ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2675 องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณมาถึงแล้ว
ทันใดนั้นมู่อวู่ซวงก็ได้ทำเรื่องที่ทำให้คนอื่นงุนงงมากเรื่องหนึ่ง!
ผู้คนต่างพากันกล่าวอย่างประหลาดใจว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าฝ่าบาทอวู่ซวงจะกินยาลูกกลอน ฝ่าบาทอวู่ซวงได้รับบาดเจ็บอย่างนั้นหรือ?”
“น่าจะเป็นเพราะตอนหลบการโจมตีของฝ่าบาทจี๋ผลาญพลังมากเกินไป ดังนั้นจึงต้องฟื้นฟูพลังก็เป็นได้”
“แต่ว่าฝ่าบาทอวู่ซวงไม่ได้กินเยอะเกินไปหน่อยอย่างนั้นหรือ! ยาลูกกลอนนั่นไม่ต้องใช้เงินหรืออย่างไร!”
มีคนกล่าวตอบว่า “นี่สหายรัก เจ้าพูดได้ถูกต้องแล้ว เดิมทีทั้งยาน้ำและยาลูกกลอนของฝ่าบาทอวู่ซวงก็ไม่ต้องใช้เงินอยู่แล้ว! เจ้าไม่รู้หรือว่าหอหมอปีศาจเป็นของใคร มันเป็นของฝ่าบาทน้อยเฉียนซีอย่างไรเล่า! ฉะนั้นเขาไม่มีทางขาดยาอยู่แล้ว”
เมื่อมู่เฉียนซีเห็นการกระทำของอาเล็กแววตาของนางก็เป็นประกายขึ้นมาทันที นางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “อาเล็กสู้เขา!”
การต่อสู้ที่ผลาญพลังอย่างต่อเนื่อง! นางเองก็เคยใช้วิธีการเช่นนี้ตอนที่ต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่านางมากเช่นกัน
ในเมื่อความแข็งแกร่งไม่เพียงพอ เช่นนั้นก็อัดยาลูกกลอนเข้าไปเสีย!
คาดว่าอาเล็กน่าจะนึกถึงวิธีการที่นางเคยใช้ขึ้นมาได้ ดังนั้นจึงเอาเคล็ดลับนี้มาใช้!
นิรันดร์กล่าวว่า “หากเป็นเช่นนี้แล้วละก็! ผลของการแข่งขันในครั้งนี้ บางทีอาจจะมีโอกาสเป็นอย่างอื่นได้เช่นกัน”
ตูมม โครมมม!
มู่อวู่ซวงไม่ติดตามโยวเยี่ยจี๋อีกแล้ว แต่เลือกที่จะหลบหลีกแทน เขาวิ่งวนต่อสู้และรับมือไปรอบ ๆ นอกจากนี้ยังพยายามผลาญพลังวิญญาณของโยวเยี่ยจี๋ให้ได้มากที่สุด
ถึงดูเหมือนว่าตอนนี้โยวเยี่ยจี๋จะตระหนักได้ถึงแผนการของมู่อวู่ซวงแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจมันอยู่ดี
เขากล่าวว่า “น้องอวู่ซวง เจ้าต้องการจะผลาญพลังวิญญาณของข้าให้หมดอย่างนั้นหรือ แต่ความสามารถของข้าอยู่ในระดับราชันย์วิญญาณ หากเจ้าต้องการที่จะผลาญพลังของข้า มันก็ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นหรอกนะ น้องอวู่ซวงเจ้าเตรียมใจให้พร้อมเถิด!”
มู่อวู่ซวงถือยาขวดหนึ่งเอาไว้ในมือ ซีเอ๋อร์มอบยาให้เขาอย่างเพียงพอแล้ว เขาไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง แต่เขายังมีซีเอ๋อร์คอยอยู่เป็นเพื่อนเขาด้วย
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะลำบากมากเพียงใด แต่เขาก็จะต้องยืนหยัดต่อไปให้ได้!
ตูมม โครมม!
