ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2665 หัวใจแห่งภูตวิญญาณ
แค่พลังแผ่กระจายออกมาเล็กน้อยเท่านั้น มันก็สามารถทำให้พลังวิญญาณที่อยู่รอบตัวของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปได้มากถึงเพียงนี้แล้ว
หากกล่าวว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ของดีแล้วละก็ ให้ตายอย่างไรพวกเขาก็ไม่มีทางเชื่อแน่นอน!
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นที่เดิมทียังมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น แต่ทว่ารอยยิ้มของเขาในตอนนี้กลับแข็งทื่อไปแล้ว นี่มันเป็นไปไม่ได้!
ทุกคนต่างก็พากันจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี และรอคอยด้วยความรุ่มร้อนใจ ไม่นานลำแสงสีดำก็ปรากฏออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งพวกเขาทนรอให้มู่เฉียนซีเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของสมบัตินี้โดยเร็วไม่ไหวแล้ว
ในที่สุดมู่เฉียนซีก็สามารถจัดการเปลือกนอกที่แข็งแกร่งนั้นได้สำเร็จ และตอนนี้ก็มีลูกบอลเรืองแสงสีดำที่มีขนาดเท่าหิ่งห้อยตัวหนึ่งปรากฏอยู่ในฝ่ามือของนาง นอกจากนี้ดูเหมือนว่าจะมีของเหลวเคลื่อนไหวอยู่ข้างในนั้นอีกด้วย
คนที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไรกันแน่ แต่พลังวิญญาณที่มหาศาลเป็นอย่างยิ่งนั้น ทำให้พวกเขารู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก!
ทันใดนั้นก็มีคนกล่าวขึ้นมาด้วยเสียงที่สั่นเครือว่า “นะ…นี่มันคืออะไรกัน”
“นี่มันจะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีความผันผวนของพลังที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้!”
“ดูเหมือนว่าข้าต้องการเจ้าสิ่งนี้! หากสามารถใช้เจ้าสิ่งนี้ได้ คาดว่าข้าน่าจะเลื่อนขั้นได้ถึงหนึ่งขั้นในวันเดียวเป็นแน่”
ในเวลานี้ ร่างเงาสีขาวร่างหนึ่งเดินมาถึงข้างกายของมู่เฉียนซี
มือที่เรียวยาวนั้นได้หยิบของชิ้นเล็กนี้ไปพลางกล่าวว่า “เด็กน้อยของข้าช่างโชคดีจริง ๆ คิดไม่ถึงว่าจะได้รับของเช่นนี้! อาเล็กของเจ้าช่างโชคดีเหลือเกิน ของสิ่งนี้มีชื่อเรียกว่าหัวใจแห่งภูตวิญญาณ มันมีประโยชน์ต่อผู้ที่ฝึกฝนในแดนวิญญาณเป็นอย่างมาก ถือได้ว่าเป็นสมบัติที่หายากมากที่สุดเลยก็ว่าได้”
“อะไรนะ นี่คือหัวใจแห่งภูตวิญญาณหรือ” เมื่อนิรันดร์เอ่ยชื่อนั้นออกมา มันก็ทำให้ทุกคนตื่นเต้นขึ้นมาทันที
นี่คือสมบัติเทพที่อยู่ในตำนาน ซึ่งคาดว่าไม่มีผู้คนเคยพบเห็นมานานมากแล้ว
คิดไม่ถึงว่าการเดิมพันหินในครั้งนี้จะสามารถผ่าออกมาเป็นสมบัติเทพได้ ซึ่งนี่ก็ทำให้พวกเขารู้สึกเลื่อมใสในความโชคดีของมู่เฉียนซีเป็นอย่างยิ่ง
ดูเหมือนว่าการซื้อหินชิ้นนี้จะไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิด ถึงนางจะไม่ได้ฝึกฝน และไม่จำเป็นต้องยกระดับความสามารถ แต่อาเล็กของนางจำเป็นต้องยกระดับความสามารถโดยเร็ว
เมื่อถึงระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณ แม้ว่านางและนิรันดร์จะสามารถกลั่นยาได้ หรือแม้ว่ายาลูกกลอนจะดีมากเพียงใด แต่มันก็อาจจะทำให้มีรากฐานที่ไม่มั่นคงอยู่ดี ทว่าหากใช้หัวใจแห่งภูตวิญญาณ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้อีกเลย
ทุกคนต่างจับจ้องไปที่สมบัติชิ้นนี้ตาเป็นมัน และในเวลานี้โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นก็กล่าวขึ้นมาว่า “มู่เฉียนซี เจ้าจะขายหัวใจแห่งภูตวิญญาณนี้เท่าไร ข้าต้องการซื้อมัน!”
