ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2659 โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น
สืบแปดเขตแดนของแดนวิญญาณ เขตแดนที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือเขตแดนจี๋
ส่วนเจ้าเมืองของเขตแดนจี๋ก็คือโยวเยี่ยจี๋ เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเจ้าเมือง
ทั้งหมด นอกจากนี้เขายังเป็นทายาทอันดับหนึ่งขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณหรือก็คือองค์
รัชทายาทแห่งแดนวิญญาณนั่นเอง
การแข่งขันระหว่างองค์ชายแต่ละคนก็ตุเดือดมากเช่นกัน และการประชันระหว่างพวกเขา
ก็โหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก
หากความสามารถของผู้ใดอยู่เหนือโยวเยี่ยจี๋ สถานะของผู้สืบทอดอันดับหนึ่งก็สามารถ
เปลี่ยนคนได้เสมอ
ทุกสิ่งทุกอย่างว่ากันด้วยความแข็งแกร่ง เพราะแต่ไหนแด่ไรมาองค์จักรพรรดิราชันย์วิญ
ญาณไม่ใช่คนที่เอาอารมณ์เป็นที่ตั้งอยู่แล้ว
เพียงแต่ว่าดอนนี้เจ้าเมืองทั้งสิบแปด ไม่มีผู้ใดสามารถไล่ตามโยวเยี่ยจี๋ได้ทันเลยสักคน
เพราะความสามารถของโยวเยี่ยจี๋นำคนอื่นไปไกลมากแล้ว และดอนนี้เขาก็ได้มาถึงระดับราชันย์
วิญญาณ ขึ่งมันมีความเหลื่อมล้ำกับผู้อื่นเป็นอย่างมาก!
ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายแบบโด แต่มู่เฉียนธีก็ยังคงเตรียมตัวเพื่อ
ไปร่วมงานประชุมครั้งนี้กับอาเล็กของตนเองเป็นอย่างดี
คราวที่แล้วที่เผชิญหน้ากับโยวเยี่ยเสียและลูกสมุนของเขา ก็เต็มไปด้วยอันตรายมากมาย
คราวนี้ต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้มากยิ่งกว่าเดิม แล้วมู่เฉียนชีจะวางใจปล่อยให้อาเล็กของ
นางไปเพียงลำพังได้อย่างไร
มู่อวู่ชวงไม่มีหนทางจัดการกับความตื๋อรั้นของมู่เฉียนขีได้เลย ในเมื่อนางอยากไป ก็ทำได้
แค่ปล่อยให้นางไปเท่านั้น
การประชุมศักดิ์สิทธิ์ของทั้งสิบแปดเขตแดน ย่อมต้องจัดการประชุมที่เขตแดนที่แข็งแกร่ง
ที่สุดอย่างที่เขตแดนจี๋นั่นเอง
ส่วนคนที่จัดการประชุม ก็คือโยวเยียจี๋เจ้าเมืองของเขตแดนจี๋เช่นกัน
เจ้าเมืองของเขตแดนหลักต่าง ๆ พาคนเข้าไปในเขตแดนจี๋อย่างต่อเนื่อง มันไม่ได้มีเพียง
เมืองหลักเท่านั้นที่สามารถไปได้ แม้แต่องค์หญิงองค์ชายที่ไม่มีสิทธิ์กลายเป็นเจ้าเมืองยัง
มาเข้าร่วมด้วยเช่นกัน
พวกเขามีสิทธิ์ในการท้าทายเจ้าเมืองที่มาในงานประชุมอันศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ หากได้รับ
ชัยชนะ ก็จะสามารถทำให้เจ้าเมืองคนนั้นสละตำแหน่ง และให้ผู้ชนะขึ้นแทนได้
แล้ว
คราวนี้ต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้มากยิ่งกว่าเดิม แล้วมู่เฉียนขีจะวางใจปล่อยให้อาเล็กของ
นางไปเพียงลำพังได้อย่างไร
มู่อวู่ชวงไม่มีหนทางจัดการกับความดื้อรั้นของมู่เฉียนขีได้เลย ในเมื่อนางอยากไป ก็ทำได้
แค่ปล่อยให้นางไปเท่านั้น
การประชุมศักดิ์สิทธิ์ของทั้งสิบแปดเขตแดน ย่อมต้องจัดการประชุมที่เขตแดนที่แข็งแกร่ง
ที่สุดอย่างที่เขตแดนจี๋นั่นเอง
ส่วนคนที่จัดการประชุม ก็คือโยวเยี่ยจี๋เจ้าเมืองของเขตแดนจี๋เช่นกัน
เจ้าเมืองของเขตแดนหลักต่าง ๆ พาคนเข้าไปในเขตแดนจี๋อย่างต่อเนื่อง มันไม่ได้มีเพียง
เมืองหลักเท่านั้นที่สามารถไปได้ แม้แต่องค์หญิงองค์ชายที่ไม่มีสิทธิ์กลายเป็นเจ้าเมืองยัง
มาเข้าร่วมด้วยเช่นกัน
พวกเขามีสิทธิ์ในการท้าทายเจ้าเมืองที่มาในงานประชุมอันศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ หากได้รับ
ชัยชนะ ก็จะสามารถทำให้เจ้าเมืองคนนั้นสละตำแหน่ง และให้ผู้ชนะขึ้นแทนได้
ณ เวลานี้ที่เมืองเทียนจี้ซึ่งเป็นเมืองหลวงที่อยู่ใจกลางเขตแดนจี๋ได้มีแรงกดดันอันน่า
สะพรึงกำลังพุ่งทะยานเข้ามาอย่างกะทันหัน
ผู้พิทักษ์ของประดูเมืองเห็นสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่ดูดุร้ายเป็นอย่างยิ่งทะยานผ่านเขตแดน
จี๋เข้ามา
“นั่นคืออะไรน่ะ มังกรร้ายอย่างนั้นหรือ!”
