบิดออกมาจากร่างของจิ่วเยี่ย เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ กำลังจะทำลายชุดเกาะชุดแรกของเขานั่นเอง
เห็นได้ชัดว่าเขายังอยากจะอยู่ข้างกายซีให้มากกว่านี้อีกสักระยะหนึ่ง
ผู้อาวุโสกุ้ยสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวที่ปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นเทา ดูเหมือนว่าภายในเกาะนี้จะมีสัตว์ร้ายที่น่าสะพรึงกลัวอย่างหาที่เปรียบมิได้ซ่อนอยู่ และดูเหมือนว่าเขากำลังจะออกมาเพื่อฉีกทึ้งคนให้กลายเป็นชิ้น ๆ แล้ว
คนผู้นี้น่ากลัวมากเกินไป แม้ว่าจะเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ ก็ยังไม่ถึงขนาดนี้เลย! นี่เขาเป็นใครกันแน่
ผู้อาวุโสกุ้ยถูกทำให้หวาดกลัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขากล่าวด้วยเสียงอันสั่นเทาว่า “ฝ่าบาทเสีย พวกเรารีบไปกันเถอะ! คนผู้นี้น่าสะพรึงกลัวมาก ไม่ต้องไปสนใจพืชศักดิ์สิทธิ์ หรือมู่เฉียนซีอะไรนั่นอีกแล้ว พวกเราหนีเอาตัวรอดสำคัญกว่า!”
เขาไม่กล้าต่อสู้อีกแล้ว และทำได้เพียงพาเจ้านายของตนเองหนีไปก่อนค่อยว่ากัน
คนของเมืองเสียเหล่านั้นเมื่อเห็นว่าเจ้านายของตนเองหนีไปแล้ว ก็รีบหลบหนีตามไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
จิ่วเยี่ยไม่ได้ไล่ตามพวกเขาต่อ เขาเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ฉะนั้นจึงไม่อยากเสียเวลาไปกับพวกมดปลวกเหล่านั้น
จิ่วเยี่ยเข้าไปกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ในอ้อมแขน อ้อมกอดเช่นนี้ไม่เพียงพอสำหรับจิ่วเยี่ยเลยแม้แต่น้อย
มู่เฉียนซีเองก็รู้สึกได้ถึงรอยร้าวบนชุดเกราะนี้ นางผงะไปเล็กน้อย “เกิดอะไรขึ้นกับชุดเกราะอย่างนั้นหรือ?”
“เจ้าต้องไปแล้วหรือ?”
“คราวที่แล้ว ข้ายังไม่ทันได้บอกลาเจ้าก็ต้องจากเจ้าไปนานถึงขนาดนั้น แต่คราวนี้ข้าบอกลาเจ้าเป็นอย่างดี หวังว่าครั้งหน้าตอนที่เจ้ามาหาข้า เจ้าจะเปลี่ยนชุดเกราะที่ดูหล่อเหลากว่านี้มานะ!” จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ ส่วนมู่เฉียนซีก็ประทับจูบลงไปบนหน้าผากของเขา
แม้ว่าเกราะหนึ่งชั้นจะหนามาก แต่หัวใจของจิ่วเยี่ยก็กระตุกวูบไปครึ่งจังหวะ เขาเองก็อยากจูบซี…
เมื่อมู่อวู่ซวงเห็นฉากนี้ก็หน้าบูดบึ้งไปทันที เขากล่าวว่า “ในเมื่อชุดเกราะนั่นกำลังจะแตก เช่นนั้นก็รีบไปเสีย อยู่ให้ห่างจากซีเอ๋อร์หน่อย! หากซีเอ๋อร์ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่”
คนของเมืองอวู่ซวงตะลึงงันไปทันที นี่ฝ่าบาทอวู่ซวงกำลังแยกคู่รักออกจากกันอย่างนั้นหรือ
แม้พวกเขาจะคิดว่าหน้าตาของเจ้าหนูนี่เป็นเช่นไรพวกเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ อีกทั้งยังมีรสนิยมที่แปลกประหลาดอย่างการสวมชุดเกราะแปลก ๆ เช่นนี้อีก ซึ่งดูไม่คู่ควรกับฝ่าบาทน้อยของพวกเขาเลย
แต่ฝ่าบาทน้อยของพวกเขาชอบน่ะสิ! คิดไม่ถึงว่าจะเป็นคนเริ่มจูบเขาก่อนด้วย ฉะนั้นฝ่าบาทอวู่ซวงที่เป็นผู้ปกครองก็ไม่ควรจะเข้มงวดมากเกินไป
แม้ว่าไม่อยากจะจากไป แต่เขาก็ต้องใจแข็งจากไปอยู่ดี หลังจากนั้นจิ่วเยี่ยก็คุกเข่า และวางมู่เฉียนซีลง เขาทอดมองไปที่มู่เฉียนซีพลางกล่าวโดยไม่มีเสียงว่า ‘ซี รอข้านะ!’