หากเขาเอาหัวใจแห่งภูตวิญญาณมาได้ละก็ การฝึกฝนของเขาจะต้องยกระดับได้อย่างรวดเร็วมากแน่นอน หรือบางทีเสด็จพี่ใหญ่อาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลยก็เป็นได้ เมื่อถึงเวลานั้นเขาก็จะกลายเป็นองค์รัชทายาทของแดนวิญญาณแทน
ขอเพียงสามารถซื้อมันได้! ก็คงไม่มีใครยอมปล่อยไปอยู่แล้ว แม้ว่าจะต้องล้มละลาย พวกเขาก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
มู่เฉียนซีกล่าวตอบว่า “โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น เจ้าคิดว่าข้าจะไม่มอบของที่ดีเช่นนี้ให้อาเล็กของข้า แต่ยอมขายออกไปอย่างนั้นหรือ เจ้าดูถูกหัวใจแห่งภูตวิญญาณนี่เกินไปแล้ว”
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นคิดไม่ถึงเลยว่ามู่เฉียนซีจะปฏิเสธเขาอย่างรวดเร็วเช่นนี้ เขากล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “โยวเยี่ยอวู่ซวงมีความสามารถขนาดไหน ข้ามีความสามารถขนาดไหน หากข้าได้ใช้จะต้องสามารถบรรลุระดับราชันย์วิญญาณได้อย่างแน่นอน หากเอาไปให้โยวเยี่ยอวู่ซวงใช้จะทำได้หรือ สมบัติเทพเช่นนี้ควรจะต้องใช้กับคนที่เหมาะสม วันนี้เจ้าจะต้องขายให้ข้า!”
สมบัติเช่นนี้ จะให้ไปตกอยู่ในมือของโยวเยี่ยอวู่ซวงได้อย่างไรกัน
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าจะพูดอีกครั้ง ว่าข้าไม่ขาย! แม้ว่าความสามารถของอาเล็กของข้าจะไม่สูงมากนัก แต่ข้าเชื่อว่าเขาจะอยู่เหนือกว่าเจ้าเมื่อไรก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น”
“คิดเพ้อเจ้อ! นั่นมันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก!” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าว
มู่เฉียนซีเก็บหัวใจแห่งภูตวิญญาณทันที สมบัติชิ้นนี้ล้ำค่ามากเกินไปจริง ๆ และมันก็ยังทำให้คนมากมายล้วนจับจ้องมาที่นางอีกด้วย
ถึงพวกเขาจะคิดว่าที่นี่คือตำหนักพั่วจู จึงไม่กล้าลงมือ แต่โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นที่ตกอยู่ในความโกรธเคืองกลับไม่ได้คิดมากมายขนาดนั้น
“มู่เฉียนซี ข้าต้องการหัวใจแห่งภูตวิญญาณของเจ้า! ถึงวันนี้เจ้าจะไม่ขายแต่ก็ต้องขายให้ข้าอยู่ดี!” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นลงมือจับมู่เฉียนซีทันที
เขาอยากลงมือก็จะลงมือ เมื่อถึงเวลานั้นค่อยไปขอโทษเสด็จพี่ใหญ่ก็พอแล้ว เพราะอย่างไรเสียเสด็จพี่ใหญ่ก็คงไม่ต้องการให้โยวเยี่ยอวู่ซวงได้รับหัวใจแห่งภูตวิญญาณไปเพื่อเลื่อนขั้นความสามารถอย่างรวดเร็วเช่นกัน
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นคิดว่าการจัดการสาวน้อยที่ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้คนหนึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก เมื่อเขาแย่งหัวใจแห่งภูตวิญญาณมาได้แล้วก็จะจากไปอย่างรวดเร็ว และรีบดูดซับมันทันที
เมื่อถึงตอนนั้นแม้ว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงจะมาคิดบัญชีกับเขา ก็ไม่สามารถเอามันกลับไปได้แล้ว หลังจากนั้นค่อยจ่ายเงินนิดหน่อยก็พอ เขาไม่เชื่อว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงจะกล้าทำอะไรเขาได้
อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่า ยังไม่ทันที่เขาจะได้สัมผัสตัวมู่เฉียนซี มือของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นก็ถูกหยุดเอาไว้เสียก่อน ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะมังกรร้ายเคลื่อนไหวแล้วนั่นเอง
มังกรร้ายกล่าวด้วยสีหน้าที่ดุร้ายเป็นอย่างยิ่งว่า “ข้าอยากจะทุบเจ้ามานานมากแล้ว และตอนนี้เจ้าก็เริ่มโจมตีเจ้านายของข้าก่อน เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน!”
แกร่ก!
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นรู้สึกว่ามือของเขาถูกกำเอาไว้แน่น จนทำให้เขาไม่สามารถดิ้นหลุดออกไปได้เลย
เจ้าหนูน้อยที่อยู่ข้างกายของมู่เฉียนซีคนนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีความสามารถถึงเพียงนี้! มันสามารถหยุดเขาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งนั่นก็ทำให้หน้าผากของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นมีเหงื่อเย็นผุดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ปังงง!
