ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2672 ถือหางคนของตนเองขั้นสุด
สายตาที่เย็นชาของมู่อวู่ซวงเหลือบมองไปที่พวกเขาพลางกล่าวว่า “ในเมื่อไม่มีคนสามารถท้าทายข้าได้ เช่นนั้นข้าควรท้าทายพวกเจ้าอย่างนั้นสินะ!”
เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา ทั่วทั้งสถานที่ก็ตกอยู่ในความโกลาหลทันที!
“อะไรนะ เจ้าเมืองอย่างฝ่าบาทอวู่ซวงต้องการจะท้าทายองค์ชายคนอื่น ๆ อย่างนั้นหรือ!”
“ดูเหมือนว่าในงานประชุมของทั้งสิบแปดเขตแดนไม่ได้กล่าวเอาไว้ ว่าเจ้าเมืองไม่สามารถท้าทายคนอื่นได้มิใช่หรือ!”
“ดูเหมือนจะเคยมีกฎกล่าวเอาไว้ หากมีความแค้นส่วนตัวอะไรแล้วละก็ สามารถท้าทายได้ในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์นี้! นอกจากนี้เจ้าเมืองสามารถท้าทายได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งด้วย”
ภายในกฎของแดนวิญญาณ สถานะของเจ้าเมืองนั้นสูงมาก ดังนั้นจึงมีสิทธิ์ที่พิเศษกว่าคนอื่น
ในเมื่อไม่จำกัดจำนวนครั้งที่ท้าทาย จึงทำให้เมื่อได้ยินว่ามู่อวู่ซวงต้องการท้าทายพวกเขา องค์ชายแต่ละคนเหล่านั้นต่างรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย
เดิมทีพวกเขารู้สึกว่ามู่อวู่ซวงนั้นอ่อนแอมาก ซึ่งพวกเขาวางแผนว่าจะเอาชนะมู่อวู่ซวง และมีความคิดที่จะกลายเป็นเจ้าเมืองของเมืองอวู่ซวง
แต่ทว่าตอนนี้หากต้องเผชิญหน้ากับมู่อวู่ซวงขึ้นมาจริง ๆ พวกเขาคงจะต้องประสบความพ่ายแพ้ราวกับมะเขือยาวที่ต้องน้ำค้างก็มิปานแน่นอน
และหากถูกท้าทาย ก็ไม่อาจปฏิเสธได้อีกด้วย!
ทันใดนั้นมู่อวู่ซวงก็ชี้ไปยังคนที่นั่งอยู่แถวแรกคนหนึ่งพลางกล่าวว่า “เช่นนั้นข้าเลือกเจ้าก่อนก็แล้วกัน ขึ้นมาสิ!”
สีหน้าของคนผู้นั้นซีดเผือดทันที เขานี่มันโง่จริง ๆ เหตุใดต้องมาอยู่ที่แถวแรกด้วย ซึ่งเขาก็ทำได้เพียงเดินขึ้นไปด้วยความหวาดกลัวเท่านั้น
“อ๊ากกกก!” หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีเสียงกรีดร้องดังออกมา และการทรมานก็สิ้นสุดลง
หลังจากที่จัดการคนผู้นั้นไปแล้ว คนที่เหลือเหล่านั้นก็ย้ายที่นั่งไปอยู่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว หรือแม้กระทั่งมีคนที่ต่อสู้กันขึ้นมาเพื่อแย่งตำแหน่งที่อยู่หลังสุดอีกด้วย
แม้ว่าจะเปลี่ยนตำแหน่งไปแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงไม่อาจหลีกหนีจุดจบที่ต้องถูกมู่อวู่ซวงทรมานไปได้อยู่ดี
องค์ชายที่มาเข้าร่วมการประชุมศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบแปดเขตแดนเหล่านั้น นอกจากคนที่ถูกมู่เฉียนซีเอาชนะจนได้รับบาดเจ็บก่อนหน้านี้แล้ว พวกเขาก็ไม่มีใครหนีรอดได้เลยแม้แต่คนเดียว
ก่อนหน้านี้พวกเขายังหัวเราะเยาะคนผู้นั้นที่ถูกสาวน้อยผู้ไม่มีพลังวิญญาณคนหนึ่งทรมานอย่างน่าสมเพชขนาดนั้นอยู่เลย แต่ทว่าตอนนี้พวกเขาเริ่มอิจฉาคนผู้นั้นขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว เพราะอย่างน้อยคนที่ไม่มีพลังวิญญาณอย่างมู่เฉียนซีก็ถือว่าลงมือได้เบากว่ามาก!
