ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2661 ความสามารถของกั๋วเอ๋อร์
แม้ว่าหอหมอปีศาจจะร่ำรวย แต่มู่เฉียนซีก็ไม่อยากเสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นอย่างการเหวี่ยงแห ด้วยการซื้อหินทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ไปเสีย
หากลองคิดดูก็จะรู้ ว่าพื้นที่ขนาดใหญ่นี้ ความจริงแล้วหินส่วนใหญ่นั้นไม่มีอะไรเลย และมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะมีมุกภูตวิญญาณพิเศษ
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวว่า “นางผู้หญิงนี่ช่างหยิ่งผยองเหลือเกิน! ช่างมันเถอะ ข้าไม่ได้มีความสนใจที่จะรังแกสตรีอยู่แล้ว! ที่ชั้นหนึ่งมีแต่ขยะ! ข้าไปดูที่ชั้นสองก่อนแล้วกัน เจ้าอยากจะลดตัวเองลงไปคลุกคลีอยู่กับคนธรรมดาที่ชั้นหนึ่งก็ตามใจเจ้า! อีกประเดี๋ยวหากข้าหามุกภูตวิญญาณพิเศษที่ชั้นสองได้สักชิ้น เจ้าก็อย่ามาอิจฉาก็แล้วกัน! อย่างไรเสียชนิดที่ยอดเยี่ยมที่อยู่บนชั้นสองล้วนมีแต่ของที่หายากมากทั้งนั้น”
เมื่อพูดจบ โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นก็ขึ้นไปชั้นที่สองทันที
เจ้าผลไม้น้อยกล่าวว่า “นายท่าน ในที่สุดเจ้าคนน่ารังเกียจจอมโวยวายนั่นก็ไปได้เสียที”
“ในเมื่อรู้ว่าเขาน่ารังเกียจ จากนี้ก็อย่าไปเสวนากับเขาอีก รู้หรือไม่ เขาไม่ใช่คนดีอะไรหรอก” มังกรร้ายสั่งสอนเจ้าผลไม้น้อย
ถึงมู่เฉียนซีจะมองไปทั่วทุกที่ แต่นางกลับไม่มีหนทางรับรู้ถึงสิ่งเหล่านี้ได้เลย ซึ่งพลังจิตวิญญาณก็ไม่สามารถเจาะลึกเข้าไปเพื่อสำรวจได้เช่นกัน
เจ้าผลไม้น้อยกล่าวว่า “เจ้านาย ภายในหินเหล่านี้มีสมบัติอยู่อย่างนั้นหรือ นี่มันหินธรรมดาชัด ๆ เลยนี่นา!”
เจ้าผลไม้น้อยสัมผัสชิ้นนี้พลางกล่าวว่า “นี่ก็ใช่!”
“นี่ก็ใช่!”