ความอดทนของมู่อวู่ซวงนั้นช่างน่าทึ่งมากจริง ๆ ทุกครั้งที่พวกเขาคิดว่าเขาจะทนต่อไปไม่ไหว แต่เขากลับสามารถยืนหยัดขึ้นมาได้
และสิ่งที่ทำให้คนรู้สึกประหลาดใจมากที่สุดก็คือ ฝ่าบาทอวู่ซวงพกยาลูกกลอนมามากแค่ไหนกันแน่
พวกเขารู้สึกเหมือนว่าเขามียาลูกกลอนที่กินเท่าไรก็ไม่หมด อย่างไรเสียตั้งแต่ตอนที่เขาเริ่มกินยาลูกกลอนมาจนถึงตอนนี้ พวกเขาก็ไม่อาจนับจำนวนมันได้แล้ว
จำเป็นต้องบอกว่า การต่อสู้ในสนามนี้ช่างเป็นการต่อสู้ที่ฟุ่มเฟือยมากจริง ๆ
ท้องฟ้ากำลังมืดลง และเมื่อการแข่งขันจัดอันดับในวันที่สองมาถึงจุดนี้ มันก็ถือว่าเกินความคาดหมายของโยวเยี่ยจี๋มากแล้ว
และถึงพลังของเขาจะถูกผลาญไปไม่น้อย แต่อย่างไรเสียเขาก็ยังคงโจมตีต่อไป
ในเมื่อโยวเยี่ยอวู่ซวงสามารถใช้ยาลูกกลอนในการฟื้นฟูพลังได้ แล้วคิดว่าเขาที่เป็นถึงองค์รัชทายาทของแดนวิญญาณ จะขาดแคลนยาลูกกลอนหรืออย่างไรกัน
หลังจากนั้นโยวเยี่ยจี๋ก็กินยาลูกกลอนเพื่อฟื้นฟูพลัง และยังคงต่อสู้ต่อไป!
ปัง ปัง ปัง!
ผู้คนต่างกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าวิธีการของฝ่าบาทอวู่ซวงจะประสบความสำเร็จ ตอนนี้องค์รัชทายาทถูกผลาญพลังจนต้องกินยาลูกกลอนบ้างแล้ว ต่อไปก็ต้องคอยดูว่าใครมีความอดทนมากกว่ากัน! หรือฝ่าบาทอวู่ซวงจะใช้ยาลูกกลอนหมดไปก่อนกันแน่”
เมื่อเห็นว่าโยวเยี่ยจี๋เริ่มกินยาบ้างแล้ว มุมปากของมู่เฉียนซีก็กระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยทันที จะแข่งเรื่องยาหรือ ใครเขากลัวกันล่ะ
เช่นนั้นก็แข่งกันสิ! ผลลัพธ์ที่ได้จะต้องทำให้ท่านประหลาดใจแน่นอน องค์รัชทายาทโยวเยี่ยจี๋
ถึงนี่จะเป็นยาลูกกลอนฟื้นฟูพลังที่ดีที่สุดที่นักปรุงยาของเขากลั่นออกมาได้ แต่ความเร็วในการฟื้นฟูของยาลูกกลอนที่โยวเยี่ยจี๋ใช้ก็ฟื้นตัวได้ช้ากว่าของมู่อวู่ซวงมากนัก
ความเชื่องช้าเช่นนี้หากต่อสู้กับคนที่อยู่ระดับเดียวกัน มันต้องทำให้ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตแน่นอน
โชคดีที่เขาแข็งแกร่งกว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงมาก ดังนั้นจึงไม่ได้ถือว่าเสียเปรียบเท่าไรนัก ฉะนั้นรีบทำให้มันจบโดยเร็วจะดีกว่า!
และทันใดนั้น โยวเยี่ยจี๋ก็ได้ระเบิดพลังที่แข็งแกร่งออกมา
พลังในการโจมตีที่ไหลทะลักออกมาอย่างท่วมท้น ได้ปกคลุมสนามการประลองแห่งนี้เอาไว้
ปังงง!
หลังจากนั้นมู่อวู่ซวงก็ถูกโยนออกไป แต่เขากลับยังไม่ตกลงไปจากเวทีการประลอง
โยวเยี่ยจี๋โจมตีเข้ามาอีกครั้ง ซึ่งมู่อวู่ซวงก็พุ่งเข้าต่อสู้ด้วยหมัดที่กำแน่น
ตูมม โครมมม!