เมื่อพวกเขาตกอยู่ในน้ำมือของโยวเยี่ยอวู่ซวง ต่างก็รู้สึกราวกับว่าได้เฉียดผ่านความตายก็มิปาน
ทุกคนต่างผงะไปเล็กน้อย ไม่คิดมาก่อนเลยว่าคนที่ดูอ่อนโยนราวกับหยกก็มิปานอย่างฝ่าบาทอวู่ซวงจะเป็นคนที่ถือหางคนของตนเองขนาดนี้
ถึงคนเหล่านั้นจะเพียงแค่โห่ร้องจนทำให้หลานสาวของเขาต้องขึ้นเวทีการประลอง แต่พวกเขาก็ได้ทำผิดพลาดไปอย่างมหันต์ เพราะนอกจากจะคิดไม่ถึงว่ามู่เฉียนซีจะมีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันที่ยอดเยี่ยมชิ้นนั้นเท่านั้น คนที่ขึ้นไปต่อสู้กับนางทั้งสองคน ยังไม่สามารถทำอันตรายมู่เฉียนซีได้แม้แต่ปลายขนอีกด้วย
แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังคงถูกมู่อวู่ซวงลงมือเก็บกวาดจนอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชโดยไม่มีความเมตตาเลยแม้แต่น้อยอยู่ดี
เนื่องจากว่ามู่อวู่ซวงได้จัดการองค์ชายเหล่านั้นไปทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว ดังนั้นเจ้าเมืองหลักดั้งเดิมของทั้งสิบแปดเขตแดน นอกจากโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นที่เป็นผู้โชคร้ายถูกดีดออกไปจากตำแหน่งแล้ว คนอื่น ๆ ต่างก็รักษาตำแหน่งของตนเองเอาไว้ได้
ในสถานการณ์เช่นนี้ ภายในใจของเจ้าเมืองที่ค่อนข้างอ่อนแอเหล่านั้นรู้สึกขอบคุณมู่อวู่ซวงเล็กน้อย ที่ทำให้พวกเขาสามารถครองตำแหน่งเจ้าเมืองได้อย่างมั่นคงไปอีกสิบปี
วันแรกของงานประชุมก็ได้สิ้นสุดลงเช่นนี้ หลังจากนั้นจะเป็นการต่อสู้ระหว่างเจ้าเมือง เพื่อจัดอันดับของเจ้าเมืองหลักทั้งสิบแปดเขตแดนออกมา
นับตั้งแต่โยวเยี่ยจี๋กลายเป็นองค์รัชทายาทของแดนวิญญาณ เขาก็ยังคงเป็นที่หนึ่งเสมอ ไม่เคยเปลี่ยนเลยสักครั้งเดียว
ส่วนเจ้าเมืองที่มีความสามารถที่น่าประทับใจก็มีโยวเยี่ยเสีย โยวเยี่ยซาง และโยวเยี่ยจี้เป็นต้น
การต่อสู้ระดับสุดยอดที่แท้จริง ซึ่งเป็นการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างยักษ์ใหญ่ จะมีขึ้นในวันที่สองของงานประชุมนี้
โยวเยี่ยจี๋กล่าวว่า “การประลองในวันนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้ที่ควรพักฟื้นก็จงพักฟื้นตัวให้ดี ผู้ที่ต้องการพักผ่อนก็จงพักผ่อนให้เพียงพอ และพรุ่งนี้พวกเราจะเริ่มการประลองเพื่อจัดอันดับความแข็งแกร่งของเจ้าเมืองทั้งสิบแปดกัน”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
มู่อวู่ซวงจ้องมองไปทางมู่เฉียนซีพลางกล่าวขอโทษว่า “ซีเอ๋อร์ เพราะอาเล็กมาช้าเกินไป เจ้าไม่ได้รับบาดเจ็บใช่หรือไม่”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็ก พวกเขาจะทำร้ายข้าได้อย่างไร อีกอย่างอาเล็กก็แก้แค้นให้ข้าแล้วด้วย มันสุดยอดมากจริง ๆ”
