ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2674 ความคิดที่ลึกซึ้ง
ภายในคำพูดของโยวเยี่ยเสียกำลังเยาะเย้ยมู่อวู่ซวงว่า แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่ง แต่ก็เป็นการใช้วัตถุศักดิ์สิทธิ์เพื่อยกระดับความสามารถเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษเลย
มู่เฉียนซีทนเห็นเขามุ่งเป้าไปที่อาเล็กของตนเองไม่ได้ นางจึงกล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “แค่ใช้สมบัติช่วยฝึกฝนอย่างนั้นหรือ แค่หาอีกก็พอ อย่างไรเสียข้าก็โชคดีขนาดนี้ ฉะนั้นต้องสามารถหาให้อาเล็กได้อีกมากมายแน่นอน!”
“คิดจะบรรลุเป็นระดับราชันย์วิญญาณก่อนอาเล็กของข้าอย่างนั้นหรือ ข้าว่าเจ้าอย่าหวังเลยจะดีกว่า อย่างไรเสียอาเล็กของข้าก็จะต้องเร็วกว่าเจ้าแน่นอนอยู่แล้ว!”
โยวเยี่ยเสียกล่าวด้วยสีหน้าที่บึ้งตึงว่า “มู่เฉียนซี นางเด็กแสบนี่ช่างพูดช่างจาเสียเหลือเกินนะ!”
มู่อวู่ซวงกล่าวกับนางอย่างอบอุ่นว่า “ซีเอ๋อร์กล่าวได้ถูกต้องแล้ว!”
การปฏิบัติต่อศัตรูและการปฏิบัติต่อมู่เฉียนซีนั้นเป็นคนละด้านกันเลยทีเดียว มู่อวู่ซวงนั้นดูอ่อนโยนราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ทำให้เหล่าสตรีต่างพากันเหลียวมองด้วยความอิจฉา
หลายคนต่างใฝ่ฝันอยากจะได้รับการปฏิบัติจากองค์ชายอวู่ซวงอย่างอ่อนโยนเฉกเช่นมู่เฉียนซี
ในเมื่อโยวเยี่ยเสียพ่ายแพ้ไปแล้ว คนที่ต้องเผชิญหน้ากับมู่อวู่ซวงคนต่อไปก็คือโยวเยี่ยซาง
โยวเยี่ยซาง เป็นคนที่มีความสามารถเทียบเท่ากับโยวเยี่ยเสีย ซึ่งเขาก็เป็นบุคคลที่ให้ความรู้สึกที่ดูมืดมนคนหนึ่ง
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งว่า “น้องอวู่ซวง เจ้านี่ช่างโชคดีจริง ๆ! ก่อนหน้านี้ข้าเพิ่งจะต่อสู้กับเสด็จพี่ใหญ่มา ซึ่งข้าในตอนนี้ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้กับเสด็จพี่ใหญ่มาด้วยพอดี”
แน่นอนว่าในการต่อสู้ระหว่างโยวเยี่ยจี๋กับโยวเยี่ยซาง ไม่มีการออมมือกันอยู่แล้ว
อาการบาดเจ็บทั้งภายในและภายนอกของโยวเยี่ยซางค่อนข้างหนัก หากเผชิญหน้ากับเจ้าเมืองที่มีความสามารถอ่อนแอกว่า เขาก็อาจจะสู้ต่อไปได้ แต่การที่ต้องมาเผชิญหน้ากับโยวเยี่ยอวู่ซวงที่สามารถเอาชนะโยวเยี่ยเสียได้นั้น ทำให้โอกาสชนะของเขามีไม่มากนัก
แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้ แต่โยวเยี่ยซางก็ไม่สามารถยอมแพ้ได้ และการต่อสู้ระหว่างเขากับมู่อวู่ซวงก็เริ่มขึ้น
ปัง ปัง ปัง!