‘คิดไม่ถึงเลยว่ามังกรร้ายระดับนี้จะโจมดีเมืองเทียนจี๋ของพวกเรา รีบไปเตรียมตัว
โจมตีกลับเดี๋ยวนี้!”
‘รอเดี๋ยว! ดูเหมือนว่ามังกรร้ายตัวนี้จะมีเจ้านายนะ!”
ในดอนที่มังกรร้ายเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาก็เห็นว่ามีคนสี่คนนั่งอยู่บนหลังของ
เจ้ายักษ์ที่ดุร้ายตัวนี้
คนหนึ่งสวมชุดสีม่วง คนหนึ่งเป็นสาวน้อยน่ารักในชุดกระโปรงสีทอง นอกจากนี้ยังมี
ชายหนุ่มที่หน้างดงามอย่างชั่วร้ายเป็นอย่างยิ่งอยู่คนหนึ่งอีกด้วย
ส่วนอีกคนหนึ่งคือขายในชุดสีขาว ที่งดงามราวกับหยกอย่างไร้ที่ดิ ซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึก
ถึงความอ่อนโยนราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิก็มีปาน
พวกเขาแต่ละคนต่างตื่นตะลึงไปตาม ๆ กัน นี่มันจะบ้าเกินไปแล้ว! คิดไม่ถึงเลยว่า
จะมีคนใช้มังกรร้ายที่เป็นสัตว์ภูตวิญญาณความสามารถระดับราชันย์วิญญาณมาเป็น
สัตว์พาหนะเช่นนี้ พวกเขาไม่กลัวถูกมังกรร้ายกลืนกินเลยหรืออย่างไร
คนที่มีความสามารถเช่นนี้ จะต้องเป็นองค์ขายคนใดคนหนึ่ง และอย่างน้อยจะต้อง
มีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าเมืองครองเขตแดนเป็นแน่
แต่ในเมื่อเป็นเจ้าเมือง เหตุใดถึงพาคนมาเพียงเล็กน้อยแค่นี้กัน
แน่นอนว่ามังกรร้ายก็ไม่ได้อยากเป็นสัตว์พาหนะเช่นกัน แต่เจ้านายของมันกลับรู้สึกว่า
หากได้ขี่มันไปจะต้องเป็นที่สะดุดตามากอย่างแน่นอน นอกจากนี้กั้วเอ๋อร์ก็เข้าข้างนางอีกด้วย
ในฐานะที่เป็นสัตว์เลี้ยงตัวน้อยของมู่เฉียนชี มันจึงทำได้เพียงแค่ยอมรับฟังคำสั่งเท่านั้น!
แน่นอนว่า นอกจากมู่เฉียนซี กั้วเอ๋อร์แล้ว ยังมีท่านหม้อวิญญาณนิรันดร์ผู้แข็งแกร่งอย่าง
ไม่อาจหยั่งถึงได้ และท่านอาเล็กที่เจ้านายให้ความสำคัญมากที่สุดด้วย ส่วนคนอื่นไม่มีสิทธิ์ได้ขึ้น
มาบนหลังของมันหรอก!
ทันโดนั้นก็มีเงาดำอีกเงาหนึ่งบินผ่านท้องฟ้าไป ในดอนที่มังกรร้ายกำลังจะเตรียมลงจอด
ก็มีเสียงที่หยิ่งผยองเสียงหนึ่งดังขึ้น ‘นั่นคือใครน่ะ รีบหลีกทางให้ข้าเร็วเข้า! ทุกคนรีบหลีกทางให้
ข้าเตี๋ยวนี้ อย่ามาขวางทางข้า!”