จิตวิญญาณในการต่อสู้ของมู่อวู่ซวงแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ และภายใต้แรงกดดันชั้นแล้วชั้นเล่าของโยวเยี่ยจี๋ ทำให้คิดไม่ถึงเลยว่าความแข็งแกร่งของมู่อวู่ซวงจะเพิ่มมากขึ้นอีกครั้ง
มีคนกล่าวอย่างประหลาดใจว่า “พระเจ้า! ตอนนี้ฝ่าบาทอวู่ซวงมาถึงระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณระดับเก้าขั้นสูงสุดแล้ว!”
“ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาได้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว! เขาทำได้อย่างไรกันแน่”
“……”
โยวเยี่ยเสียกล่าวอย่างดุดันว่า “นี่มันบ้าไปแล้วจริง ๆ! คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว หวังว่าโยวเยี่ยจี๋จะสามารถทำให้โยวเยี่ยอวู่ซวงพิการได้ มิเช่นนั้นเขาจะต้องกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่แน่นอน!”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างมีความสุขว่า “อาเล็กเก่งที่สุด! เห็นได้ชัดว่าเขายังไม่ทันได้ดูดซับพลังของมุกภูตวิญญาณที่มอบให้ทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ แต่เขากลับสามารถปลดปล่อยศักยภาพของเขาออกมา ทั้งยังเลื่อนขั้นได้อีก”
โยวเยี่ยจี๋กล่าวว่า “ยินดีกับน้องอวู่ซวงด้วย เจ้าเลื่อนขั้นได้อีกแล้วสินะ! ต่อไป เจ้าเตรียมรับมือให้ดีล่ะ!”
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว!
การต่อสู้เริ่มดุเดือดขึ้นมาอีกครั้ง ในที่สุดมู่อวู่ซวงก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่กลับยังคงยืนหยัดต่อไปได้
เขาใช้อาการบาดเจ็บสาหัสของเขา เพื่อแลกกับการผลาญพลังของโยวเยี่ยจี๋ให้มากขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า และรอยยิ้มจาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของมู่อวู่ซวง
ชุดสีขาวราวหิมะในตอนนี้ถูกย้อมจนกลายเป็นสีแดงไปหมดแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกปวดใจเป็นอย่างยิ่ง
แต่นางรู้ดีว่า นี่เป็นการต่อสู้นองเลือดที่อาเล็กขาดไม่ได้หากต้องการไต่ขึ้นไปยังจุดสูงสุดของแดนวิญญาณ และหลังจากนี้อาจจะมีการต่อสู้ที่อันตรายมากยิ่งขึ้นกว่านี้อีก
มันยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ ทำได้เพียงเผชิญหน้าไปกับมันเท่านั้น และมู่เฉียนซีก็ทำได้เพียงให้กำลังใจอาเล็กของตนเอง
และตอนนี้ยาลูกกลอนก็ว่างเปล่าแล้ว!
โยวเยี่ยจี๋เองก็คิดไม่ถึงว่าจะเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น เขาไม่เคยถูกคนที่มีความสามารถด้อยกว่าเขาบีบจนถึงจุดนี้ได้เลย
แต่โยวเยี่ยอวู่ซวงสามารถทำได้แล้ว มิแปลกใจเลยที่เสด็จพ่อมองเขาในแง่ดีถึงขนาดนั้น!
มู่อวู่ซวงในเวลานี้อยู่ในช่วงอึดใจสุดท้ายแล้ว ซึ่งทุกคนต่างก็มองออกว่าโยวเยี่ยจี๋ถึงขีดจำกัดแล้วเช่นกัน และครั้งนี้เขาก็เริ่มโจมตีอีกครั้ง!
ปัง ปัง ปัง!
โยวเยี่ยจี๋สมกับที่เป็นองค์รัชทายาทของแดนวิญญาณ แม้จะเป็นการต่อสู้แบบประชิดตัว แต่ทักษะทางกายภาพของเขาก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน
ตูมมม!