อย่างไรก็ตาม นางกลับค้นพบว่ามีคนมากมายที่ยอมใช้มุกภูตวิญญาณจำนวนมากเพื่อซื้อมันก้อนแล้วก้อนเล่า
ในตอนที่ผลออกมาว่ามันไม่มีอะไรเลย สีหน้าของพวกเขาเหล่านั้นต่างซีดเผือด จนแทบจะกลายเป็นสีเทา และพวกเขาก็ไม่มีเงินพอแม้แต่จะใช้ชีวิตเลยด้วยซ้ำ
เจ้าผลไม้น้อยบ่นพึมพำว่า “ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นแค่หินธรรมดา นายท่าน ร้านนี้เป็นร้านหลอกลวง นี่กำลังหลอกคนอื่นอยู่ชัด ๆ เลย!”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาว่า “แม่นางน้อย จะพูดจาไร้สาระเช่นนี้ไม่ได้นะ! ตำหนักพั่วจูแห่งนี้เป็นกิจการที่องค์รัชทายาทจี๋เป็นคนเปิดขึ้น และหินทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ล้วนย้ายมาจากเหมืองที่องค์รัชทายาทจี๋ค้นพบมุกภูตวิญญาณพิเศษอีกด้วย แม้ว่าจะเป็นชั้นที่หนึ่ง แต่บางครั้งก็มีตัดออกมาเป็นมุกภูตวิญญาณพิเศษ! ข้าไม่อาจทนดูคนโชคร้ายทั้งสองที่พอตัดออกมาไม่ได้แล้วพูดว่าตำหนักพั่วจูของพวกข้าเป็นร้านหลอกลวงได้หรอก! เพราะก็ยังมีคนที่โชคดีเหมือนกัน”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง! ถ้าอย่างนั้นข้าจะลองดูอีกรอบ” เจ้าผลไม้น้อยกล่าว
เจ้าผลไม้น้อยเดินไปทั่วทุกที่และเริ่มสัมผัสไปรอบ ๆ และมันก็รู้สึกราวกับว่าถูกหลอกอีกครั้ง
จนกระทั่งนางได้สัมผัสเข้ากับหินก้อนหนึ่ง และนางก็กล่าวขึ้นมาว่า “เอ๊ะ! นายท่าน ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีของดีอยู่เช่นกัน เพียงแต่ว่ามันเป็นเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น”
ก้อนหินก้อนนั้นมีขนาดใหญ่เท่ากับเข่าของเจ้าผลไม้น้อย สีที่ดำสนิทของมันเหมือนกับหินที่อยู่ข้างถนนก็มิปาน ซึ่งหลังจากที่เจ้าผลไม้น้อยสัมผัสหินก้อนนั้นแล้ว ก็ได้เงยหน้าขึ้นมากล่าวกับมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย จากนั้นเจ้าผลไม้น้อยก็โน้มตัวไปกระซิบข้างหูมู่เฉียนซีว่า “นายท่าน ความจริงแล้วมันเป็นอย่างนี้! คือข้า…”
เจ้าผลไม้น้อยคือพืชศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นพืช จึงทำให้นางมีรากที่ยอดเยี่ยมมาก
ตอนนี้ความสามารถของนางก็เปลี่ยนเป็นเก่งกาจมากขึ้นแล้ว จึงทำให้ตอนที่ใช้มือของนางสัมผัสไปบนหินก้อนนั้น นางสามารถสร้างรากเล็ก ๆ เพื่อเจาะเข้าไปข้างในหินก้อนนั้นได้ หลังจากนั้นนางก็จะสามารถดูได้ว่าข้างในหินก้อนนั้นมีอะไรกันอยู่แน่
ความเร็วนี้มีความรวดเร็วมาก แม้แต่ราชันย์วิญญาณระดับสูงก็ไม่อาจมองเห็นได้
มู่เฉียนซีรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย คิดไม่ถึงเลยว่าพืชศักดิ์สิทธิ์จะใช้ความสามารถเช่นนี้ได้ด้วย!
ทันใดนั้นก็มีความปีติยินดีปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของนาง “เจ้าผลไม้น้อย ยอดเยี่ยมมากจริง ๆ! ต่อจากนี้ไป พวกเรามากวาดมุกภูตวิญญาณพิเศษของชั้นที่หนึ่งกันเถอะ!”