เมื่อพวกเขากลับไปยังตำหนักที่พัก มู่เฉียนซีก็ทำให้แน่ใจว่าการใช้หัวใจแห่งภูตวิญญาณยกระดับความสามารถให้อาเล็กของนางไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ และเมื่อวางใจได้แล้ว นางก็เตรียมนำมุกภูตวิญญาณเหล่านั้นมาให้มู่อวู่ซวงดูดซับต่อไป
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็กมุกภูตวิญญาณพิเศษเหล่านี้ท่านสามารถใช้มันได้เลย รอหลังจากที่งานประชุมสิ้นสุดลงแล้ว ข้าจะพาเจ้าผลไม้น้อยไปเดินเล่นที่ตำหนักพั่วจู และไปหามันมาอีกครั้ง”
สำหรับคนทั่วไปแล้วมุกภูตวิญญาณพิเศษนั้นยากที่จะซื้อได้ แต่หากมีเจ้าผลไม้น้อยอยู่ด้วยแล้วละก็ ขอเพียงมีเงิน และขอเพียงตำหนักพั่วจูยอมขาย นางสามารถซื้อจนมันเต็มกระบุงได้แน่นอน
ในขณะที่พวกเขากำลังพักผ่อน ก็มีคนจำนวนมากกลุ่มหนึ่งมารวมตัวกันอยู่ด้านนอก
พวกเขารู้ว่ามู่เฉียนซีคือนักปรุงยา จึงได้นำสมุนไพรวิญญาณมาด้วยมากมาย ซึ่งทั้งหมดที่ถูกนำมานี้ก็เพื่อขอโทษมู่เฉียนซีนั่นเอง
“เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เป็นความผิดของพวกเราเอง! พวกเราหุนหันพลันแล่นมากเกินไป คือ…” คนกลุ่มนี้ถูกทุบตีจนหวาดผวา ดังนั้นพวกเขาจึงมาสารภาพผิดด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งและมอบของขวัญให้
พวกเขารู้ดีว่าด้วยความสามารถของมู่อวู่ซวงในตอนนี้ หลังจากที่การประลองในวันพรุ่งนี้สิ้นสุดลง มู่อวู่ซวงจะต้องกลายเป็นหนึ่งในเจ้าเมืองหลักเพียงไม่กี่คนที่มีความสามารถแข็งแกร่งที่สุดแน่นอน
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่กล้าล่วงเกินคนเช่นนี้อีก ดังนั้นจึงมามอบของขวัญให้พวกเขา เพื่อหวังว่ามู่อวู่ซวงอย่าได้คิดแค้น และตามมาจัดการพวกเขาในภายหลัง มิเช่นนั้นชีวิตของพวกเขาหลังจากนี้คงไม่เป็นสุขแน่
มู่เฉียนซียอมรับสิ่งของที่พวกเขานำมามอบให้ทั้งหมด นางกล่าวว่า “หากรู้ว่าต้องเป็นเช่นนี้ เหตุใดถึงทำแต่แรกล่ะ!”
“เป็นพวกเราที่โง่เอง! เป็นพวกเราที่โง่เง่า…” พวกเขากล่าวอย่างเสียใจ
มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างเย็นชาว่า “พวกเจ้าไสหัวไปได้แล้ว อย่ามารบกวนการพักผ่อนของซีเอ๋อร์! หลังจากนี้หากพวกเจ้ากล้ามาล่วงเกินซีเอ๋อร์ หรือมารังแกซีเอ๋อร์อีก มันจะไม่จบแค่การโดนซ้อมง่าย ๆ แค่นี้แน่!”
แววตาที่เย็นชานั้นของมู่อวู่ซวง เป็นสายตาที่บอกพวกเขาว่า หากพวกเขากล้าทำผิดอีกละก็ เกรงว่าเขาจะต้องการชีวิตของพวกเขาแน่นอน
พวกเขาอดที่จะกล่าวด้วยตัวที่สั่นเทาไม่ได้ว่า “มิกล้า! พวกข้าไม่กล้าทำเช่นนั้นอีกแล้ว!”
