ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2662 โชคดีสุด ๆ
หลังจากนั้น ก็ตัดชิ้นที่สอง
ในตอนแรกที่หินก้อนที่สองถูกตัดออกมันก็ยังคงไม่มีอะไรเช่นเดิม แต่พอตัดไปถึงช่วงสุดท้าย ทันใดนั้นพวกเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่เข้มข้นเป็นอย่างมาก
ผู้คนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงพลางกล่าวว่า “นี่มันเป็นไปไม่ได้!”
หลังจากที่มุกภูตวิญญาณพิเศษเม็ดนั้นถูกนำออกมา พวกเขาก็ได้เห็นว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าที่โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเอามาจากชั้นที่สองก่อนหน้านี้เล็กน้อย นอกจากนี้มันยังมีความบริสุทธิ์มากกว่าอีกด้วย
ตอนนี้โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นโกรธจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด เขากล่าวว่า “นี่มันเป็นไปได้อย่างไร โชคของเจ้าจะดีขนาดนั้นได้อย่างไรกัน ข้าไม่เชื่อหรอก!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้อเท็จจริงมาอยู่ตรงหน้าขนาดนี้ หากเจ้าไม่เชื่อก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเช่นกัน! ตัดต่อไปเถอะ”
นางยังเหลืออยู่อีกสองก้อนนะ! ก้อนที่เหลืออีกสองก้อนถูกตัดในเวลาเดียวกัน และคิดไม่ถึงเลยว่ามันจะเป็นมุกภูตวิญญาณพิเศษขนาดเท่ากับลูกพลับก็มิปาน นี่ช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากเลยจริง ๆ
นอกจากนี้มันยังมีคุณภาพดี และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณอีกด้วย
คาดว่าสองเม็ดนี้น่าจะมีคนยอมซื้อในราคาที่สูงลิ่วเป็นแน่ อย่างไรเสียคนของแดนวิญญาณก็ให้ความสำคัญต่อพลังอำนาจเป็นอย่างมากอยู่แล้ว ยิ่งเป็นสิ่งของที่แข็งแก่งมากเท่าไรก็ยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้นเท่านั้น
“คิดไม่ถึงเลยว่าหินแร่สี่ก้อนนี้จะตัดออกมาเป็นมุกภูตวิญญาณพิเศษได้ถึงสามเม็ดเช่นนี้ นางช่างโชคดีอย่างเหนือธรรมชาติจริง ๆ!”
“แม่นางน้อยผู้นี้ช่างน่าทึ่งมากจริง ๆ! หากไม่ใช่เพราะนางพวกเราคงไม่รู้ว่าที่ชั้นหนึ่งก็มีของดีถึงขนาดนี้อยู่ด้วย ข้าเองก็จะไปเลือกบ้างเหมือนกัน”
“ข้าก็จะไปด้วย!”
เนื่องจากว่าหินแร่ของชั้นที่หนึ่งถูกตัดออกมาเป็นของดี มันจึงทำให้คนอื่นๆย่อมอยากลองเสี่ยงโชคดูบ้างเช่นกัน
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวว่า “ไสหัวออกไป หินแร่ที่ชั้นหนึ่งนี้ ทั้งหมดต้องเป็นของข้า”
“อะไรนะ คิดไม่ถึงเลยว่าฝ่าบาทฉื้ออวิ๋นจะต้องการพวกมันทั้งหมด”
“นี่ไม่คิดจะเหลืออะไรไว้ให้พวกเราเลยหรืออย่างไรกัน!”