หลังจากที่ต่อสู้อย่างดุเดือดมาหลายสิบรอบ ในที่สุดโยวเยี่ยซางก็เริ่มเสียเปรียบแล้ว
เพราะอาการบาดเจ็บของเขาสาหัสขึ้น จึงทำให้ถูกมู่อวู่ซวงโจมตีจนตกลงไปจากเวทีการประลองในที่สุด
หลังจากนั้นการประลองก็ยังคงดำเนินต่อไป และพวกเขาก็ได้ค้นพบว่า มู่อวู่ซวงไม่เพียงแต่แข็งแกร่งขึ้นและมีพรสวรรค์สูงเท่านั้น แต่เขายังโชคดีมากอีกด้วย
เมื่อเขาต้องต่อสู้กับผู้ยิ่งใหญ่ที่มีความสามารถแข็งแกร่งหลายคน นอกจากตอนที่ต่อสู้กับโยวเยี่ยเสียแล้ว คนอื่น ๆ ล้วนมักจะโชคร้ายได้ต่อสู้กับองค์รัชทายาทจี๋มาก่อนทั้งนั้น
มีเพียงโยวเยี่ยจี๋เท่านั้นที่มีความสามารถระดับราชันย์วิญญาณ ซึ่งระหว่างระดับราชันย์วิญญาณกับระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณนั้นมีช่องว่างที่ใหญ่มากทีเดียว
ภายใต้การโจมตีของโยวเยี่ยจี๋พวกเขาไม่มีโอกาสชนะมากเท่าไรนัก และทำได้เพียงยอมรับความพ่ายแพ้เท่านั้น
นอกจากนี้โยวเยี่ยจี๋ก็ไม่เคยคิดจะออมมือมาก่อน ดังนั้นพวกเขาไม่เพียงแต่พ่ายแพ้ แต่ยังพ่ายแพ้อย่างน่าสมเพชมากอีกด้วย
ตอนนี้ใกล้ถึงการประลองสามรอบสุดท้ายในการจัดอันดับรอบแรกแล้ว ซึ่งการประลองในสามรอบรองจากรอบสุดท้ายนั้นก็เป็นการประลองระหว่างโยวเยี่ยจี๋กับโยวเยี่ยจี้
ด้วยความสามารถที่แข็งแกร่งของโยวเยี่ยจี้ ทำให้เขาสามารถเอาชนะมาได้สิบหกสนามติดต่อกัน เขาดีใจที่ตนเองไม่ได้โชคร้ายเกินไปนักจึงไม่ต้องเจอกับเสด็จพี่ใหญ่ก่อนหน้านี้ แต่ทว่า…
โยวเยี่ยจี้กล่าวว่า “เสด็จพี่ใหญ่ ท่านออมมือให้หน่อยเถิด! ได้โปรดรักษาหน้าและให้น้องเล็กได้เก็บแรงเอาไว้บ้างได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ ข้ายังต้องเหลือแรงเอาไว้สู้กับโยวเยี่ยอวู่ซวงอีก! หากข้าถูกท่านทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหนูนั่นได้เปรียบข้าเป็นแน่”
โยวเยี่ยจี๋กล่าวว่า “ยากนักกว่าจะมีโอกาสได้ต่อสู้กับน้องจี้ แน่นอนว่าข้าจะชี้แนะให้เจ้าอย่างดี ดังนั้นไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม ข้าไม่มีทางออมมือแน่นอน! น้องจี้ หลังจากนี้ไปเจ้าก็จงพยายามโจมตีข้าอย่างสุดความสามารถเถิด!”
สีหน้าของโยวเยี่ยจี้มืดมนเป็นอย่างยิ่ง คิดไม่ถึงเลยว่าถึงตนเองจะชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูดแล้วเสด็จพี่ใหญ่ก็ยังคงไม่ยอมออมมืออยู่ดี เช่นนั้นก็มีแต่ต้องพยายามต่อสู้ในสนามนี้อย่างสุดความสามารถแล้ว
แม้ว่าโยวเยี่ยจี้จะพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของโยวเยี่ยจี๋ได้อยู่ดี และเขาก็ถูกโยวเยี่ยจี๋ทรมานจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเลยทีเดียว!
ตึงง!
ในตอนที่โยวเยี่ยจี้ล้มฟุบลงไปบนพื้น ภายในใจของเขาก็รู้สึกไม่เต็มใจนัก
หลังจากนี้คงทำให้โยวเยี่ยอวู่ซวงได้เปรียบมากเป็นแน่
ในสนามถัดไป โยวเยี่ยอวู่ซวงก็ได้ต่อสู้กับโยวเยี่ยจี้
ถึงโยวเยี่ยจี๋จะไม่ได้ลงมือสังหารน้องชายอย่างเขา แต่เขาในสภาพที่บาดเจ็บสาหัสก็ยากที่จะเอาชนะโยวเยี่ยอวู่ซวงได้อยู่ดี
แต่ทว่าเขาก็ยังคงพยายามต่อสู้กับโยวเยี่ยอวู่ซวงอย่างสุดความสามารถ และเมื่อถึงจุดที่ไม่สามารถต่อสู้ได้อีก เขาจึงหยุดลง!