ไม่ว่าจะเป็นโยวเยี่ยอวู่ซวงหรือว่ามู่เฉียนซี ต่างก็เป็นคนที่ไม่อาจยั่วยุได้ทั้งนั้น ฉะนั้นพวกเขาควรที่จะหลีกหนีไปให้ไกลน่าจะดีกว่า
วันรุ่งขึ้น บรรยากาศทั่วทั้งจัตุรัสเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการต่อสู้ นี่คือการต่อสู้ระดับสุดยอดระหว่างเจ้าเมืองต่าง ๆ ของแดนวิญญาณ ทุกคนจะต้องต่อสู้กับคนอื่น ๆ อีกสิบเจ็ดคน ส่วนที่ว่าใครจะต้องเผชิญหน้ากับใครนั้น จะเป็นการเลือกแบบสุ่มทั้งสิ้น
สุดท้ายแล้วการจัดอันดับจะขึ้นอยู่กับว่าเอาชนะได้มากเพียงใด หากมีจำนวนเท่ากัน เช่นนั้นก็จะต้องสู้กันต่อไป
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องเผชิญหลังจากนี้ก็คือการต่อสู้และการแข่งขันนับครั้งไม่ถ้วน!
ก่อนมามู่เฉียนซีได้ยัดทั้งยาน้ำและยาลูกกลอนจำนวนมากมายให้กับมู่อวู่ซวง เนื่องจากการต่อสู้ที่ต่อเนื่องไม่หยุด มักจะผลาญพลังเป็นอย่างมาก ฉะนั้นยาจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
แต่หากมีคนอื่นต้องการจะมาเทียบยาของอาเล็กของนาง ก็รอดูได้เลย!
“ยาของอาเล็กมีจำนวนเยอะมาก! ฉะนั้นเมื่อถึงเวลาอาเล็กไม่จำเป็นต้องประหยัดเลย อาเล็กจะต้องทำให้ตนเองอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดในทุกรอบของการประลองนะเจ้าคะ” มู่เฉียนซีกล่าว
“ตกลง!” มู่อวู่ซวงกล่าวตอบ
หลังจากนั้นไม่นาน ลำดับการต่อสู้แบบสุ่มที่จัดว่าสุดท้ายแล้วใครจะต้องเผชิญหน้ากับใครบ้างก็ปรากฏออกมา
พวกเขาต่างก็เฝ้าภาวนาว่าอย่าให้ต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งตั้งแต่แรก มิเช่นนั้นคงได้เป็นปัญหาแน่
แต่ทว่าก็มักจะมีคนดวงซวยที่ต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเสมอ อย่างเช่นการต่อสู้ในสนามแรกนี้ คู่ต่อสู้ที่เจ้าเมืองของเมืองถัวต้องเผชิญหน้าก็คือโยวเยี่ยจี๋ ผู้เป็นองค์รัชทายาทของแดนวิญญาณนั่งเอง
และทันทีที่เขาขึ้นเวทีประลอง ก็ยอมแพ้โดยตรง ซึ่งมันก็ทำให้เขาไม่ต้องต่อสู้ในสนามนี้แล้ว
หลังจากนั้นก็เป็นการต่อสู้ของเจ้าเมืองที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน พวกเขาต่อสู้อย่างสุดกำลัง และก็สามารถหาผู้ชนะได้ในที่สุด ส่วนสนามที่สามเป็นของมู่อวู่ซวง
มู่อวู่ซวงได้เผชิญหน้ากับโยวเยี่ยฉีผู้เป็นเจ้าเมืองคนใหม่ที่สามารถเอาชนะโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นผู้นั้นมาได้
ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ลุกโชน เขาเหลือบมองไปทางมู่อวู่ซวงพลางกล่าวว่า “โยวเยี่ยอวู่ซวง ข้าอยากจะประลองฝีมือกับเจ้ามานานมากแล้ว วันนี้มาดูกันว่าความสามารถของเจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใดกันแน่ อย่าทำให้ข้าต้องผิดหวังล่ะ”
.