“……”
คนอื่น ๆ ที่คิดอยากจะลองเสี่ยงโชคก็ได้แต่บ่นด้วยความคับแค้นใจเท่านั้น เพราะตำหนักพั่วจูแห่งนี้เห็นเงินเป็นสำคัญ ดังนั้นขอเพียงโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นสามารถจ่ายได้อย่างเพียงพอ การที่เขาต้องการซื้อไปทั้งหมดก็ไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย
ในฐานะที่เป็นเจ้าเมืองแห่งหนึ่ง แม้ว่าโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นจะไม่ได้ร่ำรวยเหมือนโยวเยี่ยจี๋ แต่เขาก็มีเงินมากพอที่จะซื้อหินแร่ของชั้นที่หนึ่งได้
หากอยู่ที่ชั้นที่สอง ถึงจะเป็นเขาแต่ก็ไม่มีทุนที่สามารถใช้ได้มากมายเช่นนี้เหมือนกัน
“ฝ่าบาท!” พ่อบ้านที่อยู่ข้างกายโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นคนนั้นกล่าวอย่างเป็นกังวลว่า “นี่มันจะไม่รอบคอบเกินไปแล้วนะขอรับ! เงินที่ต้องจ่ายไปไม่ใช่น้อยเลยนะขอรับ”
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวว่า “มู่เฉียนซีเลือกออกมาแค่สี่ก้อน ก็เปิดออกมาเป็นมุกภูตวิญญาณพิเศษได้ถึงสามก้อนแล้ว ข้าไม่เชื่อหรอกว่าหากข้าซื้อไปทั้งหมดนี้แล้ว จะเปิดได้ไม่เยอะเท่านาง! ขอเพียงเปิดได้มากขนาดนั้น ข้าจะต้องทำกำไรได้มากแน่นอน! หลังจากนั้นข้าค่อยฝึกฝนโดยอาศัยมุกภูตวิญญาณที่ได้รับมา บางทีการฝึกฝนของข้าอาจจะก้าวหน้าได้เร็วยิ่งขึ้นก็เป็นได้”
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นไม่ได้รู้สึกว่ามุกภูตวิญญาณนั้นมีค่า เขาแค่ต้องการฝึกฝน และต้องการฝึกให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นจึงปรารถนาในมุกภูตวิญญาณมากเป็นพิเศษ
เมื่อพ่อบ้านของเขารู้ว่าโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นได้ตัดสินใจแล้วจึงกล่าวว่า “ขอรับ! เช่นนั้นก็ทำตามที่ฝ่าบาทต้องการเถิดขอรับ!”
มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย นางกล่าวอย่างหยอกล้อว่า “โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น ดูเหมือนว่าเมืองฉื้ออวิ๋นค่อนข้างร่ำรวยเลยสินะ เจ้าอยากจะซื้อก็ซื้อไปเถอะ! เมื่อถึงเวลานั้นอย่ามาเสียใจภายหลังก็แล้วกัน”
“ข้าไม่มีทางเสียใจภายหลังแน่! เจ้าคอยดูเถอะ ข้าจะต้องตัดเอามุกภูตวิญญาณพิเศษมาได้มากกว่าเจ้าอย่างแน่นอน” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าว
“เช่นนั้นเจ้าก็ค่อย ๆ ตัดไปเถอะ ข้าขอไปดูที่ชั้นสองก่อนก็แล้วกัน” มู่เฉียนซีกล่าว
“เจ้าเฝ้าพวกเขาตัด หากตัดออกมาเป็นมุกภูตวิญญาณค่อยมารายงานข้า ข้าจะไปที่ชั้นสองสักหน่อย ข้าอยากจะไปดูว่าหลานสาวของโยวเยี่ยอวู่ซวงจะสามารถตัดอะไรออกมาได้อีก”
มู่เฉียนซีเดินไปยังชั้นที่สอง ซึ่งการตกแต่งบนชั้นที่สองนั้นก็พิถีพิถันเป็นอย่างมาก
หินแต่ละก้อนถูกวางแยกกันคนละตำแหน่ง อีกทั้งยังมีราคาที่สูงมากอีกด้วย