พรวดดด!
โยวเยี่ยจี้ล้มฟุบลงไปพลางกล่าวว่า “โยวเยี่ยอวู่ซวง เจ้านี่ช่างโชคดีมากจริง ๆ ข้าไม่ได้พ่ายแพ้ให้กับเจ้า แต่ข้าแค่พ่ายแพ้ให้กับโชคชะตาเท่านั้น”
หลังจากนั้น ทั่วทั้งสนามการประลองก็เดือดพล่านขึ้นมาทันที
เพราะในที่สุดม้ามืดที่แข็งแกร่งที่สุดของแดนวิญญาณกำลังจะต่อสู้กับองค์รัชทายาทจี๋ที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในแดนวิญญาณของพวกเขา ฉะนั้นนี่จะต้องเป็นการประลองที่ดุเดือดอย่างที่สุดแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “โยวเยี่ยจี๋ผู้นี้แตกต่างเป็นอย่างมาก หากว่าเขามุ่งเป้ามาที่อาเล็กแล้วละก็ น่าจะปล่อยให้คนอื่นผลาญพลังของท่านมากกว่า แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะไม่ออมมือ ให้กับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเหล่านั้นของอาเล็ก และปล่อยให้อาเล็กมีโอกาสแย่งชิงลำดับที่หนึ่งกับเขา แน่นอนว่าคนผู้นี้มีความมั่นใจเป็นอย่างมาก เขามั่นใจว่าอาเล็กต้องไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอย่างแน่นอน”
“เขาที่อยู่ในระดับราชันย์วิญญาณนั้นแข็งแกร่งมาก อาเล็ก ท่านอย่าฝืนตนเองในการคว้าอันดับหนึ่ง! และอย่าได้ทำให้ตนเองต้องตกอยู่ในอันตรายเป็นอันขาด” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเป็นอย่างมาก
“ตกลง! อาจะทำตามที่ซีเอ๋อร์บอก” มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างอ่อนโยน
มู่อวู่ซวงก้าวขึ้นไปบนเวทีการประลอง แม้ว่าเขาจะดูดซับพลังของหัวใจแห่งภูตวิญญาณ จนความสามารถยกระดับขึ้น และเพียงพอที่จะรับมือกับเจ้าเมืองหลักทั้งสิบเจ็ดคนได้
แต่มีเพียงโยวเยี่ยจี๋คนเดียวเท่านั้น ที่เขาไม่สามารถหยั่งถึงได้ ซึ่งถือได้ว่าอันตรายมากจริง ๆ
นี่เป็นการต่อสู้ตามที่คิดเอาไว้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย อย่างน้อยทุกคนต่างก็คิดเช่นนั้นกันหมด
ไม่ว่าความเร็วในการยกระดับความสามารถของฝ่าบาทอวู่ซวงจะเป็นเลิศมากเพียงใด แต่ก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ขององค์รัชทายาทจี๋ได้อยู่ดี!
“น้องอวู่ซวง ระวังด้วย!” และโยวเยี่ยจี๋ก็เริ่มลงมือทันที
เขายังคงต่อสู้กับน้องชายคนนี้อย่างไม่ได้ออมมือ เหมือนกับตอนที่เขาปฏิบัติกับน้องชายคนอื่น ๆ โดยที่ไม่มีความแตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย
ปัง ปัง ปัง!
หลังจากนั้นพลังอันบ้าคลั่งที่อยู่บนเวทีการประลองก็พุ่งพล่านและปะทะเข้าด้วยกัน!
ซึ่งทุกคนต่างก็มองออกว่าฝ่าบาทอวู่ซวงกำลังตกอยู่ในอันตรายแล้ว
และมู่เฉียนซีก็กล่าวถามนิรันดร์ที่อยู่ข้างกายว่า “นิรันดร์ อาเล็กมีโอกาสชนะบ้างหรือไม่?”