ทันทีที่มังกรร้ายโบกมือ โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นก็ถูกโจมตีจนลอยกระเด็นออกไป ซึ่งมันก็ทำให้ร่างของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นชนเข้ากับหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง
ตึงง!
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเองก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน แม้ว่าจะไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่กลับทุลักทุเลเป็นอย่างยิ่ง และตอนนี้ใบหน้าของเขาก็ถูกหินข่วนจนเป็นรอยไปหมดแล้ว
คนของเมืองฉื้ออวิ๋นเหล่านั้นเองก็ผงะไปทันที “ฝ่าบาทฉื้ออวิ๋น ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”
“”ช่างอวดดีนัก! คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเจ้าจะกล้าลงมือทำร้ายฝ่าบาทฉื้ออวิ๋นเช่นนี้”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เจ้าคิดว่าทุกคนตาบอดหรืออย่างไร! เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเป็นคนลงมือก่อน ข้าก็แค่ขวางเอาไว้เพื่อปกป้องตนเองเท่านั้น แม้ว่าตำหนักพั่วจูจะมาหาเรื่อง แต่ก็ต้องดูว่าใครลงมือก่อนอยู่ดี! และหลังจากที่ข้าเข้ามาในตำหนักพั่วจู ข้าก็มักจะทำตามกฏอยู่เสมอด้วย”
“แต่ว่าคนของเจ้าทำให้ฝ่าบาทของพวกเราบาดเจ็บ”
“ไม่มีความสามารถแล้วยังกล้าลอบโจมตีข้า ตอนนี้ฉวยโอกาสไม่สำเร็จแล้วจะมาโทษข้าอีกหรือ! คนของเมืองฉื้ออวิ๋นสมองมีปัญหาหรืออย่างไร นี่มันตรรกะอะไรกัน!”
ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่ใช่คนที่จะสามารถยั่วยุได้ ดังนั้นผู้ดูแลของตำหนักพั่วจูจึงปวดหัวเป็นอย่างมาก พวกเขาเปิดกิจการเพื่อค้าขายและจะกล้าไปยั่วยุทั้งสองท่านนี้ได้อย่างไร
การปรากฏตัวของหัวใจแห่งภูตวิญญาณนั้นผิดปกติมาก ดังนั้นเขาจึงได้ส่งคนไปรายงานองค์รัชทายาททันที
เขากล่าวว่า “ตำหนักพั่วจูของพวกเราไม่อนุญาตให้ก่อปัญหา แต่เพราะก่อนหน้านี้ฝ่าบาทฉื้ออวิ๋นของพวกเราหุนหันพลันแล่นเกินไป เช่นนั้นถือว่าหายกันก็แล้วกัน”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ที่นี่มีสุนัขที่กัดไม่เลือกอยู่ตัวหนึ่ง วันนี้ข้าเองก็ซื้อของในตำหนักพั่วจูไปพอสมควรแล้ว ฉะนั้นก็ถึงแก่เวลาที่ควรจะออกไปหาอะไรกินได้แล้ว! คราวหน้าหากตำหนักพั่วจูของพวกเจ้ามีหินใหม่ ๆ เข้ามาแล้วละก็ สามารถให้คนไปแจ้งที่หอหมอปีศาจได้ แล้วข้าจะมาซื้ออีก!”
หลังจากที่พูดจบ มู่เฉียนซีก็พาคนของนางออกไปทันที
มุมปากของผู้ดูแลของตำหนักพั่วจูกระตุกเล็กน้อย ยังจะให้ไปแจ้งเจ้าอีกหรือ ความโชคดีที่ไร้เทียมทานเช่นนี้ หากให้เจ้ามาที่ตำหนักพั่วจูของพวกเราอีกละก็ ตำหนักพั่วจูของพวกเราจะต้องขาดทุนย่อยยับจนกระอักเลือดแน่นอน!
ไม่สามารถยั่วยุได้! ไม่สามารถยั่วยุได้จริง ๆ!
มู่เฉียนซีออกไปจากตำหนักพั่วจูด้วยความหยิ่งผยอง ทุกคนต่างก็รู้แล้วว่านางถือสมบัติล้ำค่าเอาไว้ อย่างไรก็ตามนางไม่เพียงแต่ไม่กลับไปที่จวนเจ้าเมืองเพื่อรายงานมู่อวู่ซวง เพื่อรักษาความปลอดภัยของตนเองเท่านั้น กลับกันยังพาคนของนางไปเลี้ยงฉลองและกินดื่มอย่างอิ่มหนําสําราญอีกด้วย
ในเมื่อได้รับสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ ย่อมควรต้องเลี้ยงฉลองแน่นอนอยู่แล้ว
มู่เฉียนซีกำลังรับประทานอาหารอยู่ในร้านที่ยอดนิยมและมีราคาแพงมากที่สุดในเมืองเทียนจี๋ นางกินดื่มอย่างมั่นใจ และไม่สนใจคนที่แอบจับจ้องนางเลยแม้แต่น้อย