มีหินแร่บางส่วนที่มีขนาดราวกับกำปั้นก็มิปาน หากต้องการซื้อก็มีราคาถึงหนึ่งพันมุกภูตวิญญาณขั้นสูงเลยทีเดียว และถ้าตัดออกมาไม่มีอะไรเลยแล้วละก็ คาดว่าคงได้ร้องไห้คร่ำครวญออกมาจนน้ำตาเป็นสายเลือดแน่ ๆ
มู่เฉียนซีพาเจ้าผลไม้น้อยเดินไปรอบบริเวณ และหลังจากที่เจ้าผลไม้น้อยตรวจสอบเสร็จแล้ว นางก็ได้รู้ว่าในสถานที่แห่งนี้มีหินก้อนไหนที่มีมุกภูตวิญญาณพิเศษอยู่ข้างในบ้าง
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวว่า “ของพวกนี้มีราคาสูงทั้งนั้น มู่เฉียนซี ที่เจ้าลังเลนานขนาดนี้เพราะว่าเจ้าซื้อไม่ไหวอย่างนั้นหรือ”
ทว่ามู่เฉียนซีกลับหันไปเรียกคนดูแลแทนแล้วกล่าวว่า “ทางนี้ อันที่อยู่ข้างบนนั้น! แล้วก็อันที่อยู่ตรงมุมซ้ายสุดอันนั้น…”
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเบิกตาโพลงด้วยความตกใจแล้วกล่าวว่า “เจ้า…อย่างน้อยเจ้าก็ควรจะต้องดูหน่อยว่ามันราคาเท่าไร มันระบุราคาเอาไว้อย่างชัดเจน เจ้าแน่ใจว่าจะซื้อจริง ๆ หรือ”
ในที่สุดมู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “ที่ข้าชี้ไปเมื่อครู่นี้เป็นสิ่งที่ข้าไม่ต้องการ ส่วนที่เหลือทั้งหมดคือของข้า เจ้าไปคำนวณมาว่าต้องใช้มุกภูตวิญญาณเท่าไร หลังจากนั้นก็ไปเก็บเงินที่หอหมอปีศาจได้เลย!”
แม้ว่าของส่วนใหญ่จะถูกเอาออกไปแล้ว แต่จำนวนและราคาของหินแร่ที่เหลืออยู่เหล่านั้นก็ทำให้คนรู้สึกตื่นตกใจอยู่ดี!
ผู้ดูแลของตำหนักพั่วจูก็มองไปทางมู่เฉียนซีอย่างประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน เรื่องที่ฝ่าบาทฉื้ออวิ๋นซื้อหินแร่ที่อยู่ชั้นที่หนึ่งทั้งหมดก่อนหน้านี้ก็ถือว่าพูดเกินจริงมากแล้ว
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าแม่นางน้อยผู้นี้จะซื้อหินแร่ของชั้นที่สองไปมากมายภายในครั้งเดียวอย่างน่าเหลือเชื่อขนาดนี้
ซึ่งนั่นถือว่าเป็นหินแร่จำนวนหนึ่งในสิบของชั้นสองที่พวกเขาดูแลเลยนะ!
การประชุมศักดิ์สิทธิ์ของทั้งสิบแปดเขตแดนกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ฉะนั้นผู้สูงศักดิ์จากแต่ละเขตแดนก็ล้วนต้องมาเช่นกัน และถือได้ว่าเป็นช่วงทำกำไรอย่างมหาศาลของตำหนักพั่วจูของพวกเขาเลยก็ว่าได้
แต่ถึงกระนั้น นี่ก็เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเจอแม่นางที่ใจกว้างมากขนาดนี้
แต่เมื่อรู้ว่าแม่นางท่านนี้คือคนของหอหมอปีศาจ ทุกอย่างที่กล่าวมาจึงสมเหตุสมผลเลยทีเดียว
แน่นอนว่าหอหมอปีศาจ เป็นกิจการที่สร้างกำไรได้มากที่สุดรองจากตำหนักพั่วจูของพวกเขาอยู่แล้ว
ยาลูกกลอนที่สามารถทำให้ยกระดับความแข็งแกร่งได้นั้น ทำให้คนของแดนวิญญาณจำนวนมากแห่กันไปซื้ออย่างล้นหลาม
“ขอรับ ข้าจะไปคำนวณให้ท่าน! และหลังจากนั้นก็จะส่งคนไปที่หอหมอปีศาจทันทีขอรับ”
หลังจากที่ดูชั้นที่สองเสร็จแล้ว มู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “ดูเหมือนว่ายังมีชั้นที่สามอยู่อีกสินะ เช่นนั้นก็ไปชั้นที่สามกันเถอะ!”