นางกำลังกังวลว่าจะหาหินที่มีมุกภูตวิญญาณได้อย่างไร แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าผลไม้น้อยจะมีพรสวรรค์เช่นนี้ โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเองก็คงคาดไม่ถึงว่าจะมีพืชศักดิ์สิทธิ์ที่พิเศษแบบนี้มาเล่นพนันที่ตำหนักพั่วจูเช่นกัน
เดิมทีพืชศักดิ์สิทธิ์ที่กลายร่างได้นั้นก็หาได้ยากอยู่แล้ว และไม่ใช่ว่าพืชศักดิ์สิทธิ์แต่ละตนจะมีความสามารถที่พิเศษเหมือนกับเจ้าผลไม้น้อยอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้เจ้าผลไม้น้อยจึงค่อย ๆ หาก้อนหินก้อนแล้วก้อนเล่า ถึงที่นี่จะมีหินแร่มากมาย แต่เจ้าผลไม้น้อยก็ค้นหามันทั้งหมด ซึ่งมันก็หาเจอแค่สามก้อนเท่านั้น
มันไม่ใช่ว่าคนที่พ่ายแพ้นั้นจะโชคร้ายมากขนาดนั้น แต่เป็นเพราะความน่าจะเป็นมันต่ำเกินไปต่างหาก ซึ่งมันก็เป็นเหมือนที่เจ้าผลไม้น้อยกล่าวไว้ไม่มีผิด ร้านนี้ชั่วร้ายมากจริง ๆ!
แต่ถึงจะชั่วร้ายแค่ไหนก็มีเจ้าผลไม้น้อยที่เป็นตัวช่วยโกงอยู่ด้วย ฉะนั้นแม้จะชั่วร้ายก็ทำอะไรนางไม่ได้อยู่ดี ในทางตรงกันข้ามตำหนักพั่วจูแห่งนี้คงได้ถูกนางขุดค้นจนต้องหลั่งน้ำตาเป็นแน่
มังกรร้ายกล่าวว่า “กั๋วเอ๋อร์ เจ้ายุ่งมาตั้งนานขนาดนี้ เหนื่อยหรือไม่”
เจ้าผลไม้น้อยกล่าวว่า “ไม่เหนื่อยหรอก! สำหรับข้าแล้วนี่เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเอง! ข้าดีใจที่ข้าสามารถช่วยเหลือนายท่านได้!”
ในเวลานี้ โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นก็เดินลงมาจากชั้นบน
เขามองไปทางมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “ข้าดูชั้นที่สองเสร็จแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้ายังเดินเล่นที่ชั้นหนึ่งอยู่อีก! วันนี้ข้าค่อนข้างโชคดีเลยทีเดียว คาดไม่ถึงเลยว่าจะเดิมพันมาได้เม็ดหนึ่งเช่นนี้! ดูแล้วเจ้าคงจะยังไม่เคยเห็นมุกภูตวิญญาณพิเศษอย่างนั้นสินะ! ข้าให้เจ้าดูสักหน่อยก็แล้วกัน!”
หลังจากนั้นโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นก็หยิบมุกภูตวิญญาณขนาดเท่าเล็บนิ้วก้อยออกมาเม็ดหนึ่ง ซึ่งเมื่อเทียบกับมุกภูตวิญญาณระดับสูงแล้ว มุกภูตวิญญาณพิเศษเม็ดนี้มีลวดลายที่ทั้งดำและลึกล้ำกว่ามาก อีกทั้งยังทำให้รู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณที่เข้มข้นเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย
มุกภูตวิญญาณพิเศษนี้ นอกจากจะเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถช่วยผู้คนฝึกฝนได้แล้ว มันยังไม่มีผลข้างเคียงอีกด้วย
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวว่า “เป็นอย่างไรล่ะ มันเป็นของที่หายากมากเลยใช่หรือไม่! อยากได้สินะ! ของสิ่งนี้ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะสามารถหามาได้ แต่ยังต้องมีโชคอีกด้วย เจ้ามัวแต่อืดอาดยืดยาดอยู่นานขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าไม่กล้าเดิมพันหรอกหรือ! ดูเหมือนว่าหอหมอปีศาจของเจ้าจะทำกำไรไม่ได้อย่างที่คิดเอาไว้!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ใครว่าข้าไม่กล้าเดิมพันกันล่ะ! ข้าจะต้องเดิมพันอย่างแน่นอน! ไม่เพียงแค่เดิมพันเท่านั้น แต่ของที่ข้าเดิมพันได้จะต้องเป็นเม็ดที่ใหญ่กว่าของเจ้าอีกด้วย ข้าจะเอามุกภูตวิญญาณพิเศษขั้นสูงไปให้อาเล็กของข้าฝึกฝนให้ได้”
“เอาสิ! เช่นนั้นข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะเดิมพันได้หรือไม่!” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นวางแผนว่าจะอยู่ที่นี่เพื่อรอดูเรื่องตลกของมู่เฉียนซี
เขาไม่เชื่อว่านางสาวน้อยผู้นี้จะสามารถเดิมพันได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่มาตำหนักพั่วจูเช่นนี้ นอกจากนี้ยังเป็นชั้นที่หนึ่งอีกด้วย และชั้นที่หนึ่งแห่งนี้จะมีของดีได้อย่างไรกัน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าเลือกเสร็จแล้ว! เอาสามอันนี้ และข้าก็เอาอันนี้ด้วย!”