คนที่มาผู้นี้ช่างหยิ่งผยองจริง ๆ! ในเวลานี้เองก็มีคนกล่าวขึ้นมาว่า ‘ฝ่าบาท แย่แล้ว!
ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นมังกรร้ายนะขอรับ นิสัยของมังกรร้ายทั้งบ้าคลั่งและอันตราย พวกเรา … ‘
เป็นไปตามที่คาดไว้! ในเมื่อพวกเขากล้ามาหยิ่งผยองต่อหน้าของมู่เฉียนขีและมังกรร้าย
เช่นนั้นเขาก็จะต้องชดใช้อย่างสาสม
‘โอกกก!” มังกรร้ายเพียงแค่คำรามเสียงต่ำออกมา หลังจากนั้นสัตว์พาหนะบินได้ของอีก
ฝ่ายก็ตัวแข็งทื่อไปทันที ดามันเหลือก และล่วงลงมาจากกลางอากาศอย่างกะทันหัน
ตึง ตึง ดึง!
ซึ่งมันก็ทำให้คนที่หยิ่งผยองเหล่านั้นต้องกระโดดลงมาจากสัตว์พาหนะบินได้อย่างรีบร้อน
เลยทีเดียว
ผู้นำคือหนุ่มน้อยในชุดคลุมยาวสีแดงก่ำคนหนึ่ง เขากล่าวอย่างโกรธเคืองว่า ‘บัดขบเอ้ย!
เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร มีมังกรร้ายแล้วอย่างไรล่ะ คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าโจมตีพาหนะบินได้ของ
ข้าเช่นนี้’
หนุ่มน้อยผู้นั้นพาผู้คนติดตามมาด้วยมากมาย ซึ่งนี่ก็ทำให้พวกของมู่เฉียนชีถูกล้อมเอาไว้
ในเวลานี้ คนของเมืองอรู่ขวงที่ตามความเร็วของเจ้ามังกรร้ายของท่านเจ้าเมืองไม่ทัน
จึงทำได้เพียงตามมาอย่างช้า ๆ และเมื่อมาถึงก็เห็นว่าเจ้านายของตนเองถูกคนอื่นล้อมเอาไว้ ก็
รีบลงจอดและหลังจากนั้นก็รีบเตรียมอาวุธต่อสู้ทันที
‘ท่านเจ้าเมือง! ข้าน้อยมาช้าเกินไป!”
หนุ่มน้อยในชุดสีแดงผงะไปครู่หนึ่ง ‘เจ้าเมืองหรือ! เจ้าคือใครกันแน่’
‘ฝ่าบาทฉี้ออวิ๋น เนื่องจากว่าท่านเก็บตัวมานาน แม้ว่าท่านจะเคยเจอฝ่าบาทจากเมืองหลัก
ต่าง ๆ มาหมดแล้ว แต่เกรงว่าเจ้าเมืองที่ท่านไม่เคยเจอจะมีเพียงฝ่าบาทอาู่ขวงเท่านั้น! อย่างไร
เสียดอนที่ฝ่าบาทอรู่ขวงกลับมายังแดนวิญญาณ ก็คือดอนที่ท่านกำลังฝึกฝนอยู่’ ชายที่อยู่ข้าง
กายของโยวเยี่ยฉี้ออวิ๋นกล่าว
โยวเยี่ยฉื้ออวิ้นจ้องไปที่มู่อรู่ชวงพลางกล่าวว่า ‘อ่อ! เจ้าก็คือโยวเยี่ยอวู่ขวงคนนั้นสินะ! คน
ที่เขาลือกันว่ามีสายเลือดและพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดคนนั้น มิแปลกใจเลยที่เจ้าจะ
มีความกล้าหาญโจมตีข่มขู่ข้า แต่น่าเสียดายที่ความสามารถของเจ้าคงไม่เท่าไรหรอก!”
มู่เฉียนชีกล่าวว่า ‘อะไรที่เรียกว่าโจมตีข่มขู่เจ้ากัน! เป็นเจ้าที่ไม่ระวังจนตกลงมาเอง ไม่
สมเหตุสมผลเลย เป็นเพราะพาหนะบินได้ของเจ้ามันอ่อนแอและขี้ขลาดเกินไป แค่ถูกสัตว์
เลี้ยงตัวน้อยของข้าทำให้ตกใจก็ดาเหลือกจนเกิดปัญหาแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจ้ารนหาเรื่อง
เองทั้งนั้น!”