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ เขากล่าวว่า “ไปชั้นที่สามหรือ เจ้าซื้อไปมากมายแล้ว คิดไม่ถึงว่ายังจะไปชั้นที่สามอีก! หากตอนนี้เจ้าหมดตัว ระวังจะถูกโยวเยี่ยอวู่ซวงเกลียดชังเอาล่ะ”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็กของข้าจะมาเกลียดข้าได้อย่างไร หากเจ้าถูกเกลียดก็ว่าไปอย่าง”
แน่นอนว่าหินแร่ในชั้นที่สาม ย่อมมีราคาที่สูงเสียดฟ้าอยู่แล้ว
ซึ่งราคาเม็ดหนึ่งสามารถซื้อทั้งหอหมอปีศาจได้เลยด้วยซ้ำ และนี่ก็เเป็นเหตุผลที่ก่อนหน้านี้โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นซื้อแค่หินแร่จากชั้นที่สองเท่านั้น
หากไม่ใช่สถานการณ์ที่พิเศษ เขาก็ไม่มีทางซื้อหินจากชั้นที่สามเช่นกัน
เพราะมันแพงมากเกินไปจริง ๆ!
เมื่อได้เห็นหินแร่เหล่านั้น โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นก็หวั่นไหวเช่นกัน แต่เขากลับตัดสินใจว่าจะไม่เคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้น
มู่เฉียนซีกับเจ้าผลไม้น้อยเดินไปดูรอบบริเวณเช่นเคย และมันย่อมมีเหตุผลที่ทำไมถึงมีราคาที่สูงเช่นนี้
ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของที่นี่มีมุกภูตวิญญาณพิเศษอยู่ด้วย และแน่นอนว่าพวกมันล้วนมีขนาดที่แตกต่างกันออกไป
การที่ต้องจ่ายเงินไปมากมายขนาดนั้น แต่ผลสุดท้ายข้างในกลับมีเพียงแค่อันเล็กๆเท่านั้น ซึ่งนั่นถือว่าเป็นการขาดทุนที่น่าสังเวชมากเลยทีเดียว!
หากว่าได้ขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อย ก็ถือได้ว่าเท่าทุนเท่านั้น
หากต้องการทำกำไรมหาศาลแล้วละก็ เช่นนั้นก็จำเป็นต้องได้สินค้าที่พิเศษมากที่สุดถึงจะได้ ฉะนั้นมู่เฉียนซีจึงให้เจ้าผลไม้น้อยหาอันที่ใหญ่ที่สุด แต่เมื่อหาอันที่ใหญ่ที่สุดเจอแล้ว นางก็ยังคงไม่ค่อยพอใจเท่าไรอยู่ดี
เมื่อคำนวณอย่างละเอียดแล้ว ไม่สู้เก็บรวบรวมจากช่องโหว่ของชั้นที่หนึ่งกับชั้นที่สองดีกว่า ตำหนักพั่วจูแห่งนี้ช่างชั่วร้ายมากจริง ๆ!
“เจ้านาย! เจ้านาย! ชิ้นนั้น…” เจ้าผลไม้น้อยกล่าวพลางชี้ไปที่หินแร่ก้อนหนึ่ง
พลังที่อยู่ภายในของหินก้อนนั้นค่อนข้างแตกต่างออกไปเล็กน้อย และมันยังแข็งแกร่งกว่าทั้งหมดนี่รวมกันเสียอีก
สัญชาตญาณของมันได้บอกกับมันว่า ข้างในนี้จะต้องมีของที่ดียิ่งกว่านี้อยู่อย่างแน่นอน ดังนั้นมันจึงบอกกับมู่เฉียนซีอย่างมีความสุข
“แม่นางน้อยผู้นี้ช่างตาถึงจริง ๆ! หินชิ้นนี้เป็นสินค้าใหม่ที่เพิ่งมาถึงวันนี้ของพวกเรา แน่นอนว่ามันมีคุณภาพที่ไม่ธรรมดา หากแม่นางซื้อไปรับรองว่าไม่ขาดทุนแน่นอน!” ในเวลานี้ ผู้ดูแลก็คลี่ยิ้มราวกับดอกไม้บานให้กับมู่เฉียนซีที่เปรียบเสมือนนักลงทุนรายใหญ่ของเขาอย่างไรอย่างนั้น
.