และในสามอันนั้น ก็คืออันที่เจ้าผลไม้น้อยเลือกเอาไว้นั่นเอง
อย่างไรเสียหากหินที่เลือกออกมาทั้งสามก้อนล้วนถูกตัดออกมาเป็นมุกภูตวิญญาณพิเศษ มันจะต้องดึงดูดความสนใจของคนอื่นแน่นอน ดังนั้นมู่เฉียนซีจึงเลือกหินที่ค่อนข้างดูดีเล็กน้อยมาอีกก้อนหนึ่งเพื่อที่จะอำพรางมันเอาไว้
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวว่า “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! นั่นมันหินบ้าอะไรกันน่ะ ตามที่ข้ารู้มา พวกมันถูกทิ้งเอาไว้ที่นี่มาเป็นเวลานานหลายสิบปีโดยที่ไม่ถูกเลือกเลย! มู่เฉียนซีสายตาของเจ้านี่ดีจริง ๆ ที่เลือกหินแร่ที่น่าเกลียดที่สุดทั้งสามก้อนนี้ออกมาได้ ถึงอีกก้อนหนึ่งจะค่อนข้างดูดี แต่เจ้าคงจะไม่เห็นว่ามันดูดีหน่อยเลยเลือกมาหรอกนะ! คาดว่าจะท่าดีทีเหลวเสียแล้วกระมัง”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “แล้วจะทำไมล่ะ ตัดออกมาก่อนเดี๋ยวก็รู้เอง!”
แม้ว่าจะเป็นหินของชั้นที่หนึ่ง แต่ทั้งสี่ชิ้นที่เลือกมานี้ ก็มีราคาที่ไม่ต่ำเลยแม้แต่น้อย
ช่างเปิดหินกล่าวถามว่า “แม่นาง เจ้าต้องการจะเปิดหินก้อนไหนก่อนอย่างนั้นหรือ”
“ก้อนนี้!” มู่เฉียนซีดันหินก้อนที่สวยที่สุดก้อนนั้นออกมาก่อน
“ตกลง!”
ช่างผู้นี้ผ่านการทำงานมาเป็นเวลานาน ดังนั้นเขาจึงผ่าหินที่มู่เฉียนซีหยิบออกมาก้อนนั้นได้อย่างรวดเร็ว
ข้างในไม่มีอะไรเลยสักอย่างเดียว ซึ่งนี่ก็เป็นไปตามที่ทุกคนคาดเดาเอาไว้แล้ว เพราะเดิมทีหินของชั้นที่หนึ่งก็ไม่ได้เป็นของที่ดีอะไรอยู่แล้ว
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะว่า “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! อย่าเพิ่งท้อไปล่ะ! เจ้ายังมีอยู่อีกตั้งสามก้อน! แต่หากก้อนนี้ไม่มี เจ้าสามก้อนนั้นก็ยิ่งไม่มีทางมีได้เลย หากเจ้าต้องการมุกภูตวิญญาณพิเศษแล้วละก็ รีบขึ้นไปยังชั้นที่สองเสียเถอะ!”