‘ข้ารนหาเรื่องเองหรือ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้าบอกว่าข้ารนหาเรื่องเอง! โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น
โกรธเคืองเป็นอย่างยิ่ง
‘น้องอรู่ขวง น้องฉื้ออวิ้น พวกเจ้ามาขวางอยู่ตรงทางเข้าทำไมกันน่ะ” ในเวลานี้ โยวเยี่ยเสีย
ก็ได้พาคนของเขาเข้ามาร่วมสนุกด้วยเช่นกัน
ท่าทางของโยวเยี่ยเสียในตอนนี้ มีความเป็นมิตรเหมือนดอนที่พวกเขาเจอกันในครั้งแรก
ราวกับว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในป่าภตวิญญาณปีศาจเหล่านั้นไม่มีอยู่จริงก็มีปาน
โยวเยี่ยเสียเข้ามาขวางไว้ตรงกลางราวกับผู้ไกล่เกลี่ย และเรื่องนี้ก็ได้รับการแก้ไขชั่วคราว
คนจากทั้งสามเขตแดนเข้าเมืองไปพร้อมกัน ผู้พิทักษ์ที่อยู่ตรงประตูทางเข้ากล่าวด้วย
ความเคารพว่า ‘ฝ่าบาทเสีย ฝ่าบาทฉี้ออวิ๋น ฝ่าบาทอรู่ขวง เชิญทางนี้! เชิญทางนี้ขอรับ!”
การที่ต้องต้อนรับฝ่าบาททั้งสามคนพร้อมกัน ทำให้พวกเขารู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก
โชคดีที่ฝ่าบาทเสียมาได้ทันเวลา และไม่ปล่อยให้ทั้งสองต่อสู้กันขึ้นมาตรงทางเข้าโดยตรง
มิเช่นนั้นพวกเขาคงจัดการกับเรื่องนี้ได้ยากมากทีเดียว
จวนเจ้าเมืองของเมืองเทียนจี๋มีความงดงามเป็นอย่างมาก องค์ชายและองค์หญิงของเจ้า
เมืองทั้งสิบแปดที่มาเข้าร่วมในครั้งนี้ต่างก็มีดำหนักเป็นของตนเอง ส่วนคนอื่น ๆ ย่อมต้องลูกจัด
ให้อยู่ในโรงเตี๋ยมและศาลาพักม้าของเมืองเทียนจี๋อยู่แล้ว
เมื่อองค์ชายทั้งหมดมารวมกันอยู่ที่นี่ การทักทายกันจึงเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้อยู่แล้ว
เรื่องเหล่านี้ ให้อาเล็กของตนเองไปเข้าร่วมก็เพียงพอแล้ว ส่วนมู่เฉียนซีก็เตรียมตัว
ไปเดินเล่นลักหน่อย
ทำ
ด้วยเหตุนี้มู่เฉียนขีจึงพามังกรร้ายและเจ้าผลไม้น้อยที่กลายร่างเป็นมนุษย์แล้วออกไปจาก
จวนเจ้าเมือง พวกเขาไปยังหอหมอปีศาจที่เมืองเทียนจี๋ก่อน ขึ่งก็ค้นพบว่าหอหมอปีศาจเต็มแน่น
ไปด้วยผู้คน
นิรันดร์กล่าวว่า ‘ที่รัก พวกเราจะไม่เข้าไปดูหน่อยหรือ’
‘ไม่เข้าไปหรอก! ดอนนี้ทุกคนคงจะยุ่งกันมาก รอให้ปิดก่อนแล้วค่อยมาใหม่ ไปเดินเล่น
ที่อื่นกันก่อนเถอะ หลังจากที่มาแดนวิญญาณ นอกจากเขตแดนอรู่ชวงแล้ว ข้าก็ยังไม่เคย
ไปเดินเล่นที่อื่นเลย!” มู่เฉียนชีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ใช่ๆๆ!”
และก่อนจะไปยังสถานที่แห่งใหม่ การกวาดล้างร้านขายยาก็เป็นสิ่งที่มู่เฉียนขีจำเป็นต้อง
แต่ที่แดนวิญญาณมีร้านสมุนไพรวิญญาณน้อยมาก แม้แต่ร้านยาในเมืองเทียนจี๋ยังไม่สา
มารถหาสมุนไพรวิญญญาณที่มู่เฉียนชีลูกใจได้เลย
ในเวลานี้ เจ้าผลไม้น้อยก็กำลังจ้องมองไปที่ร้านที่เต็มไปด้วยความพลุกพล่านพลาง
กล่าวว่า ‘ดูเหมือนว่าที่นั่นจะน่าสนุกมากเลย!”
‘น้องสาว หากเจ้าสนใจแล้วละก็! ข้าพาเจ้าเข้าไปเล่นดีหรือไม่!’ หนุ่มน้อยคนหนึ่งเดิน
เข้ามา ขึ่งพวกเขาก็คุ้นเคยกับผมสีแดงเพลิงยาวสลวยที่ดูโดดเด่นนั้นเป็นอย่างดี
และคนผู้นี้ก็คือโยวเยี่ยนี้ออวิ้น ที่เคยเผชิญหน้ากันมาก่อนหน้านี้นั่นเอง!