ร่างของทั้งสองนั้นรวดเร็วมาก จนทำให้พวกเขามองไม่ชัดเลยทีเดียว
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน และทันใดนั้นก็มีเสียงกระแทกพื้นดังขึ้น
ตึงง!
มู่อวู่ซวงล้มลงไปแล้ว
ทุกคนต่างถอนหายใจพลางกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าฝ่าบาทอวู่ซวงจะพ่ายแพ้แล้วสินะ!”
“การที่ฝ่าบาทอวู่ซวงสามารถรับมือกับองค์รัชทายาทจี๋มาจนถึงตอนนี้ได้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมากแล้ว”
“……”
เมื่อมู่เฉียนซีมองไปยังร่างเงาที่อยู่บนสนามประลอง ไม่ อาเล็กไม่ได้แพ้!
ตึงงง!
หลังจากนั้นก็มีเสียงอู้อี้เสียงหนึ่งดังขึ้น
ที่แท้ก็เป็นโยวเยี่ยจี๋ที่ล้มลงไปบนพื้นด้วยความเหนื่อยล้า ทั้งสองคนต่างก็หมดสติไป และไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย
กรรมการตัดสินในตอนนี้ลังเลว่าควรจะตัดสินเช่นไรดี และในเวลานี้เอง ร่างเงาสีม่วงก็ปรากฏตัวขึ้นมากลางอากาศ
ชายผู้นั้นมีความสามารถที่ลึกเกินจะหยั่งถึงได้ หน้าตาของเขานั้นหล่อเหลา ทั้งยังมีรูปร่างที่เพรียวบาง และเต็มไปด้วยอำนาจที่สามารถกุมโลกเอาไว้ในมือได้อย่างสิ้นเชิง
ไม่จำเป็นต้องพูดถึงสถานะของเขา มู่เฉียนซีก็รู้แล้วว่าเขาคือใครกันแน่
และเขาก็คือองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ เจ้าผู้ครองแดนวิญญาณนั่นเอง!
ทุกคนต่างผงะไปเล็กน้อยทันที พวกเขากล่าวด้วยความหวาดกลัวว่า “ถวายบังคมองค์จักรพรรดิ!”
“ถวายบังคมองค์จักรพรรดิ!”
“……”
พวกเขาทั้งหมดต่างทยอยกันแสดงความเคารพต่อผู้ที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงที่สุดของแดนวิญญาณ พวกเขาจำได้ว่าในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบแปดเขตแดนก่อนหน้านี้ องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณไม่เคยให้ความสนใจมาก่อน และเขาก็มอบทั้งหมดให้องค์รัชทายาทเป็นคนจัดการ
คิดไม่ถึงว่าในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบแปดเขตแดนครั้งนี้ องค์จักรพรรดิจะแอบมาดูอย่างลับ ๆ อีกทั้งยังปรากฏตัวออกมาด้วยตนเองอีกด้วย
สีหน้าของเหล่าองค์ชายที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ต่างซีดเผือดไปเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ทำผลงานได้ไม่ดี ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาอยากตายเลยจริง ๆ!
ที่แท้เสด็จพ่อก็คอยเฝ้าดูอยู่ตลอดนี่เอง พวกเขาพ่ายแพ้มาหลายสนามถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังอยู่ในลำดับที่ต่ำถึงขนาดนั้นอีกด้วย คาดว่าพวกเขาคงจะยิ่งไม่มีทางได้รับความโปรดปรานจากเสด็จพ่อมากขึ้นอีกเป็นแน่!
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก้มมองไปยังทุกคน จากนั้นก็เอ่ยปากว่า “การต่อสู้ในครั้งนี้ อวู่ซวงทำผลงานได้ดีมาก! เขาสามารถมาถึงจุดนี้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งมันก็ไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลยจริง ๆ! ในเมื่อพวกเขาทั้งสองคนไม่มีผู้ใดยืนขึ้นได้อีก เช่นนั้นการประลองในครั้งนี้ถือว่าเสมอกัน ฉะนั้นพวกเขาทั้งสองต้องอยู่ในลำดับที่หนึ่งเช่นเดียวกัน!”
.