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อื้ม! ข้ารอเจ้าได้อยู่แล้ว! เมื่อไรที่ชุดเกราะของเจ้าสร้างเสร็จ เจ้าก็สามารถมาได้ทันทีเลย”
เขาไม่มีเศษเสี้ยวของสุ่ยจิงอิ๋งอีกแล้ว ซึ่งซีไม่รู้เรื่องนี้ แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะชิ้นส่วนนั้นควรจะให้ซีไปตั้งแต่แรกแล้ว
ตอนนี้ซีทำได้แค่ใช้พลังแห่งกาลเวลาเพื่อย้อนเวลาถึงจะสามารถใช้พลังวิญญาณได้ ฉะนั้นหากมีเศษเสี้ยวของสุ่ยจิงอิ๋งอยู่ที่นางมากขึ้นอีกชิ้น ซีก็จะสามารถใช้เกราะป้องกันสัมบูรณ์ได้เพิ่มขึ้นอีกครั้ง เป็นเช่นนี้เขาก็สามารถวางใจได้แล้ว
ในช่วงเวลาสั้น ๆ ซีสามารถมาอยู่ที่แดนวิญญาณ และมาอยู่ข้างกายมู่อวู่ซวงได้
แม้ว่าจะไม่มีเศษเสี้ยวของสุ่ยจิงอิ๋งที่เป็นเส้นทางที่ทำให้มาถึงข้างกายของซีได้โดยตรงอีกแล้ว แต่เขาก็สามารถมาอยู่ตรงหน้าซีได้ทันทีเช่นกัน
ร่างใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็กลายเป็นเพียงแค่เงาราง ๆ อยู่กลางอากาศ และหายไปในที่สุด!
ทุกคนต่างกล่าวด้วยความตกใจว่า “เหตุใดเจ้าหมอนั่นถึงเร็วปานนั้นนะ!”
“ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าฝ่าบาทน้อยอาลัยอาวรณ์เขาขนาดไหน! ไปช้ากว่านี้สักหน่อยไม่ได้หรืออย่างไรกัน”
“พวกเจ้าหุบปากซะ!” น้ำเสียงของมู่อวู่ซวงเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันที
เหตุผลที่จิ่วเยี่ยจากไปเร็วถึงเพียงนี้ นั่นก็เป็นเพราะว่าเขาอยากจะไปให้ไกลจากซี ก่อนที่ชุดเกราะนี้จะแตกออกอย่างสมบูรณ์ ยิ่งไปให้ไกลเท่าไรก็ยิ่งดี
ต้องทำเช่นนี้ถึงจะสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้พลังของทัณฑ์สวรรค์ที่อยู่ในร่างกายของซีสัมผัสถึงเขา จนทำร้ายนางได้อีก
“ซีเอ๋อร์!” มู่อวู่ซวงจ้องมองไปที่มู่เฉียนซีด้วยความตื่นตระหนก เขาเกรงว่าชุดเกราะของเจ้านั่นจะแตกออกก่อนที่จะไปได้ไกลพอ และทำให้ซีเอ๋อร์ต้องทุกข์ทรมาน
เมื่อเวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ มู่เฉียนซีก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “อาเล็ก ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ! ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเลยทีเดียว”
พลังของทัณฑ์สวรรค์ที่อยู่ในร่างกายนิ่งสงบมาก ซึ่งดูเหมือนว่าสวรรค์จะไม่ทันได้ค้นพบว่ามู่เฉียนซีฝ่าฝืนด้วยการมาเจอหน้ากับจิ่วเยี่ยอีกครั้ง
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “อื้ม! เป็นเช่นนั้นก็ดี! โชคดีที่ซีเอ๋อร์ไม่เป็นอะไร!”
ในเวลานี้ จิ่วเยี่ยที่อยู่กลางอากาศที่ว่างเปล่า ก็เกิดเสียงดัง ปัง! ขึ้น และชุดเกราะที่แข็งแกร่งนั้นก็กลายเป็นความว่างเปล่าไปทันที
ผมสีดำสนิทปลิวไสว ท่ามกลางความว่างเปล่าอันมืดมิดแห่งนี้ ได้เผยให้เห็นถึงความงดงามอันเลิศล้ำ นอกจากนี้รูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลานี้ก็มิอาจมีผู้ใดเทียบเคียงได้อีกด้วย
ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกคู่นั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาอันน่าสะพรึงกลัว อีกทั้งมันยังลึกล้ำเหลือคณานับ ราวกับเทพอสูรปีศาจก็มิปาน
เขาจะต้องอยู่ด้วยกันกับซีตามที่เขาต้องการให้ได้ ไม่ว่าผู้ใดก็มิอาจหยุดยั้งเขาได้ แม้ว่าจะเป็นสวรรค์ก็ไม่มีความสามารถหรือความกล้าพอที่จะมาหยุดเขาได้เช่นกัน
เขาควบคุมจิตสังหารของตนเอง และแววตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและปรารถนาพลันเปล่งประกายออกมา
เพิ่งจะแยกจากกันเมื่อครู่ แต่ตอนนี้เขาอยากจะกลับไปอยู่ข้างกายซีอีกแล้ว
ร่างของจิ่วเยี่ยสว่างวาบขึ้น และเขาก็หายไปจากความว่างเปล่านั้นทันที
เขากลับไปที่แดนวิญญาณอีกครั้ง แน่นอนว่าเขาไม่ได้ไปหามู่เฉียนซี เพราะไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ แต่เขาจะไปคุยกับเจ้าครองแดนวิญญาณอย่างองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณต่างหาก!