นิรันดร์กล่าวว่า “ไม่มีโอกาสชนะเลย ที่รักอย่าได้โกรธไป ไม่ใช่ว่าข้าดูถูกมู่อวู่ซวงหรอกนะ แต่คนผู้นั้นแข็งแกร่งมาก! นอกจากนี้มหาจักรพรรดิวิญญาณกับราชันย์วิญญาณยังแตกต่างกันมากอีกด้วย อย่างไรเสียมู่อวู่ซวงก็ไม่ได้มีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ไว้ในครอบครอง ที่ถึงจะมีระดับที่ต่ำกว่าก็สามารถต่อสู้ได้ แต่ระยะห่างขนาดนี้สำหรับเขาแล้วก็ถือว่ายากที่จะเอาชนะได้จริง ๆ”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าเองก็เข้าใจดี”
นางกล่าวถามว่า “แต่ท่าทีของโยวเยี่ยจี๋ก็แปลกประหลาดมากจริง ๆ”
“ใช่แล้ว! คนผู้นี้มีความคิดที่ลึกซึ้งเป็นอย่างมาก เขาไม่เหมือนกับคนที่จงใจจะสยบคนอื่น เพื่อแอบช่วยเหลือมู่อวู่ซวงอยู่เงียบ ๆ เลย สุดท้ายแล้วเขาก็มีความมั่นใจว่าสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ และไม่เห็นการคุกคามของมู่อวู่ซวงอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย หรือไม่แน่ว่าอาจจะมีความคิดอื่นอีก ซึ่งนี่ก็ไม่สามารถบอกได้อีกเช่นกัน! ฉะนั้นที่รัก เจ้าเองก็ระวังตัวเอาไว้หน่อยก็ดี!” นิรันดร์กล่าวกับมู่เฉียนซี
“อื้ม! แม้ว่าเขาจะไม่ได้แสดงท่าทีว่าเป็นศัตรูกับอาเล็กเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่สามารถประมาทเขาได้เช่นกัน”
ทั้งสองฝ่ายยังคงอยู่ในการต่อสู้อันดุเดือด มู่อวู่ซวงได้ถูกปราบปรามอย่างสิ้นเชิง และก็ยังหลบหลีกการโจมตีได้อย่างหวุดหวิดทุกครั้งอีกด้วย
นัยน์ตาของมู่อวู่ซวงหดลงอย่างกะทันหัน เขากล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “ช่างแข็งแกร่งจริง ๆ! แต่ข้าเองก็ไม่อยากต้องมาพ่ายแพ้ต่อหน้าซีเอ๋อร์เช่นกัน! ข้ารับปากกับซีเอ๋อร์แล้วว่าจะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องนาง! แล้วข้าจะมาพ่ายแพ้ให้กับโยวเยี่ยจี๋ได้อย่างไร!”
นี่คือองค์ชายที่แข็งแกร่งที่สุดของแดนวิญญาณ ทั้งยังเป็นคู่แข่งในการชิงบัลลังก์ที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาอีกด้วย ฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ แน่นอน!
ตูมมม โครมมม!
เสียงระเบิดที่ดังกึกก้องขึ้นนั้น ทำให้พื้นที่สั่นสะเทือนขึ้นมาทันที
และทุกคนก็กล่าวอย่างประหลาดใจว่า “มันจะน่าทึ่งเกินไปแล้ว องค์รัชทายาทจี๋ช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน และการที่ฝ่าบาทอวู่ซวงสามารถยืนหยัดมาได้จนถึงตอนนี้ ก็เป็นเรื่องที่สุดยอดมากจริง ๆ”
“ใช่แล้ว! ไม่รู้เลยว่าฝ่าบาทอวู่ซวงจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน แต่ถึงเขาจะพ่ายแพ้ แต่เขาก็สามารถอยู่ในลำดับที่สองของทั้งสิบแปดเขตแดนหลักได้แล้วล่ะ”
“อย่างที่รู้กันว่าก่อนหน้านี้เขาได้รับการยอมรับให้อยู่ในลำดับที่หนึ่ง และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้กลายเป็นองค์รัชทายาทจี๋ เจ้าผู้ครองเมืองที่แข็งแกร่งที่สุด!”
ทุกครั้งในตอนที่มู่อวู่ซวงกำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัด เขาก็มักจะกัดฟันทนต่อไป
และทันทีที่เขาเห็นสีหน้าที่เป็นกังวลของมู่เฉียนซี ทันใดนั้นเขาก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เช่นนั้นก็ลองวิธีการนี้ดูก็แล้วกัน!